บทที่5 เริ่มทดสอบ
หลินอีกลับมาถึงบ้านก็ตั้งใจว่าจะออกไปซื้อของจึงให้ซีกหลิวขับรถม้าประจำจวนองค์ชายสิบไป ตอนนี้หลินอีมีเงินถึงล้านตำลึงทองถึงใช้ไปบ้างแล้วแต่มันก็เหมือนยังไม่ยุบเลย เขาไปที่ร้านที่มีของใช้ฝึกปราณขาย
“ข้า้าผลึกอสูรระดับต่ำห้าสิบชุด” ถึงแม้ว่าเงินเขาตอนนี้เขาจะสามารถซื้อระดับสูงได้แต่ว่าด้วยพลังของเขาตอนนี้ระดับต่ำก็เกินพอแล้วพลังของเขายังหลอมระดับสูงไม่ได้อาจเกิดผลเสียตามมา
“และเอาเือสูรระต่ำห้าสอบขวดและน้ำศักดิ์สิทธิ์ห้าสิบชุดและผลึกอสูรระดับต่ำห้าสิบก้อนและเืกิเลนห้าชุด”
“ท่านซื้อเยอะขนาดนี้ข้าจะลดให้ทั้งหมดแสนสองหมื่นตำลึงเงินลดสองหมื่นเป็เหนึ่งแสนตำลึงทอง”
“ท่านลดให้ข้าแยอะแบบนี้ไม่กลัวขาดทุนหรือเถ่าแก่”
“ไม่เลยข้าดูแล้วคุณชายต้องก้าวหน้าแน่นอนผูกมิตรเอาไว้ดีกว่า”
“เป็เช่นนี้เอง”
“ท่าน้าอะไรเพิ่มไหมข้าติดราคาพิเศษ”
“ข้าไม่้าแล้ว”
“ถ้า้าอาวุธหรือเครื่องป้องกันข้ามีร้านแนะนำอยู่นะ”
“ดีเหมือนกันข้าอาจเจอของถูกใจ”
“อาเฮ่าพาคุณชายไปส่งที่ร้านของคุณหนูหน่อย”
ชายอ้วนเดินออกมาเขา
“ข้าไม่อยากไปหานางข้าไม่อยากตาย”
“เ้าจะตายได้อย่างไร”
“ก็คุณหนูชอบฆ่าคนข้ากลัว”
“เ้าโงนั่นแค่ข่าวลือไปรีบไปได้แล้ว”พวกเขาเดินไปเพราะร้านอยู่ไม่ห่างกันนัก
“เ้าห้ามสบตานางเด็ดขาดรู้ไหมหากใครมองนางเกินสามวินาทีได้ถือว่าเก่งแล้ว”
“มองเกินแล้วจะเป็อะไรรึ”อาเฮ่าทำหน้าขางซีด
“ก็ถูกฆ่าตายน่ะสิ”หลินอีตาโต
เมื่อมาถึงตึกสูงสามชั้นพวกเขาจึงเขามาข้างในเพราะคนเฝ้าด้านหน้าเห็นเป็อาเฮ่าจึงเขามาโดยง่าย
“คุณหนูมีแขกมาขอพบนางกำลังนอนในอ่างน้ำขนาดใหญ่ประดับไปด้วยดอกไม้และมุกสีต่างๆ
“ใคร้าพบข้าบอกว่าข้าไม่ว่าง”
“แต่ลุงเจียแนะนำมาเ้าค่ะ”
“งั้นรึหน้าสนใจ”
“ข้าแต่งตัวแล้วจะตามไป”
หลินอีนั่งรออยู่ในห้องรับรองผ่านไปสักพักกลิ่นหอมก็ลอยมาตามลมจากส่วนด้านในกลี่นหอมขนานนี้มาจากผีเสื้อราตรีรัตติกาลมันทำทำให้หลงไหลและเคลิบเคลิ้มหากใช้ปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ขาดสติได้
นางเดินมาเหมือนนางพญาใบหน้ารูปไข่สวยปากแดงละเรื่อนางสวมชุดที่เผยให้เห็นเนินหน้าอกเอาอันอวบอั๋นของนางผิวนางขาวสว่างเนียนราวผิดเด็กแรกเกิดสโพกกลมกลึงมองแล้วชวนหลงไหลนางเข้ามานั่งตรงหน้าหลินอี อาเฮ่านั่งตัวเกร็งไม่กล้าสบตานาง
หลินอีมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อมองหลินอี นี่เป็ครั้งแรกที่นางเจอชายที่เห็นความงามนางและเรือนร่างนางแล้วไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
“นางคงอายุสี่สิบห้าร่างกายนางพร้อมที่จะทำให้ชายทั้งโลกคุกเข่าทีเดียว”หลินอีคิดตาเขาจ้องนางด้วยแววตาจริงจัง
