ตอนที่ 1 ข้าเคยรักเ้า (2)
อู๋เว่ยกลับยิ้ม มองมาที่นางและสวี่เฉิงอวี๋ “นางไม่มีประโยชน์แล้ว ยังจะคู่ควรให้ข้าทำสิ่งใดเพื่อนางอีกหรือ”
หากจะโต้เถียงกับอู๋เว่ยลี่ว์จูไม่มีทางเอาชนะได้ เพราะแม้แต่เทพเซียนหรือภูตผีก็เอาชนะฝีปากของอู๋เว่ยไม่ได้ นับประสาอันใดกับสาวใช้คนหนึ่ง
สวี่เฉิงอวี๋พยายามบิดข้อมือแล้วดึงมือออก “ไปเถอะ”
สุดท้ายลี่ว์จูก็รับดอกเหมยขาวมาแล้วเดินเข้าห้องไป ทว่านางรักษาระยะห่างกับอู๋เว่ยโดยตลอดด้วยการมองเขาเป็ดั่งสัตว์ร้าย
ส่วนอู๋เว่ยไม่ใส่ใจแต่อย่างใด เพียงรอให้สาวใช้เดินเข้าห้องไปก่อนจึงค่อยๆ ก้าวขึ้นบันได และนั่งลงบนม้านั่งยาวเบื้องหน้าสวี่เฉิงอวี๋ ดวงตาดอกท้อคู่งามมองประเมินสวี่เฉิงอวี๋ั้แ่หัวจรดเท้าหนึ่งรอบ “มองสภาพเ้าตอนนี้ ข้านึกไม่ออกเลยจริงๆ บุตรสาวภรรยาเอกของตระกูลสวี่แห่งเมืองหยางโจวในตอนนั้น ทั้งงดงามและมากความสามารถเพียงใด แม้เ้าจะไม่เคยแก่งแย่งชิงดีกับผู้อื่น แต่เพียงข้ามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเ้า…เ้าเป็ดั่งหยกที่ยังไม่เจียระไน แต่น่าเสียดาย ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ข้าก็ยังไม่อาจแกะสลักให้เ้ากลายเป็รูปลักษณ์ที่ควรจะเป็”
“รูปลักษณ์ที่ควรจะเป็อย่างนั้นหรือ” สวี่เฉิงอวี๋หัวเราะเยาะ “สิ่งที่ท่าน้าล้วนได้ไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ ทรัพย์สินของตระกูลสวี่ ตำแหน่งสูงสุดแห่งเมืองหยางโจว ไม่ว่าจะเป็ชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ ตอนนี้ท่านล้วนได้สิ่งเ่าั้ไปจากข้าแล้ว” ขณะเอ่ยสายตาอันเฉียบคมพบว่าเยื่อบุด้านในดวงตาของอู๋เว่ยปรากฏสีแดงก่ำออกมาครึ่งหนึ่ง แดงก่ำจนสะดุดตา
นางหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เบือนหน้าไปทางอื่นไม่ยอมมองอู๋เว่ยอีกต่อไป “ท่านไม่ชอบสวมชุดสีแดง ในที่สุดวันนี้เจียงฮุ่ยก็แต่งให้ท่านแล้วสินะ”
อู๋เว่ยหรี่ตา “เ้ายังคงฉลาดเหมือนเคย ทำให้ผู้อื่นชื่นชอบ อยากใกล้ชิดอย่างห้ามใจไม่อยู่”
ชื่นชอบ…อยากใกล้ชิดอย่างนั้นหรือ
สวี่เฉิงอวี๋รู้สึกคลื่นไส้จึงฟุบลง คิดอาเจียนออกมาแต่กลับไม่มีสิ่งใดออกมาเลย มีเพียงเสียงอาเจียนสองสามครั้งเท่านั้น “ข้าใกล้จะตายแล้ว ท่านรังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ เวลาเช่นนี้ยังจะมาพูดให้ข้าสะอิดสะเอียน ไม่กลัวความโชคร้ายหรอกหรือ”
“ข้าจะไปรังเกียจเ้าได้อย่างไรกัน” ทันใดนั้นอู๋เว่ยก็ยืนขึ้น ก้าวเข้ามาแล้วยกมือขึ้นจับคางสวี่เฉิงอวี๋ บังคับให้นางสบตากับเขา
ยามนี้เองที่สวี่เฉิงอวี๋ได้เห็นความโเี้ในดวงตาของอู๋เว่ยอย่างชัดเจนจนนางใ “ท่าน…”
“ข้าแค้นเ้าต่างหาก” เขาออกแรงตรงมือ
เดิมทีนางก็ผิวพรรณขาวมาแต่เกิด ทั้งยังผิวอ่อนนุ่ม ตลอดหลายปีมานี้นางถูกทรมานอย่างแสนสาหัสในเรือนผิงหลาน ย่อมไม่อาจทนต่อการออกแรงเช่นนี้ของเขาได้ บนคางจึงปรากฏรอยแดงในทันที ทว่าอู๋เว่ยกลับทำเหมือนไม่เห็น “เพื่อให้ได้เ้ามา ข้าต้องเป็คนต่ำต้อยถึงห้าปีเต็มๆ เ้าและตระกูลสวี่ของพวกเ้าล้วนแต่ตาสูง ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะเซียวิ่หางเกิดอุบัติเหตุเรือคว่ำในทะเลจนหายตัวไปแปดเดือน เ้ายังจะยอมแต่งให้ข้าหรือสวี่เฉิงอวี๋ ข้าแค้นเ้ายิ่งนัก”
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เองหรือ
แต่ในความเป็จริงนางไม่ได้ทำอะไรเลยนะ…ท่านพ่อท่านแม่สั่งสอนให้นางแต่งงานไปแล้วเชื่อฟังสามี นับั้แ่วันที่นางแต่งให้อู๋เว่ยนางก็ยอมทุ่มเททำทุกอย่าง แต่อู๋เว่ยแค้นนางหลายปียิ่งนัก อยากให้นางตายๆ ไปเสีย ด้วยเหตุผลน่าขันเช่นนี้น่ะหรือ
สวี่เฉิงอวี๋ไม่ดิ้นรนอีกต่อไป ยอมให้อู๋เว่ยบีบคางนางจนเ็ป “เช่นนั้นท่านก็ช่างน่าสงสารเสียจริง แค้นข้าแต่กลับต้องแต่งกับข้า รักเจียงฮุ่ยอย่างลึกซึ้ง แต่กลับให้นางเป็ได้เพียงอนุของท่าน อู๋เว่ย ถ้าข้าตายไปแล้ว ท่านก็จงใช้ชีวิตต่อไปให้ดีนะ ใช้ชีวิตอย่างอัปยศพร้อมกับความลับเ่าั้ของท่าน ท่านไม่คู่ควรนึกแค้นข้า”
เมื่อนางพูดถึงตอนท้ายน้ำเสียงก็อ่อนแรงลงเรื่อยๆ ลมหายใจเบาบางลงทุกขณะ เมื่อสิ้นเสียงมือข้างนั้นที่เดิมพยายามคว้าข้อมือของอู๋เว่ยก็ห้อยตกลงไปข้างลำตัวของนาง
สายลมระลอกหนึ่งพัดมาทันใด เส้นผมของสวี่เฉิงอวี๋พลิ้วตามแรงลมและสยายลงบนใบหน้าของนาง
ไม่ใช่นะ ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น…
อู๋เว่ยฝ่ามือสั่นเทา คิดจะลูบไล้พวงแก้มของนาง แม้ว่านางจะซูบผอมจนรูปโฉมไม่เหมือนเดิมแต่เขาก็ยังคงจดจำสาวน้อยผู้งดงามที่สุดในเมืองหยางโจวได้ดี
นอนเถิด นอนหลับให้สบาย ทุกสิ่งล้วนผ่านไปแล้ว ทุกอย่างต่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
มีเพียงสายลมวสันต์ในตอนนั้นที่จดจำได้ว่าเขาเคยรักนาง