กานต์สินีย้ายไปอยู่ที่อพาร์เม้นต์ที่คมฉณัฐหาให้โดยมีบอดี้การ์ดที่เขาจ้างมาไปส่ง หล่อนยืนนิ่งอยู่ในห้องหลังจากบอดี้การ์ดกลับไปแล้วเขาคอยส่งบอดี้การ์ดมาดูแลทุกวัน ทำไม! โชคชะตาต้องเล่นตลกกันแบบนี้ ทั้งๆ ที่ได้มีรักแท้จริงแล้วแต่กลับต้องสูญเสียมันไป หล่อนปรารถนาให้เขาเป็ทุกอย่างของชีวิตทว่ามันกลับจบลงไม่สวยงาม แถมฝันความแค้นให้ตราตรึงภายในจิตใจ
ชายโฉดชั่วเ่าั้ต้องได้รับกรรมสนองหล่อนยอมแลกทุกอย่างแม้แต่ชีวิตตัวเอง เพื่อไม่ให้เขาล่วงรู้ความจริงอันแสนขมขื่นทำราวกับว่าตัดใจได้ไม่ได้มีความรู้สึกใดหลงเหลือ ทั้งที่ใจนี้มีเขาอยู่ทุกห้องชะตาชีวิตช่างน่าขัน สรรค์สร้างชีวิตหล่อนให้บัดซบสิ้นดีหนีหัวซุกหัวซุนจนหาที่พึ่งพิงได้ กระนั้นยังถูกแย่งชิงทำไมทุกอย่างซึ่งเป็ของหล่อนต้องถูกผู้อื่นพรากเอาไปด้วย
มันเกิดขึ้นเพราะชายชั่วเพียงคนเดียวไอ้เสียเต็ง! หล่อนต้องให้มันได้รับความทรมานอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ ให้เหมือนที่ตนกล้ำกลืนอยู่ในเวลานี้
ให้รักมากเพียงใดแต่ไม่อาจเคียงคู่ หล่อนขอเลือกฝังความแค้น ก่อนเลือกหัวใจ
เมตไตรย์ยืนหน้าซึมต่อหน้าบิดาเมื่อเขาไม่สามารถชิงตัวกานต์สินีมาจากคมฉณัฐได้เขาเองพยายามทุกวิถีทางแล้วแต่ผู้บริหารระดับนั้นเองก็มีเพื่อนและคนรู้จักที่มีอำนาจมากมายไม่น้อย
“เมื่อไหร่แกจะได้ตัวอีนางนั้นมาฮะ!”ตวาดบุตรชายลั่น
“ผมรอโอกาสอยู่พ่อแต่กานต์หนีไปอยู่กับแฟนเก่าผมเลยจับตัวมาไม่ได้!”
“แกจะรอให้มันเอาสมบัติประจำตระกูลหนีไปอยู่เมืองนอกหรือไงแกรู้ไหมว่ามันมีค่าเท่าไหร่!” ใบหน้าเสี่ยเต็งแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ผมจะพยายามเอามันกลับมาให้ได้ครับพ่อ”
“จัดการให้เรียบร้อยเ้าไตรย์อย่าให้มีปัญหาตอนนี้จะไปไหนก็ไปซะ ฉันเห็นหน้าแกแล้วเครียด ดันเอางูพิษมาอยู่ในบ้าน!”
