‘สองคนนี้ คือสุดยอดยอดฝีมือของพรรคเปลวอัคคี แค่ยืนมองก็ััได้แล้วว่าต้องมีวรยุทธ์ที่สูงส่งมากแน่ๆ’ โจวเจียอี้คิดในใจ
“หงชีเจียง เ้านี่มันพูดมากเสียจริงๆ เอาล่ะ ข้านำของถูกปากมาให้เ้าแล้ว” หยางฉ่าหยงพูด
เมื่อสิ้นเสียงหยางฉ่าหยงได้ปาโอ่งบรรจุเหล้าออกไป โอ่งพุ่งหมุนออกจากมือหยางฉ่าหยงตรงไปยังหงชีเจียง เมื่อโอ่งพุ่งมาใกล้แล้ว หงชีเจียงะโขึ้นใช้เท้าทั้งสองข้างหนีบโอ่งเอาไว้และเตะมันลอยขึ้น เมื่อโอ่งพุ่งขึ้นมาแล้ว หงชีเจียงจึงใช้มือซ้ายเอียงโอ่งเพื่อดื่มเหล้าภายในโอ่งก่อนจะปาโอ่งออกจากมือ เมื่อเขาปาโอ่งออกไปแล้ว หงชีเจียงก็พุ่งตัวไปหาหยางฉ่าหยงทันที
หงชีเจียงซัดหมัดใส่หยางฉ่าหยงทันที หยางฉ่าหยงหยิบพัดออกมารับหมัดของผู้คุมกฎทิศใต้เอาไว้ ก่อนใช้พัดฟาดหงชีเจียงกลับ หงชีเจียงลอยตัวขึ้นหยิบโอ่งที่ลอยอยู่ขึ้นมาดื่มอีกครั้งแล้วเหวี่ยงใส่หยางฉ่าหยงทันที เมื่อโอ่งพุ่งเข้าใสแล้วหยางฉ่าหยงนำพัดออกมาจุ่มเหล้าแล้วกรอกมันลงปาก ก่อนใช้เท้าถีบโอ่งออก โอ่งพุ่งกระแทกกำแพงโรงเตี๊ยมอย่างแรง
หยางฉ่าหยงพุ่งตัวเข้าไปถีบหงชีเจียง หงชีเจียงจับขาของหยางฉ่าหยงไว้แล้วเหวี่ยงออกจนตัวของหยางฉ่าหยงกระเด็นใส่โต๊ะเอ้าอี้ล้มระเนระนาด หงชีเจียงพุ่งเข้าไปหาหยางฉ่าหยง หยางฉ่าหยงหยิบโต๊ะออกมาฟาดหงชีเจียงทันที ก่อนใช้พัดฟาดหงชีเจียงกระเด็นออกไป
หยางฉ่าหยงะโขึ้นสะบัดพัด ด้วยกำลังภายในของหยางฉ่าหยงทำให้เกิดลมที่มีแรงกระแทกรุนแรงกระแทกใส่หงชีเจียงทันที โอ่งที่กำลังลอยอยู่ในอากาศลอยมาหาหงชีเจียงอีกครั้ง รอบนี้เขาดื่มเหล้าในโอ่งเข้าไปอึกใหญ่ก่อนปาทิ้งอีกรอบ หงชีเจียงใช้มือตบลงไปบนโต๊ะ โต๊ะแตกแยกออก หงชีเจียงปาเศษโต๊ะใส่หยางฉ่าหยง เศษไม้ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่แฝงไปด้วยกำลังภายในมากมายกระแทกใส่หยางฉ่าหยงจนกระเด็น
โอ่งลอยมาหาหยางฉ่าหยง เขาดื่มเหล้าเข้าไปอีกอึกหนึ่งก่อนจะโยนมันออก แล้วเข้าก็พุ่งตัวเข้าไปแลกหมัดกับหงชีเจียงทันที ทั้งคู่แลกหมัดกันอยู่หลายกระบวนท่า ระหว่างที่ทั้งคู่ต่อสู้กันอยู่นั้นประตูโรงเตี๊ยมก็เปิดออก
“อาจารย์หง ข้าพเ้ามาช่วยท่านแล้ว” หญิงสาวนางหนึ่งเปิดประตูออกแล้วพูดขึ้น เธอมีนามว่า เมิ่งจี้เพ้ง เธอคือลูกศิษย์ของหงชีเจียง และเป็หนึ่งในสมาชิกพรรคเปลวอัคคีด้วย
โอ่งลอยมาทางเมิ่งจี้เพ้ง เธอนำแส้ออกมาสะบัดไปทางโอ่งและดึงมันเข้ามาด้วยแส้ก่อนจะยกมันขึ้นดื่มอึกหนึ่ง ก่อนจะโยนมันออก แล้วเธอก็พุ่งตัวเข้าไปในการต่อสู้ ก่อนจะใช้แส้ฟาดใส่หยางฉ่าหยงทันที เมื่อหยางฉ่าหยงเห็นจึงใช้พัดตีแส้ออกแล้วใช้มืออีกข้างซัดใส่หงชีเจียง
ทั้งสามคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดกันอยู่หลายกระบวนท่า แม้ว่าเมิ่งจี้เพ้งจะอายุเพียงแค่ยี่สิบต้นๆ ห่างจากอีกสองคนมากพอสมควร แม้ประสบการณ์จะเป็รองแต่วิชาฝีมือของเธอไม่ได้น้อยหน้าอีกสองคนเลยแม้แต่น้อย ระหว่างที่ทั้งสามกำลังสู้อยู่นั้นเอง ประตูโรงเตี๊ยมก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ปรากฎเป็ชายแต่งตัวมอมแมมคนหนึ่งขึ้นมา
“นี่พวกท่านกำลังเล่นสนุกอะไรกัน ทำไมไม่ชวนข้าให้มาร่วมสังสรรค์ด้วย” ชายผู้นั้นกล่าว และชายคนนี้มีชื่อว่า แพ้เนียมกุ้น เป็ผู้คุมกฎทิศเหนือของพรรคเปลวอัคคี เมื่อกล่าวจบโอ่งเหล้าก็ลอยเข้ามาหาเขา เหล้าในโอ่งตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่ครึ่ง แพ้เนียมกุ้นยกมันขึ้นดื่มหลายอึก ก่อนจะโยนออก เมื่อสุราเข้าเส้นเข้าก็วิ่งเข้าไปร่วมวงต่อสู้กับอีกสามคนทันที
หยางฉ่าหยง หงชีเจียง และแพ้เนียมกุ้น คือสุดยอดฝีมือของพรรคเปลวอัคคี ซึ่งทั้งสามเป็คนที่มีฝีมือที่สูงส่งจนไม่มีใครกล้าที่จะต่อกรด้วย มีเพียงแค่เมิ่งจี้เพ้งเท่านั้นที่กล้าฟาดฟันกับทั้งสามอย่างไม่เกรงกลัวบารมี ในอดีตเคยมีผู้คุมกฎอีกคนหนึ่งนามว่า โจวเที้ยนเปีย ที่เป็ผู้คุมกฎตะวันตก ในสมัยที่เขามีชีวิตอยู่และมีวรยุทธ์ครบก็ไม่ได้มีฝีมือที่น้อยหน้าคนพวกนี้ไปเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสี่คนต่อสู้กันอยู่หลายกระบวนท่าและยังไม่มีว่าใครจะเป็ผู้แพ้หรือชนะ โจวเจียอี้ยืนมองการต่อสู้ของทั้งสี่ยอดฝีมืออย่างตื่นเต้น ระหว่างนั้นเองหางตาของแพ้เนียมกุ้นก็เหลือบไปเห็นโจวเจียอี้ ก่อนที่แพ้เนียมกุ้นจะใช้ฝ่ามือตบให้โอ่งพุ่งไปยังโจวเจียอี้อย่างรุนแรง
“พี่เจียอี้ ระวัง!” เสียงของหลิวอี้หลานดังขึ้นเมื่อเห็นโอ่งขนาดใหญ่พุ่งตรงมายังโจวเจียอี้
โจวเจียอี้ะโรับโอ่งเอาไว้และดื่มของเหลวด้านในเข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะจับโอ่งวางลงไม่โยนไปทางใดต่อ แพ้เมียมกุ้นเห็นจะะโดังขึ้นมาว่า
“หยุด! ทุกคน หยุด!”
จอมยุทธ์อีกสามเมื่อได้ยินเสียงนั้นก็หยุดลงทันที จากนั้นแพ้เนียมกุ้นก็หันมาทางโจวเจียอี้ และกล่าวว่า “นี่เ้าเป็ใคร ทำไมถึงมาทำลายงานเลี้ยงนี้”