เช้าวันต่อ ณ สำนักวังบาดาล
อากาศที่สำนักวังบาดาลค่อนข้างเย็นสบาย เพราะสำนักตั้งอยู่ใจกลางแม่น้ำ ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศ ที่ล้อมรอบไปด้วยพืนน้ำ พื้นที่สำนักมีขนาดกว้างใหญ่ แบ่งตามโซนต่างๆ ลานประลองยุทธ์ ลานฝึกวิชา ห้องปรุงยา ที่เก็บและที่เพาะปลูกสมุนไพร ทุกที่ต่างแบ่งเป็สัดส่วน อย่างชัดเจน ศิษย์แต่ละคนจะได้รับชุดที่มีสีแต่งต่างกันไปตามรุ่น ซึ่งฟางเหม่ยหลิงรุ่นน้องเพิ่งเข้ามาใหม่ ได้ชุดสี ชมพูเข้ม รวมถึงคนอื่นๆที่เข้ามาพร้อมกัน เธอมาถึงั้แ่เช้าตรู่ก็ได้แวะเดิน ดูนั่น ดูนี่ ในสำนัก แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงเพราะยังมีส่วนที่ติดกับแผ่นดิน ที่เธอนั้นยังไม่ได้เดินเข้าไปสำรวจ
"ตายแล้วดูสิ เราเจอผู้ใด ขยะไร้ค่า ที่เข้าสำนักได้ด้วยความบังเอิญ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ไป๋เฉียนฉิง เดินตรงรี่เข้ามาหาฟางเหม่ยหลิง ทำท่าเป็ศรัตตรูกับนางอย่างเปิดเผยทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังแสร้งทำเป็เพื่อนที่แสนดีอยู่เลย แต่ตอนนี้นางได้ถอดหน้ากากเพื่อนที่แสนดีทิ้งไปเสียแล้ว
ไป๋เฉียนฉิงเดินมาพร้อมหญิงสาวอีกสองคน ที่น่าจะเป็รุ่นเดียวกันเพราะใส่เสื้อสีชมพูเข้มเหมือนกับนาง หญิงสาวนางหนึ่งหน้าตาสะสวยแต่ติดเครื่องประดับดูเยอะเกินไป มีปิ่นั์ปักไว้ที่มวยผม อีกนางก็งามไม่แพ้กันเธอสวมสร้อยหยกระย้าพวงใหญ่ทีเดียว ไม่รู้ว่าหญิงสาวทั้งสองคนนี้มีชื่อว่าอะไรแต่ฟางเหม่ยหลิง ได้ตั้งชื่อไว้ในใจ ว่านางสร้อยหยก กับนางปิ่นั์
ฟางเหม่ยหลิงทำเป็ไม่ได้ยินที่ไป๋เฉียนฉิงพูดแล้วก็แกล้งดูนั้น ดูนี่ของเธอต่อไป
"นี่ฉิงเอ๋อพูดกับเ้า เ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร หรือว่าหูหนวก ฮ่า ฮ่า"
นางปิ่นั์ เดินเข้ามาก่อนจะว่าฟางเหม่ยหลิงแล้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน
"ฮ่า ฮ่า นั้นสิ สงสัยหูหนวกเสียกระมั้ง"
นางสร้อยหยก ก็เข้ามาผสมโรงทันที
ทั้งสามนางพากันประสานเสียงหัวเราะชอบใจที่ได้ว่าฟางเหม่ยหลิง ฟางเหม่ยหลิงก็หาได้สนใจไม่ เธอก็ยังทำเป็ทองไม่รู้ร้อน นางทั้งสามเห็นเช่นนั้น ก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิด ที่ด่าคนตรงหน้าแล้วยังทำเฉย
"ฉิงเอ๋อ เ้าดูมันสิ ไม่รู้สึกอะไรเลย ทำอย่างไรดี"
"หึ งั้นก็พลักนางลงไปในแม่น้ำ ดูสิจะเฉยได้อีกไหม "
ทั้งสามนางยิ้มให้กันอย่างมาดร้ายก่อนเดินตามหลังฟางเหม่ยหลิงไป ฟางเหม่ยหลิงกำลังเดินไปดูปลาที่แหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำตรงระเบียงที่ยื่นออกไปอย่างสบายใจ นางทั้งสามก็ตามมายืนอยู่ข้างหลังของฟางเหม่ยหลิงอย่างเงียบๆ ไป๋เฉียนฉิง ยื่นมือมาเพื่อพลักฟางเหม่ยหลิงลงแม่น้ำ