“คุณชาย้าให้ข้ารับใช้สิ่งได”หลินอีมองตรง
“ไม่เพียงแค่ความสวยแต่น้ำเสียงนางก็เชื้อเชิญให้คนคล้อยตามเช่นกัน”หลินอีคิด
“ร้านแม่นางมีสิงใดขายบ้าง”นางยิ้ม
“อยู่ต่อหน้าข้าคนนี้แต่กลับสนใจเพียงของที่ข้าขายลุงเจียท่านตาแหลมมากเขาน่าจะทำให้ข้าหายเบื่อได้บ้าง”นางคิด
“ร้านเรามีขายทุกอย่างท่านสนใจสิ่งได้ล่ะ”
“ข้าเองไม่มีสิ่งได้้าเป็พิเศษจึงอยากมาเดินชมของในร้านก่อนไม่ทราบว่าแม่นางให้คนคอยพาข้าเดินชมได้หรือไม่”นางยิ้ม
“เมื่อคุณชายอยากเดินชมข้าผู้นี่จะพาท่านไปชมเอง”หลินอีรู้สึกแปลกใจเหตุใดแค่พาชมร้านจึงต้องทำด้วยตัวเอง จากนั้นเขาก็เข้าใจความคิดนาง
“รบกวนแม่นางแล้ว”สายตาของอาเฮ่าพยามเตือนเขาว่าอย่าไปกับนาง
ที่แรกนางพาไปดูของมิติรูปแบบต่างๆทั้งแหวนกำไลและเข็มขัดราคาสูงมากหลินอีมาหยุดอยู่ที่เตาหลอมอาวุธระดับเจ็ดเขามีความคิดอยากเป็นักสร้างของเหมือนกันแต่ตอนนี้คงทำไม่ได้
“ด้านนี้คือคลังอาวุธท่านสนใจหรือใม่ข้าคิดราคาพิเศษให้”หลินอีมองไปทางดาบสั้นสีดำที่มีคมด้านเดียวอาวุธระดับเก้า”
“มันสวยมากข้าชอบมันจริงๆ”หลินอีตาลุกวาว
แต่ว่าซุยเยว่นางไม่พอใจ มีสาวงามตรงหน้าแต่กลับไม่สนใจ
“เด็กคนนี้หน้าสนใจจริงๆ”
“คุณชายตาถึงมากดาบนี้ชื่อว่าดาบดำมีความยาว50เซ็นติเมตรมีอักษรสายฟ้าและน้ำแข็งททั้งหมดสิบหกตัวแบ่งเป็อย่างละแปดตัว”เขายิ้มอย่างพอใจ แล้วเขาก็ไปเห็นกระบี่สีดำที่เหมือนกับกว่ายังตีไม่เสร็จมันเขียนไว้ว่า หยิ่ง(เงา) เขาหยิบมาก็เกิดความรู้สึกประหลาดเหมือนกับว่ามัน้าเขา
“คุณชายกระบี่เล่มนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันระดับได้แต่อักษรทั้งสามสิบตัวมันแปลว่าเงาทั้งหมดข้าให้ช่างทำอาวุธดูหลายคนแล้วแต่ก็บอกระดับไม่ได้ข้าขายให้หนึ่งแสนตำลึงเงินกับดาบเล่มนั้นห้าแสนตำลึงเงินข้าลดให้ห้าหมื่นก็เหลือห้าแสนห้าหมื่นว่ายังไง”
“แม่นางท่านไม่กลัวขาดทุนหรือ”นางเอาหน้ามาใกล้ๆเขากลิ่นหอมของนางทำเอาใจเขาสั่นนางพูดเบาๆ
“ข้าถูกใจท่านแล้วสิองค์ชายสิบ”เขาตาโตทั้งที่ยังไม่ได้บอกอะไรแต่กลับรู้ฐานะของเขาได้ นางมีขาวสารที่น่ากลัวจริงๆ
“แม่นางมีชื่อว่าอะไรหรือ”
นางย่อตัวแล้วพูดด้วยเสียงอันยั่วยวนว่า
“ข้าชุยเยว่ยินดีที่รู้จักองค์ชายสิบ”
นางเดินเข้ามาใกล้เขาแล้วพูดใกล้ๆว่า
“ท่าน้าแค่อาวุธเท่านั้นหรือองค์ชายสิบ”ก่อนที่เขาจะห้ามตัวเองไม่ได้อีกเขารีบหยิบของแล้วเดินออกมาอย่างรวดเร็ว
“นี่เขาหนีข้าอย่างนั้นหรือ”นางยิ้มแล้วกัดริมฝีปาก
เมื่อหลินอีจ่ายเงินก็เดินออกมา เสียงนางก็ดังขึ้น
