“พร้อมนะ?” ยูนะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นเธอหันไปมองโนวาและเรน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาสีแดงก่ำของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว
“อืม” เรน่าพยักหน้ารับแ่เบา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอมองสำรวจไปรอบๆอย่างหวาดระแวง ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น “ขอให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ...”เธอพึมพำ
โนวาสูดลมหายใจลึกพยายามสงบสติอารมณ์ เขาพยายามข่มความรู้สึกกังวลที่ก่อตัวขึ้นในอกแต่ตอนนี้คงต้องโฟกัสกับสถานการณ์ตรงหน้า
พวกเขายืนอยู่หน้าบ้านร้างหลังหนึ่งประตูไม้บานใหญ่ผุพังมีรอยขีดข่วนและรอยเท้ามากมาย เสียงครางต่ำ ๆเหมือนเสียงสัตว์ร้ายดังเล็ดลอดออกมาจากข้างใน สร้างบรรยากาศวังเวง
โนวายูนะ และเรน่าสบตากัน ก่อนจะพยักหน้าพร้อมเพรียง พวกเขาผลักประตูไม้บานใหญ่ออกช้าๆเสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด บาดลึกเข้าไปในความเงียบ
ภายในบ้านมืดสนิทไร้ซึ่งแสงสว่าง อากาศเย็นเยียบและอับชื้นกลิ่นเหม็นอับราวกับไม่เคยมีใครเข้ามาเหยียบย่างเป็เวลานาน
‘เงียบจัง...’โนวาคิดในใจ หัวใจของเขาเต้นระรัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยกัดกินจิตใจ
เรน่าก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวังเธอยกผลึกเรืองแสงในมือขึ้น ปล่อยแสงสีขาวนวลส่องสว่างไปทั่ว เงามืดค่อย ๆถูกขับไล่ เผยให้เห็นภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ผุพัง ปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาเศษกระจก เศษไม้ และขยะกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น
โนวาและยูนะเดินตามหลังเรน่าเข้ามาพวกเขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวังโนวาสังเกตเห็นร่างของชายเร่ร่อนนอนสลบอยู่บนพื้น ใกล้ๆ กับเตียงเก่าๆ
ทันใดนั้นเงาดำทะมึนก็พุ่งออกมาจากใต้เตียง พุ่งตรงไปที่เรน่า ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า!แต่พอเห็นแสงสว่างจากผลึกเรืองแสงในมือเธอ มันก็เปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้าใส่โนวาที่ยืนอยู่ข้างๆ แทน
“โนวาน!ระวัง!” เรน่าร้องเตือน
“เร็วมาก” โนวาคิดในใจ เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างฉับพลันเฉียดกรงเล็บแหลมคมไปเพียงนิดเดียว ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นวาบราวกับถูกมีดน้ำแข็งกรีดผ่าน
“อึก”เขารู้สึกชาและอ่อนแรง ‘มันดูดพลังชีวิต!’
“ระบบ:ภูติเงา กลายพันธุ์ สามารถดูดซับพลังชีวิตในปริมาณมาก”เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นในหัว
“ภูติเงา!?”โนวามองสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ‘แต่...ตัวมันใหญ่กว่าปกติ’ร่างหมอกสีดำ ไม่มีรูปร่างที่ชัดเจนมีเพียงดวงตาสีแดงสดสองดวงที่จ้องมองเขา ราวกับเปลวไฟจากนรก ‘รูปร่างคล้ายๆ กับมนุษย์ผสมกับหมาป่า...หลังค่อม เล็บยาว...’
ภูติเงากระโจนเข้าใส่โนวาอีกครั้งกรงเล็บแหลมคมฟาดฟัน ฉีกเสื้อของเขาขาดวิ่น
“อ๊าา!”เรน่ากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เธอทำผลึกเรืองแสงหล่นลงพื้น แสงสว่างดับวูบ
ยูนะหญิงสาวครึ่งัพุ่งเข้าไปยังจุดที่ภูติเงาหายตัวไปเธอเหวี่ยงหอกจันทราเสี้ยวฟาดฟันหวังจะสังหารมัน แต่ก็พลาด! ภูติเงามุดหายไปในเงาราวกับไม่เคยปรากฏตัว
“หายไปแล้ว”โนวาพึมพำ หัวใจของเขายังคงเต้นระรัว
ภูติเงาหายตัวไปในเงามืดอย่างรวดเร็วไม่มีร่องรอย
บรรยากาศในบ้านกลับมาเงียบสงัดอีกครั้งมีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาดังสะท้อน ความรู้สึกอึดอัดกดดันและน่าหวาดกลัวกัดกินจิตใจของพวกเขา
“มันหายตัวไปไหนแล้ว” โนวากล่าว เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ‘มันอยู่ที่ไหน? มันจะโจมตีอีกครั้งเมื่อไหร่?’
ภูติเงาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง! มันพุ่งตัวออกจากเงามืด มุ่งตรงไปยังเรน่าที่ยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ มันโผล่ขึ้นด้านหลังเธอราวกับปีศาจที่โผล่ขึ้นจากขุมนรก กรงเล็บแหลมคมพุ่งเข้าหาหวังจะจิกฉีกเนื้อหนังของเธอ
“อ๊า!” เรน่าร้องเสียงหลง เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่กรงเล็บของภูติเงาก็ยังเฉียดผ่านแขนของเธอไปความรู้สึกเย็นเยียบแล่นวาบ ตามมาด้วยความเ็ปแปลบปลาบ
เรน่าทรุดลงกับพื้นมือข้างหนึ่งกุมแขนแน่น ใบหน้าซีดเผือด โนวารีบวิ่งเข้าไปหาเธอ หัวใจของเขาเต้นระรัว
“เรน่า! ไม่เป็ไรนะ!?” เขากล่าวอย่างร้อนรน
“ฉัน...”เรน่ายกมือขึ้น นิ้วมือสั่นเทา “ฉันรู้สึกอ่อนแรง ร่างกายชา...”
โนวาตวัดดาบฟาดฟันไปยังจุดที่ภูติเงาหายตัวไปแต่ก็พลาด ดาบของเขาฟันผ่านอากาศไป
‘การโจมตีกายภาพทำอะไรมันไม่ได้’โนวาคิดอย่างรวดเร็ว ‘ต้องหาทางอื่น’ ภูติเงาหายตัวไปในเงามืดอีกครั้ง
“โนวาน ทำไงดี?” เรน่าถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ
โนวามองดูเรน่าที่ทรุดลงกับพื้นใบหน้าของเธอซีดเผือด ริมฝีปากสั่นเทา ความกังวลกัดกินหัวใจ ‘ต้องทำอะไรสักอย่าง!’ เขาคิดพลางมองไปที่ยูนะ หญิงสาวครึ่งัยืนนิ่งดวงตาสีแดงก่ำจับจ้องไปยังเงามืดรอบตัว เธอกำหอกจันทราเสี้ยวแน่น พร้อมที่จะต่อสู้“ยูนะ! เอาผลึกเรืองแสงส่องมัน!”โนวาะโสั่ง
ยูนะไม่รอช้าเธอหยิบผลึกเรืองแสงออกมาจากกระเป๋า แสงสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วห้อง เผยให้เห็นร่างของภูติเงาที่กำลังย่างกรายเข้าหาเรน่าอีกครั้ง
ภูติเงาร้องคำรามต่ำๆ ราวกับไม่พอใจกับแสงสว่าง แต่มันก็ไม่ได้ล่าถอย แสงจากผลึกเรืองแสงไม่ทรงพลังพอที่จะทำอันตรายมันกลับกัน มันยิ่งโกรธเกรี้ยวมากขึ้น
“กรรรรรรร” เสียงคำรามดังกึกก้อง พลังด้านลบแผ่ขยาย ความโกรธแค้นความหงุดหงิด และความบ้าคลั่ง ไหลบ่าเข้าใส่ราวกับคลื่นั์
ภูติเงาพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วเหนือสายฟ้า! ยูนะเบี่ยงตัวหลบ ยกหอกขึ้นป้องกัน คมหอกกระทบกับกรงเล็บของภูติเงา“เร็วมาก...” ยูนะคิดในใจ
คราวนี้เธอััตัวมันได้แล้วความรู้สึกเย็นเยียบ ราวกับถูกน้ำแข็งกัดกร่อน แล่นริ้วผ่านร่างกาย ยูนะกัดฟันแน่นพยายามต้านทานพลังมหาศาลของมัน เธอกระหน่ำแทงหอกเข้าใส่ หวังจะสังหารมัน แต่ภูติเงาก็คลุ้มคลั่งมากขึ้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลบหลีกการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