เมตไตรย์ขบกรามอยากฆ่าเสียให้ตายคามืออุตส่าห์สงสารหล่อน รักหล่อน พามาอยู่ที่บ้านด้วยแนะนำให้พ่อรู้จัก ทั้งๆ ที่หล่อนเองก็ไม่ได้เป็ผู้หญิงเลิศเลอมาจากไหนคู่หมายที่บิดาพยายามหาให้ยังดีเสียกว่า แต่เพราะรักถึงได้ยกขึ้นมาเป็ภรรยา แค่ปลีกตัวไปทำงานต่างจังหวัดไม่กี่วันกลับได้ข่าวว่าหล่อนหอบเอาสมบัติประจำตระกูลหนีหายไปอยู่กับแฟนเก่าหล่อนมันงูพิษชัดๆ
“นายครับ” ลูกน้องของเมตไตรย์มารายงานข่าว
“มีอะไร”
“กานต์สินีย้ายออกมาจากบ้านของคุณคมฉณัฐแล้วครับ”
เขาแทบะโออกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แบบนี้คงจัดการได้เสียที
“รอจังหวะดีๆแล้วจัดการจับตัวนางนั่นมาให้ฉัน อย่าเพิ่งให้พ่อรู้ ฉันอยากจะรู้เื่บางอย่างจากปากของกานต์!”
กานต์สินีนั่งชันเข่าอยู่บนเตียง เฝ้าคิดวกวนในหัว ต้องทำยังไงไม่ว่าจะเสียอะไรไปเท่าไหร่ แต่เสียเต็งจะต้องพินาศด้วยมือคู่นี้นึกถึงวันนั้นวันที่เขาเข้ามาเมตไตรย์เป็ผู้ชายที่ดีพร้อมทุกอย่างเขาเข้ามาในชีวิตคิดว่าครั้งนี้หล่อนคงมีความรักที่แท้จริงสักที หลังจากเลิกกับคมฉณัฐ หล่อนทำตัวแย่ๆเที่ยวกลางคืนทุกวัน จนได้มาเจอเขา เหมือนกำลังได้รักใหม่ เมตไตรย์แนะนำหล่อนต่อบิดาพาเข้ามาอยู่ร่วมบ้าน เสี่ยเต็งแสดงท่าทีเอ็นดู จนกระทั่งเมตไตรย์ต้องไปทำงานต่างจังหวัดวันนั้นเองที่หล่อนไม่มีวันลืม เสี่ยเต็งสั่งให้ลูกน้องพาตัวหล่อนไปพบที่ห้องนอนลงมือข่มขืนและยังให้ลูกน้องจัดการหล่อน มิหนำซ้ำยังอัดคลิปวีดีโอไว้แบล็กเมล์แลกกับการจากไปจากที่นี่และไม่ต้องมาพบบุตรชายของเขาอีกเสี่ยเต็ง้าให้เมตไตรย์แต่งงานกับผู้หญิงที่ตนเองหาให้เท่านั้น
กานต์สินียอมไปจากเมตไตรย์แต่ใน่ที่เมตไตรย์ทำงานต่างจังหวัด หล่อนยอมนอนกับเสี่ยเต็งทุกวัน เพื่อล้วงความลับ...และในที่สุดก็เอามันมาได้ Black Diamond สมบัติประจำตระกูลของพวกมัน!ก่อนไปหล่อนโน้ตข้อความไว้ให้กับพวกมัน
“ถ้าหากแกกล้าเอาคลิปให้ลูกชายแกดูหรือเอาไปประจานแกจะไม่มีวันได้เห็นสมบัติประจำตระกูลของแกอีก!