“ข้าจะรอคุณชายมาหาอีกนะ”สายตาที่ทุกคนมองเขาด้วยความอิจฉา แม้นางจะอายุยี่สิบห้าแล้วแต่ก็ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องยังไม่ผ่านการแต่งงานแถมตระกูลชุยก็ร่ำรวยพวกตระกูลชั้นสูงต่างอยากได้นางแต่งเข้าบ้านทั้งนั้น
หลินอียิ้มแต่ไม่ตอบอะไรแล้วกลับทันที เมื่อเขากลับถึงบ้านแล้วปิดตัวฝึกทันทีเขากินเือสูรไปหนึ่งหยดแล้วหลอมเืเขากับร่างกายมันวิ่งเข้าไปในร่างกายทันทีแล้วกระจายออกไปทั่วร่างของเขาระดับพลังเขาเพิ่มขึ้นมากจากนั้นเขาก็กินน้ำศักดิ์สิทธิควันก็พุ่งออกจากรู้ขุมขนและผิวหนักเขาหลุดลอกออกเกิดิัใหม่กระดูกเขาดักก็อบแก๊บเหมือนว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลง
ตูมมมม
บ่อปราณเขาขนายใหญ่ขั้นมากว่าเดิมสี่นิ้วเขามีบ่อปราณใหญ่กว่าคนระดับเดียวกันถึงเท่าหนึ่ง หลินอียิ้ม
“นี่น่าจะมาสุดทางของระดับกลางแล้วข้าต้องเพิ่มชีพจรให้สุดในขั้นกลางก่อนแล้วค่อยเลื่อนไปขั้นปลาย
เขานำผลึกอสูรมาไว้ที่ฝ่ามือแล้วใช้ปราณทำให้มันลอยขึ้นจ่างนั้นมันก็ค่อยๆกลายเป็ละอองค่อยๆวิ่งเข้าร่างกายเขาความร้อนแผ่กระจายไปทั่วร่างเขามันกระตุ้นชีพจรทุกเส้นของเขาแล้วเกิดชพีจรสีรุ้งแตกอองเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเส้น
“นี่มันชีพจรเทพ”มันคือชีพจรที่น้อยคนจะมีพละกำลังเขาจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าและความแข็งแกร่งของปราณจะมีมากกว่าปกติถึงสามเท่า หมายถึงเมื่อประทะฝ่ามือกันในระดับขั้นเท่าๆกันผู้ที่ขนะก็จะเป็คนที่มีชีพจรเทพ หลินอียิ้ม เขาออกไปเตียมน้ำร้อนแล้วเอาเืกิเลนเทลงไปผสมร่างกายขององค์ชายสิบอ่อนแอเกินไปจำเป็ต้องเพิ่มความแข็งแกร่งเขาเอาตัวไปแช่ในน้ำจนมิดหัวความร้อนกัดผิวเขาจนเืออกเืกิเลนซึมเข้าร่างกายเขาทันที เขาแช่อยู่หนึ่งชั่วยามก็มีควันะเิออกมาในตอนนี้ร่างกายเขาไม่ใช่คนขี้โรคอีกต่อไปร่างกายเขาสมเป็นักยุทธ์แล้ว หน้าตาเขาเริ่มดูดีขึ้น แล้วเวลาก็ผ่านไปเจ็ดวันเขาจะทดสอบอาวุธิญญาสักหน่อย เขาหยิบกระบี่หยิ่งขึ้นมาอัดพลังปราณกระตุ้นตัวอักษรเข้าไปสี่ตัวร่างกายเขาเคลื่อนไหวเร็วขึ้นและมีไอสีดำลอยรอบตัวเขาตัวเขาหลินอียิ้มแล้วลองตวัดกระบี่ไปด้านหน้า ปราณสีดำพุ่งไปที่ต้นไม้ทันที
ตูม
ควันหายไปต้นไม้ก็เช่นกัน เขายิ้มอย่างพอใจวิชากระบี่เงามายาน่าจะเหมาะกับมันเขาเก็บกระบี่เข้าฟักที่ปักอยู่ที่พื้นด้วยการโยนแล้วดึงดาบที่เหน็บเอวด้านหลังที่เดียวกับมีดสั่น แล้วกระตุ้นพลังเขาไปแล้วฟาดลงพื้นด้านหน้าสายฟ้าเป็ทางยาวไป
“พลังร้ายกาจจริงๆใช้ตอนจำเป็ได้ถึงแม้จะหนักไปหน่อยตอนอัดพลังเขาไป” ที่นี้ก็ฝึกให้ชำนาญ เมื่อชีวิตที่แล้วหลินอีใช้เพียงมีดสั้นไม่ได้ใช้ดาบและกระบี่จริงๆจังๆเท่าไรแต่ก็มีความรู้มาพอสมควรเขาใช้เวลาที่เหลือฝึกกระบี่เงามายา