ก่อนที่มือจะมาโดนตัวของเธอ เธอก็พลิกตัวหลบ อย่างรวดเร็ว ไป๋เฉียนฉิงหยุดมือไม่ทัน ถลาตกลงไปในแม่น้ำแทน
"ตู้มมมมม"
"กรี๊ดดดดดดดด "
"ฉิงเอ๋อ/ฉิงเอ๋อ"
นางปิ่นั์ กับนางสร้อยหยก ต่างอุทานพร้อมกัน
"มาช่วยข้าเร็วเข้าสิ พวกเ้าจะรอให้ข้าหนาวตายหรืออย่างไร เร็วๆสิ"
นางปิ่นั์ กับ นางสร้อยหยกพอได้ยินเช่นนั่นก็รีบไปช่วยเพื่อนของตนขึ้นมาจากแม่น้ำทันที
แต่ระหว่างที่ทั้งสองนางกำลังพยายามดึงมือของไป๋เฉียนฉิงคนละข้าง เพื่อดึงขึ้นมา เธอเห็นเช่นนั้นก็พลักทั้งสองคนลงไปในน้ำแม่ทันที ทั้งสามนางตอนนี้ลงไปลอยคออยู่ในแม่น้ำ ต่างพากันส่งเสียงร้องลั่น
"กรี๊ดดดด นางเหม่ยหลิง"
"กรี๊ดดดด เ้าๆ"
"กรี๊ดดดด ข้าเกลียดเ้า"
สามนางต่างพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำอย่างทุลักทุเล พร้อมส่งสายตาฆ่าฟันมาที่เธอ ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันทยอยออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหญิงงามทั้งสามที่ตอนนี้สภาพเปียกโชก ผมเพ้ายุ่งเหยิงกระเซอะ กระเซิง ดูแล้วน่ากลัวเหมือนพรายน้ำ ไม่เหลือเค้าความสวยสดงดงามอีกแล้ว เพราะพวกนางต่างทำหน้าตาบูดบึ้ง
"พวกเ้าลงไปทำอะไรในแม่น้ำละ อยากเล่นน้ำหรือ นี่มันหน้าหนาวนะ บ้าหรือปล่าว ฮ่า ฮ่า ฮ่า จำไว้นี่ละที่เค้าว่าให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว''
เธอ หัวเราะชอบใจ ก่อนจะเดินจากไป
"กรี๊ดๆๆๆ นางฟางเหม่ยหลิง เ้าๆ นางบ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ"
ไป๋เฉียนฉิง ได้แต่ร้องและกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ
.......................................................
อีกด้านหนึ่งฝั่งตรงข้ามของระเบียง
"องค์ชาย ทรงยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ "
"เ้าไม่เห็นรึอย่างไร ว่าที่พระชายาของข้านะ เก่งแค่ไหน "
"เห็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ นางไม่กลัวใคร แถมยังสู้คนด้วย แบบนี้ช่างเหมาะกับองค์ชายมากเลยพ่ะย่ะค่ะ "
"ใช่แล้ว นางคือว่าที่ชายาแปด"
"รู้สึกว่าเมื่อก่อนนางจะไม่ใช่คนแบบนี้นะพ่ะย่ะค่ะ จากที่กระหม่อมได้ไปสืบมา แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่นางตกน้ำ จึงทำให้เปลี่ยนไปเป็คนละคน หรือตอนตกน้ำหัวของนางคงจะไปกระแทกอะไรเข้า จึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ "
จื่อฟงนั้นได้สืบเื่ของฟางเหม่ยหลิงโดยละเอียดตามคำสั่งขององค์ชายแปด
"ดีแล้วที่นางเป็แบบนี้ ข้าไม่สนว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง จนทำให้นางเปลี่ยนไป แต่ขอให้นางยังเป็นางแบบนี้ตลอดไป เ้าจงย้ำให้องครักษ์ไ้รเงาของเราดูแลนางให้ดีด้วย "
"พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย"