บทที่ 14 ก่อนจะขึ้นบันไดพยับ ฆ่าเขาซะ
“อีกไม่กี่วัน เขาจะปรากฏตัวขึ้นในสำนักพยับเร้นลับ..."
ชายชุดดำเอ่ยเสียงนิ่ง แม้จะเผชิญหน้ากับคมกระบี่ของเหลียงซิงเฉิน
เหลียงซิงเฉินเลิ่กคิ้วขึ้นเล็กน้อยและเอ่ย "คนผู้นั้นจะสมัครเข้าสำนักพยับเร้นลับ?"
ชายชุดดำเอ่ย "เ้าสามารถจัดการเขาก่อนเข้าร่วมสำนักได้"
แววตาของเหลียงซิงเฉินเคร่งขรึม ราวกับกำลังคิดบางอย่าง
ชายชุดดำเอ่ยต่อ “ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะมีแผนการใด ๆ เพื่อแสดงความจริงใจ ก่อนรุ่งสางของวันพรุ่งนี้ คนของสำนักกระบี่ขุนพล์ทั้งหมดจะถอนตัวออกจากอาณาเขตของเมืองซาเฉิง เมื่อถึงเวลานั้น ท่านสามารถสร้างแนวป้องกันที่ชายแดน และเข้าควบคุมเมืองซาเฉิงอย่างสมบูรณ์ได้เลย"
เหลียงซิงเฉินถามอย่างสนใจ "ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าใครกันที่ทำให้ประมุขน้อยของสำนักกระบี่ยินยอมแลกเมืองซาเฉิงกับชีวิตของเขา"
"ก็แค่มดต่ำต้อยตัวหนึ่ง!"
"อย่างนั้นหรือ?" เหลียงซิงเฉินเลิกคิ้วขึ้น "ชีวิตของมดมีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ?"
“ไม่ใช่ว่าชีวิตของมันมีค่า แต่มันเป็ศักดิ์ศรีของสำนักกระบี่ขุนพล์ คนผู้นี้ล่วงเกินเรา ดังนั้นจึงสมควรตาย" ชายชุดดำเอ่ยเสียงเย็น ั์ตาวาวโรจน์ “ยังมีอีกหนึ่งคำขอ เมื่อถึงเวลานั้น ข้าหวังว่าท่านจะส่งหัวของมันไปให้กับตระกูลเซียวในเมืองซีเยว่"
พรึ่บ!
กระแสอากาศที่มองไม่เห็นพุ่งสูงขึ้น และบนท้องฟ้าเหนือเมืองซาเฉิงก็ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองสีเหลือง
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
เมื่ออวี๋คั่งกับหลินอวี้กลับมา ก็เหลือเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่ยืนอยู่
“ศิษย์พี่ซิงเฉิน คนจากสำนักกระบี่ขุนพล์ไม่ได้ทำการโจมตีใด ๆ หรือ" อวี๋คั่งถาม
หลินอวี้เองจึงเอ่ยว่า "ส่วนอื่น ๆ ของเมืองก็สงบดี"
"แล้วคนผู้นั้นล่ะ?" อวี๋คั่งถามต่อ
แววตาของเหลียงซิงเฉินเ็า รอยยิ้มภาคภูมิใจพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ไปแล้ว..."
"ไปแล้วหรือ?" ทั้งสองมองหน้ากัน
เหลียงซิงเฉินหันไปมองคนทั้งสอง “แจ้งกับทางสำนักว่า ั้แ่พรุ่งนี้เช้าเป็ต้นไป เมืองซาเฉิงแห่งนี้จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของเรา”
อันใดนะ?
อวี๋คั่งและหลินอวี้ตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
……
ไม่กี่วันต่อมา
หลังจากที่ออกจากเมืองซีเยว่ เซียวนั่วหยุดพักในเมืองเมฆาเป็เวลาสั้น ๆ ก่อนเดินทางมาถึงสำนักพยับเร้นลับอย่างราบรื่น
วันนี้คือวันที่สำนักพยับเร้นลับเปิดรับสมัครคนเข้าสำนัก ด้านนอกประตูของสำนักพยับเร้นลับ อัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนมากได้เดินทางมารวมตัวกัน
เซียวนั่วเดินตามคนทั้งหมดขึ้นไปบนูเา และไม่นานก็มาถึงแท่นเมฆาบนยอดเขา
ประตูทางเข้าของสำนักพยับเร้นลับนั้นตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาและอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก เมื่อมองจากจุดนี้ มันทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับเป็พระราชวังะอย่างไรอย่างนั้น
"มันน่าทึ่งจริง ๆ! สำนักพยับเร้นลับให้ความรู้สึกเหมือนแดน์บนดินเลย” ใครบางคนเอ่ยขึ้น
"เ้าพูดเื่อะไรของเ้า? นี่คือหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนรกร้างตะวันออก สถานที่ในฝันของใครหลาย ๆ คนเชียวนะ”
"มีคนมารวมตัวกันมากทีเดียว!”
