รวิชญ์นำเลขทะเบียนรถของศนิไปให้นักสืบช่วยหาประวัติแต่กลับพบความแปลกที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งกลายเป็นว่าเจ้าของรถชื่อภูมัยไม่ใช่ศนิอีกทั้งรูปก็ไม่มี แต่พอเทียบอายุที่เขาคาดการณ์ของศนิกับภูมัยก็น่าจะใกล้เคียงกันนักสืบยังถ่ายรูปของศนิที่ขับรถคันนั้นตลอด เป็นไปได้ไหมว่าศนิเป็นชื่อเก่าแต่ภูมัยเป็นชื่อใหม่ แต่ทำไมถึงไม่มีประวัติที่ผู้ชายคนนั้นเปลี่ยนชื่อ
“น่าแปลก ตอนแรกนักสืบไม่เจอประวัติของคุณศนิเลยแต่จู่ๆ ประวัติของคุณศนิก็ออกมายาวเหยียด แถมชื่อจริงๆ ของเขาคือภูมัย”นี่เป็นอีกเรื่องที่รวิชญ์ไม่เข้าใจจนต้องมาหากัลยาที่บ้าน
“เป็นไงเขาเป็นคนดีไหม”
“กัลอ่านดูแล้วกัน”
กัลยารับเอกสารที่มีประวัติคราวๆของชายหนุ่มที่ชื่อว่าภูมัย แต่ใบหน้าของเขาเหมือนกับภาพวาดของภารดีที่วาดให้ธามิณีเธอตั้งใจอ่านเพราะเขาไม่ใช่แค่แฟนของเพื่อน แต่เพราะธามิณีคือเพื่อนรักเธออยากให้เพื่อนได้พบกับคนดีๆ ที่จะไม่ทำให้เสียใจ
“เป็นเจ้าของร้านหนังสือมีรีสอร์ต ประวัติขาวสะอาด น่าจะหายห่วงได้แล้วนี่นา แล้วทำไมวิชญ์ทำหน้าแบบนั้น”
“เพราะจู่ๆ ประวัติของคุณภูมัยก็หาง่ายขึ้นมาน่ะสิ”ทำเหมือนกับรู้ว่าเขาจ้างนักสืบไปหาประวัติอย่างไรอย่างนั้น แต่ภูมัยหรือศนิจะรู้ได้อย่างไรวันนั้นเขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าสงสัยอะไรสักหน่อย
กัลยาวางมือบนไหล่เพื่อนแล้วบีบเบาๆ“เถอะน่า ธามได้พบคนดีๆ มีงานการทำ เราสองคนก็หายห่วงได้แล้วล่ะ”
รวิชญ์พยักหน้าเพราะเขาเองก็คิดแบบนั้นแต่ไม่รู้ทำไมเขายังรู้สึกเป็นห่วงธามิณีหากภูมัยมีเบื้องหลังหรืออะไรที่อันตรายล่ะ ธามิณีจะพบรักกับใครก็ได้ไม่ใช่เขาก็ได้ แต่เธอจะคบคนไม่ดี แล้วมาพบกับความเสียใจตอนหลังไม่ได้ชีวิตของเธอผ่านความเสียใจมามากแล้ว แม้จะปกป้องเธอในฐานะคนรักไม่ได้แต่เขายังคงเต็มใจปกป้องเธอในฐานะเพื่อนเสมอ
ตรงหน้าของศนิในรถเข็นตอนนี้คือของสดต่างๆชายหนุ่มยิ้มบางพลางมองธามิณีที่กำลังมองหาผลไม้ วันนี้เขาไปรับธามิณีในตอนเย็นเธอบอกเขาว่าอยากไปที่แห่งหนึ่ง แล้วเราสองคนก็มายืนอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตในห้างใกล้ๆกับมหา’ลัย เธอบอกเขาว่ามีบางอย่างที่อยากทำอยู่แต่ต้องมาซื้อของที่นี่ก่อน
“นี่คือลิสต์ข้อที่3 งั้นหรือ” ศนิถาม ดูหนังด้วยกัน ไปสวนสนุก ตอนนี้มาซื้อของด้วยกัน
“ใช่ค่ะธามอยากทำอาหารให้คุณทาน คุณจะได้ทานของที่คุณชอบวันนี้ธามโทรให้คุณมาเลือกซื้อของสดด้วยกัน แล้วไปทำอาหารที่หอของธามไงคะ”
สิ่งแสนจะธรรมดาแต่ว่ามีแค่คนที่รักกันถึงจะทำให้กันใช่ไหมนะ แม้จะเป็นเทพกึ่งมนุษย์มาหลายร้อยปีแต่ในความธรรมดาเหล่านี้ บางทีศนิก็เพิ่งได้รับแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรแต่มีคุณค่าทางใจเมื่อเธอทำให้เขารู้ว่าตัวเองมีตัวตนบนโลกใบนี้ การเป็นคนสำคัญทางใจของใครอีกคนเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“บอกลิสต์ที่เหลือมาให้หมดสิฉันอยากรู้”
ธามิณีเม้มปากราวกับผู้กำความลับ “ตอนนี้ไม่บอกหรอกค่ะธามอยากเซอร์ไพรส์คุณไปเรื่อยๆ มากกว่า”
