ทันใดนั้นรัศมีที่เคยเป็แสงสีฟ้าล้วนของดาริน ปรากฏรัศมีแสงสีเขียวตุ่น ๆ แทรกขึ้นมาในรัศมีแสงสีฟ้าล้วน ในขณะเดียวกันบอลอัดอากาศจากมือของหน้าทหารนภาได้พุ่งชนเหล่ากำแพงที่ขวางกั้นเขาไว้ แทนที่มันจะพังทลายตามที่เขา้า มันกลับมามีหน่อสีเขียวเล็ก ๆ งอกขึ้นตามวงเวทสีเขียวเข้มที่มีกระจายไปทั่วเต็มกำแพงหิน โดยไม่มีใครทันได้ตั้งตัว จากหน่อสีเขียวเล็ก ๆ มันพุ่งไปหาเป้าหมายด้วยความรวดเร็ว
ตอนนี้เหล่าทหารนภารวมถึงผู้พันประสิทธิ์ถูกเถาวัลย์ที่งอกออกมาจากกำแพงหินพันรัดไปทั้งตัว หลายคนพยายามใช้อาวุธเวทมนตร์ประจำตัวสู้กลับ แต่มันมีจำนวนมากเกินไปที่พวกเขาจะกำจัดได้ทัน เมื่อเส้นหนึ่งถูกฟันทิ้งก็จะมีอีกเส้นพุ่งเข้ามาพยายามพันรัดพวกเขาอีกเส้นทันที หลายคนรวมถึงผู้พันประสิทธิ์พยายามใช้เวทมนตร์ทำลายเถาวัลย์เช่นกัน แต่อัตราความเร็วในการร่ายเวทมนตร์มันช้ากว่าอัตราการงอกของเถาวัลย์อยู่ดี ทำให้ตอนนี้ทหารนภาทั้งหมดถูกพันธนาการมัดติดราวกับมัมมี่สีเขียว
“ปล่อยข้านะโว้ย” ผู้พันประสิทธิ์ตะคอกออกมาผ่านช่องเถาวัลย์
“ฉันเคยพูดไปแล้วว่าฉันไม่พูดกับคนที่กำลังจะตาย” ธัญญ่ากำลังเดินไปหาทหารนภาที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่คนที่เธอตั้งใจพูดด้วยคือหัวหน้าฝ่ายศัตรู
“ไม่ ไม่ ได้โปรดอย่าฆ่า...อ๊อก” มีเสียงดังฉึกก่อนที่เสียงของทหารนภาคนนั้นจะหายไปอย่างกะทันหัน
ภาพของเพื่อนทหารถูกดาบแทงเสียบเข้าที่คอจนพูดต่อไม่ได้อย่างกะทันหัน ทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกหนาวสั่นเพราะความกลัวในความเืเย็นของธัญญ่า แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็ถือเป็ฉากปกติทั่วไปที่เห็นได้ตามสนามรบ ผู้พ่ายแพ้ย่อมไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะอยู่หรือจะตาย
“ธัญญ่า อย่าเพิ่งฆ่าใครทั้งนั้น” ในขณะที่ธัญญ่ากำลังจะเดินหาทหารนภาคนถัดไป จู่ ๆ ดารินก็ร้องทักบอกธัญญ่าเพื่อหยุดสิ่งที่เธอกำลังจะทำ ดารินพูดต่อ “ฉันมีคำถามจะถามเ้าพวกนี้สักหน่อย”
ธัญญ่าเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ของเธอจะสื่อทันที เธอหยุดมือที่จะฆ่าทหารนภารายถัดไปทันที
“พวกแกเข้ามาด้านในของประตูสามได้ยังไง?” ดารินยังคงกำมือแน่นเพื่อควบคุมเถาวัลย์ เธอเร่งเสียงตัวเองให้ดังขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ยินชัด ๆ “ฉันจะให้ธัญญ่าปล่อยคนที่ยอมตอบคำถามของฉัน”
“ต่อให้ต้องตาย พวกข้าก็ไม่ตอบอะไรทั้งนั้น” ผู้พันประสิทธิ์คำรามออกมา มันเป็การออกคำสั่งโดยนัยให้กับบรรดาลูกน้องว่าให้ตายก็ห้ามตอบอะไรทั้งนั้น
ฉับ!
“เมื่อไม่ตอบก็ต้องตาย” ธัญญ่าพูดอย่างเ็า
ใบหน้าและเสื้อผ้าของเธอที่เต็มไปด้วยเื เธอดูราวกับพญามัจจุราชขณะเดินผ่านศพไร้หัวที่เพิ่งล้มลงอีกราย
“ฉัน ฉันไม่รู้ ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลย” หญิงสาวในชุดทหารสีเขียวอ่อนตัวสั่นเทาเมื่อเห็นธัญญ่าเดินเข้ามาใกล้ทุกขณะ
ฉึก!
เธอแทงใส่ทหารหญิงของนภาคนนั้นทันทีก่อนที่จะพูดอย่างไม่แยแส “ตอบไม่ตรงคำถาม”
ตอนนี้ทหารนภาทุกคนตัวสั่นอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่พวกเขายังคงอยู่ในกรงเถาวัลย์ยังทำให้เถาวัลย์ที่ดูแ่ายังคงสั่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกคนถูกลดเถาวัลย์ที่พันรอบหัวออกเพื่อที่จะได้เห็นฉากที่แสนโหดร้าย
ดูจากสถานการณ์แล้ว การฆ่าของธัญญ่าคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะหมดคนสุดท้ายเป็แน่แท้ และดารินก็ไม่คิดจะหยุดเธอเช่นกัน แต่บังเอิญว่ารายต่อไปที่ธัญญ่าจะเดินไปหาคือผู้พันประสิทธิ์
ธัญญ่าหยุดแล้วจ้องมองเขาเพื่อรอคอยว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมาหรือไม่ จนเมื่อผ่านไปชั่วขณะหนึ่งจนเธอคิดว่าเขาคงไม่คิดจะพูดตามที่เขาประกาศออกมา เธอจึงยกมือขึ้นเพื่อง้างจะฟันดาบใส่เขา
ทันใดนั้นเขาก็ยอมปริปากพูดออกมาว่า “หยุดก่อน ฉัน ฉันยอมบอกแล้ว” เขาพูดเสียงสั่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่หรือคนที่เป็ผู้นำของพวกแก ดูให้เต็มตา สั่งคนอื่นให้ตายแทนตัวเอง พอที่ตัวเองกลับทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเอาชีวิตรอด น่าสมเพชสิ้นดี” จ่าพาราพูดอย่างดูถูกเหยียดหยามให้กับสมกับความแค้นที่อีกฝ่ายเคยพูดไว้
ธัญญ่าไม่สนใจจ่าพารา เธอเอ่ยขณะพูดดาบจ่อคอของอีกฝ่าย “ว่ามา”
“ฉัน ฉันไม่รู้ว่าใครเป็คนช่วยพวกเรา” ผู้พันประสิทธิ์พูดเสียงตะกุกตะกัก
หลังเขาพูดจบประโยค ธัญญ่ากดดาบที่จ่อคอของผู้พันประสิทธิ์หนักขึ้นจนมีเืซึมออกมา
ผู้พันประสิทธิ์รีบพูดออกมารัว ๆ “เดี๋ยว ๆ ฉันรู้แค่ว่าจะมีคนระดับสูงที่อยู่ที่ป้อมนี้ช่วยแอบเปิดประตูนี้ให้”
เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่ผู้พันประสิทธิ์พูดออกมา ธัญญ่าและดารินหันมองหน้ากันทันทีก่อนจะหันไปทางฝั่งทหารวสุธายืนอยู่ พวกเขาไม่เห็นผู้กองเกรียงเดชในกลุ่มของทหารวสุธา แต่พวกเธอก็เลือกที่จะเงียบไม่พูดออกไป เพราะพวกเธอคิดว่านี่อาจเป็แผนของศัตรูให้พวกเขาแตกคอกันเองอยู่ก็ได้
แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่เข้าใจถึงเื่นี้ ปกรณ์โพล่งถามออกมาทันที “ผู้กองเกรียงเดชหายไปไหน?”
“ผู้กองเกรียงเดชหรือครับ?” คนที่ตอบคือจ่าพารา “เขาบอกว่าเขาจะไปดูเครื่องต่อต้านการบินอีกเครื่อง ที่นี่มีคุณดารินอยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว”
ธัญญ่าและดารินมองแอบขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบ ถึงพวกเธอจะค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับเื่นี้เพราะมันช่างสอดคล้องกับภารกิจลับสุดยอดของพวกเธอเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่มีหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุนคำกล่าวหาที่ไม่ได้ระบุชัดจากปากของศัตรู
ทหารของวสุธาดูไม่ออกว่าคนจากธารากำลังคิดอะไรกันอยู่ บวกกับพวกเขาเชื่อใจในตัวผู้กองเกรียงเดชอย่างมาก คำว่าสงสัยว่าผู้กองเกรียงเดชอาจทรยศพวกพ้องไม่เคยมีอยู่ในหัวของพวกเขาเลย
ธัญญ่ากลับมาทำตัวปกติ เธอสลัดความสงสัยของเธอทิ้งไป และเธอหันมาสนใจกับการจัดการกับข้าศึกที่อยู่ตรงหน้าก่อน
เธอหันไปมองดารินเพื่อขอความเห็น ดารินเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายจะสื่อถึงอะไร เธอพยักหน้าเพื่ออนุญาต เธอเข้าใจดีว่านี่คือโลกของา การปล่อยข้าศึกไปก็ไม่ต่างกับการปล่อยเสือกลับเข้าป่า ไม่มีอะไรรับประกันว่าพวกเขาจะไม่กลับมารุกรานอีก
เมื่อได้รับความเห็นชอบ ธัญญ่าง้างแขนเตรียมฟันใส่หัวหน้าทหารนภาทันที
“เดี๋ยว! ไหนบอกว่าถ้าบอกแล้วจะปล่อยฉันไปไม่ใช่หรือไง” ผู้พันประสิทธิ์รีบพูดออกมาทันทีที่เห็นท่าทางของธัญญ่า
“ถ้าเป็แก แกจะยอมปล่อยไปไหมล่ะ?” ธัญญ่าพูดอย่างเ็า
“ปล่อย ปล่อยสิ ฉันเป็พวกรักษาคำพูด” ผู้พันประสิทธิ์รับพูดจนลิ้นแทบพัน
“เหรอ? แต่ฉันไม่” ธัญญ่ายักไหล่ เธอพูดอย่างไม่แยแส “จะเอาไปฟ้องคนอื่นก็ได้นะ แต่คงมีแต่ผีกับยมบาลที่แกจะได้ไปบอกต่อ”
ผู้พันประสิทธิ์กรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อรู้ชะตากรรมของตนเอง
ตูม! ตูม! ตูม!