โนวาเพ่งมองการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อ‘ต้องหาทางช่วยยูนะ!’ เขาคิด สายตาของเขากวาดไปรอบๆ มองหาอะไรก็ได้ที่จะใช้เป็อาวุธ
“เงานั่น...ใช่แล้ว!.” โนวาพึมพำ
“มันใช้เงาในการเคลื่อนที่!” เขาะโ
โนวามองเห็นเศษกระจกบานใหญ่พิงอยู่กับผนังใกล้ๆ กับหน้าต่างที่แสงแดดส่องลอดเข้ามา ‘นั่นแหละ!’ เขาคิด
โนวาเรียกใช้พลังประกายแสงความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาวิ่งไปหยิบเศษกระจก แล้วพุ่งไปที่หน้าต่างยกเศษกระจกขึ้น หันให้สะท้อนแสงแดดไปยังภูติเงาที่กำลังต่อสู้กับยูนะ แสงสว่างจ้าสาดส่องไปยังร่างหมอกสีดำ
ภูติเงากรีดร้องลั่นร่างกายของมันสั่นเทา แสงสว่างกัดกินพลังด้านลบ ทำให้มันอ่อนแอลง
“คราวนี้ล่ะ...” โนวาพุ่งเข้าหาภูติเงา
“ฉัวะ!” คมดาบฟันทะลวงร่างหมอกสีดำ เสียงร้องของภูติเงาดังสนั่นหวั่นไหว
“มันอ่อนแอลงแล้ว...” โนวาพึมพำ
ยูนะไม่รอช้าเธอพุ่งเข้าหาภูติเงา ที่กำลังาเ็ หวังจะปลิดชีพมัน แต่ภูติเงากลับมุดหายไปในรอยแยกของกำแพงก่อนที่คมหอกของเธอจะถึงตัว
“ยูนะ!” โนวาะโ
“ไม่ทัน...” ยูนะมองรอยแยกที่ว่างเปล่า “มันหายไปแล้ว”
ความเงียบปกคลุมมีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาดังสะท้อน ภูติเงาหายตัวไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยการต่อสู้และความกังวลที่กัดกินหัวใจ
ยูนะหญิงสาวครึ่งักำหมัดแน่นมองรอยแยกบนกำแพงที่ภูติเงาหายตัวไป “เจ็บใจชะมัด”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“ทำไม...มันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น?” เรน่าพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงสั่นเทา “น่า...น่ากลัว”
โนวาถอนหายใจเขามองสภาพของเรน่าและยูนะ ทั้งคู่ดูอ่อนล้า เหนื่อยหอบ ‘พวกภูติเงาปกติ มันไม่น่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้’ เขาคิดในใจ‘ภูติเงาทั่วไป มันไม่ได้อันตรายขนาดนี้ การที่มันกลายพันธุ์และโจมตีมนุษย์เป็เื่ผิดปกติ’
“เรากลับไปหาคนอื่นกันก่อนเถอะ” โนวากล่าว “เราต้องวางแผนกันใหม่”
ยูนะพยักหน้าเห็นด้วยเธอถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอาบหน้าผาก “อืม...ไปกันเถอะ” เรน่าพยายามรวบรวมสติ เธอเดินตามโนวาและยูนะออกไป
แสงสว่างเริ่มจางหายไป ความมืดแผ่คลุมพวกเขากลับมาถึงจุดนัดพบ มาคารอฟและมาคัสนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น!?” มาคารอฟถามด้วยความเป็ใ คิ้วสีขาวของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นรอยข่วนบนแขนของยูนะ“พวกเธอเป็อะไรไหม!?”
“โดนภูติเงาโจมตีน่ะ” ยูนะตอบ ยิ้มแห้งๆ
โนวาเล่าเื่ภูติเงากลายพันธุ์ให้มาคารอฟและมาคัสฟังอย่างละเอียดการโจมตีที่รวดเร็ว พลังที่ดูดซับชีวิต และการหายตัวไปในเงา
มาคัสพยักหน้า รับฟังอย่างตั้งใจเขาหยิบหนังสือเล่มหนา ปกหนังสีดำ ออกมาเปิด สายตาของเขากวาดไปตามตัวอักษร
“ภูติเงา มันเป็สัตว์ร้ายที่ดูดซับอารมณ์ด้านลบ และพลังชีวิตได้แค่อ่อนๆ เท่านั้น” เขากล่าว “การที่มันกลายพันธุ์และโจมตีมนุษย์ มันเป็เื่ที่ไม่ปกติเลย”
“แล้วการกลายพันธุ์ล่ะเกิดจากอะไร นายพอจะรู้ไหม?” โนวาถาม
“นะ นั่นสิอะไรเป็สาเหตุให้มันน่ากลัวได้ขนาดนั้น” เรน่าพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงสั่นเทา
“มันต้องต้องมีเหลุผลอะไรบางอย่าง” มาคัสกล่าว เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิด “อาจจะเป็...เบาะแสเกี่ยวกับอารากอส”
“การกลายพันธุ์อาจจะเกิดขึ้นเพราะ” เขาอธิบาย “ภูติเงาตัวนี้ดูดซับพลังงานที่แข็งแกร่ง...ถ้าฟังจากที่โนวาเล่ามา ดูเหมือนตอนที่มันคลั่งมันจะปล่อยอารมณ์ความโกรธที่รุนแรงออกมาใช่ไหม นั่นหมายความว่ามันดูดซับอารมณ์ความโกรธที่รุนแรงพอจะทำให้มันกลายพันธุ์เข้าไปแล้วคนที่มีอารมณ์ความโกรธที่รุนแรงจนสามารถทำให้มันกลายพันธุ์ได้ก็คือ...ผู้ใช้เส้นทางโลหิตอัคคี...”
“มาคัส เธอกำลังจะบอกว่า มีความเป็ไปได้ ที่มันจะดูดซับพลังอารมณ์ของอารากอสมาอย่างงั้นหรอ” มาคารอฟถาม ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด “ถ้าเป็อย่างนั้นจริงแปลว่าอารากอสเคยอยู่แถวนั้น ในเขตของสมาคมพ่อค้า”
“มีคามเป็ไปได้สูง” มาคัสตอบ “แต่ถ้าจะให้แน่ใจ เราต้องจับตัวมันไปให้รองหัวหน้าเอเม็ธช่วยวิเคราะห์ให้อย่างละเอียด”
โนวาคิดตาม ‘มันไม่บังเอิญไปหน่อยหรอ...ภูติเงากลายพันธุ์ ในเขตของสมาคมพ่อค้า...’
“ถ้าเราปล่อยเอาไว้มันอาจจะกลายพันธุ์จนแข็งแกร่งกว่านี้อีก” มาคารอฟกล่าวต่อความกังวลฉายชัดบนใบหน้า “ถ้าเป็แบบนั้น ผู้เคราะห์ร้ายจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะแน่”
“ต้องจับตัวมันให้ได้”ยูนะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ก่อนที่มันจะทำร้ายคนเพิ่มและก่อนที่มันจะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้”
มาคารอฟพยักหน้าเห็นด้วย“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาทางล่อมันออกมา” เขากล่าว ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขาเป็ประกาย “มันจะออกหาเหยื่อตอนกลางคืนและมันมักจะถูกดึงดูดโดยอารมณ์ด้านลบของสิ่งมีชีวิต”
เขาหันไปมองเรน่านักวิจัยสาวที่ยังคงตัวสั่น “เรน่า...เธอจะต้องเป็เหยื่อล่อเธอเหมาะกับหน้าที่นี้ที่สุด”
“ไม่นะ”เรน่าร้อง เธอกอดแขนตัวเองแน่น “ฉัน...ฉันไม่อยากสู้แล้ว”ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมหัวใจเธอ
“เธอไม่ต้องกังวล”ยูนะตบบ่าเรน่าเบาๆ “ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอ” เธอให้ความมั่นใจ “ทุกคนจะคอยช่วยเธอ”
“ฉันจะคอยสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง”โนวากล่าวเสริม เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะปกป้องเรน่า
“เราทุกคนจะช่วยกัน”มาคารอฟกล่าว รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“เอาล่ะมาเริ่มวางแผนกันเถอะ แผนของเราคือ...” เขากวาดสายตามองสมาชิกในกลุ่มอธิบายแผนการอย่างละเอียด “มาคัส นาย...”มาคารอฟหันไปพูดกับชายหนุ่มสวมแว่น “......”