หล่อนอยากจะหัวเราะให้กับโชคชะตาตัวเองนักไม่ได้อยากโทษใคร แต่ที่หล่อนมาหาคมฉณัฐก็เพียงเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น สิ่งที่หล่อนเกลียดคือการเห็นมิลันดาได้ดีกว่าเท่านั้นผู้หญิงคนนั้นเคยถูกคมปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแต่ทำไมเมื่อกลับมามิลันดาถึงได้มีทุกอย่างที่คนอย่างหล่อนไม่มี ทั้งครอบครัวการศึกษา หรือแม้แต่หน้าตาที่สะสวย ใช่! หล่อนกำลังอิจฉาแล้วผิดหรือในเมื่อมิลันดากำลังแย่งที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งของหล่อนไปความแค้นมันสุมอยู่ในอกจนแทบจะะเิออกมาอยู่แล้วเื่นี้คมฉณัฐเท่านั้นที่จะช่วยได้ เพียงแค่้ายืมมือเขาเพื่อจัดการกับไอ้เสี่ยเต็งจะต้องทำให้เขากลับมาหาให้ได้
คมฉณัฐมาหาภรรยาที่โรงพยาบาลร่างบางเดินมาถึงด้านหน้าเห็นเขายืนยิ้มอยู่จึงสาวเท้าไปหา พยาบาลสาวๆ ที่อยู่รอบบริเวณนั้นต่างหันมามองเมื่อสามีของหมอมิลันดารูปหล่อสมคำร่ำลือ
“วันนี้พี่มารับนะครับ?” เขาบอกแล้วเดินนำไปยังรถ
“ทำไมต้องมารับด้วยล่ะคะมิกลับเองได้”
“แม่บอกให้พี่มารับมิน่ะ” โกหกออกมาทั้งๆ ที่จริงแล้วแม่ยายเขาไม่ได้สั่ง
มิลันดาเหลือบมองแล้วเม้มริมฝีปากไม่พอใจลึกๆมารับเพราะแม่บอก ช่างเป็ผู้ชายที่ว่านอนสอนง่ายกับแม่หล่อนจังเลยนะ คุณหมอเปิดประตูนั่งคู่เบาะด้านหน้ารถเคลื่อนออกสักระยะเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นคมฉณัฐรับสายแล้วเสียบบลูทูชเข้ากับใบหู
“ครับ”
“คุณคมฉณัฐครับคุณกานต์สินี เธอกรีดข้อมือฆ่าตัวตายครับ ดีที่ผมห้ามไว้ทันคุณช่วยมาดูเธอหน่อยได้ไหมครับ!”บอดี้การ์ดที่เขาจ้างให้ดูแลกานต์สินีรายงาน
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์สีหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัดมิลันดาเหลียวมองด้วยความสงสัยจากนั้นในรถเกิดความเงียบจนกระทั่งรถจอดเทียบหน้าบ้าน
มิลันดาเปิดประตูลงแต่เขาไม่ได้มาด้วย
“น้องมิพี่ไปทำธุระก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา”ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งออกมาทันที หญิงสาวไม่ได้เอ่ยปากถามสักคำ
เขารู้สึกปวดหัวกับการกระทำของกานต์สินีมากขึ้นเรื่อยๆ หล่อน้าอะไรกันแน่ถึงให้ช่วย เขาเองพยายามทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่แต่ทำไมหล่อนไม่หยุด พอถึงคอนโดคมฉณัฐเข้าห้องมองดูอดีตคนรักแววตาแข็งกร้าวหล่อนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยมีบอดี้การ์ดที่เขาจ้างยืนเฝ้าอยู่
คมฉณัฐคว้าข้อมือของอีกฝ่ายมาดู“ทำบ้าอะไรกานต์ ผมปวดหัวกับคุณมากแล้วนะ!”
“คุณไม่เข้าใจหรอกคมหลักจากเลิกกับคุณ คุณรู้ไหมว่ากานต์เจออะไรมาบ้าง” หยาดน้ำตาเริ่มรินไหลภาพเ่าั้มันวนเวียนเข้ามาจนแทบบ้า
“ผมไม่เข้าใจหรอกนะว่าคุณเจออะไรมาบ้างแต่สิ่งที่คุณกำลังทำมันเป็สิ่งที่สิ้นคิดที่สุด!”
