ผู้เฝ้าเรือนลับ
หลี่ิก้าวเข้าไปใกล้กระท่อมไม้ไผ่อย่างเงียบงัน ภายใต้เงาไม้ที่ไหวเบาๆ ตามแรงลม ดวงตาของเขาสอดส่องหาสิ่งผิดปกติ พลันสายตาพบแสงริบหรี่ลอดออกมาจากช่องหน้าต่างเล็กๆ ของกระท่อม บ่งบอกว่ายังมีผู้พำนักอาศัยอยู่ภายใน
เขารวบรวมความกล้าแล้วเคาะประตูไม้เบาๆ สองสามครา ไม่นานบานประตูก็ส่งเสียงเอี๊ยดเปิดออก เผยให้เห็นร่างของหญิงชราผู้หนึ่งในชุดผ้าฝ้ายหยาบสีเทา ผมสีเงินรวบเกล้าไว้หลวมๆ แววตาคมกล้าฉายประกายรู้ทันเมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้า
“หลี่ิ…ใช่เ้าใช่หรือไม่?” หญิงชราเปล่งเสียงแ่เบา ทว่าชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาของนางเบิกขึ้นเล็กน้อยอย่างตื่นตะลึงและยินดีในคราเดียวกัน
เด็กหนุ่มโค้งคำนับลึกด้วยความนอบน้อม “ขอคารวะ ท่านยายหลัน ข้าคือหลี่ิ บุตรของท่านแม่หลี่เซียง เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนโล่งใจที่ได้พบคนคุ้นเคย
หญิงชราพยักหน้าช้าๆ แววตาอ่อนโยนขึ้น “เข้ามาข้างในก่อนเถิดหลานรัก คืนนี้อากาศเย็นนัก” นางหลีกทางให้หลี่ิก้าวเข้าบ้าน พลางเหลียวมองไปภายนอกอย่างระแวดระวัง ก่อนปิดประตูลงอย่างรวดเร็วและแ่า
ภายในกระท่อมคับแคบแต่สะอาดสะอ้าน บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยกลางห้อง มีตะเกียงน้ำมันเล็กๆ ส่องแสงวอมแวม เผยให้เห็นชั้นวางของที่เต็มไปด้วยขวดดินเผาและมัดสมุนไพรแห้งห้อยระย้า กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรโชยแตะจมูกชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและคุ้นเคย หลี่ินึกถึงครั้งก่อนที่มาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ภาพมารดาของเขานั่งสนทนากับท่านยายหลันอย่างเป็กันเองใต้แสงตะเกียงก็ผุดวาบขึ้นในความคิด
“แม่ของเ้าสบายดีหรือไม่?” ท่านยายหลันเอ่ยถามพลางจูงมือเด็กหนุ่มให้นั่งลงบนม้านั่งยาวใกล้โต๊ะ สีหน้าเป็ห่วงเป็ใย
หลี่ิเม้มปาก ั์ตาหม่นหมองลง “ท่านแม่…จากไปแล้วขอรับ” เสียงเขาแ่เบา ลึกลงไปในใจยังคงรู้สึกเ็ปจากการสูญเสียครั้งใหญ่ หญิงชราถอนหายใจ ดวงตาสั่นไหวด้วยความโศกเศร้าเมื่อได้ฟัง
“ข้าเสียใจด้วยหลานรัก นางเป็สตรีที่เข้มแข็งและงดงามดั่งดอกเหมยในหิมะ” หญิงชราปลอบโยน มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะหลี่ิเบาๆ “เ้าล่ะ เป็อันใดาเ็หรือหิวโหยหรือไม่? เดินทางมาหลายวันคงเหนื่อยนัก”
เมื่อถูกถามเช่นนั้น หลี่ิจึงรู้สึกถึงความอ่อนล้าที่สะสมมาตลอดการหนีเอาชีวิตรอด “ข้าไม่เป็อะไรมากขอรับ เพียงแต่เหนื่อยล้าเล็กน้อย” เขาตอบตามตรง หญิงชรายิ้มบางๆ ก่อนจะพยักหน้าแล้วผละไปหยิบกาน้ำชาบนเตาถ่านที่มุมห้อง
“นั่งพักให้สบายก่อน” นางกล่าวพลางรินน้ำชาสมุนไพรอุ่นๆ ลงในถ้วยดินเผาสีน้ำตาลเข้ม ยื่นให้เด็กหนุ่ม “ดื่มเสีย จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยของเ้าได้” หลี่ิรับถ้วยชาด้วยสองมือ แลเห็นไอน้ำอุ่นลอยกรุ่นและกลิ่นหอมเอื่อยของสมุนไพร จึงค่อยๆ จิบชา รสขมนิดๆ ซ่านไปทั่วลิ้น แต่กลับรู้สึกปลุกปลอบร่างกายที่อ่อนล้าให้ฟื้นคืนแรงทีละน้อย ชายหนุ่มยิ้มบางๆ อย่างขอบคุณ “ชาอบสมุนไพรของท่านยายยังวิเศษเช่นเคย” เขากล่าว
หญิงชราแย้มยิ้มในหน้า แต่แล้วแววตาก็จริงจังขึ้น “หลี่ิ การที่เ้ามาที่นี่ยามวิกาลเช่นนี้ คงมิใช่เพียง้าเยี่ยมเยียนข้าหรอกกระมัง เกิดสิ่งใดขึ้นกัน?” นางถามตรงไปตรงมา เพราะลึกๆ แล้วใจหายวูบด้วยสังหรณ์บางอย่าง
เด็กหนุ่มวางถ้วยชาลง สูดหายใจลึกขณะเรียบเรียงคำพูด “แม่ฝากบางสิ่งให้ข้านำมาด้วย…พร้อมกำชับให้มาพบท่านที่นี่ หากมีภัย” เขาล้วงมือเข้าในชายเสื้อ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือหยกสีเขียวใสรูปทรงวงกลมเล็กๆ แกะสลักลวดลายโบราณ เขาชูให้ท่านยายหลันดู “นี่คือหยกที่ท่านแม่มอบไว้ก่อนจาก ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่นางบอกว่าท่านจะเข้าใจทุกอย่าง”
ท่านยายหลันจ้องมองหยกในมือหลี่ิ พลางผงกศีรษะเบาๆ ดวงตาฉายแววหวนนึกถึงอดีต “ใช่แล้ว… หยกชิ้นนี้เอง” นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ตามข้ามา” นางกล่าวสั้นๆ แล้วถือโคมตะเกียงนำหลี่ิไปยังมุมหนึ่งของกระท่อม ที่มุมห้องมีตู้ไม้เก่าแก่แกะสลักลวดลายันูนต่ำตั้งตระหง่าน ท่านยายหลันใช้นิ้วมือคลำไปตามขอบตู้ ก่อนกดลงบนแผ่นไม้เล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในลวดลายแกะสลัก แผ่นไม้นั้นยุบตัวลงตามแรงกด พลันมีเสียงกลไก คลิก ดังขึ้น เสียงผนังไม้เสียดสีกันดังครืด เผยให้เห็นช่องทางลับแคบๆ ที่ซ่อนอยู่หลังตู้
หลี่ิเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่าภายในกระท่อมเล็กๆ นี้มีห้องลับซุกซ่อนอยู่ เขาจับตะเกียงน้ำมันไว้มั่นก่อนจะก้าวตามท่านยายหลันเข้าไปภายในช่องทางนั้น บันไดไม้แคบๆ นำลงไปสู่ห้องใต้ดินลับเล็กๆ ห้องหนึ่ง กลิ่นชื้นของไม้เก่าและฝุ่นจับจมูก แต่ยังพอมีอากาศถ่ายเทได้จากช่องอากาศเล็กๆ ้า เมื่อเท้าเหยียบถึงพื้นดินด้านล่าง หลี่ิยกตะเกียงขึ้นสูงเพื่อสำรวจห้องลับ ภายในห้องมีชั้นวางของและหีบเหล็กใบย่อมตั้งอยู่กลางห้อง บนผนังมีอักษรจีนโบราณเขียนด้วยหมึกดำอ่านว่า “ปัญญาหยก” แขวนเด่นเป็สง่า
“ที่นี่คือเรือนลับที่แม่เ้ากับข้าร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความลับของตระกูล” หญิงชราเอ่ยเสียงแ่ดังก้องในห้องใต้ดินเล็ก “หยกนั้นเป็กุญแจเปิดประตูลับ แต่สมบัติสำคัญบางอย่างยังต้องใช้กุญแจทองในการเปิด” นางชี้ไปยังหีบเหล็กที่ล็อกแ่าด้วยแม่กุญแจสีทองคล้ำอายุเก่าแก่ หีบนั้นถูกสลักลวดลายหยกและเมฆาเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลหลี่
หลี่ิกำหมัดแน่นเมื่อได้นึกถึงแม่เลี้ยงตัวร้ายั์ตาฉายแววโกรธเคือง “พวกมันแย่งกุญแจไปจากเขาและทำร้ายแม่นมไม่รู้ว่าเป็อย่างไร” เขาเงียบไป ขบกรามแน่นข่มความเ็ปและโทสะที่พลุ่งพล่านเมื่อนึกถึงวันที่มารดาเสียชีวิตปกป้องเขาจากแม่เลี้ยงและท่านพ่อ หญิงชราเห็นดังนั้นจึงวางมือบนบ่าของหลานชายเบาๆ “ใจเย็นไว้หลี่ิ ยามนี้เ้าปลอดภัยแล้ว” นางกล่าวปลอบ “หีบนี้ภายในบรรจุสิ่งสำคัญยิ่ง สิ่งที่จะช่วยเ้าในอนาคต แต่น่าเสียดายที่เรายังเปิดมันไม่ได้จนกว่าจะได้กุญแจทองกลับมา“
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ ดวงตายังไม่คลายความหม่นหมอง เขาเหลือบมองอักษร “ปัญญาหยก” บนผนัง “ตำรายาหยกปัญญา…อยู่ในหีบนี้ใช่หรือไม่ขอรับ?” เขาถามเสียงเบา คล้ายจะรู้คำตอบอยู่แล้ว
ท่านยายหลันยิ้มจางๆ “ใช่แล้ว ในหีบนี้คือ ตำรายาหยกปัญญา ตำราที่บรรพบุรุษของเ้ารวบรวมสรรพวิชาโอสถและพิษไว้ นาง—แม่ของเ้า—ฝากฝังให้ข้าซ่อนมันไว้ที่นี่ ด้วยหวังว่าจะให้เ้าหรือคนที่คู่ควรได้ใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้า” นางเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่ตอนนี้เราทำได้เพียงรักษามันไว้ก่อน เ้ายังไม่อาจอ่านมัน จนกว่าเราจะไขกุญแจทองได้สำเร็จ”