บทที่ ๒๓ : ภพเซียน
มิติของเฟยหลง...
กลุ่มฝึกวิชาเฉพาะกิจเดินตามก้นกันเหมือนลูกเป็ดตรงเข้าประตูมิติเบื้องหน้า...
เมื่อทุกคนก้าวเท้าผ่านประตูห้องบรรทมเข้ามาจนครบเฟยหลงก็ใช้พลังปิดประตูมิติลงทันทีโดยปล่อยให้ทุกคนยืนตัวแข็งนิ่งอยู่ภายในห้องนอนคฤหาสน์หรูหลังโตต่างโลก ...โลกที่เหล่าองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดมิเคยพบเห็นมาก่อน
“โหยนี่คืออะไรกันหรือเพคะ” เด็กสาวผู้สวมแว่นตาพร้อมติดกระเป๋าหน้าท้องวิเศษเดินดุ่มเข้าหาโทรทัศน์ขนาดหกสิบนิ้วที่อยู่ภายในห้องนอนของเฟยหลงั์ตาวาวโรจน์เป็ประกาย ขณะที่สาวสวยคนอื่นๆ มองไปโดยรอบ พลันอ้าปากค้างยืนนิ่ง
“ที่นี่คือสถานที่ฝึกวิชาพวกเราจะอาศัยกันอยู่ที่นี่สองถึงสามวัน เพื่อหาวิธีเพิ่มพลังยุทธบรรลุปราณบ่มเพาะแต่นี่คือภพเซียน ห้ามทำอะไรแบบในโลกเดิมของพวกเ้า อย่าทำให้ข้าขายหน้า” ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวเท้าสะเอวยืนพูด เส้นเืปูดโปนรอบขมับ เพราะบรรดาสาวกทั้งหลายไม่ได้สนใจฟังในสิ่งที่เขาพูดเลยแม้แต่น้อย
“อันดับแรกเราจะไปหาเอ่อ... เพื่อนในภพเซียนของข้า เราจะลงไปจากห้องบรรทมแห่งนี้ พวกเ้าอย่าได้เถลไถล” จักรพรรดินีเดินนำหน้าลงไปยังชั้นล่างขณะที่องครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดเดินตามแบบว่าง่ายพลางมองเหล่าเฟอร์นิเจอร์จากต่างโลกด้วยความสงสัยใคร่รู้
“นี่ต้องเป็พลังเวทคาถาลูมอร์แน่ๆ ที่ทำให้โถงภายในสว่างไสวโดยไม่ต้องจุดตะเกียงน้ำมัน” หลินฮุ่ยจับแผลเป็รูปพระอาทิตย์แล้วทำหน้าทำตาแบบอวดรู้ขณะที่องครักษ์คนอื่นๆ หันมามองหน้ากันแล้วเอ่ยซุบซิบขึ้นว่า “เ้านี่ช่างฉลาด”
เมื่อทุกคนก้าวเดินผ่านพ้นโถงบันไดเฟยหลงก็สังเกตเห็นแม่บ้านประจำคฤหาสน์แอบนอนหลับอยู่บนโซฟา
“ทุกคนอยู่นิ่งๆรีบแจ้งทหารยามเร็วเข้า นี่คือการฆาตกรรมในห้องปิดตาย!” อ้ายเหรินะโดังลั่นสีหน้าจริงจังขึ้นมาราวกับภาพเบื้องหน้าเป็เื่ใหญ่ “คนร้ายจะต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แน่หรือไม่ก็อาจจะเป็หนึ่งในพวกเรา”
โป้ก!
เฟยหลงเดินเอามือมาเขกหัวอ้ายเหรินร่างระหงกัดริมฝีปากแน่นเหมือนกำลังสงบสติอารมณ์อะไรบางอย่าง “เขายังไม่ตาย และยังมิได้มีคนร้าย”
เมื่อคนทั้งเก้าลงมายืนรวมกันอยู่ในโถงรับแขกเสี่ยวฟางก็รู้สึกตัวพลันลืมตาตื่นขึ้นแบบเฉียบพลัน
“คุณหนูฟางเซียนกลับมาั้แ่เมื่อไหร่คะ ละละแล้ว... นี่คือพวกเพื่อนๆ ของคุณหนูหรือคะที่คุณหนูเคยบอกไว้ว่าจะพามาเที่ยวบ้าน?”
เฟยหลงส่ายศีรษะไปมาแบบเอ็นดูแม่บ้านวัยกลางคน“ป้า ถ้าเหนื่อยก็ไปนอนหลับในห้องดีๆ ก็ได้ อ้อ!...พวกข้างหลังคือเด็กๆ ของฉันเอง เรียกเพื่อนก็คงได้แหละ ว่าแต่...พี่กุ่ยไปไหน?”