“กานต์ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว คมทำเหมือนกานต์ไม่มีความหมายคมกำลังผลักกานต์ออกจากชีวิต กานต์้าคมนะกานต์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่คนเดียว” ถ้อยคำตัดพ้อพรั่งพรูออกมา
“ผมเข้ามาดูแลคุณตลอดไม่ได้หรอกกานต์ผมแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ผมไม่อยากทำให้น้องมิลำบากใจ” บอกความจริงในใจออกไปเขากำลังทำให้มิลันดายอมรับในตัวเขา แต่หากยังมายุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงคนอื่นมากหล่อนคงไม่มีทางเปิดใจอีกแน่
กานต์สินีกัดริมฝีปากจำต้องแสร้งเล่นบทเ้าน้ำตาต่อไป วันนี้ยังไงซะ รูประหว่างเธอกับเขาจะต้องถูกส่งไปให้มิลันดาได้เห็น
“กานต์เข้าใจค่ะคมยังไงวันนี้คมก็มาแค่นี้กานต์ก็ขอบคุณคมมากแล้ว” กานต์สินีทำเสียงเศร้า
“ผมว่าคุณทำใจให้สบายแล้วกันผมจะให้บอดี้การ์ดมาดูแลคุณ ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครกล้าทำร้ายคุณหรอก” ตั้งท่าจะหันหลังกลับ มิลันดาคงกังวลแล้ว
“เดี๋ยวคะคม!” มือคว้าท่อนแขนเขาไว้
“กานต์ขอกอดคุณได้ไหมคะแล้วกานต์จะไม่รบกวนคุณอีก” น้ำเสียงอ้อนวอนของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มถอนใจออกมา
เขายอมทำตามใจอีกฝ่ายโดยการกอดตอบแม้ไม่อยากทำแบบนี้แต่เพื่อตัดปัญหา กานต์สินียกโทรศัพท์ออกมาถ่ายภาพจากด้านหลัง เขาผละจากเธอเพื่อเดินทางกลับใจเริ่มกังวลป่านนี้มิลันดาคงคิดมากแล้ว ออกมาด้านนอกเห็นบอดี้การ์ดกำลังยืนอยู่
“ฝากด้วยคอยดูบ่อยๆ ผมไม่อยากให้ทำร้ายตัวเอง” เขาสั่งบอดี้การ์ด
“คุณคมไม่พาเธอไปโรงพยาบาลจิตเวชล่ะครับผมเห็นเธอทำแบบนี้หลายครั้งแล้ว” บอดี้การ์ดแนะนำ
“อยากพาไปอยู่แต่ดูท่าแล้วคงอาละวาดหนักแน่ ผมจะค่อยๆบอกให้กานต์เข้าใจสิ่งที่ตัวเองน่าจะเป็แล้วกัน” ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วพ่นลมหายใจ“บางที กานต์อาจเป็โรคซึมเศร้าก็ได้”
“ครับคุณคมผมจะดูแลให้สักพักก่อน”
“ขอบคุณมากผมขอตัวก่อน” ชายหนุ่มตัดบทแล้วก้าวออกมา
คมฉณัฐขับรถออกจากคอนโดเพื่อกลับจอดรถได้รีบขึ้นห้องนอนเพื่อไปหาภรรยามิลันดามองภาพในมือถือดวงตาเรียวไหวระริกมือบางสั่นเทา แสดงว่าเขาไปหากานต์สินีท่าทางรีบร้อนขนาดนั้นเชียว เขาเปิดประตูเข้ามาร่างบางรีบซ่อนมือถือ เขามองสีหน้าหล่อนด้วยความสงสัยเกิดเื่อะไรหรือเปล่า น้องมิถึงมีท่าทีแปลกๆ เช่นนี้
“แม่ให้ไปทานข้าวค่ะพี่คม”หล่อนบอกเสียงแ่แล้วออกมาจากห้อง
เขาก้าวตามมามองแผ่นหลังบอบบางด้วยความงุนงง
ลงมาชั้นล่างร่วมโต๊ะอาหารคนคิดมากนั่งเขี่ยข้าวตักได้มีกี่คำกลับรวบช้อนดาวเรืองมองบุตรสาวแล้วส่งสายตาทางลูกเขย สองคนนี้ดูท่าคงมีเื่กันแน่
“อิ่มแล้วเหรอมิ”คนเป็แม่ถามด้วยความเป็ห่วง
“ค่ะ”หล่อนตอบแล้วลุกยืน ก้าวชึ้นชั้นสอง
คล้อยหลังลูกหล่อนเลยหันไปทางคมฉณัฐ “พ่อคมยัยมิเป็อะไรไปทะเลาะกันหรือเปล่า”
“เปล่านะครับผมไม่ได้ทะเลาะกับน้องมิเลยครับ”
“แล้วยัยมิเป็อะไรอาการแบบนี้เป็เฉพาะเวลาที่...” ดาวเรืองครุ่นคิดมองคมฉณัฐพร้อมกับขมวดคิ้ว
“เวลาที่อะไรครับ” ชายหนุ่มสงสัย
“เวลาที่พ่อคมทำให้เสียใจนะสิ!”
