ปกป้องเสียดายที่แม่ของเขาไม่ได้มาค้างที่บ้านด้วยเพราะเมื่ออยู่คุยฝากฝังหนุ่มน้อยเสร็จก็พากันกลับชลบุรีไปตอนนี้ทั้งบ้านจึงได้เหลือสองหนุ่มอยู่กันตามลำพัง และคงจะเป็อย่างนี้ไปอีกนานทั้งนี้ก็เพราะไม่สามารถปฏิเสธคำขอของผู้เป็แม่ได้ และเขาก็ไม่ใช่คนแล้งน้ำใจอะไรเพียงแต่อย่ามาวุ่นวายกับเขาให้มากนักก็แล้วกัน
“ออโต้ นายนอนห้องนี้แล้วกันนะ”ปกป้องเดินนำผู้ที่เข้ามาเป็อีกหนึ่งสมาชิกในบ้านหลังนี้หมาด ๆไปเปิดประตูห้องนอนเล็กที่อยู่ตรงข้ามกับห้องนอนของเขา
“แล้วพี่ป้องนอนห้องไหนครับ”
“นี่ไง ตรงข้ามนายนี่แหละ”ชายหนุ่มเ้าของบ้านตอบคำถามพร้อมกับชี้ให้คนถามดู
“...” อธิบดีหันไปตามนิ้วที่ชี้ พยักหน้าหงึกๆ ก่อนหันมาดูห้องของตนบ้าง ภายในห้องสีครีมตกแต่งแบบเรียบง่ายเตียงนอนมีผ้าคลุมสีขาวเอาไว้กันฝุ่น
“ห้องนายไม่มีห้องน้ำในตัวนะออกมาใช้ห้องน้ำกลางนี่แล้วกัน แต่ก็ติดกันนี่แหละ ไม่มีปัญหาใช่มั้ย?”
“ครับ”
“อยู่ที่นี่ก็ช่วยรักษาความสะอาดหน่อยปกติจะมีแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดให้วันจันทร์กับวันพฤหัสส่วนอาหารจะโทรสั่งหรือทำเองก็ตามใจ ถ้าจะโทรสั่ง เบอร์ติดอยู่ที่ประตูตู้เย็นนายคงเห็นแล้วมั้ง”
“ครับ”
“อือ งั้นนายจะจัดของหรือทำอะไรก็ตามสบายคิดว่าอยู่บ้านตัวเองละกันนะ”
“ครับ”
ปกป้องพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะเดินไปเข้าห้องของตนเองบ้าง
“อ้อ แล้วนายจะเปิดเรียนเมื่อไหร่?”
“อีกสองอาทิตย์ครับ แต่ว่าผมต้องเข้ามหา’ลัยไปซื้อหนังสือแล้วจดตารางสอนก่อนครับ”
“อือ มีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกันนะ”
“ครับ” อธิบดียิ้มรับ
“...” ‘ผู้ชายอะไรวะยิ้มหวานจนผู้หญิงยังอาย’
รุ่งขึ้นเป็วันเสาร์ แต่ปกป้องก็ยังคงติดที่จะตื่นเช้าตามปกติ วันนี้เขามีนัดกับลูกความใน่สายเนื่องจากไม่ต้องเร่งรีบนัก ชายหนุ่มจึงมีเวลาที่จะทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้ตัวเอง แซนด์วิชแฮมชีสก็ถูกทำขึ้นด้วยการจัดเรียงวัตถุดิบลงในเครื่องทำแซนด์วิชสามนาทีก็ส่งกลิ่นหอมชวนกิน พร้อมกับกาแฟร้อน ๆ หอมกรุ่นไม่แพ้กันถูกนำมาวางที่โต๊ะกลางของชุดรับแขกสมาร์ตทีวีถูกเปิดขึ้น ชายหนุ่มเลื่อนช่องข่าวสารประจำวันดู มือข้างหนึ่งหยิบดัมเบลขนาดห้ากิโลที่วางประจำอยู่ที่ข้างโซฟาตัวที่เขานั่งอยู่นั่นแหละขึ้นมายกขึ้นยกลงไปด้วยอีกมือหนึ่งก็หยิบแซนด์วิชขึ้นมากัดตามด้วยกาแฟขึ้นมาจิบสลับกัน แล้วก็สลับข้างไปด้วยเพื่อให้กล้ามออกมาสวยสมดุลกันทั้งสองข้าง
ปกป้องรับประทานอาหารเช้าไปสบาย ๆตามวิถีปกติของตนเอง จนเกือบลืมไปแล้วว่าในบ้านนี้มีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนจนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตูห้อง
“พี่ป้องตื่นนานแล้วเหรอครับ”เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องมาด้วยใบหน้างัวเงีย ผมหยักศกสีน้ำตาลดำถูกสางลวก ๆด้วยมือเรียว ก่อนที่เ้าตัวจะพาตัวเองมาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาตัวเล็กชุดเดียวกันกับชายหนุ่มเ้าของบ้าน
“ก็ไม่นานหรอก นายหิวรึเปล่าปกติตอนเช้ากินอะไร เอากาแฟแซนด์วิชเหมือนพี่มั้ย?”
“ก็ดีครับ”
“งั้นตามมา จะสอนทำ ไม่ยากหรอก”ปกป้องพูดจบก็ลุกขึ้นเดินนำสมาชิกใหม่ของบ้านเข้าครัวไปแสดงวิธีการทำอันง่ายดายให้ดูพร้อมกับถือโอกาสอธิบายไปด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้างก่อนจะเดินออกไปนั่งดูข่าวตามเดิม
เมื่อแซนด์วิชสุกได้ที่อธิบดีก็ชงกาแฟเสร็จพอดี จึงได้ถือทั้งสองอย่างไปนั่งกินด้วยกันกับปกป้อง
“วันนี้นายจะออกไปไหนรึเปล่า?” ปกป้องเอ่ยทำลายความเงียบระหว่างกัน
“ว่าจะออกไปซื้อพวกของใช้ครับ”
“จะไปที่ไหน ไปถูกรึเปล่าล่ะ”
“ยังไม่รู้เลยครับแต่ก็อยากจะลองไปจตุจักรดูสักทีครับ ผมยังไม่เคยไปเลย เดินแต่จตุจักรที่ชลบุรีอยากลองไปเดินดูต้นฉบับดูสักที” อธิบดีเคี้ยวไปพูดไปแถมยังมีเศษขนมปังติดอยู่ที่ข้างปากอีกด้วย ซึ่งปกป้องเห็นแล้วก็รู้สึกขัดตาเป็อย่างมากจึงได้ยื่นมือไปหยิบออกให้ด้วยความลืมตัว จนทำให้เกิดอาการเดตแอร์กันอยู่ครู่หนึ่ง
อธิบดีรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองนั้นราวกับจังหวะแร็พแถมยังเพิ่มสปีดจนแทบจะฟังไม่ทันสายตาจ้องนิ่งไปยังใบหน้าของคนที่เขาแอบยกย่องให้เป็ฮีโร่มาั้แ่สามเดือนที่แล้วที่เข้ามาช่วยเขาให้พ้นจากวิกฤตที่เกือบจะโดนกลุ่มเด็กช่างทำร้ายเอาแถมยังช่วยจัดการเคลียร์กับทางโรงพยาบาลและทางตำรวจ จนทุกอย่างคลี่คลายลงด้วยดีและจบลงด้วยการไปส่งเพื่อนของเขาและเขาจนถึงบ้านอย่างปลอดภัยอีกด้วย ทั้งที่เขาไม่จำเป็ต้องให้การช่วยเหลือใดๆ ก็ได้ หากปกป้องจะคิดว่าไม่ใช่ธุระของตนเองแล้วไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยก็คงไม่ใช่เื่แปลก
“ขอโทษ เห็นแล้วมันขัดตาว่ะ”ปกป้องหันกลับมาดูข่าวต่อ พร้อมกับยกกาแฟขึ้นดื่มไปด้วย
“อือ...” อธิบดีคิดคำพูดอะไรไม่ออกจึงส่งเสียงตอบกลับได้เพียงเท่านั้น
“่สายพี่มีนัดกับลูกความหนึ่งรายหลังจากนั้นก็ว่าง นายสนใจจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ เสร็จแล้วพี่จะพาไปจตุจักรเองอยากไปเดินดูต้นไม้มาปลูกอยู่เหมือนกัน”
“สนครับ” อธิบดียิ้มหวานโชว์ลักยิ้มสองข้างตอบกลับชนิดแทบไม่ต้องคิด
“งั้นถ้ากินเสร็จแล้ว ก็ไปเตรียมตัวแปดโมงก็ออกจากบ้านได้แล้ว เผื่อเวลารถติดด้วย”
“ครับ”
ปกป้องขับรถไปที่บริษัทของลูกความโดยที่ก่อนถึงบริษัทนั้นจะมีสวนสาธารณะอยู่ อธิบดีจึงขอลงเดินเล่นรออยู่ที่สวนสาธารณะแห่งนั้น
