“อ้าว ครูราชิดกำลังหาตัวอยู่พอดีเลย” นาวินะโมาแต่ไกลเมื่อเห็นครูราชิดกำลังเปิดประตูห้องคอมพิวเตอร์อยู่
“ครูวินมีธุระอะไรกับผมเหรอ”
“คือวันนี้ผมอยากจะพานักเรียนมาใช้ห้องคอมสักหน่อย จะได้มั้ยครับ” นาวินหยั่งเชิง เมื่อเห็นครูราชิดทำหน้าสงสัยเล็กน้อยเขาก็รีบออกตัว “ให้เด็กหาข้อมูลทำรายงานหนะครับ บางคนที่บ้านไม่มีคอม กลัวว่าเด็กๆ จะทำไม่ได้”
“เด็กพวกนี้ก็มีมือถือกันทุกคนไม่เห็นต้องมาใช้ห้องคอมเลย”
“ครูราชิดก็น่าจะรู้เด็กห้องผมตอนนี้จิตใจของพวกเขาไม่ค่อยดีกันอยู่แล้วยิ่งต้องนั่งเรียนในห้องที่มีเพื่อนร่วมชั้นเสียชีวิตคุณลองคิดดูว่ามันจะหดหู่แค่ไหน ผมก็แค่อยากจะพาพวกเขาออกจากห้องนั้นบ้างก็แค่นั้นอีกอย่างงานชิ้นนี้มันต้องพริ้นด้วยไง ทำกับมือถือมันจะยุ่งยากลำบากทำในคอมทีเดียว ง่ายกว่า”
“ในห้องนี้ไม่มีพริ้นเตอร์หรอกนะ”ครูราชิดยังไม่ยอมง่ายๆ
“ไม่เป็ไรครับ ผมจะให้เด็กๆส่งเมลล์มาให้ แล้วผมพากลับไปพริ้นให้พวกเขาที่บ้านก็ได้”
“แต่ผมต้องสอนนะ”
นาวินคิดในใจว่า หมอนี่สมกับคำร่ำลือจริงๆห้องคอมของเขาเป็ดินแดนเร้นลับ ที่ใครๆ ก็ไม่สามารถเข้ามาได้จริงๆ มันมีอะไรนักหนาถึงได้ไม่ยอมคนอื่นเข้ามาใช้ห้อง
“ผมเช็คตารางสอนที่วิชาการแล้วครับมันตรงกับคาบว่าของครูราชิดพอดี ห้องคอมก็น่าจะว่าง อีกอย่างผู้อำนวยการก็พูดตลอดว่า ครูทุกคนสามารถใช้ห้องคอมได้” นาวินยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ต้องงัดไม้ตายมาใช้ซึ่งก็ได้ผลทันที แม้จะไม่ค่อยยินดีนักแต่พอได้ยินคำว่าผู้อำนวยการครูราชิดก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากอนุญาตตามคำขอของนาวิน
เมื่อถึงคาบ เด็กๆต่างก็รีบวิ่งมาจับจองคอมพิวเตอร์ เพราะโอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อยนักการได้เข้าห้องคอม มันหมายถึงการได้เล่นเกม และทำอะไรอีกหลายๆ อย่าง ที่พวกเขาอยากทำ
นาวินไม่ได้สนใจเด็กมากนักเขาจดคำสั่งบางอย่างลงไปบนกระดานดำหน้าห้อง
ถึงตอนนี้ไม่มีใครสนใจเขาอีกแล้วทุกคนเอาแต่จ้องหน้าจอมอนิเตอร์ของตัวเองจนนาวินต้องเดินไปชี้แจงให้กับนักเรียนทีละคน
แม้จะไม่ใช้ครูสอนคอมพิวเตอร์ แต่ความรู้ด้านนี้ของเขาก็มีไม่น้อยเขาเดินไปยังโต๊ะของนักเรียนทุกคน จับเมาส์มาคลิก พิมพ์อะไรลงไปเล็กน้อยปากก็บอกกับนักเรียนไป มือขยับไปมาอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องที่จอไม่กระพริบจนกระทั่งครบทุกคน
“ไม่มี” นาวินเอ่ยออกมาด้วยความผิดหวัง
เขาหันซ้ายหันขวา พลางใช้ความคิดไม่นานสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะของครูราชิด
นาวินหันซ้ายหันขวาเมื่อกำลังจะทำอะไรสักอย่าง
เขารีบไปนั่งที่โต๊ะนั้นและเปิดคอมในทันที
แม้จะเสี่ยงเพราะนาวินไม่รู้ว่าครูราชิดจะกลับมาตอนไหน เขาอาจจะกลับมาตอนหมดคาบหรือกลับมาก่อนเวลาก็เป็ได้ แต่โอกาสแบบนี้มันหาไม่ได้แล้ว ถึงจะเสี่ยงแต่ต้องลอง
นาวินทำภารกิจของเขาด้วยความเร่งรีบต้องแข่งกับเวลา แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนว่า สิ่งที่เขาพยายามหาจะยังไม่ปรากฏให้เห็นเพราะเขาแอบถอนหายใจอยู่หลายครั้ง
นานแค่ไหนก็ไม่รู้แต่เขามารู้สึกตัวอีกที ร่างผอมๆ ของครูราชิด ได้มายืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าประตูห้องหัวใจของเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ดีว่าเขาไม่ได้แสดงสีหน้าออกมาให้เห็น
“นี่คุณไปทำอะไรตรงนั้น” ครูราชิดตวาดลั่น จนนักเรียนทุกคนหันมามอง
นาวินรีบปิดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่
“นี่ไง” เขาชี้ไปที่หน้าจอ ซึ่งกำลังแสดงผลเป็เกมไพ่ที่มีอยู่ในคอมทุกเครื่อง
“ห้ามคุณทำอะไรกับคอมเครื่องนี้ทั้งนั้น” ครูราชิดโกรธหน้าแดงแต่นาวินยังตีหน้าเซ่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แหมครูราชิดจะให้ผมนั่งเฝ้าเด็กๆ อยู่เฉยๆ เหรอ ผมก็แค่เล่นเกมไพ่ฆ่าเวลาเท่านั้นไม่เห็นต้องโกรธกันเลย เห้ออ ปิดก็ได้” นาวินแกล้งทำเป็เสียอารมณ์เขาลุกขึ้นเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
ครูราชิดเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยสักพักเป็เวลาเดียวกับสัญญาณหมดคาบดังขึ้น เด็กนักเรียนค่อยๆทยอยออกจากห้อง นาวินยืนรอจนนักเรียนคนสุดท้ายออกไปแล้ว เขาจึงหันมาพูดกับครูราชิด
“ขอบคุณมากนะครับที่ให้ผมใช้ห้องในวันนี้” นาวินแสร้งทำเป็ยิ้มขอบคุณ โดยที่เ้าของห้องไม่หันมามองด้วยซ้ำ
“อ้อใครเดินสายไฟห้องนี้ให้ครูราชิดเหรอครับ ผมว่ามันสวยดีนะ ในห้องพักครูของผมสายไฟมันเกะกะอยากให้เขาทำให้ใหม่จัง” นาวินเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
ครูราชิดละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์หนมาสบตากับนาวิน ดูเหมือนตอนนี้เขาเริ่มสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมา
“นี่คุณ้าอะไร”
“้าช่างไฟ” นาวินทำเป็ไม่เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย
ครูราชิดเืขึ้นหน้าเขาลุกขึ้นมาหมายจะเอาเื่นาวินให้ได้ แต่โชคดีที่นักเรียนคนหนึ่งลืมของไว้ทันทีที่เด็กคนนั้นโผล่หน้ามาที่หน้าประตูนาวินรีบเดินออกจากห้องคอมพิวเตอร์ไปอย่างอารมณ์ดี
............................................