กลุ่มของโนวายืนคุยกันอย่างเคร่งเครียดวิเคราะห์แผนการ และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า พวกเขาต้องร่วมมือกันใช้ความสามารถของแต่ละคน เพื่อจับกุม ภูติเงากลายพันธุ์
ความมืดมิดปกคลุมเมืองนิวโฮปราวกับผ้าคลุมดำผืนใหญ่ จนมองไม่เห็น มีเพียงแสงไฟจากในบ้านเรือน ที่ส่องสว่าง บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมหวีดหวิว และเสียงแมลงกลางคืน ที่ดังแว่วมา
กลุ่มของโนวายืนซุ่มตัวอยู่ในตรอกแคบๆ ใกล้กับบ้านร้างที่พวกเขาเคยเผชิญหน้ากับภูติเงากลายพันธุ์ เงามืดทอดตัว ยาว หนาราวกับอสูรกายกำลังจ้องมองพวกเขา
เรน่ายืนอยู่กลางตรอกห่างจากกลุ่มของโนวาประมาณสิบเมตร เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความกลัว มือข้างหนึ่งกุมผลึกเรืองแสงไว้แน่น
“เฮ้อ…ฉัน ฉันทำได้” เธอพูดกับตัวเอง น้ำเสียงสั่นเทา “ต้องทำได้สิ เรน่า! เธอต้องรอด! ขออย่าให้มันเ็ปเลย” ความหวาดหวั่นกัดกินหัวใจ เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็เหยื่อล่อ
อารมณ์ด้านลบความกลัว ความกังวล และความสิ้นหวัง แผ่ซ่านออกมาจากตัวของเรน่า ราวกับคลื่นแม่เหล็กดึงดูดสิ่งมีชีวิตในความมืด
“มาแล้ว!”มาคารอฟกระซิบ จากมุมมืดของตรอก “เตรียมพร้อม ทุกคนเรน่าถอย!”
โนวาที่ซุ่มตัวอยู่บนหลังคาบ้านร้างยกผลึกเรืองแสงขึ้น แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมาขับไล่เงามืด เผยให้เห็นร่างของภูติเงา “ภูติเงากลายพันธุ์” โนวาพึมพำ
ยูนะกระโจนออกมาจากมุมตึกหอกจันทราเสี้ยวในมือ ส่องประกายสีเงิน
ภูติเงาหยุดชะงักมันหันมามองแสงสว่าง ดวงตาสีแดงก่ำ จ้องมองโนวา ยูนะ และเรน่า ด้วยความเกลียดชัง
“กรรรรร!!!”มันคำรามลั่น เสียงก้องกังวานไปทั่วตรอกแคบ ๆ”
ภูติเงากระโจนเข้าใส่เรน่าอีกครั้งคราวนี้มันพุ่งตัวออกมาจากเงามืดหลังร้านขายของเก่า กรงเล็บแหลมคม พร้อมจะฉีกกระชากความเร็วของมันยังคงน่าตื่นตะลึง
“โล่แห่งเมตตา!” มาคารอฟ ชายชราผู้ใจดีะโออกมา เขาะโเข้ามาขวางหน้าเรน่ามือข้างหนึ่งยื่นออกไป โล่พลังงานสีเขียวอ่อน ปรากฏขึ้น ราวกับกำแพงแก้ว ปกป้องเรน่าจากกรงเล็บของภูติเงาเสียงกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว
“แม่หนูรีบถอยไป!”มาคารอฟะโบอก
แต่เรน่ายังคงตัวแข็งทื่อยืนนิ่งก้มหน้า มือข้างหนึ่งกำแน่น ริมฝีปากบางเฉียบขยับ ราวกับกำลังพึมพำอะไรบางอย่าง
“เรน่า!”ยูนะร้อง เธอกระโจนเข้าไปหาเรน่า หวังจะดึงเธอออกมา
“ฉันจะล่อมันเอง”โนวาะโลงมาจากบนหลังคา “ยูนะ! คอยดักมันไว้!ส่วนเรน่าหลบไปก่อน!”
