ยามตะวันยังไม่คล้อยบ่ายดีนางซูเร่งฝีเท้าเข็นรถลากมาถึงอย่างรีบร้อน แสงแดดเจิดจ้าในยามนี้ทำให้นางเร่งฝีเท้าเร็วไปหน่อย จึงมีเหงื่อไหลท่วมและหอบหายใจหนัก
“ท่านแม่อย่ารีบนักสิเ้าคะ พวกเรามิได้เร่งร้อนอันใดเลย” เย่ชิงชิงเห็นว่ามารดาเหนื่อยล้าก็รู้สึกสงสารสตรีเช่นนางต้องเข็นรถลากตากลมตากแดดเช่นนี้อยู่ทุกวัน
อย่างไรก็ต้องรีบหาซื้อสัตว์ใช้แรงงานมาลากรถจะได้คลายความเหน็ดเหนื่อยและประหยัดเวลาจากการวิ่งไปมาด้วย
นางซูเช็ดเหงื่อพลางยิ้มไม่เอ่ยวาจาอันใดนางจะวางใจให้ลูกน้อยทั้งสองเฝ้าแผงลอยอยู่เพียงลำพังในเมืองเช่นนี้ได้อย่างไร!
“ท่านแม่ นั่ง”
เย่จื้อเฟิงพลันสละเก้าอี้ไม้เล็กๆให้ เขาวางมันลงตรงหน้านางซู ส่วนตนเองก็นั่งยองตรงข้ามท่านแม่ใบหน้ายังคงยิ้มซื่อบื้อเช่นเดิม
นางซูชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะทิ้งกายนั่งลงตามคำบอก นางลูบศีรษะเย่จื้อเฟิงและยิ้มไปด้วย“ลูกชายแม่เก่งจริงๆ”
แม่ลูกทั้งสามหลบในที่ร่มเย่ชิงชิงซื้อชาเย็นมาหนึ่งกาใหญ่ แล้วแบ่งกันดื่ม
ยามเที่ยงวันผู้คนบางส่วนก็เก็บแผงกลับไปกินข้าว บ้างก็ตั้งแผงตลอดทั้งวันมิได้เก็บท้องถนนยามนี้จึงกว้างขวางกว่ายามเช้ามากนัก
หลังจากกินอาหารกลางวันกันข้างถนนเย่ชิงชิงก็เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้นางซูฟัง
“ห้างร้านไท่หราน? พวกเขา้าซื้อล่าช่วนจากพวกเราหรือ?”
ยามที่นางซูยังเป็ฮูหยินรองสกุลเย่แม้ว่าจะมิเคยข้องเกี่ยวกับกิจการร้านรวงภายนอกทว่าก็เคยได้ยินชื่อห้างร้านไท่หรานมาบ้าง
“ข้าว่ามิใช่เพียงเท่านี้เ้าค่ะ” หากมิได้หวังผลในระยะยาวเหตุใดห้างร้านใหญ่โตเช่นนั้นจะต้องมาเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยเล็กๆเช่นพวกนางด้วยตนเองเล่า?
สถานการณ์เป็ไปตามที่เย่ชิงชิงคาดไว้เมื่อผู้คนเบาบางลงในยามเที่ยง นางซูจึงจัดเก็บของโดยประมาณแล้วจึงให้เย่จื้อเฟิงเข็นรถลากตามนางไปหาคนของห้างร้านไท่หราน
เด็กรับใช้คนหนึ่งออกมาต้อนรับบอกว่าท่านหัวหน้าผู้ดูแลได้กำชับไว้แล้วให้พวกนางรอสักครู่ท่าทีเช่นนี้ทำให้พวกนางรู้สึกได้ว่าได้รับการให้ความสำคัญอย่างยิ่ง!