จันทร์จิรานั่งกระวนกระวายอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องผู้อำนวยการฝั่งตรงข้ามของเธอที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ คือ ภาสกร ที่กำลังนั่งจ้องหน้าเธอไม่กระพริบ
“คุณแน่ใจนะว่าจะทำงานนี้ได้” เป็ภาสกรที่เอ่ยขึ้นมา
“ผู้อำนวยการก็น่าจะรู้ว่าถ้าเป็คำสั่งของท่าน จิราจะทำจนสุดความสามารถอยู่แล้ว”
“เพราะแบบนี้แหละผมจึงไว้ใจคุณที่สุด” ภาสกรหยอดคำหวานใส่จนอีกฝ่ายยิ้มออกมา “แล้ววันนี้จิรามาพบผม มีธุระอะไรเหรอ”
“จิราแค่...” พูดไม่ทันจบภาสกรแทรกขึ้นมาทันที
“อย่าบอกนะว่าที่ผมให้คุณไปตีสนิทและทำดีกับมัน แล้วคุณกลับรู้สึกดีกับมันจริงๆ คุณนี่มัน.” ภาสกรหยุดไว้เพียงแค่นั้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะค่ะจิราไม่ได้รู้สึกอะไรกับครูนาวินเลยจริงๆ จิราทำตามที่ผู้อำนวยการบอกทุกอย่าง เพียงแต่จิรารู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ จิราแค่อยากให้ผู้อำนวยการได้ระวังตัวสักหน่อย”จันทร์จิราทำเสียงอ่อน
“อ้ออ เื่นี้นี่เองไม่ต้องเป็ห่วงหรอก ผมให้คนไปเชคประวัติหมอนี่มาแล้ว มันไม่มีอะไรหรอกขอบใจมากนะที่เป็ห่วงผม ตอนนี้หน้าที่ของจิรา ก็คืออย่าให้ไอ้นาวินมันเข้ามาใกล้พาฝันเราต้องแยกพวกมันออกจากกัน ไม่เช่นนั้น พวกเราจะซวยกันทั้งหมด เข้าใจมั้ย”
จันทร์จิราได้แต่พยักหน้ารับ
เธอเดินออกจากห้องผู้จัดการมาด้วยความรู้สึกที่สับสนอย่างบอกไม่ถูก
เธอกับภาสกร รู้จักกันมานานแล้วนานกว่าภรรยาของเขาเสียด้วยซ้ำ ทุกวันนี้เธอยังไม่เข้าใจว่าทำไมภาสกรจึงเลือกแต่งงานกับวนิดา แทนที่จะเป็เธอ
หัวใจเธอแทบสลายเมื่อทราบว่าคนทั้งสองแต่งงานกันเธอขอลาออกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ถูกปฏิเสธจากภาสกร เขาขอให้เธออยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อแลกกับการที่เขาและเธอยังคงมีสัมพันธ์แบบลับๆ กันต่อไป
ในตอนที่เกิดเื่ เธอดีใจมากที่รู้ว่าความรักของทั้งคู่กำลังมีปัญหา เธอภาวนาให้พวกเขาเลิกกันถึงแม้คนที่ภาสกร้าจะไม่ใช่เธอก็ตาม
แต่สิ่งที่เธอคิดกลับไม่เคยเกิดขึ้นและมันยิ่งทำให้เธอต้องเสียใจมากขึ้นไปอีก เพราะหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ภาสกรไม่เคยมาหาเธออีกเลย
ความหวังเดียวของเธอจึงฝากไว้ที่พาฝัน เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่จะทำให้ความรักของพวกเขาต้องพังทลายลงเธอจึงเป็เพียงครูคนเดียวในโรงเรียนแห่งนี้ที่ยังคงคอยดูแลพาฝันอยู่เธอหวังว่าสักวัน เด็กคนนี้จะทำให้ฝันของเธอเป็จริง ถึงแม้เขาจะไม่กลับมาหาเธอขอแค่ได้เห็นชีวิตของวนิดา เพื่อนทรยศของเธอพังทลายไปต่อหน้า แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว
แต่วันนี้ เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าความรักที่เขามีต่อพาฝันมันมากแค่ไหน ถึงขนาดต้องเอาเธอไปแลกกับเด็กคนนั้นเพียงเพราะข่าวลือระหว่างพาฝันกับครูนาวิน มันทำให้เขาอยู่ไม่ติดเลยทีเดียว
จันทร์จิราไม่อยากทำงานนี้ เธอรู้ดีว่าลึกๆภาสกรยังคงอาลัยอาวรณ์พาฝันอยู่ และเธอเองก็เป็แค่เครื่องมือให้กับเขาเท่านั้นมีรึที่เธอจะไม่รู้