คมฉณัฐอ้าปากค้างไหงความซวยถึงได้มาตกที่เขาซะล่ะ แล้วเขาไปทำอะไรตอนไหนกันล่ะนี่
“ผมไม่รู้เื่นะครับผมทำอะไรตอนไหนล่ะครับ”
เสียงข้อความโทรศัพท์ดาวเรืองดังขึ้นมือลวงกระเป๋าเสื้อหยิบมาดูหลุบตามองหน้าจอ สงสัยว่าใครกันที่ส่งข้อความมาถึงหล่อนเมื่อเปิดดูดวงตาเบิกค้างด้วยความใ หล่อนเหลือบไปมองหน้าลูกเขยแววตาแข็งกร้าว
“พ่อคมวันนี้ตอนเย็นหลังจากส่งยัยมิแล้วไปไหนมา!” ดาวเรืองถามเสียงสูง
คมฉณัฐอึกอักไม่กล้าตอบเขาเองไม่อยากทำให้ทุกคนที่นี่ลำบากใจกับเื่ของกานต์สินี
“ผมไปหากานต์มาครับกานต์เอามีดกรีดข้อมือตัวเอง ผมเลยไปหาเพื่อจะดูว่าเธอเป็ยังไงบ้างก็เท่านั้นครับ” ตัดสินใจตอบไปตามตรง
“ไปดูแล้วทำไมต้องกอดกันด้วยล่ะพ่อคม!”
“กอดเหรอครับ?” ย้อนถามด้วยความสงสัย
“ใช่!”
ชายหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาไปพบกานต์สินีจำได้ว่าหล่อนร้องขอ และตนยอมตอบรับเพื่อตัดปัญหา
“ผมให้กานต์กอดเพราะเธอสัญญาว่าจะไม่วุ่นวาย จะยอมให้ผมกลับมาที่บ้านผมทำเพื่อตัดปัญหาครับ”
ดาวเรืองถอนหายใจเฮือกหนึ่งหล่อนรู้ว่าคมฉณัฐไม่ทำตัวนอกลู่นอกทางแต่ยัยกานต์สินีเนี่ยสิ
“งั้นเหรอ”
“แล้วคุณแม่รู้ได้ไงครับว่าผมกอดกับกานต์”
“นี่ไงดูสิ”
ดาวเรืองยื่นโทรศัพท์มือถือให้ดูเขารับมามองภาพระหว่างเขากับกานต์สินีกำลังกอดกันอยู่ในหน้าจอ คนในภาพตีหน้าเครียด
“ผมไม่คิดว่ากานต์จะทำแบบนี้เลยครับ” ความหนักใจถาโถมเข้ามาอีกระลอก กานต์สินีกำลังเล่นตลกอะไรกัน
“แม่ว่าแม่กานต์สินีเนี่ยคงอยากให้ยัยมิหึง หรือให้บ้านเราเข้าใจผิดพ่อคมแน่นอนคงอยากให้คมกลับไปคืนดีด้วย” ดาวเรืองออกความเห็น
คมฉณัฐสูดลมหายใจเข้าปอด“ผมไม่ทางกลับไปแน่นอนครับ ผมยืนยันได้”
“จ้ะแม่เชื่อว่าคมต้องไม่กลับไป” ดาวเรืองยิ้มกับคำตอบของลูกเขย
ชายหนุ่มมองดูภาพอีกครั้งหากแม่เห็นภาพนี้ คนข้างบนคงไม่แตกต่างกัน เป้าหมายกานต์สินีน่าจะเป็น้องมิมากกว่า
“รูปนี้ถ้าแม่เห็น น้องมิก็คงเห็นใช่ไหมครับ”
“น่าจะเป็แบบนั้นจ้ะไปอธิบายสิคม น้องจะได้เข้าใจ” หล่อนสนับสนุน
“ครับ”
