หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
สเวนไม่คาดหวังเลยว่านายน้อยที่ไม่ได้เื่ของเขาจะก้าวะโอย่างไม่ธรรมดา ไม่สิ หากจะว่าอัจฉริยในการเรียนรู้ก็ไม่เกินจริงเกินไปนัก
เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้นก็ทำให้นายน้อยที่มีทักษะการฟันดาบที่ต่ำกว่าพื้นฐานก้าวมาจนถึงระดับที่เขาไม่คาดคิดขนาดนี้
แต่ในวันนี้เมื่อได้มองไปที่นายน้อยเดรสมอนด์ซึ่งมีใบหน้าที่จริงใจและหยาดเหงื่อย รอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้ออกมาบ่อยนักก็ปรากฏบนหน้าของเขา
“น่าประหลาดใจจริง”
เข้าคิดย้อนกลับไปยังเวลานี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ววันนั้น ด้วยความสงสัยเขาจึงถามนายน้อยของเขาว่าทำไมถึงพยายามมากกว่าปกติ เขาก็ได้คำตอบที่ไม่คาดคิด
“ผมแค่อยากจะเปลี่ยนเท่านั้น ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น”
เป็คำตอบที่ไม่น่าเชื่อแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียวจากการฟันดาบปกติที่ไม่มีอะไรในตอนนี้กลับส่งกลิ่นอายออกมาอย่างปิดไม่มิดเพียงแค่นายน้อยจับดาบกลิ่นอายนี้ก็จะออกมาโดยไม่รู้ตัวช่างเป็พร์ที่หาที่เปรียบไม่ได้ง่ายๆเลยจริงๆ
“ช่างเป็ดาบที่มีสเน่ห์จริงๆ…”
เดรสมอนด์หยุดชะงัก
“มาสเตอร์. . . ท่านเมื่อกี่ท่านได้พูดอะไรหรือป่าว”
“ไม่ต้องใส่ใจ เ้าซ้อมต่อไปเถอะ”
“ตกลง”
.
.
.
“ขอบคุณสำหรับวันนี้ครับ”
ก่อนที่สเวนจะรู้ตัว การสอนของวันนี้ก็ได้จบลง วันสุดท้ายสำหรับการสอนของเขาสเวนถอนหายใจออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
“ไม่ต้องมีมารยาทขนาดนั้นก็ได้”
สเวนโบกมือของเขา
“นายน้อยพร์ของคุณ หาที่เปรียบไม่ได้เลยจริงๆในอาณาจักรไทลอน แต่… ท่านไม่อาจจะหลงระเริงได้พร์ของท่านในอาณาจักรอาจจะดีแต่หากจะเปรียบในจักรวรรดิอารูเดียของเรานั้นท่านคงเป็รองเพียงแค่เ้าชายเรเมนรัชในตำนานเพียงเท่านั้น ”
สเวนหยุดก่อนที่จะพูดต่อ
“ที่ข้าจะสื่อก็คือเหนือฟ้ายังมีฟ้า ท่านอย่าได้ลำพองใจในความเก่งกาจของตัวเองนัก”
“ขอบคุณมาสเตอร์ที่ตักเตือน”
“นี้ก็จวนจะมืดแล้วข้าต้องขอตัว”
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“ให้ผมพาคุณกลับบ้าน มาสเตอร์”
“อย่าเลยนายน้อย รบกวนคุณเปล่าๆ”
แน่นอนว่าสเวน้าปฏิเสธ เขาไม่กล้ารบกวนนายน้อยแต่ก่อนที่เขาจะได้ปฏิเสธไปมากกว่านี้ เขาก็ถูกเดรสมอนด์จับมือไว้
“ไม่ต้องปฏิเสธหรอกมาสเตอร์ ผมแค่หาเื่ออกไปข้างนอกเท่านั้นเอง”
เดรสมอนด์ขยิบตาให้กับมาสเตอร์สเวน
หลังจากที่บอกลีฟ พวกเขาก็เดินออกไปและเดินไปตามถนนเพื่อขึ้นรถม้า แสงอาทิตย์ที่ค่อยๆลับตาสายแสงสีส้มบนท้องฟ้าตัดกับความมืดของป่าช่างสวยงามและวังเวงในเวลาเดียวกัน