ชายหนุ่มในชุดลำลองสบาย ๆ กางเกงขาสามส่วนเสื้อยืดแขนสั้น รองเท้าผ้าใบไร้ถุงเท้า สะพายเป้ไว้ที่ไหล่ขวาก้าวลงจากรถก่อนจะหันกลับไปโบกมือยกยิ้มหวานๆ ที่ประดับด้วยลักยิ้มสองข้าง ส่งคนขับรถคันสวยให้ไปทำงานต่อ อธิบดีเดินผ่านประตูทางเข้าไปก็ได้ัักับความร่มรื่นเขียวชอุ่มจากต้นไม้ใหญ่จะเรียกว่าเป็โอเอซิสของคนเมืองก็ไม่ผิดนัก เขาเดินไปตามถนนลาดยางไปเรื่อย ๆพร้อมกับสูดอากาศที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเข้าปอดไปด้วย จนได้เห็นว่า นอกจากเขาแล้วยังมีคนที่มาใช้บริการที่สวนแห่งนี้จำนวนมากอยู่เหมือนกัน มีทั้งมาวิ่งออกกำลังกายไปนั่งให้อาหารปลาอยู่ที่สระน้ำไปออกกำลังกายกับเครื่องออกกำลังกายที่ทางสวนมีจัดไว้ให้ บางคนก็มาถ่ายรูปก็ยังมี
แต่ภาพที่ทำให้อธิบดีหยุดสายตาอยู่ได้นานที่สุดและยกมุมปากยิ้มโดยไม่รู้ตัว คือภาพของหนุ่มสาวมานั่งจู๋จี๋กันอยู่ที่ม้านั่งข้างริมสระนั่นเองเพราะมันทำให้เขาคิดว่า เขาก็จัดว่าเป็คนหน้าตาดีคนหนึ่งแต่ทำไมจนป่านนี้แล้วเขายังไม่มีแฟนเหมือนกันอื่นเสียที เพราะหากมี...ตอนนี้ก็คงไม่ต้องมาเดินเหงาๆ อยู่คนเดียวเช่นนี้
สมัยที่เรียนมัธยมเขาก็เคยมีแฟนเป็ผู้หญิง แต่สุดท้ายก็จบไม่สวยเพราะเธอไปมีคนอื่น จนกระทั่งเข้ามหา’ลัย ตอนนี้ก็ปีสามแล้วก็ยังไม่มีใครเข้ามาในหัวใจของเขาได้อีก
อธิบดีเดินไปตามถนนที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่อยู่สองข้างทางไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกจ้องมองด้วยสายตาที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มหันกลับมามองด้านหลังก็เห็นเพียงคนที่มาวิ่งออกกำลังกายที่กำลังวิ่งห่างออกไป จึงพยายามคิดว่าตนคิดมากไปเองจึงได้เดินต่อไปจับจองม้านั่งตัวหนึ่งที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งยังว่างอยู่โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่งถูกหยิบขึ้นมาเล่นเกมเพื่อฆ่าเวลา
แต่ความรู้สึกที่เหมือนมีใครบางคนจ้องมองอยู่ก็ย้อนกลับมาอีกครั้งชายหนุ่มจึงหันไปมองรอบ ๆ ตัว ก็ไม่พบใครอีกเช่นเคย จึงได้แต่เอียงคอ ทำหน้าสงสัยแล้วกลับมาใส่ใจเกมในมือถือต่ออีกสักพัก แต่ว่าความรู้สึกที่ว่าตนตกเป็เป้าสายตาของใครคนหนึ่งหรือหลายคนก็ยังคงไม่หมดไปความรู้สึกไม่สบายใจมาเยือน ดังนั้นอธิบดีจึงขอเดินหาคนที่ในเงามืดเสียหน่อยให้รู้ไปเลยว่าตนเองคิดมากไปเอง หรือว่าคน ๆ นั้นมีอยู่จริงแต่ลุกขึ้นเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อธิบดีก้มดูหน้าจอรู้ว่าเป็ใครก็รับสายทันที
“ครับพี่ป้อง คุยงานเสร็จแล้วเหรอครับ”
(อือ นายออกมารอตรงปากประตูนะเดี๋ยวพี่วนไปรับ)
“ครับ”
อธิบดีวางสาย แล้วหันมองซ้ายมองขวาอีกครั้งไม่พบใคร จึงไม่ใส่ใจที่จะหาสายตาคู่ที่ทำให้เขาไม่สบายใจอีกต่อไปรีบเดินออกไปรอที่หน้าประตูของสวนสาธารณะตามที่ปกป้องบอก