╔.★.═════════╗
บทที่ ๒
╚═════════.★.╝
“พวกเ้าเป็อันใดเล่า ข้าจะปล่อยพวกเ้ากลับบ้าน ได้เวลาคืนถิ่นไม่ดีใจหรือ จากนี้ไปพวกเ้าก็หาแม่นางดีๆสักคนมาแต่งเข้าเรือนเสีย”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ” ทุกคนตอบโดยพร้อมเพรียง ยกเว้นจางเฟิงที่ยืนดูสถานการณ์ตรงมุมเสา
คนพวกนี้ไม่รู้เป็อะไร อยากเป็ชายบำเรอกันเสียจริง ไม่ใช่ว่านี่เป็เพียงความสุขชั่วครู่โดยไร้เกียรติเหรอ ไหนว่าคนโบราณเคร่งศักดิ์ศรีทะนงตนนักหนา
“ข้าจะให้เงินตั้งตัวก้อนหนึ่งกับพวกเ้าทุกคน สมบัติที่ข้าเคยให้พวกเ้าก็เอากลับไปได้เลย ต่อแต่นี้ถือว่าไม่มีชะตาร่วมกันอีก”
“องค์จักรพรรดินีเวี่ย ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ”
พอไม่มีอะไรจะพูดต่อ สองขาก็เดินหันหลังออกมาทั้งอย่างนั้น
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ไม่ใช่นกก็ติดปีกบินได้
“วันนี้แหละฉันจะได้โบยบินไปสู่โลกภายนอก ขอแค่พ้นเขตวังไป อิสรภาพ!!”
“พวกเ้าได้ยินเสียงอะไรไหม”
หญิงสาวพยักหน้าตอบเพื่อนนางกำนัลที่แบกถังผ้าอยู่ข้างกัน “แถวนี้มีแค่พวกเราแท้ๆ”
“ผีหลอก!!!”
“ยืนอยู่ตรงเสานี่มาตั้งนาน ผีที่ไหนจะมาหลอกกลางวันแสกๆล่ะ ไม่รู้จักสังเกตบ้างเลย คนเป็ๆนะไม่ใช่เสา”
“เพคะ ยืนอยู่ตรงนี้มานานแล้วได้เวลาเสด็จกลับตำหนักแล้วเพคะ”
เสียงใครบางคนดังข้างๆซอกคอ พอสะดุ้งหันหลังไปดูก็ต้องหน้าซีดเผือด
คนที่ควรจะอยู่ตำหนักนอนขอบองค์จักรพรรดิไม่ ก็วิ่งวุ่นตามหาไปทั่ววัง กำลังยืนกอดอกมองมาราวกับระอาเด็กซนคนหนึ่ง
“จางเฟิง!!! เ้าเห็นเรา ไม่สิ เ้ามาได้อย่างไร”
“เห็นเพคะ หม่อมฉันไม่ได้มาได้อย่างไร แต่ตามพระองค์มาตลอดทางเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่ผี คนเป็ๆไม่ใช่เสาเช่นกันเพคะ”
กึก!
ชายชาตรีใบหน้าคมตรงหน้าเชิดไปด้านข้างเล็กน้อยอย่างเง้างอน
เดี๋ยวนี้นอกจากคุณพี่ชายแต่งหญิงจะกล้ายอกย้อนกันแล้ว ยังเพิ่มสกิลเกาะติด อัพเลเวลแบบพรวดเดียว เอาแต่ตามๆๆไม่ห่าง!