ในระยะไกลที่ถนนตรงกันข้ามหน่วยลาดตระเวนก็กำลังกลับมาจากการลาดตระเวน มาสเตอร์สเวนมองไปยังทิศทางของหน่วยลาดตระเวนอย่างเสียไม่ได้พร้อมทั้งแววตาแห่งความเศร้าและคิดถึง
เดรสมอนด์ตบไหล่มาสเตอร์สเวนเบา ๆ เพื่อปลอบโยนเขา
ฉากนี้ถูกมองเห็นโดยทหารยามที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกล
ในเวลานี้ หลายคนตาเป็ประกาย สกิดเพื่อนข้างๆให้มองไปยังเดรสมอนด์และมาสเตอร์สเวน
คำถามเกิดขึ้นในใจของพวกเขาที่มองดูฉากนี้ เมื่อไหร่กันที่ชนชั้นผู้ปกครอง เอาใจใส่ผู้ที่ต่ำกว่าเมื่อเห็นฉากนี้พวกเขาก็มีรู้สึกที่ดีต่อเดรสมอนด์มากขึ้น
ผิดกับบางคนที่มองลงมาจากบนระเบียงคฤหาสน์ของบารอน โทมัสก็เห็นฉากนี้เช่นกันแต่ปฏิกิริยาของเขานั้นต่างออกไปจากทหารยามยิ่งเมื่อเขาเห็นแขนของเสื้อคลุมที่ว่างเปล่าเขาก็ยิ่งแสดงความรังเกียจออกมามากกว่าเดิม
เมื่อหน่วยลาดตระเวนเข้ามาใกล้
“หยุดก่อน”
เดรสมอนด์บอกหน่วยลาดตระเวนแล้วเขาก็ก้มลงพื้น ในขณะเดียวกันก็โยนเหรียญเงินลงพื้นและหยิบขึ้นมา
“มีอะไรหรือครับนายน้อย?”
หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนพูดขึ้น
“ว๊าว นี้มันช่างโชคดีจริงๆ ทำไมคุณไม่เอาเ้าสิ่งนี้ไปเลี้ยงเพื่อนๆหลังเลิกงานละ ผมว่าบาร์ของผู้เฒ่าเคอร์เบียร์อร่อยดีนะ”
เดรสมอนด์ขยิบตาพลางยัดเหรียญเงินใส่มือหัวหน้าหน่วย
พวกเขารอรถม้าไม่นานนัก รถม้าก็ออกตัวอย่างช้าๆ รถค่อยๆห่างจากเมืองออกไปเรื่อยๆ บ้านของมาสเตอร์สเวนอยู่ในหมู่บ้านซึ่งไม่ไกลจากเมืองหลักของศักดินามากนัก ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาก็จะไปถึง
ถนนสายยาวที่เป็หลุมเป็บ่อ นั้นก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การเดินทางล่าช้า
แรงสั่นะเืจากรถม้าทำให้เดรสมอนด์ปวดก้นและเวลาตกหลุมมันทำให้เขารู้สึกว่ากำลังทรมาณจากการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก เดรสมอนด์มองไปยังมาสเตอร์สเวนที่สงบแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองแปลกใช่ไหมที่รู้สึกไม่สบายตัว
นอกจากนี้ ด้วยความเบื่อหน่ายเดรสมอนด์ก็เริ่มถามเื่ต่างๆนาๆสารพัด เพื่อคลายความเบื่อของเขา
ทำให้เขาเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างมากยิ่งขึ้น
ภายใต้คำอธิบายของมาสเตอร์สเวน เดรสมอนด์ก็ค่อยๆเข้าใจสถานการณ์โดยรอบอย่างช้าๆ
อาณาเขตของ บารอน ไม่ใหญ่มากนัก มีประชากรหมื่นต้นๆเห็นจะได้และผู้คนนับหมื่นก็ได้จากการคาดคะเนเกือบทั้งสิ้นเนื่องจากการขาดการทำสัมโนประชากร
และแน่นอนว่า ผู้คนเหล่านี้อยู่ในหลายหมู่บ้าน ซึ่งหมู่บ้านค่อนข้างกระจายตัวกันในพื้นที่ศักดินา เมื่อพวกเขาถามตอบกันจนเบื่อแล้วเดรสมอนด์ก็คิดได้ว่ามาสเตอร์สเวนเคยพูดถึงเ้าชายรีเมนรัช
“เ้าชายเรเมนรัชนะหรือ. . .”
“อืม. . . ว่ากันว่านะในตอนแรกพระองค์เป็เ้าชายที่ถูกทอดทิ้ง. . . แต่แล้ววันหนึ่งในวัยเพียง 12 ปี พระองค์ทรงนำกองทัพที่แปลกประหลาดเข้าสะกัดกั้นการโจมตีของฝูงมอนเตอร์หลายล้านตัวที่นำโดยออร์คลอร์ด ดารุฟากา ที่กำลังจะโจมตีหมู่บ้านเล็กๆในชายแดนติดกับภาคเหนือใกล้เขตปกครองของพระองค์”
“เกิดอะไรขึ้น”
เดรสมอนด์พูดขึ้นอย่างสนอกสนใจ
“เกิดอะไรขึ้นนะหรอ ด้วยกองทัพอันแปลกประหลาดของพระองค์เพียงแค่พันนายก็สามารถยันฝูงมอนเตอร์ไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจและเ้าชายรีเมนรัชในวัย 12 ปีได้นำทหารฝีมือดีเพียง 10 นายแหวกผ่านฝูงมอนเตอร์เข้าไปจนถึงออร์คลอร์ดและสังหารมันได้สำเร็จ ทำให้ฝูงมอนเตอร์เผ่นหนีและช่วยหมู่บ้านไว้ได้”
“มันเหมือนนิทานไม่ก็ตำนานมากเกินไปไหมมาสเตอร์”
“ไม่เลย ในตอนนั้นเมื่อทราบข่าวการบุกของมอนเตอร์ทางจักรวรรดิ์ได้เรียกระดมกำลังทหารฉุกเฉินกว่าสามล้านนายเพื่อเตรียมรับมือเลยนะ แล้วก็หลังจากที่เื่จบพวกเขาได้ส่งคนไปตรวจสอบเหตุการ์ณ รู้ไหมว่าในตอนแรกพวกเขาเห็นอะไร”
“พวกเขาเห็นอะไรมาสเตอร์”
“สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือกองซากศพของมอนเตอร์หลุมลึกที่เหมือนรอยเท้าของบางสิ่ง หลุมลึกเหมือนถูกเวทย์ะเิระดับสูง ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรพวกเขาก็พบกับซากของมอนเตอร์ตายกระจัดกระจายหลายพันตัวและที่ตรงกลางพวกเขาพบกับศพอันใหญ่โตของออร์คลอร์ดที่ถูกฟันขาดครึ่ง ว่ากันว่าสีหน้าของดารุฟากานั้นดูหวาดกลัวเป็อย่างมาก”
“ท่านต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ”
แต่มาสเตอร์สเวนยังคงเงียบและมองเขาอย่างจริงจัง
“ไม่จริงนะ ใครมันจะเก่งขนาดนั้น แล้วตอนนี้เ้าชายอายุเท่าไหร่ละมาสเตอร์”
“ไล่เลี่ยกันกับเ้าเลย”