เย่จื้อเฟิงค่อนข้างกลัวคนแปลกหน้าหนุ่มน้อยวัยสิบขวบที่มักจะหดตัวข้างกายนางซูคล้ายเด็กเล็กทว่ายามนี้กิริยาท่าทางของเขากลับไม่ต่างจากคนปกติเลยแม้แต่น้อยหากเทียบกับก่อนหน้านี้ถือว่าดีขึ้นมากทีเดียว
พวกนางมิได้รอนานนักรถม้าคันหนึ่งก็แล่นมาจอดอยู่หน้าห้างเผยรุ่นจือผู้นั้นยังคงสวมชุดขาวนวลราวแสงจันทร์ เขาหยิบพัดขึ้นมาคลี่และลงมาจากรถพร้อมกับรอยิ้มบาง
“ขออภัยที่ให้ทุกท่านรอนาน”
เขาผายมือไปด้านหน้าเชื้อเชิญพวกนางเข้าไปด้านในห้องรับรอง และบอกให้เด็กรับใช้เปลี่ยนชาดีกาใหม่มา
นางซูรู้สึกประหลาดใจยิ่งนักไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็คุณชายหนุ่มรูปงามและสุภาพเรียบร้อยถึงเพียงนี้
ไม่ว่าผู้ใดที่ได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติภายนอกอาจจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ภายในใจย่อมอิ่มเอมนางซูยิ้มพลางแนะนำตนเองและบุตรทั้งสองให้เขาได้รู้จัก
“หมู่บ้านเถียนซินมีูเาและลำธารงดงาม ล่าช่วนของท่านรสชาติดียิ่งนัก”เผยรุ่นจือยิ้มพลางกล่าวชมสูตรอาหารและในขณะเดียวกันก็เอ่ยถึงเื่การขอซื้อสูตร
ก่อนหน้านี้นางซูคาดเดาในใจเอาไว้แล้วจึงมิได้ประหลาดใจนัก ทว่านางยังคงลังเล
“คงขายสูตรไม่ได้เ้าค่ะ” เย่ชิงชิงรีบเอ่ยปฏิเสธก่อนที่นางซูจะเอ่ยปาก
สูตรล่าช่วนนั้นมิได้แปลกพิสดารอันที่จริงเพียงแค่เป็พ่อครัวเก่งๆ ก็สามารถปรุงออกมาได้แล้วแต่รสชาติของพวกนางนั้นมิได้ง่ายที่จะปรุงเลียนแบบซึ่งความลับนี้อยู่ที่น้ำวิเศษในมิติ
แม้ขายสูตรไปอีกฝ่ายก็มิอาจปรุงออกมาได้เหมือนของเดิมถึงเวลานั้นย่อมก่อให้เกิดความสงสัยเป็แน่
นางซูไม่ทราบสิ่งที่เย่ชิงชิงคิดนางคิดเพียงว่าบุตรสาวเป็ห่วงว่าการขายสูตรไปจะส่งผลกระทบต่อกิจการของพวกนางเนื่องจากพวกนางยังต้องพึ่งพาอาศัยสิ่งนี้ในการดำรงชีพ
นางจึงเอ่ยว่า“แน่นอนว่าขายสูตรให้ท่านไม่ได้แต่ล่าช่วนเหล่านี้เราสามารถจัดหาให้พวกท่านในราคาต่ำกว่าท้องตลาดได้เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ...” เผยรุ่นจือลูบใต้คางพลางยิ้ม“พวกเราให้ราคาสูงมากนะขอรับ ท่านมิพิจารณาดูอีกหน่อยหรือ? ยิ่งกว่านั้น หากท่านคิดค้นสูตรใหม่ๆ ขึ้นมาได้พวกเราก็ยินดีซื้อในราคาที่สูงเช่นเดียวกัน”
ขณะกล่าวเขาก็ชำเลืองมองเย่ชิงชิงอย่างแเี
เย่ชิงชิงจับสังเกตสายตาของเขาแล้วเข้าใจในทันทีการให้เกียรติเหล่านี้ล้วนเป็การลงทุนอย่างหนึ่งนี่เอง...
เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบผู้กล้าหาญและวาจาฉะฉานจึงได้รับการชื่นชมเป็พิเศษ เย่ชิงชิงคิดในใจว่า ‘ช่างมีสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก!’
นางซูยังลังเลอยู่เผยรุ่นจือก็มิได้เร่งรัดเอาความเพียงกล่าวว่าจะลองนำไปขายในร้านอาหารและโรงน้ำชาของห้างร้านไท่หรานดูก่อนโดยจะจ่ายให้พวกนางไม้ละสองอีแปะ
เช่นนี้ก็ดีนางซูคำนวณในใจคร่าวๆ แม้จะได้กำไรน้อยลงไปหนึ่งอีแปะ แต่หากสามารถเปิดตลาดได้ย่อมได้กำไรและไม่ขาดทุนแน่นอน
สิ่งที่เย่ชิงชิงคิดกลับเป็อีกเื่หนึ่งในเมืองสืออันที่ผู้คนมิได้หนาแน่นนักแห่งนี้พวกนางจะหาซื้อเครื่องในไก่และเป็ดได้มากน้อยเพียงใดกัน?
หากห้างร้านไท่หรานขายดีจนเป็ที่นิยมเกรงว่าพวกนางจะจัดหาสินค้าให้ไม่เพียงพอ...เมื่อพิจารณาเช่นนี้แล้วล่าช่วนจึงต้องเพิ่มความหลากหลายอย่างเร่งด่วนเสียแล้ว
“ท่านรอการลงนามสัญญาในอีกสามวันข้างหน้าได้เลยขอรับ” เผยรุ่นจือยกมือประสานกันพลางยิ้มแย้ม
แม้จะเป็เพียงข้อตกลงปากเปล่าเพื่อการทดลองขายเป็เวลาสามวันแต่เื่นี้ก็ทำให้นางซูตื่นเต้นยิ่งนัก “เป็พระคุณอย่างยิ่งที่คุณชายเ้าของห้างเห็นค่าพวกเราจะพยายามทำให้เต็มที่เ้าค่ะ”
เมื่อทั้งสองฝ่ายยืนยันเวลาส่งมอบสินค้าในแต่ละวันเสร็จแล้วก็กล่าวอำลาและจากกันไป