กลับมาที่ห้องเห็นหล่อนนอนหลับแล้วสูงยืนพิจารณาคนบนเตียงแววตาอ่อนโยน เปลี่ยนไปมากเหลือเกินน้องมิ โตแล้วความคิดย่อมแตกต่างจากเด็กตอนนั้นเขาไม่น่าคิดผิดเลย ไม่เช่นนั้นเื่ระหว่างเราสองคนคงง่ายกว่านี้ไม่ต้องมาเล่นละครตบตาให้กระอักกระอ่วน
มิลันดาแกล้งหลับตาเวลานี้การไม่พูดกันน่าจะเป็การดีกว่า หล่อนไม่รู้หรอกว่าเขารักคุณกานต์สินีหรือไม่แต่การไปหากันแบบนี้ในขณะที่ตนมีภรรยาสำหรับมิลันดา มันถือเป็การไม่ให้เกียรติกันหากพี่คมบริสุทธิ์ใจต้องบอกหล่อนก่อนเคลื่อนรถหายอย่างรวดเร็วแต่เขาเลือกไม่ปริปากสักคำ การกระทำเ่าั้ทำให้หล่อนรู้สถานะตนเอง
เพราะมัวหลงระเริงดีใจกับถ้อยคำท่าทางของเขาจนลืมว่านี่คือละครฉากหนึ่ง หล่อนมีใจให้เขาเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว พอถูกทำดีด้วยแสดงบทสามีผู้แสนรักภรรยาเลยยิ่งคิดเลยเถิด บางที... พี่คมอาจมีใจให้กันก็เป็ได้ทว่าสุดท้ายแล้วหล่อนต้องยอมรับความจริงว่านั้นแค่ความคิดตนเองผู้เดียวไม่ใช่อีกฝ่าย
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าใกล้มากขึ้นเหมือนเห็นคนบนเตียงขยับเล็กน้อยเลยรู้ หล่อนยังไม่ได้หลับ
“หลับแล้วหรือน้องมิพี่มีเื่จะพูดกับน้องมิสักหน่อยน่ะครับ” ชายหนุ่มเปรยออกมา “พี่ไปหากานต์มา เพราะเธอใช้มีดกรีดข้อมือตัวเองตั้งใจฆ่าตัวตายก่อนพี่กลับมากานต์ขอกอดเป็ครั้งสุดท้าย เพื่อให้เื่เก่าๆ ในอดีตมันจบไปพี่เลยยอม แต่พี่ไม่คิดว่ากานต์จะถ่ายรูปแล้วส่งให้น้องมิ” เขาอธิบาย
หล่อนกัดฟันแน่นคิ้วบางขมวดเข้าหากันลมหายใจเริ่มหนักขึ้นลุกพรวดจากที่นอน จ้องมองเขาตาเขียวขุ่น
“จะมาอธิบายมิเพื่ออะไรคะในเมื่อพี่ตัดสินใจไปโดยไม่บอกสักคำ พอรูปมันโชว์หราแล้วมาพูดมันไม่สายไปหน่อยเหรอ” หญิงสาวย้อนถาม แววตาหม่น
“ที่พี่ไม่บอกั้แ่แรกเพราะไม่อยากให้มิไม่สบายใจ”
คนฟังยิ้มเยาะ“มิคงไม่รู้สึกอะไรหรอกค่ะ มิท่องไว้ตลอดอยู่แล้วว่าพี่คมไม่ได้เป็สามีที่แท้จริงแค่พี่บอกมิว่าไปหาคุณกานต์สินี แค่นี้คงไม่หนักหนามิไม่ใช่คนแล้งน้ำใจที่จะรั้งพี่ไว้ไม่ให้ไปช่วยคนกำลังจะตาย”
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนโดนตีแสกหน้าใช่แล้วทุกอย่างมันเป็แค่เื่หลอกลวง แต่เขาตั้งใจทำให้ทุกอย่างมันเป็จริงแต่ดูท่าแล้วมิลันดาคงไม่ยอมง่ายๆ เหตุการณ์ในวันนี้ดูเหมือนหล่อนโกรธมากเสียด้วย
