ตอน 25 จุดหวนคืนกลับรัง
เมื่อหลานเจาฝูจำใจเข้าพิธีแต่งงานกับแม่นางส่าหลัวสือเรียบร้อยแล้ว... กระทั่งชาวบ้านแยกย้ายกันกลับหมู่บ้านเหลือแค่เขาทั้งสองคน...
หลานเจาฝูก็ไม่รอช้า... ไม่ปล่อยให้แม่นางส่าหลัวสือต้องเข้าใจผิดคิดไปเอง... หลานเจาฝูถอยตัวออกห่างนางทำตัวเ็าแข็งกระด้าง...เอ่ยปากพูด ด้วยท่าทีหนักแน่นเคร่งขรึม
"ขออภัยแม่นางส่าหลัวสือด้วย... ข้าไม่อาจอยู่ร่วมกับท่านได้ ท่านอย่าได้หวังสิ่งใดกับข้า... เราทั้งสองมิมีบุญคุณใดที่ต้องตอบแทนได้อีก... "
"ที่เ้าช่วยชีวิตข้าไว้เป็พระคุณยิ่ง...แต่ข้าหลานเจาฝูก็ได้แกล้งแต่งกับเ้าเพื่อถือว่าตอบแทนเ้าแล้ว..."
แม่นางส่าหลัวสือที่ยิ้มด้วยความสุขก็ต้องหยุดชะงักหุบยิ้มแทบไม่ทัน...
"พูดตามตรง .... ถุงหอมนี้ข้าจำเหตุผลได้แล้วว่าทำไมข้าต้องพกมันติดตัวไว้ตลอด...นั่นเป็เพราะว่าภรรยาของข้า...นางตั้งใจถักทอ ปักมันลงไปอย่างยากลำบาก.. สิ่งนี้เปรียบเหมือนตัวแทนของเมียข้า"
"ไม่จริง....ท่านอย่าเอาเื่ล้อเล่นเช่นนี้เพื่อมาผลักไสข้า"
"แม่นางหลัว... ข้าหลานเจาฝูเป็ถึงแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวงนี้ ย่อมไม่พูดโป้ปดต่อแม่นางแน่"
"งั้นแม่นางจงดูให้ดีเถิด....ภายในถึงนี้ภรรยาข้าปักอักษรเป็ชื่อข้าและนางคู่กัน"
"หากแม่นาง...ยังคิดว่าข้าทดแทนบุญคุณท่านไม่เพียงพอ...หากท่านมีเื่ขอความช่วยเหลือใด..สกุลหลานของยินดีช่วยเหลือ"
"ข้าเดินทางในครั้งนี้หวังทำตามราชโองการ...พิสูจน์ตัวเองต่อฝ่าา...ว่าข้าหลานเจาฝูมากไปด้วยความซื่อตรงภักดีเพียงใด... แต่ไม่คิดเลยว่าจะพบกับการซุ่มทำร้าย..."
"กระทั่งข้าได้รับาเ็หนักก่อนที่จะพบเ้า"
"ข้าเสียเวลาไปมากโข...บัดนี้จะเสียเวลารั้งอยู่ที่นี่ไม่ได้เพียงชั่วคืน"
"ท่านจะบอกข้าว่า...วันแต่งงานของข้า...กับวันเลิกราของข้าคือวันเดียวกันอย่างนั้นหรือ"
"แม่นางหลัว...ท่านก็รู้ดีว่า...หากข้ามีสติครบถ้วน...ข้าย่อมไม่ปันใจให้ผู้ใดแน่... "
"ในใจข้ามีแค่เหยาจิ่นหยวนเพียงผู้เดียว"
"แม่นางหลัวอย่าได้ทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย"
"หากท่านจะไปจริงๆ..ข้าส่าหลัวสือก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดขอร้องท่าน...มีเพียงคำอวยพรให้ท่านเดินทางอย่างปลอดภัย...สมหวังทุกเื่ราว"
"ขอบคุณแม่นางหลัวที่เข้าใจและไม่ถือโทษข้า"
"ข้าไม่โทษท่านหรอก... ฟังจากที่ท่านพูดมาก็ถูกอย่างที่ท่านว่า...ข้าเป็แค่ผู้หญิงบ้านป่า...ไม่เหมาะสมกับท่าน...อีกทั้งหลายวันคืนที่ผ่านมา...ข้ากับท่านอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง....ท่านไม่เคยล่วงเกินข้าแม้แต่น้อย...แม้ท่านเสียสติ... ท่านก็ยังไม่มีผู้อื่นในใจ...ช่างน่าอิจฉาภรรยาของท่านเสียจริง"
"ไว้หากข้าเข้าเมือง...สักวันข้าจะไปเยี่ยมท่านที่จวน และจะบอกกับแม่นางเหยาจิ่นหยวนของท่าน...ว่านางคือสาวงามที่โชคดีที่สุดในโลกใบนี้"
"ก่อนที่ท่านจะไป... ข้ามีบางอย่างให้ท่าน..."