“ใช่ น่าจะสักสองร้อยหรือสามร้อยคนได้"
มีผู้เข้าสมัครสองหรือสามร้อยคน มันไม่ได้ถือว่ามากนัก
แต่ในความเป็จริง สำนักพยับเร้นลับมีวิธีการรับคนที่แตกต่างออกไป ผู้สมัครจะต้องได้รับการแนะนำจากใครบางคนก่อนจึงจะมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมสำนักได้
นอกจากนี้ หลังจากที่เข้าร่วมสำนักแล้ว หากผลงานอยู่ในระดับปานกลางและไม่มีความคืบหน้า ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกไล่ออกด้วย
ดังนั้น ผู้ที่สามารถปรากฏตัวในวันนี้ได้จึงถือว่ามีภูมิหลังไม่มากก็น้อย
ในเวลานั้นเอง
โฮกกก!
เสียงคำรามของสิงโตดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ สิงโตตัวผู้ที่มีขนสีขาวราวหิมะ และมีความสูงประมาณสองจั้ง ะโขึ้นมาบนแท่นเมฆาบนยอดเขา
มันดึงดูดทุกสายตาทันที
ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่ดูสง่างามนางหนึ่งะโลงมาจากหลังของสิงโตตัวใหญ่
แม้ว่าใบหน้าของนางจะค่อนข้างงดงาม แต่กลับแผ่บรรยากาศของความเย่อยิ่งออกมา และมองผู้คนด้วยหางตา
"คนผู้นี้เป็ใครกัน? กล้าขี่สัตว์ร้ายแบบนี้ได้อย่างไร?" ใครบางคนเอ่ยขึ้น
"เ้าไม่รู้จักนางหรือ? นางมีนามว่าเหลียงจือ เป็บุตรสาวคนโตของตระกูลเหลียงซื่อแห่งเมืองชิงโจว”
“บุตรสาวของตระกูลเหลียงซื่อแห่งเมืองชิงโจวนี่เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางจึงดูหยิ่งผยองนัก"
เหลียงจือกวาดตามองเหล่าผู้คนที่พูดคุยกันโดยรอบอย่างเ็า และดูเหมือนว่ามันจะไม่มีผู้มีพร์รุ่นเยาว์คนใด สามารถดึงดูดสายตาของนางได้
ทันใดนั้น คนจำนวนหนึ่งที่สวมเครื่องแบบของสำนักพยับเร้นลับก็เดินทางมายังแท่นเมฆา
ผู้นำคือชายชราวัยห้าสิบปี
“วันนี้ ข้าคือผู้รับผิดชอบในการต้อนรับผู้มาใหม่"
แท่นเมฆาเกิดความเงียบขึ้นกะทันหัน
ชายชราเอ่ยต่อ “พูดสั้น ๆ ก็คือ ตามแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา มีสองช่องทางในการเข้าร่วมสำนักพยับเร้นลับ ทางแรกคือการได้รับจดหมายแนะนำและเข้าสู่สำนักโดยตรง"
หลายคนบนแท่นนำจดหมายแนะนำที่พกติดตัวออกมา
ใครบางคนในฝูงชนถามขึ้น "แล้วทางที่สองคืออะไร?"
ชายชรายกมือชี้ไปยังประตูทางเข้าของสำนักพยับเร้นลับ
“จากแท่นเมฆานี้ไปจนถึงบันไดพยับ มีระยะทางทั้งสิ้น 120 ลี้ ถนนส่วนนี้ไม่ได้มีเพียงป่าแมลงพิษ หนองน้ำ และสถานที่อันตรายเท่านั้น แต่ยังมีอสูรร้ายคอยขวางทางเอาไว้ด้วย... มีเพียงอัจฉริยะที่มีความสามารถ ความกล้า และสติปัญญาที่เฉียบแหลมเท่านั้นที่จะสามารถผ่านไปได้"
ชายชราลืมตาขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยต่อ “ทางที่สองคือการเดินทางผ่านป่า ผ่านหนองน้ำยาว 120 ลี้แห่งนี้ และปีนขึ้นบันไดพยับให้สำเร็จก่อนตะวันตกดินของวันพรุ่งนี้ หากทำได้ เ้าจะเป็ศิษย์ของสำนักทันที”
สิ้นคำ ก็เกิดเสียงฮือฮาดังมาจากแท่นเมฆาด้านล่าง
“วิธีที่สองช่างยากลำบากอย่างยิ่ง!"