“น้องมิโกรธพี่มากเหรอครับ”
“มิโกรธเพราะมิรู้สึกว่าพี่ไม่ให้เกียรติกัน ถึงอย่างไรมิก็ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาพี่คนภายนอกจะมองอย่างไรถ้ารู้ว่าพี่ไปหาแฟนเก่าทั้งที่เมียนอนอยู่ที่บ้าน!” ยิ่งพูดน้ำตามันยิ่งกลั้นยากมากขึ้น หล่อนน้อยใจนัก
ชายหนุ่มสะอึกกับความคิดของหล่อนเื่นี้เขาผิดเองจริงๆ
“น้องมิพี่ขอโทษ” เขาบอกสีหน้าจริงจัง แววตาหล่อนส่งมายิ่งทำเอาหวั่นใจ “พี่สัญญาพี่จะไม่ทำอีกแล้ว”
ริมฝีปากบางถูกกัดจนเป็ห่อเืมือบางกำแน่นข้างตัว หล่อนพยายามเก็บความรู้สึกไว้ภายในไม่อยากต่อว่าเขาให้ตนเองต้องเ็ป แต่ปากดันไวเมื่อเขาอธิบายเื่ในวันนี้หากภาพไม่โชว์ให้เห็นทุกอย่างคงเป็ความลับต่อไปแล้วพี่คมคงเดินทางพบผู้หญิงคนนั้นต่อ
“จะมีประโยชน์อะไรคะพี่คมที่ขอโทษมิ ในเมื่อสุดท้ายแล้วพี่ต้องกลับไปหาคุณกานต์สินีอีกแน่”หญิงสาวบอกแล้วลุกยืน “มิจะไปนอนห้องรับแขก พี่นอนเถอะค่ะ”
ร่างบางลงจากเตียงเพื่อไปยังอีกห้องแต่เรียวแขนกลับถูกคว้าไว้
“ปล่อยมินะพี่คม!”
ร่างสูงไม่ยอมปล่อยพร้อมกับกระชากร่างบางเข้ามากอดหญิงสาวใ มือบางผลักอกเพื่อไม่ให้ตนเองตกอยู่ในอ้อมกอด
“ไม่ปล่อยพี่ไม่ยอมให้น้องมิรู้สึกไม่ดีกับพี่หรอกนะครับ”เขาบอกแล้วกอดรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก หญิงสาวดิ้นรนสุดกำลัง
“พี่คมปล่อยมินะพี่ไม่มีสิทธิ์ทำกับมิแบบนี้!” หล่อนตวาดสีหน้าบึ้งตึง
“หายงอนพี่สิแล้วจะปล่อย”
ข้อตอรองไม่ได้ผลคนตัวเล็กใช้กำลังฝืนตัวเอง แรงดิ้นทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงบนเตียงกว้างร่างแกร่งทาบทับอยู่บนลำตัวของอีกฝ่าย ใบหน้ามิลันดาแดงก่ำเพราะความเหนื่อย
คมฉณัฐสบตาหญิงสาวนิ่งหล่อนหยุดดิ้นและไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไรแต่หล่อนรู้สึกเหมือนตนเองกำลังโดนมนต์สะกดไม่อาจขยับไปไหนได้เลยสายตาของเขาราวกับมีอำนาจ ใบหน้าคมค่อยๆโน้มลงมาหาจับจ้องที่ริมฝีปากที่เขาเคยได้ลิ้มรสมาแล้วมิลันดารีบหันหน้าหนีก่อนจะผลักอกเขาทันที
“พี่คมจะทำอะไรอย่ามาฉวยโอกาส!” มิลันดาส่งเสียงดุ