สาวรับใช้ร่างท้วมผงกหัวเป็เชิงขอบคุณในความใจดีของอีกฝ่าย“คุณหนูช่างน่ารักเสียเหลือเกิน เอ่อ...คุณชายกุ่ยออกไปที่บริษัทค่ะ เห็นบอกว่าจะกลับใน่เย็น”
เฟยหลงขมวดคิ้วเป็ปมเล็กน้อยก่อนจะทำไม้ทำมือบอกป้าแม่บ้านให้ไปเตรียมสำรับอาหาร “ฉันหิวแล้ว ป้าช่วยเตรียมอาหารให้หน่อยสิขอสุดฝีมือเลยนะป้า” ร่างระหงเดินทอดน่องออกไปรับลมด้านนอกโดยมีฝูงลูกเป็ดแปดตัวเดินตามออกมาเป็ขบวน
“ค่ะป้าจะเตรียมอาหารไว้ให้ รอสักครู่นะเ้าคะ” หญิงวัยกลางคนร่างท้วมกุลีกุจอก่อนหายลับเข้าไปในห้องครัวทางด้านหลัง
สาวกทั้งแปดตะลึงในความใหญ่โตของคฤหาสน์สมัยใหม่คนทุกคนสบถบ่นพึมพำขึ้นพร้อมกันเมื่อมองออกไปยังสวนหย่อมเบื้องหน้า “สรวง์ นี่คือภพเซียนใช่หรือไม่?”
“หม่อมฉันคิดไว้แล้วเชียวว่าพระองค์มิใช่คนธรรมดาแต่หากเป็เทพเซียนลงมาจุติบนพิภพของหม่อมฉัน” ลั่วลั่วโค้งถวายบังคมขณะที่เฟยหลงหน้าแดงขวยเขิน “ในภพนี้ไม่ต้องมากพิธีก็ได้คิดเสียว่าข้าเป็สหายของพวกเ้า”
“พวกหม่อมฉันมิกล้า”สาวกแห่งดวงดาวทั้งแปดะโขึ้นพร้อมกันเสียงดังจนคนสวนที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้หันมามองหน้าเฟยหลงด้วยความสงสัย “เพื่อนของคุณหนูคงดูซีรี่ย์ย้อนยุคมากเกินไปสินะ”
“โห...นั่นสิ่งก่อสร้างของเทพเซียนเป็แน่ ฝีมือคนธรรมดาคงมิอาจสร้างได้เฉกเช่นนี้ โอวมาย ก็อด” หรงเอ๋อชี้ไม้ชี้มือไปที่ตึกรามบ้านช่องใจกลางเมืองปักกิ่งภาพของเหล่าตึกสูงตระหง่านหลายหลังปรากฏจนทำให้เหล่าสาวกแห่งดวงดาวใจหายใจคว่ำ
“แทบจะสูงเทียมเมฆราวกับอาศัยอยู่บนสรวง์” เหมยลี่ผู้สวมหมวกฟางอยู่ตลอดเวลาทำตาโตน้ำลายไหลย้อย “ไว้ข้าเป็าาโจรสลัดเมื่อไหร่ข้าจะขึ้นไปบนยอดของเ้าสิ่งนั้น” ร่างเล็กชี้ไปที่ยอดตึกหลังหนึ่งที่สูงเกือบ๑๐๐ ชั้น
แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดคุยอะไรกันต่อก็มีรถสปอร์ตสุดหรูราคาแพงพุ่งเข้ามาหยุดในลานจอดรถแห่งคฤหาสน์เต๋อหวง
เอี๊ยด!
หญิงสาวผมยาวในชุดเดรสสีแดงเปิดประตูออกมาพร้อมสวมแว่นตากันแดดก่อนจะมองมาที่เฟยหลงด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้
สองเท้าของผู้หญิงแปลกหน้าเดินอ้อนแอ้นทอดน่องตรงดิ่งเข้ามาหาริมฝีปากสีแดงที่ทาลิปสติกสีเข้มแสยะยิ้มอ่อนเอื้อนเอ่ย “พวกเธอเป็ใครกัน? แล้วมาจากไหนถึงได้เข้ามาในคฤหาสน์ของฉันได้หรือเป็เด็กเด็กที่หวังสูงมาเสนอตัวให้คุณชายท่าน?”
องครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดเอียงคอฉงนขณะที่เฟยหลงไม่เข้าใจในความหมายของอีกฝ่าย “เอ่อ...พวกเราเป็ใคร ทำไมเหรอ? ก็นี่มันบ้านของฉัน” ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวพูดจาใสซื่อใบหน้าขมวดคิ้วเป็ปมยับย่น
หญิงสาวหน้าตาผิดมนุษย์เพราะฤทธิ์ศัลยกรรมหัวเราะลั่นก่อนจะส่ายศีรษะไปมาแบบเยาะเย้ย “ต๊ายตายคฤหาสน์ของหล่อน? คอยดูเถอะถ้าคุณชายกุ่ยกลับมาเมื่อไหร่ฉันจะให้เขาจัดการเธอให้หนัก เพราะตอนนี้ฉันยังอารมณ์ดีอยู่เลยไม่อยากลงไม้ลงมืออะไรให้เป็บาปกรรม จำไว้นะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะผู้ชายของฉันได้ไม่ต้องมาหวังตกถังข้าวสารเสียให้ยาก”
จบประโยคสาวปริศนาก็เดินบิดตูดเข้าไปในโถงคฤหาสน์พลางร้องสั่งคนรับใช้ให้ออกมาต้อนรับตนเองเสียงสูง
“เอ่อ...นี่คงไม่ใช่เมียอากุ่ยใช่มะ หรืออาจจะเป็น้องสาว?” เฟยหลงพึมพำ“ถ้าตบขมับเมียหรือน้องสาวเพื่อน เห็นท่าจะไม่ดีสักเท่าไหร่ไว้ค่อยเคลียร์ละกัน” ร่างระหงเอียงคอกอดอก ปากเบ้เพราะงุนงงในอากัปกิริยาของอีกฝ่าย
“ฝ่าาเพคะที่ภพเซียนเขาทักทายต้อนรับกันแฉกเช่นนี้หรือเพคะ” เยี่ยนเอ๋อเอ่ยถาม เส้นเืปูดโปน “กริยาช่างไม่งามเอาเสียเลย”
ชั่วโมงต่อมา...
“คุณหนูฟางเซียนเ้าคะคือ...” ป้าเสี่ยวฟางเดินมาคุกเข่าสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่ขณะที่เฟยหลงและคณะฝึกวิชาเฉพาะกิจเดินชมนกชมไม้รอบคฤหาสน์เพื่อรอเวลาอาหาร “อาหารที่สั่ง คงรับประทานไม่ได้เสียแล้วค่ะ”
ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวเอียงคอทำหน้าฉงน“ทำไมล่ะป้า?”
“คุณเจียงลี่ลงไปนั่งรับประทานอาหารพอดิบพอดีกับที่ป้าจัดสำรับเสร็จ...พอป้าแจ้งให้ทราบว่าเป็อาหารของพวกคุณหนู คุณเจียงลี่ก็ถุยน้ำลายใส่และเอาไปเททิ้งจนหมดโต๊ะ”
เฟยหลงเส้นเืปูดโปนที่ขมับหลังฟังจบริมฝีปากสีแดงแสยะยิ้มสยองพลันปรากฏขึ้น “ว่าจะไม่ถือสาแล้วเชียวนะ”
หญิงวัยกลางคนถึงกับหลบตาเนื้อตัวสั่นเทางันงก
“ป้ารีบโทรหาพี่กุ่ยเดี๋ยวนี้ไม่ว่าเขาจะทำธุระอะไรอยู่ก็ตามบอกให้เขารีบกลับคฤหาสน์โดยด่วน บอกว่าฉันเป็คนบอกให้ป้าโทรไปเองด้วยล่ะ”ั์ตาสาวสวยหรี่ลงอย่างมุ่งร้าย
อ้ายเหรินถิงถิง ลั่วลั่ว ต่างรับรู้ถึงอารมณ์ของเ้านายในตอนนี้เป็อย่างดีเพราะใบหน้านั้นพวกเธอเคยเห็นมาก่อนแล้ว ว่ามันสยดสยองเพียงใดถ้าไม่รีบแก้ไข “เชิญฝ่าาบัญชาพวกหม่อมฉันได้เพคะพวกหม่อมฉันพร้อมปฏิบัติหน้าที่ หากมีสิ่งใดให้รับใช้”
ร่างระหงส่ายศีรษะไปมามุมปากยังฉีกยิ้มจนเหล่าสาวกรู้สึกเย็นะเืไปทั่วร่าง “ม่าย เป็ ราย”
เพียงครึ่งชั่วโมงเฮลิคอปเตอร์ก็บินตรงเข้ามาจอดในลานจอดของคฤหาสน์เพียงเสี้ยววินาที ชายร่างใหญ่จมูกบานก็ะโลงมาจากแมลงปอเหล็กด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่
หญิงสาวในชุดสีแดงวิ่งแจ้นออกจากบ้านหรูตรงเข้าหากุ่ยเต๋อหวงแบบสะดีดสะดิ้งหากแต่ว่าเงาร่างใหญ่กลับไม่สนใจใยดีอีกฝ่ายแม้แต่น้อย...
เฟยหลงยืนกอดอกหรี่ตามองอยู่นิ่งๆโดยมีองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดถวายบังคมรายล้อม
เงาร่างใหญ่จมูกบานเดินตรงเข้ามาเฟยหลงขณะที่หญิงสาวปริศนาในชุดเดรสแดงเอื้อนเอ่ยพ่นลมเป่าหู “จัดการพวกมันเลยค่ะ บังอาจเข้าบ้านคุณชายกุ่ยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ใบหน้าศัลยกรรมสวยพิลึกชี้นิ้วไปที่ร่างระหงและองครักษ์ทั้งแปดเหมือนยุแหย่ทว่ากุ่ยเต๋อหวงกลับไม่ได้ลงมือทำอะไรเป็พิเศษ
“มาถึงั้แ่เมื่อไหร่น้องเซียนมีอะไรให้พี่กุ่ยรับใช้” เงาร่างจมูกบานเอ่ยทักทาย “ขอโทษที่พี่ไม่ได้อยู่บ้านคอยต้อนรับ เห็นว่าจะพาเพื่อนมาด้วยไม่ใช่หรือ?”
“น้องเซียน”หญิงสาวชุดเดรสแดงตาเบิกกว้าง ปากทวนคำ ในสมองนึกถึงคำพูดของกุ่ยเต๋อหวงเมื่อตอนรู้จักกันใหม่ๆ “อี้ฟางเซียนคือประธานบริษัทฟางเซียนกรุ๊ปที่มีสาขาถึงร้อยสาขา และผมเป็เพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์ดูแลแทนเท่านั้น”
เหงื่อกาฬไหลออกไปทั่วร่างสาวเดรสแดงขนลุกซู่
“ยัยนี่เป็ใครพี่กุ่ย” เฟยหลงโยกคอไปมาแบบไม่สบอารมณ์ “มาบอกที่นี่คือบ้านของมันยังไม่พอ... ยังกล้าเทอาหารของฉันทิ้งลงถังขยะเสียหมด”
กุ่ยเต๋อหวงขมวดคิ้วเส้นเืปูดโปนมือหนาอูมตบเข้าที่หน้าเจี่ยงลี่หยูฉาดใหญ่ จนเงาร่างในชุดเดรสแดงลงไปนอนกองอยู่กับพื้น
“ผมไม่เคยอนุญาตให้คุณเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้เลยสักครั้งแต่ที่ยังใจดีเพราะเห็นว่าเราทำธุรกิจร่วมกันเลยไม่ได้พูดอะไรออกไป...คุณเจี่ยงลี่ ...ที่สำคัญคุณกล้าดียังไงถึงได้หาเื่น้องเซียน!” ชายจมูกบานตะคอกอีกฝ่ายเสียงดัง “ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปทางฟางเซียนกรุ๊ปจะยกเลิกสัญญาทั้งหมดกับบริษัทคุณ เราจะไม่ร่วมทำธุรกิจกันต่อไปอีก”
“ตะตะแต่...ถ้าไม่มีฟางเซียนกรุ๊ปคอยช่วยเหลือ บริษัทฉันไปไม่รอดแน่” หญิงสาวชุดเดรสแดงเอื้อนเอ่ยมือข้างหนึ่งยังคงจับใบหน้าของตัวเองด้วยความเ็ป “คุณชายกุ่ยจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
“อย่างที่คุณทราบผมไม่ใช่คนตัดสินใจในเื่นี้ เพราะหญิงสาวคนนี้...คือท่านประธานบริษัทที่แท้จริงต่างหากล่ะ” กุ่ยเต๋อหวงชี้มือไปทางจักรพรรดินีสาว ขณะที่เฟยหลงยืดอกทำหน้าทำตาอวดเบ่งหยิ่งผยอง“รู้ยัง ว่านี่มันบ้านของฉัน”
“ทะท่านประธานฟางเซียน” เจียงลี่รู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก เงาร่างในชุดเดรสแดงลุกขึ้นยืนปัดก้นที่เสริมซิลิโคนเอาหญ้าออกก่อนจะเอื้อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอาฆาตแค้น “เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกันค่ะคุณชายกุ่ย”
โปรดติดตามตอนต่อไป