จำได้แล้วในที่สุดก็เริ่มจำได้แล้ว!
หลังจากทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสความทรงจำที่แปลกประหลาดเ่าั้ก็เริ่มชัดเจนขึ้นในหัว
เพียงแต่...ยังมีความทรงจำอีกบางส่วนที่นางไม่รู้จักมันมาจากไหนกัน?
ทำไมข้าถึงมีส่วนของความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยเพิ่มขึ้นมาได้?
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวนางเป็เวลานาน แต่เนื่องจากในเวลานี้ หัวของเฟิงชิงหยูทั้งสับสนและปวดระบมอย่างแสนสาหัสจึงไม่มีสมาธิค้นหาคำตอบต้นตอของความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยเ่าั้
“ข้ายังไม่ตายอีกเหรอ?”
กระพริบตาปริบๆเฟิงชิงหยูแหงนคอมองไปรอบๆ ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากแรงเหวี่ยงจากปากเหวที่ส่งนางร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ยอมหยุด ที่สำคัญ นอกจากลมูเาที่พัดแรงผ่านข้างๆ กายแล้ว นางยังสังเกตเห็นหมอกสีเหลืองหนาขุ่นวนเวียนอยู่รอบๆตัวแทบทุกอณู หมอกเหล่านี้พอดูไปดูมาก็เหมือนไม่มีอันตรายใดๆนางจึงกล้าสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดสองสามครั้ง สุดท้ายผลลัพท์กลับกลายเป็ไอจนแทบหมดแรง
ความรู้สึกนั้นราวกับว่าทั้งหัวใจตับ ม้าม ปอด และไตกำลังถูกเผาไหม้
เ็ปมากเกินไปแล้ว!ทรมานมากจริงๆ........
ทั้งที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งกว่าจะฟื้นคืนขึ้นมาได้ก็ว่ายากลำบากแสนเข็ญแล้ว แต่บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้กลับแย่ยิ่งกว่า่ก่อนตายเสียอีกสู้ไม่ได้กับการหลับใหลไปอย่างสงบสักนิด
นี่คือความคิดที่แท้จริงในใจของเฟิงชิงหยู
น่าเสียดายที่เวลานี้ตบะการบำเพ็ญเพียรของนางสูญสิ้นไปแล้วและิญญาของตนเองก็เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นนางอาจจะให้โอกาสตัวเองอีกสักครั้งพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดจากความทรมานอันไม่รู้จบนี้
“จะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไรเล่า”
ความคิดเพิ่งผุดขึ้นในใจคลื่นความร้อนที่รุนแรงก็แผ่มาจากเหนือศีรษะแล้ว
“นั่นมันอะไร! ”
เฟิงชิงหยูฝืนความเ็ปเงยหน้าขึ้นมองไป้าด้วยความยากลำบาก แต่หลังจากที่มองภาพตรงหน้าชัดๆแล้ว ความรู้สึกแรกที่ัักลับเหมือนเป็ลางบอกเหตุไม่ค่อยดี ที่ทำให้นางอดรู้สึกขวัญผวาไม่ได้
อุกกาบาตที่ลุกโชนดั่งดวงอาทิตย์พุ่งลงมาตรงๆเมื่อผ่านูเาเปล่าเปลี่ยวก็ดิ่งลงสู่พื้นโลก ก่อนจะพุ่งตรงมายังหุบเหวแห่งนรก!
หากชายหญิงคู่นั้นยังไม่จากไปพวกเขาต้องใกับภาพที่ปรากฏตรงหน้าอย่างแน่นอน เมื่ออุกกาบาตตกลงมา ทะเลหมอกก็เดือดขึ้นทันที! เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเกินขีดจำกัดจึงเกิดแถบสุญญากาศยาวเหยียดบริเวณที่อุกกาบาตไฟพุ่งผ่าน
ร่างของเฟิงชิงหยูที่ยังคงร่วงหล่นอย่างรวดเร็วยังอดใจนตาค้างกับภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ได้!
“นี่มันอะไรกัน!!เพิ่งฟื้นจากความตายมาได้ ข้าก็จะโดนทุบจนร่างแหลกอีกแล้วเหรอ!! ”
เมื่อเห็นอุกกาบาตไฟที่พุ่งเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆเฟิงชิงหยูก็อดไม่ได้ที่จะด่าทอมัน
นางไม่กลัวความตายแม้กระทั่งคาดหวังว่าจะตายเร็วๆ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อนึกถึงจุดจบของชีวิตที่ต้องถูกอุกกาบาตทุบจนเนื้อแหลกละเอียดไม่เหลือแม้แต่ซากศพ เฟิงชิงหยูก็หมดความกล้าขึ้นมาทันที
“ข้าจะทำอย่างไรดี!!”
เฟิงชิงหยูพูดพึมพำขณะพยายามขยับร่างกายเพื่อหลบหลีกไปทางด้านข้างอย่างสุดชีวิต
น่าเสียดายที่ร่างกายของนางอ่อนแอเกินไปไม่เพียงแต่รากเหง้าเซียนจะถูกทำลาย แต่กระดูกเซียนก็ถูกชายหญิงคู่นั้นถอดออกไปเกือบครึ่งพลังิญญาทั่วร่างกายแทบไม่เหลือสักหยดเดียว
เห็นได้ชัดว่าอุกกาบาตขนาดใหญ่กำลังเข้ามาใกล้นางมากขึ้นเรื่อยๆความร้อนที่น่ากลัวได้แผดเผาร่างกายที่เดิมจะแหลกสลายของเฟิงชิงหยูจนิัชั้นนอกเริ่มปรากฎรอยไหม้เกรียม
ในสถานการณ์เช่นนี้นางจะหลบหนีไปได้อย่างไร?
ความเ็ปจากพิษในหมอกความตายและความร้อนที่เกิดจากอุกกาบาตที่พุ่งเข้ามาใกล้ความเ็ปทั้งสองอย่างรวมกันจนทรมานเฟิงชิงหยูแทบจะสิ้นใจ แต่ตอนนี้นางกลับมีสติสัมปชัญญะที่แจ่มแจ้งมากแม้กระทั่งความคิดที่จะหมดสติก็ยังไม่กล้ามีในหัว
“ชาติที่แล้วข้าทำบาปทำกรรมอะไรไว้ถึงได้ต้องทนทุกข์ทรมานไม่รู้จักจบแบบนี้! ”
ความเ็ปในจิตใจความเ็ปในจิติญญา รวมถึงความเ็ปที่เกิดจากร่างกายที่กำลังแหลกสลาย ความเ็ปมากมายรวมตัวกันจนทำให้เฟิงชิงหยูแทบคลั่งจนธาตุไฟเข้าแทรกแต่จู่ๆ อุกกาบาตขนาดใหญ่ก็เหมือนมีความรู้สึกนึกคิด เมื่อใกล้จะแผดเผาเฟิงชิงหยูให้กลายเป็เถ้าถ่านกลับช้าลงอย่างกะทันหันและหยุดอยู่ที่ใบหน้าของนางด้วยความเร็วที่เท่าๆ กัน
ขณะที่กำลังร่วงหล่นในหุบเหวนรกอย่างต่อเนื่อง...
เฟิงชิงหยู“......”
เตรียมใจที่จะตายแต่ในตอนนี้จู่ๆ อุกกาบาตก็ลดความเร็วลง เฟิงชิงหยูอยากจะด่ามากจนสรรหาคำมาอธิบายไม่ถูกไม่มีคำใดที่สามารถบรรยายความรู้สึกของนางในตอนนี้ได้เลยสักนิด
เวลาคล้ายหยุดเดินและใน่ที่เผลอสบตากับอุกกาบาตลูกนี้เข้า เฟิงชิงหยูก็พลันสามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืบางอย่างจากภายในนั้น
“นี่มัน......”
หัวใจของนางเต้นระรัวเมื่อแรงสั่นะเืตรงหน้าแผ่ออกมาเป็รังสีบางอย่างคล้ายกำลังตรวจสอบนาง เฟิงชิงหยูก็หลับตาลงอย่างเด็ดเดี่ยวจากนั้นิญญาก็ราวกับเข้าสู่สภาวะจำศีล
เดิมทีเฟิงชิงหยูไม่เคยเรียนรู้วิธีรับมือเช่นนี้แต่หลังจากหลอมรวมชิ้นส่วนความทรงจำในอดีตที่ไม่รู้ที่มาแล้ว จู่ๆ นางก็สามารถทำมันได้โดยไม่รู้ตัว หากนางไม่รู้สึกถึงคลื่นสั่นะเืที่ผิดปกตินี้ คงไม่มีทางรู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองสามารถใช้วิชาแปลกประหลาดพวกนี้ได้ด้วย
ิญญาสงบดวงตาหลับสนิท และลมหายใจที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็จางหายไปแทบจะหมดสิ้น
ต้องบอกว่าวิธีการทำให้ิญญาเข้าสู่สภาวะจำศีลของเฟิงชิงหยูนั้นแเีมากคลื่นสั่นะเืที่ส่งออกมาจากอุกกาบาตนั้นตรวจสอบอยู่เป็เวลานาน ก็ยังไม่พบความผิดปกติใดๆของนาง
หลังจากยืนยันแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าหมดสติไปไม่สามารถสร้างภัยคุกคามแก่มันได้ อุกกาบาตขนาดใหญ่ั์ที่ตกลงมาพร้อมกับเฟิงชิงหยูจึงเริ่มแตกสลายและกระจายตัวทีละนิด ในที่สุดก็เหลือเพียงแสงสีดำดวงหนึ่งที่เจาะเข้าไปในระหว่างคิ้วของเฟิงชิงหยู
สำหรับเื่นี้จิติญญาของเฟิงชิงหยูมองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทั้งหมด เพียงแต่นางแค่คงสภาพอยู่ในลักษณะจำศีลแต่ไม่ได้ปล่อยให้จิติญญาของตนหลุดหายล่องลอยไปแม้แต่เศษเสี้ยวมีสติสัมปชัญญะครบทุกประการ
“สถานที่แห่งนี้......น่าสนใจเล็กน้อย......"
คลื่นรังสีสั่นะเืที่แผ่ออกมาจากอุกกาบาตตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกร่างกายของเฟิงชิงหยูซ้ำอยู่หลายครั้งกระทั่งยืนยันว่าอีกฝ่ายหมดสติไปแล้วจริงๆ พลังิญญาอันแกร่งกล้าที่ปลดปล่อยออกมาพร้อมกับคลื่นสั่นะเืนั้นก็ค่อยๆเก็บกลับเข้าไปตามเดิม
“บุคคลผู้นี้เป็ผู้ที่ปลดปล่อยข้าจากที่คุมขังอย่างนั้นหรือ”
“แต่ร่างกายแตกสลายไปได้อย่างไร” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด “และิญญานี่ช่าง......”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เสียงนั้นก็หยุดลงทันที กระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
“แท้จริงแล้วเป็การบูชายัญด้วยความรักรึ!”
"เ้าเด็กสาวคนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ทั้งที่ยินดีจะสละชีวิตเพื่อทำลายบ่วงรัก?! แต่ทำไมนางถึงยังมีชีวิตอยู่ได้หลังจากที่บูชายัญอีก หรือว่าิญญาของนางแข็งแกร่งถึงขนาดนั้นเชียว?!"
คลื่นสั่นะเืแผ่กระจายไปทั่วิญญาของเฟิ่งชิงหยูที่กำลังดิ่งลงก้นเหวอีกหลายรอบเพื่อความมั่นใจ
ขณะเดียวกัน เฟิงชิงหยูก็สามารถรับรู้ได้ตลอดถึงความสงสัยและความสับสนที่อยู่ในจิตใจของคลื่นะเื หลังจากตรวจสอบเป็เวลานาน เ้าของเสียงนั้นก็ยังมีความกังวลอยู่เล็กน้อยสุดท้ายจึงตัดสินใจไม่ลงมือ
"ช่างเถอะถือว่าเ้าโชคดีแล้วกัน! เห็นแก่ที่ช่วยปลดปล่อยข้าให้เป็อิสระจากการถูกจองจำ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจะยอมปล่อยเ้าไปก่อนแต่หากเ้าตายเพราะถูกปลุกชีพในภายหลัง ก็อย่าโทษว่าข้าใจร้าย..."