ตอนที่ 69
เครื่องบินโดยสารลงจอดที่สนามบินเป่ยจิง ผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวแน่นขนัด ซึ่งท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น แคลร์ต้องเดินฝ่าฝูงชนชนจำนวนมาก เพื่อตามสะกดรอยชายหนุ่ม
ชิงเทียนโบกแท็กซี่ พร้อมกับเหลือบมองหญิงสาวผมสีบลอนด์เงิน ซึ่งกำลังทำตัวกลมกลืนกับฝูงชน พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มุมปาก
*****************************
หอนพเก้าสาขาเมืองหลวง จิ่วฟางกำลังหัวหมุน กับการเช็ควัตถุดิบในโกดัง รวมถึงการจัดการบัญชีรายวัน นี่คือผลพวงจากการกระทำของเธอเอง ที่ไปโฆษณาว่าชิงเทียนเป็นที่ปรึกษาด้านอาหาร ของหอนพเก้า
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน ซึ่งทางร้านก็ได้ปิดให้บริการแล้ว แต่กลับมีแสงไฟคู่หนึ่งสาดส่องเข้ามา รถแท็กซี่ขับเข้ามาจอดที่หน้าร้าน จิ่วฟางจึงเดินไปดูที่หน้าต่างด้วยความสงสัย
เมื่อจิ่วฟางมองเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถ เธอก็รีบมาออกต้อนรับเขาทันที ล่าสุดเธอได้ยินว่าชิงเทียนออกเดินทางไปที่เกาะลึกลับในแถบทะเลแปซิฟิก จึงไม่คิดว่าเขาจะกลับมาเร็วขนาดนี้
“กลับมาแล้วเหรอค่ะ บอสใหญ่" ชิงเทียนได้ขอให้เธอเรียกชื่อจริงแล้ว แต่จิ่วฟางบอกว่า เธอชอบเรียกเขาว่าบอสใหญ่มากกว่า ซึ่งชิงเทียนเองก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร
เขากวาดตามองไปรอบๆ ดานหน้าหอนพเก้าสาขาเมืองหลวง เป็นลานขนาดใหญ่ที่ปูด้วยพื้นหินอ่อน บริเวณโดยรอบถูกโอบล้อมไปด้วยป่าไผ่ และสวนพืชพรรณนานาชนิด
“ขอยืมใข้พื้นที่หน่อยได้ไหม?"
จิ่วฟางทำหน้าสงสัย “บอสใหญ่จะใช้ทำอะไรค่ะ?"
“เอาไว้รับแขก" สายตาของชิงเทียน ทอดมองไปยังท้องฟ้าอันแสนมืดมิด “ลงมาได้แล้วมั้งเจ้าหน้าที่แคลร์ ช่วงนี้อากาศหนาว เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ"
ผ่านไปชั่วครู่ ร่างของหญิงสาวผมสีบลอนด์เงิน ซึ่งกำลังยืนอยู่บนแผ่นเหล็กกลางอากาศ ก็ลอยลงมายังพื้นดิน
“คุณรู้ได้ยังไง ว่าฉันตามคุณมา"
“ก็คลื่นอัสนีที่คุณปล่อยออกมา รุนแรงซะขนาดนั้น" ชิงเทียนยักไหล่ หลังจากเขาหลอมรวมกับเศษผลึกอัศนีทัณฑ์สวรรค์ ประสาทสัมผัสด้านปราณอัศนี จึงเฉียบคมมากขึ้นหลายร้อยเท่า
แม้ว่าแคลร์จะไม่รู้จักปราณอัสนี แต่เธอก็เดาเอาว่า เขาคงจะหมายถึงกระแสไฟฟ้า ซึ่งกระจายออกมารอบตัวเธอ “คุณรู้อยู่แล้วว่าฉันเป็นคนจากองค์กร แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ยอมลงมือ?"
ชิงเทียนเงียบไปสักพัก “จะว่าไงดีล่ะ ผมไม่สามารถสัมผัสถึงจิตสังหาร จากตัวคุณได้เลย นั่นจึงทำให้ผมเกิดคำถามภายในหัว ว่าคุณอยากจะฆ่าผมจริงหรือเปล่า"
“ฉันต้องทำตามคำสั่ง และคำสั่งที่ฉันได้รับ คือการกำจัดคุณ"
ดาบสีฟ้าครามปรากฏในมือชายหนุ่ม เขาชี้ปลายดาบเข้าหาเธอ “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลยไหม"
มือทั้งสองข้างของแคร์ชูขึ้นไปบนท้องฟ้า สายฟ้าสีขาวกระหน่ำผ่า ใส่กลางศรีษะของชิงเทียน เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นไปทั่วบริเวณ หากเป็นคนทั่วไป ร่างกายคงระเบิดเป็นชิ้นๆไปนานแล้ว
หลังจากสายฟ้าสงบลง ชายหนุ่มคงยืนอยู่ที่เดิมโดนไร้รอยขีดข่วน ราวกับกับว่าการโจมตีเมื่อครู่ ไม่ระคายผิวเลยแม้แต่น้อย
แคลร์ถึงกับผงะไปทันที คนที่โดนการโจมตีจากเธอ แล้วไม่ได้รับความเสียหาย มีเพียงแค่โนอาห์เพียงคนเดียว แต่ตอนนี้กลับมีชิงเทียนเพิ่มเข้ามาอีกคน
“ปราณธาตุอัสนี ใช้ไม่ได้ผลกับผมหรอก" ร่างกายของชิงเทียน มีภูมิต้านทานอัสนีระดับสุดยอด สายฟ้าทุกชนิดจึงไร้ความหมาย เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
ผงเหล็กสีดำรวมตัวกันที่ฝ่ามือของหญิงสาว มันควบแน่นเป็นดาบสีดำทมิฬ เสียงเสียดแทงแสบแก้วหู ดังออกมาจากตัวดาบไม่ขาดสาย สนามแม่แหล็กรอบตัวแคลร์ปั่นป่วน ร่างกายของเธอลอยขึ้นจากพื้น จากนั้นก็พุ่งเข้าหาชายหนุ่ม
ชิงเทียน ใช้ดาบป้องกันการโจมตีไว้ได้ กระบวนท่าถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ฝีมือการใช้ดาบของเขา เหนือกว่าหญิงสาว จนไม่อาจนำมาเทียบกันได้
คมดาบเปลวเพลิง ตัดดาบสีดำออกเป็นสองท่อน แคลร์เอี้ยวตัวหลบคมดาบ ผงเกล็กถูกดึงดูดมามากยิ่งขึ้น เธอสร้างแส้คลื่นความถี่สูงนับสิบเส้นเข้าต่อกร ชิงเทียนใช้ดาบเพียงเล่มเดียว รับมือกับกับการโจมตีทุกทิศทาง แส้สีดำถูกเขาทำลายไปทีละเส้น สุดท้ายก็ถูกทำลายไปจนหมด
แคลร์หอบหายใจหนัก หากวัดกันด้านทักษะการต่อสู้ เธอไม่สามารถเอาชนะเขาได้เลย ชิงเทียนในตอนนี้แข็งแกร่งเกินไป ในเมื่อสู้ไปก็ไม่มีทางชนะ สุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจถอยหนี ผงเหล็กรอบตัวกระจายออก เป็นหมอกพรางตา เธอเหยียบแผ่นเหล็ก และลอยหายไปบนสองฟ้า
“ไม่ตามเหรอค่ะ" จิ่วฟางเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่จำเป็น... หากโชคดีคงจะมีโอกาสได้พบกันอีก" ชิงเทียนเผยรอยยิ้ม หากเขาเอาจริง หญิงสาวคงจะตายไปนานแล้ว
มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามา ในมือถือของชิงเทียน เนื้อหาภายใน ทำให้โทสะของชายหนุ่มเดือดพล่าน “ฉันคงต้องขอตัวก่อน พอดีต้องไปจัดการธุระที่บริษัทนิดหน่อย" หลังจากพูดจบแล้วชิงเทียนก็ลอยหายขึ้นไปบนอากาศ
***************************
บริษัทชิงเทียน สำนักงานเมืองจี่หนาน ชายคนหนึ่ง กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ในห้องผู้จัดการ โดยมีทีมของจินโม่เฉิน คอยควบคุมตัวไว้อยู่ เขาพยายามขโมยสูตร ของผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ก็ถูกจินโม่เฉินกับได้ซะก่อน
“ฉันส่งข้อความไปหาบอสแล้ว อีกไม่นานเขาคงจะเดินทางมาถึง" จางจื่อฉิงรู้จักกับพวกเขาดี ทั้งห้าคนนี้เป็นลูกน้องของชิงเทียน และยังคอยดูแลความปลอดภัยให้กับบริษัท
ชิงเทียนใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง กว่าจะเดินทางมาถึง ชายที่นั่งคุกเข่ายังคงปิดปากเงียบ “ผู้จัดการจาง คุณกลับไปก่อน เดียวผมจัดการต่อเอง"
“เข้าใจแล้วค่ะ" จางจื่อฉิงก้มกัวให้ชิงเทียนเล็กน้อย ก่อนจะออกจากห้องไป
ชิงเทียนลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้า ชายคนดังกล่าว เขาเหลือบมองไปยังบัตรพนักงาน ซึ่งห้อยอยู่ที่คอ “เอาหล่ะ ช่วยอธิบายเหตุผลให้ฟังหน่อยได้ไหม คุณหานเทียนเสียง”
หานเทียนเสียงถ่มน้ำลายออกมา เขาจ้องตาชิงเทียนอย่างไม่เกรงกลัว ชิงเทียนแสยะยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าเขา จะไม่ได้เล่นบทโหดมานานมากแล้ว ปากกาสีดำถูกเปลี่ยรเป็นดาบอันคมกริบ ฟันเข้าที่แขนซ้านของชายตรงหน้าจนหลุดกระเด็น
“อ้ากกกกก!!!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด จางจื่อฉิงที่ยืนรอลิฟท์อยู่สันหลังเย็นวาบ เธอไม่อยากจินตนาการเลยว่าในห้องเกิดอะไรขึ้น
หานเทียนเสียง ใช้ฟันบดกัดยาพิษ ที่ซ่อนไว้ในปาก เพื่อฆ่าตัวตายแต่ในขนะที่ยากำลังออกฤทธิ์ ชิงเทียนก็จี้สกัดจุดกันไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ
“อย่าพยายามฆ่าตัวตาย ต่อหน้าหมอเชียว"
ชิงเทียนใช้ฝ่ามือทาบลงบนกลางหัวหายเทียนเสียง เพื่อใช้วิชาสืบค้นวิญญาน ดวงตาของชายตรงหน้า เหลือกขึ้นจากความเจ็บปวด หลังจากที่ค้นความทรงจำเรียบร้อยแล้ว เขาก็ใช้ฝ่ามือที่แข็งดุจเหล็กกล้า บีบหัวหานเทียนเสียงจนแตกกระจาย ทำให้เลือดและเศษชิ้นเนื้อ เปรอะเปื้อนไปทั่วห้อง
“องค์กรอิลลูมินาติอีกแล้ว!!"
ชิงเทียนกัดฟันกรอด เขาหยิบเอกสารรายชื่อพนักงานออกมา แล้วนำรูปของพนักงานสิบกว่าคน ยื่นให้จินโม่เฉินและพรรคพวก “ช่วยทำความสะอาด แล้วก็จัดการคนพวกนี้ให้ด้วย ส่วนนี่เป็นรางวัลที่ช่วยจับหัวขโมย"
เม็ดยาจันทร์จันทร์จรัสแสง ถูกแจกจ่ายให้กับทั้งห้าคน สมาชิกทีมของจินโม่เฉิน ต่างพากันตื่นเต้น หากพวกเขาดูดซับตัวยาเข้าไปจนหมด คงจะทะลวงขอบเขต สร้างแก่นปราณทุกคนเป็นแน่
“ขอบคุณครับบอส" ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนประสานมือให้กับชิงเทียน
คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ คือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา ดูเหมือนว่าสูตรยาของเขา จะไปเตะตาพวกคนใหญ่คนโตเข้าให้แล้ว
******************************
สำนักงานใหญ่องค์กรอิลลูมินาติ โจนาทานได้มาเยี่ยมซาโต้ที่ห้องพักพื้น ตอนนีชายลูกครึ่งญี่ปุ่นอเมริกัน มีสุขภาพร่างกายดีขึ้นแล้ว
“โจนาธาน สิ่งที่ฉันต้องจ่ายช่างไม่คุ้มกับ หมอนข้างฮารุจังเอาเสียเลย"
“หึ หึ เวลาแบบนี้ยังมาเล่นมุขอีกนะ นายหมดสติไปนานคงยังไม่รู้เรื่อง ตอนนี้แอตลาสถูกแพทย์เทวะสังหารแล้ว แม้จะยังไม่มีหลักฐาน แต่เราก็มั่นแล้วใจว่า ต้องเป็นฝีมือของเขาแน่" พวกเขาทั้งสองคนสนิทกัน การสนทนาจึงค่อนข้างเป็นกันเอง
ซาโต้อึ้งไปสักพัก จากนั้นก็หัวเราะออกมา “ต่อไปนี้คงไม่มีใครล้อฉันว่า โดนหมอกระทืบมาแล้วล่ะนะ"
“อย่างไรก็ตาม ภารกิจสังหารแพทย์เทวะ ถูกมอบหมายให้แคลร์จัดการแล้ว อีกไม่นานคงจะมีความคืบหน้า" เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เป็นแคลร์ที่โทรเข้ามา “ขอตัวสักครู่นะ"
โจนาธานเดินออกไปคุยโทรศัพท์ ผ่านไป 5 นาทีเข้าก็กลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับสีหน้าที่มืดครึ้ม ซาโต้ไม่เคยเห็นผู้อำนวยการ แสดงสีหน้าเช่นนี้มาก่อน “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า"
“แคลร์แพ้กลับมา เธอไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วน ให้กับชายคนนั้นได้ด้วยซ้ำ"
“อะไรนะ จะเป็นไปได้ยังไง ที่คนๆหนึ่งจะพัฒนาได้รวดเร็วเช่นนี้" ซาโต้พึ่งสู้กับชิงเทียน ไปเมื่อสองเดือนก่อนและในตอนนั้น พวกเขาก็ยังสู้กันได้อย่างสูสี
โจนาธานถอนหายใจออกมา “ฉันคงดูถูกผู้บ่มเพาะมากเกินไป"
หลังจากนั้น โจนาธานก็ได้รับรายงายว่า สายที่ส่งเข้าไปแทรกซึมในบริษัทชิงเทียน ล้วนขาดการติดต่อ พวกเขาต่างก็ถูกฝึกเป็นอย่างดี ต่อให้ถูกทรมาน ก็จะไม่มีทางปริปาก และเมื่อถึงเวลาจวนตัว ก็ยังมียาพิษซ่อนไว้ในฟันเทียม เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่ข้อมมูลต่างๆจะรั่วไหลออกไป
ตอนนี้โจนาธานรู้สึกครียดเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องการสังหารชิงเทียน และการแทรกซึมต่างก็ทำไม่สำเร็จทั้งคู่
*********************************
ชิงเทียนกลับมานอนที่วิลล่า โครงการประตูมังกรทอง ลู่หลี่หลินเองก็อาศัยอยู่ที่นี่ หลังจากที่ชิงอันและชิงเหอตี้ย้ายไปอยู่ที่ หอนพเก้าสาขาหลัก หญิงวัยกลางคนก็ไม่มีคนคอยพูดคุยด้วย เธอจึงรู้สึกเหงาเล็กน้อย
ชายหนุ่มสัญญากับเธอว่า จะส่งคนมารับเธอ เพื่อไปพบกับชิงอัน เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ที่ต้องปล่อยให้เธอ ดูแลวิลล่าหลังนี้เพียงคนเดียว
วันต่อมา ชิงเทียนแวะไปหาหลงหยวน เขาไม่ได้พบเพื่อนคนนี้มาสักพักแล้ว ตอนนี้หลงหยวน ได้รับหน้าที่ดูแลกิจการทั้งหมดของตะกูล ส่วนซีเหมินจวินก็ได้เป็นรองผู้จัดการคาซิโน โดยมีอำนาจรองจากจางเสี่ยวเป่า
หลงหยวนและซีเหมินจวิน ยังคงอยู่ในขอบเขตรวบรวมลมปราณ ชิงเทียนจึงได้มอบเม็ดยาจันทร์จรัสแสงให้กับพวกเขาด้วย หลังจากที่ช่วยทั้งสองคนดูดซับเม็ดยา พวกเขาก็ทะลวงขั้นขึ้นมาอยู่ใน ขอบเขตก่อตั้งลมปราณได้สำเร็จ
ชิงเทียน ไม่มีธุระอะไรในจี่หนานให้ต้องจัดการอีกแล้ว ส่วนโครงการที่เขาร่วมทุนกับฮวงอี้ ก็พึ่งจะคืบหน้าไปได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คงอีกนานกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ เขาจึงตัดสินใจกลับไปที่หอนพเก้าสาขาหลัก
สนามบินกว่างโจว ชิงเทียนลงจากเครื่องและมองหารถแท็กซี่ คนขับเป็นชายร่างใหญ่ที่มีกล้ามเป็นมัดๆ แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ เขาเป็นผู้บ่มเพาะ แม้ระดับพลังจะอยู่เพียงขอบเขตก่อตั้งลมปราณ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบผู้บ่มเพาะ นอกจากคนของหอนพเก้า
---------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771