ยามเช้า ณ จวนพระยาสวรรคโลก…
หมอกบางลอยคลอเหนือสระน้ำหน้าจวน
เสียงนกร้องดังแว่วท่ามกลางอากาศเย็นสบาย
ภูผานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระยาสวรรคโลก
บนโต๊ะไม้ตรงกลาง มีแผนที่เก่า ผืนผ้า และบันทึกเส้นทางวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
พระยาสวรรคโลกมองชายหนุ่มตรงหน้าเงียบๆ ก่อนเอ่ยขึ้น
“เจ้าคิดดีแล้วหรือ…จะไปถึงเมืองพิมาย”
ภูผาพยักหน้า
“พวกเราต้องการเหล็กน้ำพี้เพื่อเพิ่มความสามารถของกองทหาร และยังต้องสร้างเส้นทางค้าขายใหม่ หากวันหนึ่งเกิดสงครามอีก บ้านเมืองจะได้ไม่ขาดเสบียง”
ดวงตาของพระยาสวรรคโลกฉายแววพึงพอใจ
แม้ภูผาจะถูกปลดจากตำแหน่ง
แต่ความคิดและสายตากลับมองไกลกว่าขุนนางจำนวนมาก
“แล้วเรื่องกองกำลัง?”
ภูผายิ้มบาง
“ยังคงเป็นการดำเนินต่อไปเหมือนเดิมขอรับ หากแต่ทำเป็นการลับ”
พระยาสวรรคโลกหัวเราะเบาๆ
“ระวังตัวให้มาก คนที่จับตามองเจ้า…เริ่มเยอะขึ้นทุกวันแล้ว แล้วเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนทหารนั้นเจ้าจะจัดการอย่างไร”
ว่าแล้ว ท่านก็เอาถุงเงินถุงใหญ่ส่งให้ภูผาไป
ภายในบ้านพักทหารลับกลางหุบเขา
เหล่าทหารกำลังขนเสบียงขึ้นเกวียนหลายคันอย่างเร่งรีบ
ภูผายืนแจกแจงหน้าที่อย่างละเอียด
“ครั้งนี้ คนที่จะร่วมเดินทางมีเพียงยี่สิบคน”
หลายคนมีสีหน้าเสียดายทันที
“ส่วนที่เหลือ ฝึกต่อ ซ้อมอาวุธต่อ และรักษาค่ายแห่งนี้ไว้”
ทองขาวพยักหน้าเสริม
“ใครขี้เกียจ ข้าจะจับโยนลงเขาเอง”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วลาน
หมื่นพันรีบยกมือทันที
“ถ้าเป็นสาวงามโยนลงมา ข้าจะไปรับเอง!”
ปึง!
ยังไม่ทันพูดจบ ทองขาวก็เขกหัวดังลั่น
—
อีกด้านหนึ่ง…
ภายในจวนของพระยาบวร
เรือนแก้วนั่งกุมมือมารดา สีหน้าออดอ้อนเต็มที่
“ท่านแม่…ข้าแค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาเอง”
“เปิดหูเปิดตาถึงเมืองพิมายเนี่ยนะ?”
มารดาของนางถอนหายใจ
ส่วนเจี่ยวเจี่ยวเอง ก็ไม่ต่างกันนัก
นางยืนพูดจาฉะฉานอยู่หน้าพระยาตาก
“ท่านพ่อ ข้าช่วยดูแลเสบียงได้ ช่วยรักษาคนเจ็บได้ อีกอย่าง…หากพวกพี่ภูผาถูกลอบทำร้ายขึ้นมา จะทำอย่างไร?”
พระยาสวรรคโลกมองบุตรสาว ก่อนหัวเราะออกมา
“สุดท้าย ก็อยากไปกับทองขาวสินะ”
ใบหน้าของเจี่ยวเจี่ยวแดงทันที
ท้ายที่สุด…
ทั้งสองก็ได้รับอนุญาตจนได้
—
ตลอดเจ็ดวันต่อมา
คาราวานของภูผาเริ่มเตรียมตัวอย่างจริงจัง
เกวียนสินค้าหลายคันถูกจัดเรียงอย่างแน่นหนา
ทั้งผงสมุนไพร
เกลืออย่างดี
น้ำตาล
ผ้าแพรเนื้อละเอียด
รวมถึงอาวุธจำนวนมาก
ธนู หน้าไม้ ปืนไฟ และดินปืนคุณภาพดี ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้กองสินค้า
ภายนอกดูเหมือนคาราวานพ่อค้าธรรมดา
แต่ความจริง…
นี่คือกองกำลังเคลื่อนที่เต็มรูปแบบ ที่เพียบพร้อมทุกด้าน
—
เช้าวันออกเดินทาง
เสียงล้อเกวียนดังเอี๊ยดอ๊าดไปทั่วทางดิน
ชาวบ้านหลายคนแอบมองขบวนคาราวานด้วยความสงสัย
และลึกเข้าไปในป่า…
มีสายตาหลายคู่กำลังเฝ้ามองอยู่เงียบๆ
“พวกมันตามมาแล้ว”
ทองขาวพูดเบาๆ ขณะขี่ม้าเคียงข้างภูผา
ภูผายิ้มมุมปาก
“ปล่อยให้ตามมาเถอะ แล้วค่อยดูว่าพวกมันเป็นคนของฝ่ายใด”
“ไม่จัดการ?”