“นั่นสิ มีผู้ใดที่ไม่รู้บ้างว่ามันมีอสูรร้ายจำนวนมากอาศัยอยู่ภายในป่าใกล้สำนักพยับเร้นลับ หากต้องเผชิญหน้ากับอสูรระดับกลางหรือระดับสูงเข้า เ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
“ใช่ ข้าเลือกวิธีที่ยุ่งไม่ยากนักดีกว่า!"
ก่อนที่ชายชราจะเอ่ยจบ ผู้คนมากมายก็ตัดสินใจได้แล้ว
"พวกคนขี้ขลาด" เหลียงจือมองคนทั้งหมดอย่างดูถูก พลางเอ่ยเย้ยหยัน
ในเวลานี้ ชายหนุ่มที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงก็ถามขึ้น "มีรางวัลสำหรับผู้ที่เข้าสู่สำนักด้วยวิธีการที่สองหรือไม่?"
"มี!" ชายชราเอ่ย
“ตราบใดที่เ้าสามารถเดินขึ้นบันไดพยับได้ภายในเวลาที่กำหนด เ้าจะได้รับรางวัลเป็ยาปรับรากฐานหนึ่งเม็ด และหากเ้าอยู่ในห้าอันดับแรก รางวัลที่ได้รับก็จะเพิ่มเป็สองเท่า!"
"สำหรับสามอันดับแรก..."
ชายชราหยุดพูดไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย
“อันดับสาม จะได้รับยาปรับรากฐานสามเม็ด และตำราเคล็ดวิชาที่มีเพียงศิษย์สายในเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ในการฝึกฝน"
“อันดับสอง จะได้รับยาปรับรากฐานสี่เม็ด และอาวุธิญญาระดับต่ำหนึ่งชิ้น"
“และอันดับหนึ่ง จะได้รับยาปรับรากฐานห้าเม็ด กับอาวุธิญญาระดับกลางหนึ่งชิ้น"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหล่าผู้คนบนแท่นเมฆาก็ส่งเสียงฮือฮาออกมาอีกครั้ง
"สุดยอดไปเลย! อาวุธิญญาระดับกลาง สำนักพยับเร้นลับร่ำรวยเกินไปแล้ว!”
"ใช่! ข้าโตมาขนาดนี้ยังแทบไม่เคยได้ัักับอาวุธิญญาเลยด้วยซ้ำ!”
“ต้องสู้กันสักตั้ง ความมั่งคั่งมาพร้อมกับอันตราย ข้า้าท้าทายบันไดพยับ!”
หลังจากได้ยินเกี่ยวกับรางวัลที่น่าดึงดูดใจ หลายคนก็พร้อมจะเดิมพัน แม้ว่าการแข่งขันเพื่อชิงสามอันดับแรกจะค่อนข้างยาก แต่ตราบใดที่สามารถไปถึงบันไดพยับได้ พวกเขาก็จะได้รับยาปรับรากฐานหนึ่งเม็ด
“สำหรับผู้ที่้าท้าทายบันไดพยับ จงไปรวมตัวที่ทางเข้าของ 'หุบเขาอวิ๋นเสิน' ที่อยู่ทางเหนือ ส่วนผู้ที่้าจะเข้าสู่สำนักโดยตรงให้รออยู่ที่นี่”
หลังจากที่ชายชราเอ่ยจบ เหล่าผู้คนบนแท่นเมฆาก็แบ่งตัวออกเป็สองกลุ่มทันที
อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งและมีความมั่นใจบางคนไม่คิดอะไรมาก พวกเขาเดินตรงไปยังหุบเขาอวิ๋นเสินโดยตรง
เหลียงจือ บุตรสาวคนโตของตระกูลเหลียงซื่อจากเมืองชิงโจวเองก็เลือกทางที่สอง นางยิ้มกับตัวเองและเอ่ย "อันดับหนึ่งต้องเป็ของข้า!"
มองไปยังกลุ่มคนที่เดินออกจากแท่นเมฆาทีละคน เซียวนั่วก็ไม่ลังเลมากนัก หาก้าจะพัฒนาการบ่มเพาะของตัวเองโดยเร็ว หาก้าสู้กับตระกูลเซียวและสำนักกระบี่ขุนพล์ เขาก็จำเป็จะต้องได้ทรัพยากรบ่มเพาะมากกว่านี้
ดังนั้นเซียวนั่วจึงไม่คิดอะไรและเลือกทางที่สองโดยตรง
“ในระหว่างทาง ข้าคงจะเผชิญหน้ากับอันตรายหลายอย่าง หากข้าไม่สามารถก้าวขึ้นไปบนบันไดพยับได้ ข้าก็ไม่คู่ควรที่จะเป็ผู้บ่มเพาะ!"
