เฉิงเจินจูพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าอยู่ในอ้อมกอดโม่จวินอู๋
หญิงสาวใช้ฝ่ามือดันที่อก เพื่อให้ตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขา ลุกนั่งได้ก็ใช้เท้าถีบชายหนุ่มตกเตียงด้วยความใ
คนที่นอนหลับอยู่โดนถีบตกเตียงก็รีบลุกขึ้นมา และทำหน้าบูดเบี้ยวถามหญิงสาวว่าเป็อะไรถึงได้เช่นนี้
"อะไรของเ้าเนี่ย"
"นายกอดฉัน"
"ห๊า!"
"เ้าฉวยโอกาสตอนที่ข้านอนหลับแอบกอดข้า"
"โธ่!คิดว่าเื่อะไร นี่ท่านหญิงเราสองคนเป็สามีภรรยากัน ข้านอนกอด เ้านอนกอดข้ามันแปลกตรงไหน"
คนหน้าไม่อายยังกล้าเอาเื่แต่งงานมาพูดอีกเหรอ ถ้าไม่บอกว่าเป็คืนแต่งงาน เธอคงจะคิดว่าอยู่ในสมรภูมิรบมากกว่าเพราะมีแต่การต่อสู้
แถมยังมีคนตายอยู่ด้านนอกห้องหออีกแค่นี้ก็ชวนสยองขวัญ ยิ่งกว่าละครผีหลังข่าวซะอีก
ช่างเป็งานแต่งงานที่น่าประทับใจซะเหลือเกินเธอจะไม่มีวันลืมเลย ว่านั่นคืองานแต่งงาน
แต่หญิงสาวก็อดที่จะเหน็บแนมชายหนุ่มไม่ได้ จึงพูดไปด้วยท่าทีเหมือนเย้ยหยัน ว่าเมื่อคืนวานใช่งานแต่งงานจริงๆใช่ไหม
"แต่ดูยังไงก็ไม่เหมือนงานแต่งงานเลยสักนิด หรือท่านแม่ทัพน้อยจะเถียง"
"ก็งานแต่งงานจริงๆ น่ะสิ แต่อาจจะมีผิดพลาดกันบ้าง เพราะแขกที่ไม่รับเชิญ"
"เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้าท่านหญิงไม่พอใจกับงานแต่งเมื่อคืนวาน ข้ายินดีจะจัดงานแต่งให้ใหม่อีกครั้งหนึ่งรับรองครั้งนี้จะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดแน่นอน"
เฉิงเจินจูได้ยินประโยคยาวยืดของท่านแม่ทัพน้อย มีอาการใอยู่เล็กน้อยจากนั้นจึงเปลี่ยนมาหัวเราะฝืดเคือง
พูดมาได้ยังไงว่าจะจัดงานแต่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คำพูดคำจาเหมือนพวกไม่มีมันสมองเลยสักนิด ไม่มีหญิงสาวคนไหนอยากจะแต่งงานซ้ำสองหรอก
"ไม่!ใครอยากแต่งซ้ำซากกับคนเดิมล่ะ"
เธอปฏิเสธทันทีถ้าต้องแต่งกับผู้ชายแบบนี้อีกครั้ง ยอมอยู่เป็โสดขึ้นคานตลอดชีวิตเลยดีกว่า
ผู้ชายแข็งกระด้าง ไม่มีความอ่อนโยน ป่าเถื่อน ไม่รู้ใจผู้หญิง เหมือนจะไม่มีสมอง อยู่ด้วยแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจ
แค่คิดถึงตรงนี้เธอก็แทบจะหมดแรงไม่อยากทำอะไรแล้ว
ยังดีที่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เื่จริง เป็เพียงแค่ในละครที่ต้องแสดงเท่านั้น ถ้าหากมีโอกาสได้กลับไปยังโลกของตัวเอง
ผู้ชายที่เธอจะแต่งงานด้วย ต้องฉลาดหลักแหลม รู้ใจผู้หญิง มีความอ่อนโยน ไม่หยาบกระด้างเหมือนกับแม่ทัพน้อยโม่จวินอู๋
"เ้าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงไม่อยากแต่งซ้ำกับคนเดิม อยากจะแต่งงานกับคนอื่นหรืออย่างไรกัน"
"เสี่ยวถง ข้าจะบอกอะไรให้รู้ไว้ เ้าแต่งเข้าตระกูลโม่แล้ว ก็เป็คนของตระกูลโม่ เป็ผู้หญิงของข้า"
"แต่งได้ก็หย่าได้ ไม่ใช่เื่ยากอะไร"
"หย่า! แต่งงานได้เพียงคืนเดียวก็จะหย่าช่างน่าขำนัก"
"ไม่กลัวคนอื่นเอาไปนินทาหรืออย่างไร ว่าแต่งคืนเดียวก็หย่า เ้าเป็ผู้หญิงประเภทไหนกันแน่ ถึงได้มีความคิดเช่นนี้"
คำพูดของแม่ทัพน้อย ทำให้เฉิงเจินจูถึงกับมาอารมณ์โมโหจนฉุดไม่อยู่ เธอไม่ยอมยังไงก็ไม่ยอมจะหย่าขาดจากเขาให้ได้
ก็เพราะเื่เมื่อคืนที่มีคนร้ายบุกเข้ามา ทำให้คืนแต่งงาน เป็คืนที่น่าสยดสยอง เป็คืนนองเื เป็ลางร้าย เป็สิ่งอัปมงคล
เธอและเขาไม่ควรจะอยู่ด้วยกันเลยด้วยซ้ำั้แ่แรก หากเป็ไปตามบทที่วางเอาไว้ เขาจะต้องไม่เห็นหน้าเธอ และเธอก็จะไม่เห็นหน้าเขา
เื่เลวร้ายก็จะไม่เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่มันควรจะเป็ไปตามบทละคร แต่ทุกอย่างก็ผิดพลาดไปหมด
เมื่อชายหนุ่มไม่ได้ไปออกรบ ตามมาด้วยมีคนร้ายบุกเข้ามาจะลอบสังหาร เธอและเขาเห็นหน้ากันในวันส่งตัวเข้าหอ
ถ้าเป็ไปได้เธออยากจะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดทั้งหมด แต่ก็ไม่รู้จะกลับไปยังไง ตัวเองต้องมาติดอยู่กับผู้ชายที่ป่าเถื่อน หยาบกร้าน แถมยังเป็ลูกชายคนเดียวของตระกูลโม่
แต่ถ้าพูดถึงเื่การออกรบ การวางแผนกลยุทธ์รบเขาคือที่หนึ่ง ชนะทุกศึกไม่เคยแพ้ ถ้าอย่างนั้นคงไม่ได้ตำแหน่งแม่ทัพั้แ่อายุยังน้อย
แต่ข้อดีของแม่ทัพน้อยโม่จวินอู๋ คือหัวใจที่เด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ เมื่อเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ก็จะปักใจเพียงคนคนเดียว ถึงแม้จะไม่รู้ว่าความรักเป็เช่นไร
แต่ในเมื่อแต่งงานมีภรรยาแล้ว ก็จะซื่อสัตย์กับภรรยาของตนเอง นี่คือข้อดีที่สุดในตัวละครนี้ ซึ่งหญิงสาวก็รู้ดีเพราะได้อ่านเค้าโครงเื่มาจะหมดแล้ว
เมื่อนึกย้อนไปถึงข้อดีของโม่จวินอู๋ เฉิงเจินจูก็ได้แต่ถอนหายใจ ว่ายังไงก็คงจะไม่ยอมหย่าให้เธอแน่นอน ในบทก็ไม่มีการหย่าร้างกันด้วย มีแต่จะชอบกันอย่างไม่รู้ตัวจากนั้นจึงรักกัน
ในเมื่อเป็แบบนี้ก็ทำได้แต่เพียง เล่นไปตามเนื้อเื่แต่อาจจะไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่าไหร่ ทุกตัวละครมีชีวิตจริงๆ ขึ้นมา ก็หมายความว่า พวกเขามีอิสระที่จะทำตามใจตนเอง
ไม่ต้องทำเหมือนในบทที่วางไว้ เนื้อเื่ต่อจากนี้ไป ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็อย่างไร มีแต่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า