“บางครั้ง…เหยื่อต้องแกล้งไม่รู้ตัวบ้าง”
ทองขาวหัวเราะหึๆ ทันที
เส้นทางสู่เมืองพิมายเต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม
ภูเขาสูงทอดยาวสุดสายตา
หน้าผาหินตั้งตระหง่าน
ลำธารใสไหลผ่านผืนป่าเขียวชอุ่ม
บางช่วงมีฝูงกวางวิ่งผ่าน
บางช่วงมีนกสีสวยบินเหนือสายน้ำ
เรือนแก้วมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตา
“สวยจัง…”
ภูผาหันมามองนาง ก่อนยิ้มบางๆ
“ถ้าชอบ ไว้วันหน้าข้าจะพาเที่ยวให้ทั่วแผ่นดิน”
ทำเอาเรือนแก้วยิ้มไม่หุบ
ส่วนด้านหลัง…
เจี่ยวเจี่ยวแอบมองทองขาวอยู่เงียบๆ
แต่ชายหนุ่มกลับสนใจเพียงการลับมีดของตัวเอง
จนหมื่นพันต้องกระซิบ
“พี่ทองขาว…บางทีพี่ก็ควรมองสาวบ้างนะ”
“ข้ามองอยู่”
“ตรงไหน?”
“มีคนแอบตามหลังเราอยู่สามคน”
หมื่นพันเงียบทันที
—
ยามเย็นของวันนั้น
ภูผาเลือกตั้งค่ายพักริมลำธารใหญ่กลางหุบเขา
สถานที่แห่งนี้งดงามราวภาพวาด
สายน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็นประกาย
ฝูงปลาแหวกว่ายเต็มลำธาร
เสียงสัตว์ป่าดังแว่วมาจากแนวป่า
ทองขาวกับหมื่นพันรีบพาลูกน้องออกล่าสัตว์ทันที
โดยเฉพาะหมื่นพัน…
“วันนี้ข้าจะล่าหมูป่าให้ได้!”
“เจ้าจะกินอีกแล้ว?”
“หมูหันฝีมือพี่ภูผา ต่อให้กินทั้งปีข้าก็ไม่เบื่อ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วค่าย
คืนนั้น…
ทุกคนกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
ปลาเผา
เนื้อย่าง
น้ำแกงสมุนไพร
และหมูหันสีทองอร่าม หอม กรอบ เนื้อข้างในชุ่มฉ่ำที่ทำให้ทหารหลายคนแทบแย่งกันกิน
หลังอาหารค่ำ ภูผามองทุกคนก่อนประกาศ
“พวกเราจะพักที่นี่สามวัน”
สิ้นคำ เสียงเฮดังลั่นทันที
—
สามวันแห่งการพักผ่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าทหารเล่นน้ำ ตกปลา ล่าสัตว์ และฝึกฝีมือกันอย่างสนุกสนาน
เนื้อสัตว์จำนวนมากถูกภูผานำมาถนอมอาหาร
เนื้อเค็ม
เนื้อแดดเดียว
ไขมันหมูถูกเคี่ยวเป็นน้ำมันหอมกรุ่น
จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า
แท้จริงแล้วภูผาเป็นแม่ทัพ…หรือพ่อครัวกันแน่
ในเวลาว่าง…
ภูผายังคอยฝึกวิชาให้เรือนแก้ว
จากหญิงสาวผู้ไม่เคยจับดาบ
ตอนนี้นางสามารถต่อสู้กับทหารหลายคนได้พร้อมกันแล้ว
แม้แต่ทองขาวยังพยักหน้าอย่างยอมรับ
“ฝีมือเจ้า…เริ่มใช้ได้แล้ว”
ทำเอาเรือนแก้วยิ้มกว้างทั้งวัน
—
ห้าวันหลังจากนั้น…
กำแพงหินโบราณขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นไกลลิบ
เมืองพิมาย
ในที่สุด…พวกเขาก็มาถึงแล้ว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า
ภายใต้เมืองโบราณอันสงบแห่งนี้
กำลังมีบางสิ่งเฝ้ารอพวกเขาอยู่…