โนวายกผลึกเรืองแสงขึ้นสูงแสงสว่างจ้า สาดส่องไปยังภูติเงาที่กำลังต่อสู้กับมาคารอฟ ร่างกายโปร่งแสงของภูติเงาปรากฏขึ้นชัดเจนเผยให้เห็นรูปร่าง คล้ายมนุษย์ผสมกับหมาป่า หลังค่อม กรงเล็บยาว และดวงตาสีแดงก่ำ
ภูติเงาร้องลั่นด้วยความเ็ปแสงสว่างกัดกินพลังด้านลบของมัน “กรรรร…!” มันคำรามก่อนจะหันขวับ พุ่งเข้าใส่โนวา
‘เร็ว’โนวาคิดในใจ ‘แต่มันไม่ได้รวดเร็วเท่าเมื่อก่อนแสงทำให้มันอ่อนแอลง’
โนวาะโหลบใช้พลังของเส้นทางพันธสัญญาเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย เขาะโข้ามหลังคา หลบกรงเล็บของภูติเงาได้อย่างหวุดหวิด
“โอกาสนี้ล่ะยูนะ!” โนวาะโบอก พลางะโข้ามหลังคาอีกหลัง
ยูนะะโข้ามหลังคาด้วยความเร็วและพละกำลังเธอเหวี่ยงหอกจันทราเสี้ยวฟาดฟันภูติเงาที่กำลังพุ่งเข้าใส่โนวา
“โดนซะ!” เธอะโ คมหอกเฉียดผ่านร่างหมอกสีดำไปเพียงนิดเดียว ภูติเงาด้วยสัญชาตญาณของนักล่าเบี่ยงตัวหลบ มุดหายไปในเงามืดอีกครั้ง
‘บ้าจริง’ ยูนะขมวดคิ้ว “มันหนีอีกแล้ว” เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ‘มันหายไปไหน?’ เธอคิด มองหาเงา มองหารอยแยกมองหาอะไรก็ได้ที่ภูติเงาสามารถใช้ซ่อนตัว และแล้วสายตาของเธอก็ไปหยุดที่รอยแยกใต้ถุนบ้านบนหลังคา
“มันจะหนีไปอีกแล้ว!”ยูนะะโบอกโนวา
“ทางไหน!”โนวาะโกลับ เขายังอยู่บนหลังคาฝั่งตรงข้าม
มาคัสวิ่งมาที่กลางตรอกชี้นิ้วไปทางขวา “มันกำลังจะไปที่หลังคาบ้านฝั่งขวา!”เขากล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตัว
เรน่าที่ยืนนิ่งั้แ่ก่อนหน้าจู่ ๆ ก็พุ่งตัวออกไป เธอคว้ามีดสั้นในมือแน่น ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ที่เคยหวาดกลัว กลับว่างเปล่าใบหน้าซีดเผือดของเธอกลับดูมุ่งมั่นไร้อารมณ์ “ฉันต้องช่วย”เธอพึมพำ
“ฉันจะต้องมีสมาธิ” น้ำเสียงของเธอนิ่งสงบราวกับคนละคนดวงตาสีน้ำตาลเข้ม จับจ้องไปยังจุดหมาย เธอะโข้ามหลังคาบ้าน ตามที่มาคัสบอก ท่วงท่าของเธอคล่องแคล่วว่องไวและแม่นยำราวกับนักกายกรรม
ทุกคนในกลุ่มมองตามเธอไปด้วยความตกตะลึง เรน่าที่ขี้กลัว เรน่าที่หวาดระแวง เรน่าที่อ่อนแอหายไปไหน?
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”ยูนะถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
โนวาไม่ได้ตอบอะไรเพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรน่าเท่าไหร่เหมือนกัน เขาจดจ่ออยู่กับภูติเงาเขายกผลึกเรืองแสงขึ้น ส่องแสงไปทั่วหลังคาบ้าน
ภูติเงาร้องลั่นมันพยายามหลบหนี แต่แสงสว่างก็ไล่ตามมัน ราวกับเงาตามตัว
“ครืดดด ครืดด...”โนวาพึมพำ “เรน่าอยู่ตรงไหนแล้ว?”
“เจอตัวแล้ว!” โนวาะโ เขามองเห็นเรน่า กำลังต่อสู้กับภูติเงาอยู่หลังปล่องไฟเขาะโลงมาจากหลังคา ใช้พลังของเส้นทางพันธสัญญาเสริมความแข็งแกร่งให้กับขา เขารีบวิ่งไปยังจุดที่เรน่าอยู่
“ฉัวะ!”โนวาฟันดาบเข้าใส่ภูติเงาที่กำลังเสียสมาธิ
ภูติเงาร้องลั่นด้วยความเ็ปมันหันมาจ้องมองโนวา “กรรรรร…” เสียงคำราม ดังกึกก้องเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“ถึงตาฉันบ้าง!” เสียงของยูนะดังขึ้นจากด้านหลังของภูติเงา เธอกระโจนเข้ามาหอกจันทราเสี้ยวในมือส่องประกาย คมหอกพุ่งเข้าหาภูติเงา แต่ด้วยสัญชาตญาณ มันเบี่ยงตัวหลบคมหอกเฉียดผ่านร่างหมอกสีดำไปอีกครั้ง
“บัดซบ! หลบได้อีกแล้ว!” ยูนะสบถ “แต่ร่างกายของมันเล็กลงแล้ว!”เธอสังเกตเห็น ภูติเงาที่เคยใหญ่พอๆกับคน เริ่มหดเล็กลง
โนวาและยูนะผลัดกันโจมตีภูติเงา โนวาฟันดาบ ยูนะแทงหอก ผลึกเรืองแสงในมือของโนวา สาดส่องแสงสว่างรบกวนการเคลื่อนไหวของมัน มาคารอฟยืนขวางหน้าเรน่า โล่พลังงานสีเขียวอ่อน ปกป้องเธอจากการโจมตี
ภูติเงาดิ้นรน พยายามหลบหนีแต่มันก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ แสงสว่าง และคมดาบกับคมหอก กัดกินพลังด้านลบของมัน
“มัน…อ่อนแอลงเรื่อยๆ!”โนวากล่าว แต่เขาก็รู้สึกกังวล เพราะยิ่งภูติเงาตัวเล็กลงเท่าไหร่ การโจมตีก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
ทันใดนั้นเรน่าก็พุ่งตัวเข้ามา เธอไม่สนใจความกลัวอีกต่อไป สมาธิของเธอจดจ่ออยู่ที่ภูติเงามองการเคลื่อนไหวของภูติเงาอย่างไม่ละสายตา เธอเรียกใช้พลังของเส้นทางประกายแสงขั้นที่1เสริมความแม่นยำให้กับมีดสั้นในมือ
“กรี๊ดดดดดดดดด!!” ภูติเงาร้องลั่น เมื่อคมมีดสั้นของเรน่าพุ่งเข้าปักที่กลางลำตัวของมัน ร่างกายของมันสั่นเทา หดเล็กลงกว่าเดิม
“รีบจับมันเลย!”มาคารอฟะโ มาคัสที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบวิ่งเข้ามา พร้อมกับโหลแก้วในมือ
มาคัสย่อตัวลงพยายามจับภูติเงาที่กำลังอ่อนแรงใส่โหลแก้ว ภูติเงาดิ้นรนพยายามหลบหนีแต่มันอ่อนแอเกินไปจนทำอะไรไม่ได้ “สำเร็จ!” มาคัสยิ้ม เขาปิดฝาโหลแก้วแน่น
พวกเขามองภูติเงาที่ถูกขังอยู่ในโหลแก้วด้วยความโล่งอกทุกคนในกลุ่มปาดเหงื่อ และหายใจหอบอย่างเหนื่อยล้า ภารกิจจับกุมภูติเงากลายพันธุ์ จบลงด้วยดี
บทที่17“การตามล่าภูติเงากลายพันธุ์”
ค่าความชอบปัจจุบัน: 5
ค่าความชอบ: 15
*หมายเหตุ:ค่าความชอบ คือค่าที่ส่งผลต่อการดำเนินเื่ การตัดสินใจของผู้ดำเนินเื่ราว
ค่าความชอบจะถูกคำนวณผ่านการมีส่วนร่วมของนักอ่านทั้งการแสดงความคิดเห็น การกดหัวใจ การให้กำลังใจ และอื่นๆ ทุกการมีส่วนร่วมจะถูกนำมาคำนวนและมอบให้กับผู้ดำเนินเื่ราวค่าความชอบจะถูกคำนวนในเวลา 12:00 น. ของวันถัดและ 1 บท จะถูกคำนวนได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น