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น เซียวนั่วก็เดินลงจากแท่นเมฆาและตรงไปยังหุบเขาอวิ๋นเสินที่อยู่ทางเหนือทันที
……
ด้านนอกของหุบเขาอวิ๋นเสิน ภายในศาลา
ชายหนุ่มแต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพงดูเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากทางด้านหลัง
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในศาลาหันไปมอง จากนั้นจึงยกมือขึ้นประสานหมัดคารวะ
"โจวอ้านคารวะศิษย์พี่เหลียงซิงเฉิน! ข้าได้ยินชื่อเสียงของมือกระบี่พิฆาตมาเป็เวลานานแล้ว แต่การได้มาเห็นกับตาของตัวเองในวันนี้ นับว่าเป็วาสนายิ่งนัก"
เหลียงซิงเฉินมองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วเอ่ย "เ้าคือหลานชายของผู้าุโโจวอวี่ฝู โจวอ้าน ใช่หรือไม่"
"ขอรับ!"
“ข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับผู้าุโโจวอวี่ฝู ข้าได้ยินนางพูดถึงเ้า ด้วยความแข็งแกร่งของเ้า เ้าสามารถเป็อันดับหนึ่งของผู้มาใหม่ในปีนี้ได้อย่างง่ายดาย"
“ท่านพูดเกินไปแล้ว ข้าเพิ่งอยู่เพียงขั้นสร้างรากฐานระดับสามเท่านั้น ข้าไม่กล้าที่จะพูดว่าตัวเองแข็งแกร่งเมื่ออยู่ต่อหน้าของท่าน ศิษย์พี่!" แม้ว่าคำพูดของโจวอ้านจะฟังดูถ่อมตัว แต่สีหน้าของเขาก็ยังแสดงความภาคภูมิใจออกมา
ความแข็งแกร่งขั้นสร้างรากฐานระดับสามนั้นถือว่าบรรลุมาตรฐานที่จะเข้าร่วมเป็ศิษย์สายในแล้ว แม้แต่ศิษย์บางคนก็ยังไม่แข็งแกร่งเท่านี้
สำหรับผู้มาใหม่ในปีนี้ ไม่มีใครเทียบกับโจวอ้านได้เลย
ในสายตาของโจวอ้าน เขาได้เป็ศิษย์สายในของสำนักพยับเร้นลับแล้ว วันนี้ไม่มีอะไรมากไปว่าพิธีการ และไม่ว่าอย่างไร ก็จะได้รับรางวัลจากการขึ้นบันไดพยับแน่นอน
เมื่อมองความมั่นใจที่ฉายออกมาบนใบหน้าของโจวอ้าน ใบหน้าของเหลียงซิงเฉินก็ฉายแววเ้าเล่ห์ออกมา
"ข้ามีเื่บางอย่างให้เ้าทำ"
"เื่อะไรหรือขอรับ?" โจวอ้านถาม
“ในบรรดาผู้มาใหม่ จงหาตัวคนผู้หนึ่ง จากนั้นกำจัดเขา… ก่อนที่จะขึ้นบันไดพยับ!"
"หืม?" ทันทีที่ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของโจวอ้านก็ฉายแววประหลาดใจ จากนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าก็เปลี่ยนเป็โเี้ "โจวอ้านยินดีรับใช้!"
สีหน้าของเหลียงซิงเฉินยังคงสงบนิ่ง “ทำให้เงียบที่สุด หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ภายในสำนักพยับเร้นลับนี้ ข้าจะปกป้องเ้าเอง"
โจวอ้านเป็คนฉลาด เขารู้ดีว่าตัวตนของเหลียงซิงเฉินนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด นอกจากนี้ วันนี้ยังเป็วันสำคัญสำหรับผู้มาใหม่ทั้งหมด มันคงจะมีสายตามากมายจับจ้องไปที่บันไดพยับ
ดังนั้น มันจึงไม่สะดวกสำหรับเหลียงซิงเฉินที่จะลงมือฆ่าใครสักคน
แต่โจวอ้านนั้นแตกต่างออกไป เมื่อการท้าทายบันไดพยับเริ่มต้นขึ้น เขาสามารถหาโอกาสที่จะไล่ล่าได้ตลอดเวลา
โจวอ้านไม่ได้ถามว่าทำไมเหลียงซิงเฉินถึง้าฆ่าคนผู้นั้น รวมไปถึงภูมิหลังของอีกฝ่าย ในสายตาของเขา คนผู้นั้นได้ตายไปแล้ว!
“เช่นนั้นโจวอ้านผู้นี้ต้องขอขอบคุณศิษย์พี่เป็การล่วงหน้าแล้ว!”