ชายหนุ่มยิ้มผละห่างจากคนใต้ร่างนั่งลงบนเตียงพ่นลมหายใจ หญิงสาวเหลียวมองชั่วครู่แล้วระบายลมหายใจ
“เลิกโกรธนะครับต่อไปพี่จะไม่ทำแบบนี้อีก” เขาหันมาบอก สบตาหล่อนจริงจัง
คนถูกขอร้องชั่งใจพักใหญ่แววตาบ่งบอกถึงความจริงใจหล่อนมองออก คราวนี้ถือว่าเป็ครั้งแรกที่พี่คมทำแบบนี้หล่อนคงไม่ว่าอะไรอีกอย่างหล่อนควรเตือนตัวเองด้วยว่าเขามาช่วยแม่ถึงได้ยอมแต่งด้วยหากเอาแต่ใจไปมากกว่านี้คงไม่ดีแน่
“มิหายโกรธแล้วค่ะ”
“จริงนะครับ”เขาถามย้ำ
“จริงค่ะมิหายโกรธแล้ว”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มสีหน้ายินดีเวลาหล่อนโกรธเขารู้สึกหวั่นใจชอบกล บางที...ควรหาทางสานความสัมพันธ์ต่อกันให้มากขึ้นดีกว่า เขาตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
“พรุ่งนี้ไม่ได้ทำงานใช่ไหมไปเที่ยวกับพี่ไหมพี่อยากพามิไปเที่ยวทะเล” ชายหนุ่มถาม
มิลันดาตาโตทันทีหล่อนไม่ได้ไปเที่ยวทะเลเลยเกือบสิบปีมีหรือที่จะปฏิเสธพรุ่งนี้รมย์รวัตรก็หยุดด้วยว่าจะชวนไปด้วยกันเลยดีกว่า
“ไปคะ!” รีบตอบรับทันที
ชายหนุ่มชะงักแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อสักครู่ยังตีหน้าั์อยู่แล้วอะไรจะเปลี่ยนกันรวดเร็วป่านนั้น ราวกับเด็ดได้ของเล่นถูกใจก็ไม่ปาน
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกแม่กับพ่อก่อนนะเผื่อท่านจะไปด้วย”
“ค่ะ” พอรับคำแล้ว คนตัวเล็กล้มตัวลงนอน หยิบมือถือหัวเตียงแล้วติดต่อเพื่อน
เสียงโทรศัพท์ดังเ้าของหยิบมาหลุบตามองหน้าจอเมื่อเห็นเบอร์จดจำได้ดีว่าเป็ของใครจึงกดรับ ปรากฏว่าเพื่อนกำลังโทรชวนเขาไปทะเลตอนแรกว่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง เมื่อวางสายจากเพื่อนจึงต่อเบอร์ไปถึงอีกคน
“ณีพรุ่งนี้ไปเที่ยวทะเลกับผมนะ”
หล่อนถอนหายใจออกมาไม่อยากไปไหนกับเขาอีกแล้ว เพราะทุกครั้งตนเองต้องคอยแบกร่างไร้สติกลับมา
“ณี...” อึกอักเพราะตั้งใจจะปฏิเสธ
“อย่าปฏิเสธผมเลยนะผมอยากไปเที่ยวกับคุณ” เขาพยายามอ้อนวอน
“ก็ได้ค่ะ”
ได้ยินเสียงแ่เบาของอีกฝ่ายเลยทำให้ใจอ่อนยวบ เผลอตบปากรับคำเขาสุดท้ายวางสายแล้วยังนั่งมองโทรศัพท์น้ำตารื้นอยู่ตอนนี้