แม่นางหลัวสือยื่นป้ายแขวนให้หลานเจาฝู1อัน
"ข้าคิดว่าสิ่งนี้ต้องสำคัญกับท่านแน่...ข้าเห็นสิ่งนี้อยู่ในกำมือของท่านตอนที่ข้าดึงท่านขึ้นจากหลุม...ท่านไม่ยอมปล่อยสิ่งนี้เลย"
เมื่อหลานเจาฝูเห็นป้ายแขวนนั้นก็พึมพำออกมา
"นี่มัน... ป้ายแขวนที่หลุดจากจอมโจรที่ทำร้ายข้า!!!...เหตุใดโจรป่า...พกป้ายของคนสกุลโจว... "
"หรือว่าผู้อยู่เื้ัที่คอยบงการจะเป็คนสกุลโจว"
"ข้าไม่เคยมีเื่บาดหมางใดกับอัครมหาเสนาบดีโจว...ถึงข้าจะมีเื่บาดหมางเพียงใด...ท่านาุโโจว...ย่อมไม่ใช้วิธีสกปรกเช่นนี้แน่...ย่อมต่อสู้กันในท้องพระโรงต่อหน้าฝ่าา...ต่อสู้ด้วยความฉลาดไหวพริบแน่"
"ระระหรือว่า....เหตุการณ์นี้ผู้บงการคือ...โจวหว่านโหลว!!!"
"เขาคิดอะไรของเขากันแน่นะ...เื่นี้จะปล่อยผ่านไม่ได้ข้าจะต้องสืบให้แน่ชัด..."
"แม่นางหลัว...ก่อนข้าจะไป...เ้าพอจะมอบนกให้ข้า1ตัวได้หรือไม่"
"ห๊ะ...อะไรนะ...นก...ท่านจะเอานกไปทำไมกัน"
"ข้าจะใช้นกในการส่งสาร"
"งั้นข้าจะไปที่บ้านท่านผู้เฒ่า...ท่านผู้เฒ่ามีนกส่งสาร"
เมื่อสองคนพูดคุยกันจบลงก็แยกทางกัน...
แม่นางหลัว...เดินไปที่บ้านท่านผู้เฒ่า.. ส่วนหลานเจาฝูรีบเดินกลับบ้านของแม่นางหลัว... เมื่อไปถึงบ้านแม่นางหลัว...หลานเจาฝูรีบนำกระดาษกับพู่กัน...เขียนอย่างตัวบรรจงใจความว่า...
"เถาเซียว...เสิ่นอ๋าว... ข้าหลานเจาฝู...ยังมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยดี... ครั้งนี้ข้า้าให้พวกเ้าตรวจสอบการตายครั้งนี้ของข้าที่วังหลวงอย่างลับๆ... และเสิ่นอ๋าว...ขอให้เ้าจับตาดูโจวหว่านโหลวให้ดี...ข้าสงสัยว่าผู้อยู่เื้ัทั้งหมดจะเป็คุณชายสกุลโจวผู้นี้... ข้าเองไม่รู้แน่ชัดว่าสาเหตุที่เขายอมลงมือกับข้าหวังให้ข้าตายนั้นเพราะอะไรกันแน่...ส่วนข้านั้นกำลังมุ่งหน้าไปที่ชายแดนสีอานซานให้เร็วที่สุด...ข้าจะนำกองทัพเอาชนะศัตรูให้ได้เพื่อพิสูจน์ให้ฝ่าาได้เห็น...เื่ที่ข้ามีชีวิตอยู่จะบอกผู้ใดไม่ได้จนกว่าข้าจะจับคนที่คิดร้ายต่อข้า...แม้แต่ฮูหยินก็อย่าเพิ่งให้นางรู้"
หลังจากนั้นหลานเจาฝูปล่อยสารนี้ไป...ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่ชายแดนสีอานซานด้วยความมุ่งมั่น... เมื่อเดินทางไปถึงที่ชายแดน...หลานเจาฝูเหมือนเป็แสงสว่างความหวังเดียวของเหล่าทหารที่กำลังสิ้นกำลังใจ...
"เฮ้!!!!...ท่านแม่ทัพใหญ่หลานเจาฝูมาถึงแล้ว....พวกเรารอดแล้ว"
"เฮ้!!!"
เสียงโห่ร้องกึกก้องของเหล่าทหารในกองทัพ
ในพื้นที่ที่แสนลำบากแห่งนั้น....หลานเจาฝูกินอยู่อย่างยากลำบาก...ร่วมเป็ร่วมตายกับเหล่าทหาร... กระทั่งวันเวลาผ่านไป 2 ปี.. หลานเจาฝูสามารถนำทัพต่อสู้กับศัตรูชนะได้... ได้เวลากลับคืนสู่เมืองหลวง...แต่หลานเจาฝูยังมีความปรารถนาที่ยังไม่ได้สะสาง คือเื่สืบสาวความจริงว่าใครคิดร้ายจะเอาชีวิตตนกันแน่...จึงทูลขอฝ่าาให้เก็บเื่ชนะศึกเป็ความลับ...ให้ประกาศเื่อันน่ายินดีนี้ในท้องพระโรงวันที่ตนปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง และพร้อมเปิดโปงคนที่อยู่เื้ัความชั่วร้ายนี้
หลานเจาฝู...รีบรุดเดินทางมุ่งหน้ากลับจวนด้วยความคิดถึงภรรยา...
แต่เมื่อหลานเจาฝูกลับที่จวนสกุลหลาน ยืนดูคนในจวนด้วยความคิดถึง แต่ในขณะเดียวกันหลานเจาฝูก็สังเกตเห็นว่า ในจวนสกุลหลาน มีเด็กน้อยผู้ฃายวิ่งเล่นไปมาอยู่ในจวน ใบหน้าของเด็กผู้นั้นคล้ายคลึงกับตนมาก หลานเจาฝูก็เกิดอาการแปลกใจ
"เหตุใดจวนสกุลหลานของข้ามีเด็กชายวิ่งเล่่น หรือว่า....เด็กผู้นี้จะเป็เืเนื้อของข้า"
เด็กน้อยทำของเล่นกระเด็นมาที่หน้าจวน ต่อหน้าหลานเจาฝู.... เด็กน้อยก็วิ่งไปเก็บของเล่นของตน
หลานเจาฝูเห็นเช่นนั้นจึงถือโอกาสนี้มองหน้าเด็กน้อยให้ดี กระทั่งแน่ใจว่าเด็กน้อยผู้นี้คือลูกของตน... จึงเข้าไปหาเด็กน้อยถามว่าเ้าคือผู้ใด
ทันทีที่เด็กน้อยเห็นใบหน้าของหลานเจาฝูก็ใหวาดกลัวร้องไห้ออกมา... เพราะด้วยความยากลำบากที่ชายแดนทำให้หลานเจาฝูสภาพดุไม่สู้ดีนัก หนวดเครารุงรัง ผมยาวคล้ายคนเสียสติ...
เมื่อเด็กน้อยร้องไห้ออกมา ถันส่าวเฟิงที่เล่นอยู่ในสวนได้ยินเสียงน้องร้องไห้ก็รีบเข้ามากอดน้องปกป้องน้อง ต่อว่าให้หลานเจาฝู
"เ้าไปซะ ไปให้ไกลจากน้องของข้า เ้าคนจรจัด เ้าทำให้น้องของข้าหวาดกลัวจนร้องไห้ออกมา"
วินาทีนั้นหลานเจาฝูสับสนมึนงงกันไปใหญ่
"เหตุใดจวนข้ามีเด็กชาย 2 คน หากเหยาจิ่นหยวนมีลูกกับข้า งั้นอีกคนหนึ่งเรียกเด็กคนนี้ว่าน้องชาย ข้าควรเข้าใจว่าอย่างไร"
"หลานฟ่านเหมิน เ้าไม่ต้องกลัว อย่าร้องนะเด็กดี พี่อยู่ที่นี่ พี่จะปกป้องเ้าให้ดี"
"ท่านพี่ๆ ท่านพี่ ลุงคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน ข้ากลัว"
"ไปซะๆๆ ถ้าท่านฟังข้่าไม่รู้เื่ ข้าจะเอาไม้ทุบตีท่าน หากท่านไม่เชื่อล่ะก็ข้าจะไม่ปรานีแล้ว"
"เด็กน้อย เ้าว่าไงนะ น้องชายของเ้าชื่ออะไร"
"เ้าไม่รู้จักข้าหรือ ใครๆในเมืองนี้ก็รู้จักข้าทั้งนั้น"
"น้องข้า หลานฟ่านเหมิน บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านแม่เหยาจิ่นหยวน"
"แล้วเ้าเป็ผู้ใดกัน เรียกฮูหยินของข้าว่าท่านแม่"
"ข้าเป็บุตรบุญธรรมที่ท่านแม่เสี่ยวถานดูแล...ส่วนท่านแม่หยวน นางดีกับข้า ข้าจึงอยากเป็ลูกของนาง"
"ต่อให้ข้าถันส่าวเฟิงจะไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของหลานฟ่านเหมิน ข้าก็รักน้องข้า ข้ายินดีดูแลปกป้องน้องของข้าให้ปลอดภัยชั่วชีวิตของข้า"
"เด็กน้อย เ้าช่างกล้าหาญเสียจริง"
หลานเจาฝูได้ฟังคำพูดที่แสนไร้เดียงสาของเด็กน้อยส่าวเฟิง ก็เกิดรักและเอ็นดูมาก หลานเจาฝูกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาด้วยความปีติ"
"ท่านลุงๆ ท่านีร้องไห้ทำไมกัน ข้ายังไม่ได้ตีท่านเลยนะ"
หลานเจาฝูโอบกอดเด้กน้อยทั้งสองคนไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับพูดว่า
"ข้าคือพ่อของพวกเ้า"
เด็กน้อยใมากะโเสียงดัง...
"ท่านแม่ ท่านแม่ช่วยข้าด้วย..."
บ่าวในเรือนได้ยินเสียงนายน้อยเรียกขอความช่วยเหลือก็รีบเข้ามาดู กลับต้องใ รีบโค้งคำนับ บ่าวทุกคนต่างร้องไห้ออกมาด้วยความปีติเช่นกัน
"นายท่าน ในที่สุดนายท่านก็กลับมา นายท่านยังมีชีวิตอยู่..."
"ฮูหยินเฒ่า นายท่านกลับมาแล้ว"
เ้าว่าไงนะ หลานเจาฝูลูกข้ากลับมาอย่างนั้นหรือ.... นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ั้แ่ฝ่าาประกาศงานอาลัยศพให้ลูกข้า ข้าก็วอนต่อทวยเทพทุกองค์ให้เื่นี้เป็แค่เื่เข้าใจผิดไป"
"งั้นเ้ารีบประคองข้าไป เร็ว.."
หลานเจาฝูรีบเข้าไป