ในวินาทีที่ดาบของธัญญ่าใกล้จะัักับิัที่คอของผู้พันประสิทธิ์ ปรากฏลูกไฟขนาดเท่าลูกฟุตบอลพุ่งมาหา จนทำให้ธัญญ่าต้องรีบชักดาบกลับเพื่อป้องกันตนเองจากลูกบอลไฟ
ด้วยคุณสมบัติธาตุที่ไฟย่อมแพ้น้ำ ทำให้เธอไม่เป็ไรนัก แต่ตอนนี้มันกำลังแผดเผาเถาวัลย์ที่กำลังพันรอบตัวผู้พันประสิทธิ์ หากมองไปรอบตัวเหล่าทหารนภาที่ถูกเถาวัลย์พันธนาการเอาไว้ต่างมีไฟลุกโชนขึ้นมากันหมด เว้นแต่ร่างที่ไร้ิญญาที่ยังคงติดอยู่ในเถาวัลย์ตามเดิม
“มัวทำอะไรอยู่? ไอ้ประสิทธิ์!”
ทันใดนั้นปรากฏเสียงที่แหบแห้งดังขึ้นมา ทุกคนต่างหันไปหาต้นตอของเสียงนั้น มีชายรูปร่างผอมสูงในชุดทหารสีแดงเพลิงที่บ่งบอกว่าเขาเป็ทหารของศิขา เขาอยู่บนกำแพงเหนือประตูป้อมปราการ ข้างกายของเขามีเพียงชายในชุดคลุมสีดำที่ระบุไม่ได้แม้แต่เพศของคนเขาคนนั้น น่าแปลกที่ถึงแม้เสียงแห่งายังคงดังก้องอยู่ แต่บริเวณที่ชายทหารศิขากับคนในชุดคลุมดำ กลับไม่มีทหารของฝ่ายเ้าบ้านอยู่ใกล้เคียงเลย
“เครื่องต่อต้านการบินฝั่งโน้นถูกทำลายแล้ว ทำไมนายถึงชักช้านัก?” ถึงเสียงของชายในชุดทหารสีแดงจะแหบแห้งไม่น่าฟัง แต่มันก็ทำให้คนฟังรู้สึกถึงพลังอำนาจที่เขามี
ธัญญ่าไม่สนใจอีกฝ่าย สิ่งเดียวที่เธอคิดในตอนนี้คือต้องรีบสังหารผู้พันประสิทธิ์เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมให้จงได้ เธอรีบฟันดาบทั้งสองของเธอใส่เป้าหมายของเธอก่อนที่เถาวัลย์จะไหม้จนอีกฝ่ายหลุดออกจากการพันธนาการ
ในขณะเดียวกันดารินเองก็พยายามบังคับให้เถาวัลย์งอกเพิ่มเพื่อเสริมเถาวัลย์ที่ถูกเผาไหม้ไป แต่ก็ไร้ผล ไฟที่กำลังเผาไหม้เถาวัลย์อยู่ช่างแปลกประหลาด ดูเหมือนมันจะสามารถควบคุมตัวเองให้เลือกเผาไหม้เฉพาะเถาวัลย์ได้ และดูแล้วจะไม่มอดดับลงจนกว่าเป้าหมายของมันจะสำเร็จ
เมื่อไม่ได้ผลดารินคิดจะเปลี่ยนวิธี เมื่อเวทมนตร์ของอีกฝ่ายเป็ไฟ ก็ต้องใช้น้ำดับมันเสีย เธอหยุดใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูแล้วเตรียมใช้มหาะุวารียิงใส่ไฟแทน
แต่ก่อนที่เธอจะได้เรียกมหาะุวารีออกมา และก่อนที่ธัญญ่าเองจะได้บั่นคอของผู้นำทหารนภาสำเร็จ ได้เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้น
จู่ ๆ พื้นตรงบริเวณที่ธัญญ่ายืนอยู่เกิดสั่นไหว ในวินาทีต่อแผ่นดินขนาดใหญ่ถูกยกพลิกคว่ำใส่ธัญญ่าที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
โครม!
“เวทปฐีพลิกผัน” ใครบางคนในกลุ่มทหารวสุธาอุทานออกมา “นอกจากผู้กองเกรียงเดชแล้วยังมีใครที่ใช้มนตร์นี้ได้อีกงั้นเหรอ?”