เฉินอันหนิงล้มตัวลงนอนอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดลึก ๆ ไยความทรงจำไม่กลับมาั้แ่ชาติที่แล้วเล่า จะให้นางสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับกี่ชาติกัน!
มาตอนนี้ให้นางจำได้เพื่ออะไรกัน...
องค์หญิงน้อยแต่ภายในผ่านร้อนผ่าวหนาวมาแล้วถึงสองชีวิตบ่นกับตนในใจอีกหลายคำก่อนจะหลับไปอีกครั้ง
นางฝันอีกแล้ว หากแต่มิใช่ฝันถึงตนเองที่เป็คะนิ้ง หรือฝันบอกเหตุดั่งเช่นในชาติที่แล้ว หากแต่เป็เหตุการณ์ต่อจากเนื้อหาในนิยายที่อ่านค้างไว้ก่อนจะไปประชุมในฝัน...เหตุการณ์หลังจากที่องค์หญิงใหญ่ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว
บุรุษอาภรณ์สีดำสนิทผู้หนึ่งโอบประคองร่างไร้ลมหายใจของนางเอาไว้ ลูบไล้ใบหน้าอย่างอ่อนโยน หากแต่นางมิอาจรู้สึกใด ๆ ได้อีก
“ท่านบอกว่าโตขึ้นจะแต่งให้ข้า เหตุใดจึงไม่รอข้าเล่าองค์หญิง” น้ำเสียงเจือความเ็ปเอ่ยตัดพ้อกับร่างไร้ลมหายใจพร้อมกับกอดเอาไว้แน่น
องค์ชายสามเฉินอี้หลงข่มน้ำตาเอาไว้มิให้หลั่งรินออกมาพลางมองด้วยความฉงน มิรู้เลยว่าเหตุใดชายผู้นี้จึงได้ผลักเขาออกและโอบกอดร่างพี่สาวของเขาเอาไว้อย่างหวงแหนเช่นนั้น ทว่าเขาเองก็มิอาจให้เป็เช่นนี้ได้จึงกลั้นใจเอ่ยขึ้น
“สหาย ข้าขอพี่สาวข้าคืนเถิด ข้าอยากให้นางได้ไปอยู่เคียงข้างเสด็จพ่อและเสด็จน้า”
“นางแต่งกับคนแซ่ฮุย แต่แต่งในนามคนแซ่ฟู่ เช่นนั้นให้นางอยู่สุสานตระกูลฟู่มิได้หรือ”
“เื่ของพี่หญิงเป็เื่ภายใน ท่านมิใช่จะยุ่งเกี่ยวได้ ท่าน...”
“ข้าแซ่ฟู่ บิดา มารดาเป็คนแคว้นเฉิน และนางคือภรรยาข้า” เสียงะโก้องสวนกลับมาทันทีก่อนที่องค์ชายสามจะได้กล่าวจบ
“นี่ท่าน...”
“ข้าคือฟู่จื่อเหยียน แม้นางมิได้แต่งกับข้า แต่คนแซ่ฮุยก็แต่งกับนางในนามของข้า...นางคือภรรยาของข้า” บุรุษหนุ่มเปิดเผยความจริงที่เก็บซ่อนเอาไว้พร้อมกันนั้นก็หันกลับมามองร่างไร้ลมหายใจและพึมพำ “นางคือภรรยาของข้า ของข้า”
เฉินอี้หลงนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะถอนใจหนัก ๆ อย่างจำยอม “เช่นนั้น...เอาเถิด พี่หญิงเลือกท่านั้แ่แรกอยู่แล้ว ฝังนางที่สกุลฟู่เถิด”
“ขอบพระทัยองค์ชาย บุญคุณนี้ซือเยว่จะไม่มีวันลืม” บุรุษอาภรณ์ดำกล่าวเพียงเท่านั้นก็กระชับกอดองค์หญิงไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างล้วงเข้าไปภายในเสื้อพลางเงยหน้าขึ้นมองว่าที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ “องค์ชาย...”
“ท่านต้องเป็ฮ่องเต้ที่ดีดั่งที่องค์หญิงทรง้านะพะย่ะค่ะ อย่าให้เกิดเื่เช่นอดีตขึ้นอีกในรุ่นต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็พี่น้องฆ่าฟันกัน หรือเข่นฆ่าป้ายสีเพื่ออำนาจของตน”
“ข้าจะเป็ฮ่องเต้ที่ดีตามที่พี่หญิง้า”
“ดีแล้ว” คำนั้นเขาพึมพำราวกับพร่ำเพ้อก่อนจะทอดสายตามององค์หญิงผู้จากไป “องค์หญิง ชาตินี้ซือเยว่ทดแทนบุญคุณองค์หญิงไม่ทัน ซือเยว่จะตามไปทดแทนคุณในปรภพนะพะย่ะค่ะ”
“ฮึก”
มีดสั้นที่ซุกซ้อนอยู่ภายในเสื้อถูกหยิบขึ้นมาแทงตนเองในชั่วพริบตา บุรุษหนุ่มฝืนความเ็ปเอาไว้และเงยหน้าขึ้นไปมองบุรุษอีกคนที่พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นใ
“อาเจีย ต้องไหว้วานเ้ากล่าวลาอาจารย์และพี่น้องให้ข้าแล้ว... ชาตินี้ข้าไม่มีโอกาสกล่าวลาด้วยตนเอง ขออาจารย์และพี่น้องอย่าได้ขุ่นเคืองการตัดสินใจของข้าในครั้งนี้ ฮึก”
“ท่านประมุข เหตุใดจึงทำเช่นนี้ ท่านเป็ถึงประมุขพรรคเมฆาสุริยันต์ ในทำเนียบยุทธภพถือว่าเป็อันดับหนึ่งในใต้หล้า ชีวิตท่านยิ่งใหญ่เพียงนี้ เหตุใดเลือกที่จะตายเล่า”
“ชีวิตข้า ฟู่จื่อเหยียน ติดค้างบุญคุณชีวิตผู้คนมากมายเหลือเกิน ทั้งบิดามารดาที่ล่วงลับ ศิษย์พี่และอาจารย์ที่ช่วยเหลือชุบเลี้ยง และหนึ่งในผู้มีพระคุณของข้าก็คือองค์หญิงใหญ่ หากนางไม่ช่วยไว้ ข้าก็หนีออกจากแคว้นเฉินไม่ทันและก็คงไม่ได้พบเจอกับผู้มีคุณคนอื่น หากมิมีนาง จะมีข้าที่เ้ากล่าวว่ายิ่งใหญ่ได้อย่างไรเล่า” บุรุษหนุ่มฝืนความเ็ปกัดฟันบอกเล่าพร้อมกับกดมีดลงให้ลึกกว่าเดิมและพูดต่อ “หลายปีมานี้ข้าทดแทนคุณอาจารย์และศิษย์พี่ไปแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ข้าก็ชำระหนี้แค้นให้แล้ว เหลือเพียงองค์หญิง ที่นางต้องจากไปก่อนที่ข้าจะได้ทดแทนคุณ...ข้า ฟู่จื่อเหยียน มิขอเป็ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ขอเป็ซือเยว่ที่ติดตามรับใช้องค์หญิงก็พอ ฮึก”
“ท่านประมุข!!!”
และแล้วบุรุษหนุ่มก็สิ้นลมทั้งที่ยังกอดองค์หญิงใหญ่เอาไว้ สายตาทุกคู่มองภาพนั้นอย่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ความรักที่บุรุษผู้นี้มีให้กับองค์หญิงใหญ่ช่างน่าซาบซึ้งเสียจนอยากจะกราบขอความเมตตาจากฟากฟ้าให้คนทั้งคู่ได้อยู่เคียงข้างกันทั้งที่มีลมหายใจ
“ใต้เท้าซาน เป็ธุระจัดพิธีของพี่หญิงกับพี่เขยให้ข้าที...ฝังพวกเขาที่สุสานตระกูลฟู่ตามที่พี่เขย้า”
“พะย่ะค่ะ”
เฉินอันหนิงยังคงล่องลอยอยู่ในความฝัน ทอดมองเหตุการณ์ทุกอย่างจนกระทั่งรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งในตอนเช้า ค่ำคืนนี้ยาวนานเหลือเกินแต่ก็เป็ความยาวนานที่ทำให้นางรู้สึกเศร้าจนมิอาจหลุดจากความเศร้านี้ได้
ที่แท้พี่เหยียนก็กลับมา...ซ้ำเขายังกลายเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่
ประมุขพรรคเมฆาสุริยันต์...
ในนิยายกล่าวถึงพรรคเมฆาสุริยันต์เอาไว้ว่าเป็พรรคอันดับหนึ่งในยุทธภพ แม้มิทราบว่าผู้ใดคือประมุขพรรค หากแต่จอมยุทธทั้งหลายต่างก็ให้ความกริ่งเกรง...ที่แท้ประมุขผู้นั้นก็คือพี่เหยียน
ชะตากรรมของพี่เหยียนที่นางเคยคิดว่าไม่รู้ว่าหลังหนีไปแล้วเป็เช่นไร กลับเป็ชะตากรรมของผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องก้าวผ่านเื่ราวเพื่อเป็บุคคลที่เลื่องลือไปเสียแล้ว เขาจะต้องเผชิญเื่ราวเพื่อเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้า
นั่นคือชะตาของเขา...
มิอาจขัดขืนชะตาของเขาใช่หรือไม่...
“มิอาจขัดขืนชะตา มิอาจเปลี่ยนแปลงเื่ราวของพี่เหยียน มิอาจทำได้”