ขั้นของอาวุธนั้นผู้ใช้ต้องสื่อมห้ถุงอาวุธมีสามขั้นตื่
สื่อจิต คือการรับรู้และใช้อย่างคล่องแคล่ว
สื่อิญญา รับรู้คลื่นกระบี่และพลิกแพวได้ดังมจ
เป็หนึ่งเดียวกัน สามมาควบคุมกระบี่ในระยะไกลได้
เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินหลินอีกำลังแต่งตัวโดยมีซีหลิงดูแลการแต่งตัวผ้าคลุมัถูกจัดจนเรียบร้อย
“ลูกแม่เ้าจะเขาร่วมจริงๆหรือมันอันตรายมากนะ”
“ท่านแม่โปรดวางใจข้าจะทำสุดความสามารถและข้าแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว”นางยังคงกังวลทั้งสามออกเดินทางไปสนามทดสอบ
สนามมีคนมาแน่นมากรวมไปถึงชิวเยว่ที่มาพร้อมกับมนต์เสน่ห์เย้ายวน
“ไม่คิดว่าปีนี้แม่นางชิวเยว่จะมาครั้งนี้ด้วย”พ่อของหันชิวหลางทักนาง
“ท่านหันนี่เองข้ามีคนที่สนใจเข้าทดสอบปีนี้”
“อ่อกระบี่เล่มนั้นข้าที่เคบให้ท่านดูขายไปแล้วนะ”
เขาตาโต
“ใครกันซื้อไป”
“องค์ชายสิบ”นางยิ้ม
“ไม่ง่ายเลยที่แม่นางจะมีคนที่สนใจ”ไม่นานเตียซือคงก็เขามา
“แม่นางก็มาด้วย”
“ท่านเตียนั้นเองปีนี้องค์ชายสิบก็เขาร่วมด้วยนี่ได้ยินว่าเขากับลูกสาวท่านชอบพอกันแล้วท่านจะเชียร์ใครล่ะ”
“คนไร้ความสามารถเช่นนั้นลูกข้าไม่มีทางไปชอบหลอกลูกข้านางเลิกคบหาเขาไปนานแล้ว”นางยิ้ม
“เป็เช่นนี้เอง”
“งั้นเราเข้าไปกันเถอะ”
เมื่อหลินอีมาถึงก็พบองค์หญิงเจ็ดและหันชิวหลางรอเขาอยู่ทางเข้า
“พวกท่านทำไมไม่เข้าไปข้างใน”
“น้องสิบเราก็มารอเ้าไง”
“มารอข้า”
“แต่ว่าท่านดูหล่อขึ้นรึป่าวองค์ชายสิบ”
“แม่นางหันล้อข้าเล่นแล้ว”แต่ตานางเป็ประกาย
พวกนางกอดแขนเขาแล้วเดินเขาไป
หันชิงเย่พ่อหันชิวหลางเห็นก็ไม่พอใจลูกนางควรได้คนที่มีพร์มากว่าองชายสิบแต่ก็มิได้ห้ามอะไร
หลินอีขึ้นไปแท่นพิธีที่อ๋องิหยางนั่งอยู่
มีองค์ชายเก้าและองค์ชายแปดยื่นอยู่ก่อนแล้ว
“ลูกสิบเ้าเปิดเนตรได้แล้วรึ”
“ท่านพ่อข้าทำได้แล้ว”อ๋องิหยางหัวเราะดัง
“ดี....เื่เช่นนี้ทำไมไม่มีใครรายงานข้า”
“เขาเพิ่งเปิดได้ข้าก็เลยไม่มั่นใจว่าเขาจะทะลวงชีพจรได้เร็วขนาดนี้”สนมเยียนพูดนางเองยังไม่รู้ความสามารถของหลินอี
การทดสอบแรกทดสอบพลังหมัด คือการอัดพลังปราณที่หินศิลาโดยใครที่ความลึกที่ทำให้ศิลายุบลงก็จะรู้ว่าพบังหมัดนั้นแรงกี่ชั่ง
คนแรกที่เดินเข้าไปในสยามคือลูกชายของราชครู
เขาอัดพลังหมดสุดแรงปราณวิ่งไปกระแทกศิลา เกิดเป็หลุมลึก
“2000ชั่ง”เสียงโห่ร้องดังขึ้น
“ไม่ทันรู้ว่าลูกชายท่านแข็งแกร่งขนาดนี้ท่านราชครู”
“มิได้ผ่าบาทยังห่างจากองค์ชายทั้งสามอีกเยอะ”
แล้วการทดสอบก็มาถึงเตียซือหลิง....