เหตุการณ์วนเวียนราวกับกำลังฉายซ้ำ เสาต้นใหญ่ๆที่อยู่คนละทิศ คนละที่กับต้นเมื่อวานและเมื่อวานซืนถูกใช้เป็โล่กำบังและหลักยึดอีกครั้ง สองมือเกาะไม่ปล่อย ในขณะที่แรงใหญ่ๆของจางเฟิงกำลังยก่เอวพยายามยกดึงออกไปจนตัวลอย
“อื้อ ปล่อยข้านะ ข้าไม่ไป” คนถูกดึงงอแงรักเสายิ่งชีพ กระชับกอด
“กลับตำหนักเพคะ ปล่อยมือด้วย”
“อื้อ ไม่ ข้าไม่ปายยย”
แน่นอนว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว แต่…ทำไมจางเฟิงคนเดียวถึงได้หลบยากหลบเย็นขนาดนี้ล่ะ นี่มันก็หลายวันแล้วนะคะคุณพี่
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ยังไงเวี่ยิตัวจริงก็ทำเื่แบบนี้เป็ปกติ ปกติ…ปกติกี่โมง!!!
“ข้าก็อยาก แต่มัน…”
“องค์จักรพรรดินี? หม่อมฉันจะปรนนิบัติเองเพคะ”
“ไม่เอา”
ลูกกระเดือกคุณพี่กับคำพูดเกลี้ยกล่อมนั่นมันขัดแย้งกันสุดๆเลยค่ะ ฟังไม่ขึ้นสักนิด
น้ำ่ใกล้เที่ยงดูอุ่นอาบได้สบาย แต่จะให้มาอาบน้ำกับผู้ชาย ถึงคุณพี่จะแต่งหญิงแต่มันไม่ได้จริงๆ
“ข้าไม่อาบน้ำกับเ้าเด็ดขาด!”
เสียงน่าจะดังไปหน่อย เหล่านางกำนัลน้อยที่ได้ยินเลยกรูกันเข้ามา คนตรงหน้าที่เร้าหรืออยู่นานพลันคุกเข่าลง
“หม่อมฉันไม่อาจปรนนิบัติองค์จักรพรรดินีเวี่ยิ หม่อมฉันยินดีรับโทษตามกฎนางกำนังตัดนิ้วทั้งสิบแล้วรับโทษตายเพคะ”
“อะไรนะ”
พวกนางกำนัลที่ดูสถานการณ์อยู่จนถึงเมื่อครู่พากันสั่นกลัว พากันไปหิ้วปีกคนที่น้อมรับความตาย
คุณพี่ก็ยิ้มปลงยอมให้พวกนางหิ้วแบบจำยอม
เห็นโลกหลังความตายเป็สปาไว้นอนเล่นเหรอคะ จะนรกหรือ์มันก็ไม่น่าไปสักนิด
“หยุดนะ! พวกเ้าปล่อยเขา ออกไปให้หมด”
เหมือนเห็นตาของคุณพี่มีประกายวิบวับ หางโบกไปมาเลย ฉันคงบ้าไปแล้ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“ห้ามเอาผ้าออกนะ”
“เพคะ แต่พระองค์ เหตุใดต้องมาอาบน้ำที่นี่เพคะ ทรงไม่ชอบอาบน้ำในตำหนักหรือเพคะ”
เพราะไม่มีที่ไหนน่าจะปลอดภัยเท่าที่สาธารณะ ที่เปิดโล่งแบบนี้ถ้าคิดจะทำมิดีมิร้ายละก็…ต่อให้ไม่มีใครมาช่วยก็หนีได้ง่ายๆเลย
น้ำตกจำลองภายในวังกลายเป็ห้องอาบน้ำเฉพาะกิจไปแล้ว ถึงฝ่ายตรงข้ามจะปิดตาแต่การเปลือยกายสองต่อสองมันก็เกินกว่าที่ต่อมศีลธรรมของฉันจะรับไหว
บริเวณโดยรอบถูกสั่งไล่ไม่ให้ใครสัญจรผ่าน แต่พอเท้าจุ่มลงน้ำกลางแจ้งได้แล้ว กำลังจะพยายามถอดเสื้อผ้าออก แต่ยิ่งจางเฟิงยืนถือสบู่รออยู่ตรงหน้าเหมือนเห็นมัจจุราชยืนรอน้ำลายสอแบบนี้
ใครมันจะไปแก้ผ้าลง!!
“เอ่อ องค์จักรพรรดินีอยู่ตรงไหนเพคะ” วาดมือออกมาข้างหน้าสะเปะสะปะ
“จ-เ้ายืนอยู่ใต้น้ำตกนั่นแหละ เดี๋ยวข้าเดินไปหา”
ฟึ่บ!
“อ้ะ!”
หมับ!
เดินเข้าไปกำลังจะถึงตัวก้อนลื่นๆใต้น้ำก็หาเื่มาให้ แม้ไม่ได้ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไป ฝ่ามือใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยก็ตวัดโอบรอบเอวบางๆพาให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนยิ่งกว่าแดดเผา
“พระองค์้าให้หม่อมฉันช่วยถอดฉลองพระองค์หรือไม่เพคะ” ยกยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ม-ไม่”
“ไม่ถอดฉลองพระองค์จะอาบน้ำได้อย่างไร”
“ไม่อาบแล้ว”
พูดจบก็วิ่งหนีกลับตำหนัก ทิ้งคนอารมณ์ดีจนน่าหงุดหงิดไว้ที่น้ำตกนั่นแหละ
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
บรรยากาศภายในท้องพระโรง พวกขุนนางที่ยืนเรียงแถวอยู่ด้านล่าง พากันรายงานสถานการณ์บ้านเมืองและปัญหาน้อยใหญ่
หลังจากที่เริ่มเปิดประชุม บรรยากาศก็ซีเรียสจริงจังยาวไปไม่มีเบรก
เหล่าขุนนางตั้งใจแสดงศักยภาพกันอย่างเต็มที่
แม้จะยังไม่เข้าใจว่าทำไมนายเหนือหัวถึงใส่ผ้าคลุมหน้าและหมวกปีกมาว่าราชการตลอดหลายวันมานี้
“จากสถานการณ์นี้ กระหม่อมว่าควรตัดเบี้ยหวัดเป็การลงโทษ” ขุนนางฝั่งขวาโค้งตัวกล่าวสรุปเสียงดัง
“หึๆ ขุนนางฝ่ายบุ๋นเช่นท่านก็เป็เช่นนี้ตลอด”
“เ้า!”
ขุนนางฝั่งซ้ายยืดอกกล่าวต่ออย่างมั่นใจ “ตีงู หากไม่ตีให้ตาย จะป้องกันความเสียหายในภายภาคหน้าได้อย่างไร ขุนนางฉ้อฉล ช่างชั่วร้ายน่าละอายนัก โทษของพวกมันเ่าั้มีเพียงโทษปะาทางเดียว ทั้งตระกูลถูกเนรเทศเป็สามัญชนจึงจะเหมาะเป็เยี่ยงอย่าง”
“เ้า! ขุนนางฝ่ายบู๊ เ้าช่างโหดร้ายนัก พระองค์ไม่มีทางเห็นด้วยหรอก จริงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“...” พยักหน้า
“นั่นปะไร พระองค์เห็นด้วยกับข้า”
“พระองค์เลื่องลือด้านจิตใจที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าไม่นับเื่พรรค์นี้เป็เื่โเี้อันใด กระหม่อมกล่าวถูกต้องหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“...” พยักหน้า
จากนั้นภายในท้องพระโรงก็เต็มไปด้วยการโต้เถียงกันของขุนนางทั้งสองฝ่ายและการพยักหน้ารับเห็นด้วยกับหัวหน้าฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋น
จางเฟิงที่ยืนดูห่างๆรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่สามารถสอดมือเข้ามายุ่งอะไร
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ธิดา PART
ระหว่างกลับตำหนัก
ในที่สุดก็ได้พักเสียทีตอนเช้าว่าราชการ ตอนบ่ายก็มีคนโน้นคนนี้ขอพบวุ่นวาย กว่าจะได้มาเดินทอดน่องโดยไม่ต้องแคร์สายตาใครแบบนี้ช่างยากเย็น
“องค์จักรพรรดินีทรงคิดเห็นจะยุติาของทั้งสองฝ่ายอย่างไรเพคะ”
“เอ๊ะ? ใครตีกับใครมันเกี่ยวอะไรกับข้าละ”
ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าจางเฟิงพูดถึงอะไร เลิกงานแล้วก็เลิกงานสิ จะมาพูดเื่ทำโอทีกับฉันเหรอ วันนี้นั่งนานจนปวดก้นปวดหลังไปหมด อยากรีบกลับไปกินมื้อเย็นแสนอร่อยไวๆแล้ว
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
รุ่งขึ้น่สาย ในท้องพระโรงวันต่อมา
“วันนี้แหละ ข้ากับเ้าจะต้องเห็นดีกัน ข้าไม่ยอมให้เ้าใช้วิธีโเี้แน่”
“ข้าก็จะรอดูขุนนางฝ่ายบุ๋นอย่างเ้าเก็บเศษหน้าที่แตกเช่นกัน”
“พระองค์พ่ะย่ะค่ะ!/องค์จักรพรรดินีพ่ะย่ะค่ะ!”
“...” พยักหน้า
“...” ขุนนางทั้งสองมองหน้ากั
โป๊ก!
“โอ๊ย! สี่สิบบาท สี่สิบบาท อู๊ย~ เจ็บๆๆ สงสัยหลับลึกไปหน่อย” ถูหน้าผากที่เขกโต๊ะเมื่อครู่ไปมา “เอ๊ะ? หมวกผ้าคลุมล่ะ”
หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีออร่าอะไรบางอย่างพุ่งมาทางนี้
พอเงยหน้าขึ้นจะมองหาหมวกก็พบกับสายตาหลายสิบคู่ที่มองมาหลากหลายอารมณ์ เหงื่อของพระองค์ผุดกรอบหน้าไหลพรากๆเดี๋ยวนั้น
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ฝั่งประตูเมือง
ซุบซิบๆ
“อุ้ย ช่างโรแมนติก จริงรึที่องค์ชายคนนั้นจะมาเอง”
“ใช่สิ ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้โดนจักรพรรดินีเกี้ยวพาราสีเท่าไหร่ก็ไม่เป็ผล ครานี้สงสัยจะโดนเทพแผลงศรรักใส่ ปีนี้ได้ข่าวว่าเป็ตัวแทนมาเองเลยล่ะ เช่นนี้จะไม่เรียกว่ามีใจรึ”
พวกชาวบ้านพากันซุบซิบนินทากันอยู่ข้างทาง แต่เ้าตัวคนที่ถูกนินทา…
“องค์ชายขอรับ เราผ่านด่านมาแล้วขอรับ จะไม่ไปที่พระราชวังจริงหรือขอรับ”
“หึ ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วยเล่า นังคนบ้าผู้ชายนั่นคงได้ดีใจจนเนื้อเต้นน่ะสิ”
ภายในรถม้าคันที่สองที่กำลังเคลื่อนตัวกลางตลาดท่ามกลางรถม้าทั้งสี่คัน ชายร่างโตสมวัยในชุดผ้าลวดลายประณีตสีเขียวตองอ่อน เส้นผมรวบสูงปักปิ่นมณีแสดงความมั่นใจและตำแหน่งสูงส่งของเ้าตัว ดวงตาคมมองออกไปชมบ้านเรือนด้วยสายตาไม่พอใจ
“นังคนโเี้นั่น สักวันข้าจะส่งความตายให้นางเป็เครื่องบรรณาการ” เคลื่อนมือดึงผ้าม่านหน้าต่างรถม้าให้ปิดลง สีหน้าถมึงทึง
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