ศนิเลิกคิ้วมองมนุษย์ที่ช่างลืมง่ายเสียจริงๆว่าหากเขาต้องการรู้ แม้เธอจะไม่บอก เขาย่อมหาลิสต์ที่ว่านั้นเจอได้ไม่ยากเย็นอะไรชายหนุ่มเข็นรถแล้วมีธามิณีค่อยหยิบของตามที่เขาบอก น่าสนุกดีเพราะมันไม่ใช่การทานอาหารคนเดียวเป็นส่วนใหญ่บางครั้งพ่อบ้านของบ้านแต่ละหลังจะมาคุยเป็นเพื่อนกับเขาบ้างแต่ความรู้สึกเหมือนเขายังโดดเดี่ยวเหมือนเดิมไม่เหมือนตอนนี้ที่เขาคิดว่าแม้จะมีธามิณีเพียงคนเดียวแต่กลับรู้สึกเหมือนว่านี่แหละ...ครอบครัวที่เขาอยากกลับมาหา
มีเสียงหัวเราะผสานเสียงคุยกันเบาๆในระหว่างที่ศนิถือของสดทั้งหมดมาที่รถ โดยแบ่งถุงขนมให้ธามิณีช่วยถือมาแม้จะเบาจนเหมือนไม่ได้ถืออะไรแต่เธอชอบการช่วยเหลือกันแบบนี้มากกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายรับภาระหนักอยู่คนเดียว
ศนิขับรถออกมาจากห้างแล้วเลี้ยวไปอีกทางธามิณีมองเห็นแล้วแต่ไม่ได้ทักท้วงอะไร การได้เห็นเขาจับพวงมาลัย ตบไฟเลี้ยวนิ้วยาวเคาะกับพวงมาลัยไปตามเพลงที่เปิดจากเพลย์ลิสต์ในโทรศัพท์ของเธอ ทำให้รู้สึกแบบนี้แหละที่ต้องการหากเขาเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ช่วงเวลาแบบนี้คงชินชา แต่เพราะเขาคือศนิการเห็นเขาทำหลายๆ อย่างกับเธอจึงกลายเป็นความพิเศษ
ศนิขับรถเข้ามาในบริเวณของบ้านหลังหนึ่งธามิณีไม่แน่ใจว่าเคยนั่งรถผ่านมาก่อนไหม แค่รู้สึกว่าคุ้นเหมือนเคยเห็นมาก่อนบ้านสองชั้นกลางพื้นที่กว้างมาก มีสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ถ้าเธอมีบ้านแบบนี้คงมาเดินเล่นบ่อยๆการมีพื้นที่ให้เดินเล่นกลางเมืองใหญ่นับว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
“ที่นี่บ้านของใครหรือคะ”ธามิณีถามพลางลงจากรถ ศนิยิ้มเหมือนเธอพูดอะไรที่น่าขำออกไป
“บ้านของฉันเองทำไมล่ะ แปลกใจหรือ ไม่ว่ามนุษย์ หรือเทพกึ่งมนุษย์ก็ต้องมีบ้านให้กลับไปนะ”
อย่างนี้เองสินะประตูรั้วสีขาวบานใหญ่ถึงเปิดในทันทีที่ศนิขับรถมาถึง ธามิณีช่วยถือถุงขนมพลางเดินเคียงเจ้าของบ้านมาเรื่อยๆช่างเป็นความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ เขาผู้มีความลับมากมายแต่ยอมเปิดเผยชีวิตที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขามีบ้านให้กลับไปแต่ในความดีใจนั้นธามิณีพลันเกิดคำถาม...ศนิรู้ใช่ไหมว่าเธอจะลาจากโลกไปเมื่อไหร่เขายอมให้ถ่ายรูป พาเธอมาที่บ้านของเขา ยอมเปิดเผยความในใจ ทุกอย่างที่เขาทำให้เธอเพราะรู้ว่าเวลาเหลืออีกไม่มากแล้วใช่ไหม
“ทำไมถึงมองมาที่ฉันแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะมีอะไรที่ธามอยากบอกฉันไหม” ศนิยื่นมือไปจับมือบางไว้ บางครั้งเขาก็อยากอ่านความคิดของมนุษย์ได้โดยเฉพาะกับธามิณี
ธามิณีบีบมือหนาเบาๆ“ธามมีความสุขจนอยากจะร้องไห้มั้งคะ”
“ถ้ามีความสุขก็ควรยิ้มสิอย่าร้องไห้เลยนะ”
คำปลอบของศนิทำให้ธามิณียิ้มออกมาทันทีเวลาเขาพูดเสียงอ่อนโยนยิ่งน่าฟังเขาคงไม่รู้ตัวว่าถ้าไม่ทำหน้าเรียบเหมือนกระดาษหรือพูดอ่อนโยนแบบนี้บ่อยๆป่านนี้อาจเป็นเทพกึ่งมนุษย์ที่แต่งงานไปหลายรอบแล้วกระมัง แต่ความที่เขาดูเย็นชาและเข้าถึงยากทำให้เธอเป็นรักแรกของเขา พอคิดแบบนี้แล้วเธอก็ต้องยิ้มให้กว้างๆ สินะ
ขอเพียงรักนี้นิรันดร จำหน่ายในรูปแบบ E-Book แล้วนะคะที่เว็บ MEB หมวด นิยายรัก โบว์จะลงนิยายให้อ่านประมาณ 65% ของเรื่องราวทั้งหมดหรือประมาณบทที่ 16 แล้วสิ้นสุดการลงนิยายนะคะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี