รถออดี้แล่นออกจากกรุงโซล ไปบ้านเกิดของเด็กสาวที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ 'เมืองโบซอง'
ฟังว่าที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องไร่ชา มีใบชาคุณภาพมากมายให้เก็บเกี่ยว
บรรยากาศดีเหมาะแก่การถ่ายรูป ไม่ก็พักผ่อนหย่อนใจ
ระหว่างนั่งอยู่บนรถโกมินจองอิงแอบชายหนุ่ม หลับตาพริ้มปล่อยให้รถแล่นไปเอื่อยๆ
สำหรับผู้หญิงตัวเล็กอายุไม่ถึง 20 ปีต้องเข้ามาทำตามฝันในกรุงโซลคนเดียว ต้องมีความกล้ามากขนาดไหนนะ
เจมส์ที่ลูบผมเธอ อดถามคำถามกับตัวเองไม่ได้ ถ้าหากเป็นเขาจะมีความกล้าแบบเด็กสาวหรือไม่ ไม่ก็อาจจะเป็นพนักงานร้านหมูกระทะไปจนตายหากไม่พบ'ถุงมือ'
“เจ้านาย เรากำลังจะเข้าไปแล้วนะครับ ที่นี่รถบางตามาก ผิดกับเมืองไทยลิบลับ” ทอยนั่งอยู่ข้างคนขับ โดยมีไทเกอร์เป็นโชว์เฟอร์
“รถบ้านเราไม่รู้กฎจราจร ผิดกับที่นี่จริงด้วย” เจมส์เห็นด้วย
ไทเกอร์พยักหน้า “กฎหมายที่นี่แรงมาก การติดสินบนก็ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้อย่างง่ายเหมือนที่นั่น”
“จะกังวลไปทำไม ถ้าหากเจอตำรวจเข้า แค่ใช้'คำลวง'เราก็ผ่านไปได้ง่ายๆ” ทอยดูใจเย็น และมันก็เป็นอย่างที่เขาพูด ด้วยของวิเศษที่บิดเบือนความคิดคน ย่อมต้องทำให้เข้าใจว่าสิ่งนั้นคือความจริง
....
“ถึงแล้วเหรอคะเนี่ย งื้อ...ต่างจังหวัดที่มีแต่ภูเขา สวนชา นอกจากนั้นยังมีฟาร์มเกษตรอื่นๆ” โกมินจองตื่นขึ้นมาเต็มตา หลังจากนอนหลับปุ๋ยนานเป็นชั่วโมง
“บ้านของมินจองทำไร่องุ่นเหรอ?” ก่อนหน้านั้นได้ฟังจากปากเด็กสาวบ้าง พอรู้เกี่ยวกับพื้นเพครอบครัวคร่าวๆ
เด็กสาวที่อยู่ในชุดไปรเวทสีขาวพยักหน้า “ใช่ค่ะ แต่ก็แค่ฟาร์มเล็กๆ เทียบไม่ได้กับของพี่หรอก โอ๊ะ...ดูนู่นสิคะ มีใบชาสวยๆ ตั้งแผงขายด้วย คงเป็นของชาวบ้านแถวนี้นำมาขายแน่เลย ไปดูกันเถอะค่ะ”
เจมส์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา แต่ดูจากขนาดของใบ สีและความสดที่เพิ่งเก็บจากต้นมันน่าจะเป็นของดีกว่าขายตามท้องตลาด
ดังนั้นจึงมีคำกล่าว หากอยากได้ชาดีก็ต้องมาที่โบซอง
“ถ้าชอบก็ซื้อเยอะๆ เลย เอาไว้กินตอนซ้อมเหนื่อยๆ” เจมส์ไม่เคยตระหนี่ โดยเฉพาะกับผู้หญิงของเขา
“งั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ” โกมินจองยิ้มร่า คุยกับชายแก่เจ้าของไร่ชาแล้วบอกว่าต้องการอะไรบ้าง
เดือนนี้เป็นเดือนมีนาคม อากาศสำหรับคนเกาหลีคงร้อนอบอ้าว แต่สำหรับเจมส์อากาศที่เกาหลีดีมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดโบซอง ดีกว่าในเมืองหลวงอย่างกรุงโซลเป็นไหนๆ
เลือกชาเสร็จได้ถุงใหญ่ ไทเกอร์สจ่ายเงินแล้วขนขึ้นรถ
ระหว่างนั้นคู่รักเดินตามถนน ไม่ได้ใช้รถ หากแต่เลือกชื่นชมธรรมชาติและทิวภูเขาที่สลับไขว้กัน
“นั่นฟาร์มองุ่นบ้านหนู...” โกมินจองที่ใส่แว่นดำสวมหมวกแก๊ปชี้มือเล็กๆ ไปข้างหน้า
ตรงนั้นมีป้ายที่ทำจากแผ่นไม้เขียนว่า'โกจังซา'
“จะเข้าไปในบ้านหรือเปล่า ไม่ได้กลับมาเป็นปีแล้วนี่นา”
เด็กสาวส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าค่ะ แค่มาเห็นหน้าบ้านตัวเองก็หายคิดถึงแล้ว อีกอย่างคือ...ถ้าเข้าไปกับพี่ตอนนี้มีหวังทุกคนได้ตกใจกันแน่เลย”
“นั่นสินะ” เจมส์อมยิ้ม จะไม่เข้าใจความหมายของเด็กสาวได้อย่างไร เธอคงกลัวพ่อแม่ อีกอย่างคือมันยังไม่ถึงเวลาตอนนี้ทุกคนรู้ว่าเธอกำลังไล่ตามฝัน หากกลับมาบ้านพร้อมผู้ชายอายุ 20 ปี คงถูกชาวบ้านนินทา
พวกเขายืนอยู่ตรงนั้นไม่กี่นาที ก่อนจะเดินเลียบไปทางถนน ชมตรงนู้นตรงนี้ที
“เจ้านายครับ ดูนี่สิครับมีไวน์องุ่นขายด้วย” ทอยหยุดยืนร้านชาวบ้านที่มีขวดไวน์ตั้งอยู่ เขาหยิบขึ้นมาด้วยท่าทางกระตือรือร้น ดูท่าจะอยากชิมไวน์พื้นบ้าน
“นั่นคือไวน์ที่ทำโดยชาวบ้าน รสชาติต่างจากแบรนด์ใหญ่ที่ขายในช้อป โดยเกษตรกรที่นี่จะใช้องุ่นไชน์มัสแคทเป็นหลัก” นอกจากน่ารักแล้ว โกมินจองยังทำหน้าที่ไกด์ได้ดี
เจมส์หยิบขึ้นมา ขวดไวน์ขวดนี้ทำมาจากวัสดุราคาถูก ตราสินค้าเรียบง่ายไม่สะดุดตา หากนำไปขายในห้างร้านคงอยู่ชั้นล่างสุด แทบจะไม่มีใครมองเห็น
“ไวน์ขวดละห้าหมื่นห้าพันวอน นี่เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดเรา รสชาติดีกว่าแบรนด์ดังทั่วไป หาชิมที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่” เจ้าของร้านวัยกลางคนเริ่มแนะนำสินค้า
หากเทียบกับผู้หญิงสวยหรือพริตตี้ ตาลุงนี่แทบจะไม่น่าสนใจหรือมีเหตุเลี้ยวเข้าไปในร้าน หากแต่ที่นี่คือโบซอง บรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติเป็นธรรมดานี่แหละวิเศษสุด
“เอามาสองโหลครับ” เจมส์แค่ถูกใจบรรยากาศ บวกกับอยากจะเอาไปฝากที่บ้านจึงซื้อเยอะหน่อย
“ได้เลยพ่อหนุ่ม เดี๋ยวลุงจะรีบห่อสินค้าใส่ลังให้” ชายวัยกลางคนยิ้ม “นี่หลานพย็อง รีบมาช่วยตาห่อไวน์หน่อยเร็ว”
ไม่นานเด็กชายที่ถูกเรียกก็ลุกขึ้นมาทำงาน ดูเหมือนก่อนหน้านี้เขากำลังนอนดูทีวีอยู่ จะไม่ลุกขึ้นมาก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะไม่มีตังค์กินขนม
นอกจากไวน์แล้วเจมส์ยังซื้อของที่ชาวบ้านในจังหวัดโบซองทำอีกหลายอย่าง
เนื่องจากเขาเองก็เป็นเกษตรกรผลไม้ การจะปลูกทุเรียนเพียงอย่างเดียวหวังเป็นคนรวยคงเป็นไปไม่ได้
ในฐานะนักธุรกิจ ต้องมองหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ พัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและธุรกิจให้ก้าวหน้า
เจมส์พักอยู่ที่โบซองกับโกมินจอง
ส่วนไทเกอร์และทอยนอนแยกห้อง ความจริงทั้งคู่จะนอนด้วยกันก็ได้แต่ในฐานะรุ่นพี่ ทอยหัวรั้นเกินกว่าจะนอนกับรุ่นน้อง โดยให้เห็นผลว่ารุ่นน้องไม่ควรตีตัวเสมอ เช่นนอนเตียงเดียวกัน
เหตุผลนั้นฟังดูบ้าบอแต่มันก็สมกับเป็นทอย
คืนนั้นเจมส์แค่นอนกอดโกมินจองเฉยๆ เนื่องจากสองวันที่ผ่านมาเด็กสาวรับศึกหนักแทบไม่ได้พัก หากวันนี้ยังทำเรื่องอย่างว่าคงระบม เดินไม่ได้กันพอดี
............
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไว โกมินจองที่หมดเวลาพักต้องไปซ้อมต่อโบกมือลา และเดินจากไปพร้อมกับบุหรี่หนึ่งกล่อง
เจมส์อมยิ้มหน่อยนึง หยิบลูกอมอันใหม่ขึ้นมาอม กำลังจะเข้าไปคุยธุระสำคัญเป็นต้องมองตัวเองในกระจก
การคุยธุรกิจมันไม่เหมือนกับคนรู้จัก
ยิ่งอีกฝ่ายมีอายุเยอะกว่าแล้วเรามีอมยิ้มอยู่ในปากมันค่อนข้างจะดูไม่ให้ความเคารพ
สุดท้ายเขาได้ดึงแท่งอมยิ้มทิ้ง อมแต่ลูกกลมๆ ในปาก
“เฮ้อ สงสัยหลังจากนี้ต้องเรียนภาษาเกาหลี อังกฤษจริงจังหน่อยแล้ว” เจมส์บ่นตัวเองระหว่างเดินเข้าไปในค่ายเพลง NG
จริงอยู่ที่ลูกอมช่วยให้พูดหรือฟังภาษาอะไรก็ได้บนโลก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเราต้องไร้การพัฒนาหรือหยุดอยู่กับที่
อีกอย่างคือมันค่อนข้างให้ผลเสียด้านลบที่ไม่ดี
NG เป็นค่ายเพลงขนาดเล็ก ตึกดูไม่สูงมากทางเข้าแคบๆ มียามรักษาความปลอดภัยคนสองคน
ดูเหมือนช่วงที่ผ่านมาพวกเขาจะนำเงินไปลงกับโปรเจค Bad Girls แทบจะทั้งหมด และนอกจากนั้นยังมีเด็กฝึกวงอื่น สภานะทางการเงินจึงค่อนข้างแย่
ไทเกอร์เข้าไปติดต่อกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ ระหว่างรอเจมส์ยืนพิงผนังไม่ไกลจากลิฟต์
มีคนเดินออกจากลิฟต์เป็นเด็กหญิงสองคน แม้ตอนนี้วง Bad Girls จะอยู่ในช่วงเตรียมตัวแต่เจมส์ในฐานะแฟนของหนึ่งในสมาชิกวง ย่อมต้องรู้จักหน้าตาของเด็กๆ เป็นธรรมดา
นั่นคือฮันแจวอนกับโรส ดูจากที่ทั้งคู่ลงจากลิฟต์พร้อมกัน คงจะสนิทกันมากกว่าเพื่อนคนอื่นในวง
...
“สวัสดีประธานเจมส์ ผมซองอิล เลขารองประธานนัมแดคัง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
เจมส์ละสายตากลับมา จับมืออีกฝ่ายตามมารยาท “สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
ชายคนนี้หน้าตาเหมือนลา ฟันค่อนข้างเหยินตาหยี ยิ้มทีแทบไม่เห็นตา อดคิดไม่ได้ว่าเขามองเห็นหรือเปล่า
“ทางนี้ครับประธานเจมส์ ทุกคนกำลังรออยู่ที่ห้องประชุม” ซองอิลผายมือ ท่าทางนอบน้อม
เจมส์พยักหน้า สำรวจสูทตัวเองครู่หนึ่งค่อยเดินตามไป
“นี่ๆ แจวอน เห็นผู้ชายคนเมื่อกี้หรือเปล่า นั่นน่ะเลขาซองอิล” โรสกระซิบบอก
ฮันแจวอนมามองด้วยหางตา “แล้วไง?”
“แล้วไง...เอ่อก็ไม่แล้วไงหรอก แต่ผู้ชายคนนั้นน่ะหน้าตาดีมากนะว่าไหม” โรสสะกิด
“หมายถึงเลขาซองอิลเหรอ? อย่าบอกนะว่าเธอชอบเขา”
“จะบ้าเหรอ ฉันจะไปชอบคนอายุสามสิบปีได้ยังไง” โรสเบ้ปาก “ที่ฉันหมายถึง คือผู้ชายที่สวมถุงมือดำนั่นต่างหาก หล่อมากเลยเนอะว่าไหม”
“อืม...” ฮันแจวอนพยักหน้าเห็นด้วย “หยุดมองผู้ชายได้แล้ว รีบๆ ไปหาอะไรกินดีกว่า หิวจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย”
“ชิ! เธอเนี่ยน้าพูดแต่เรื่องกิน แต่ก็เอาเถอะไว้กลับมาคงได้เจอ ไม่แน่เขาอาจเป็นหนึ่งในเด็กใหม่ที่จะมาออดิชั่น”
ฮันแจวอนส่ายหน้า ไม่ให้ความสนใจสมาชิกวงที่กำลังเพ้อฝัน เดินย่ำออกไปโดยไม่รอ
“เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนละแจวอน...”
......
ชั้นบนตึก NG ห้องประชุมใหญ่แต่มีขนาดเล็ก
โต๊ะตัวยาวสีขาวอันเรียบหรูที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ผุพังและฝุ่นเขรอะ ดูเหมือนที่ผ่านมาแม้แต่เงินจ้างแม่บ้านทำความสะอาดให้ทั่วทุกซอกทุกมุมยังไม่มี บวกกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น สถานะการเงินของค่ายจึงอยู่ในสภาพย่ำแย่ รวมถึงราคาหุ้นที่ตกลงและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
ด้ายเหตุนั้นจึงมีนักลงทุนทยอยกันถอนหุ้น ที่อยู่เนี่ยมีแต่ตาแก่ หรือไม่ก็ผู้ก่อตั้งบริษัท
“ขอโทษที่ให้รอ ประธานเจมส์เดินทางมาถึงแล้วครับ”
ระหว่างที่กำลังนั่งสัปหงก เลขาซองอิลปลุกให้ตาแก่ตื่นจากภวังค์อันเงียบเหงา