เสียงเข็มนาฬิกาเรือนโบราณบนผนังไม้สักส่งเสียงเดินเป็จังหวะสม่ำเสมอ กังวานแว่วสะท้อนอยู่ในความเงียบสงบของบ้านทรงไทยประยุกต์สองชั้นหลังโต บ้านหลังนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนเนื้อที่หลายไร่ รายล้อมไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ใหญ่และกลิ่นหอมอบอวลของดอกลีลาวดีที่ปลิวเอื้องตามลมยามบ่าย บรรยากาศภายนอกดูร่มรื่นสุขสงบ หากแต่ภายในใจของคนที่อาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกันกลับไม่ได้สงบเงียบตามไปด้วยแม้แต่น้อย
‘เรยา’ นิสิตสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาแผ่นใหญ่ภายในห้องนอนชั้นบน ดวงตาคู่กลมโตฉ่ำปรือธรรมชาติทอดมองเรือนร่างของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ เรือนร่างทรงนาฬิกาทรายที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างลำเอียง หน้าอกอิ่มอวบชูชันดันเนื้อผ้าจนเต่งตึง เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายทรงลูกแพร์ที่งอนงาม และผิวพรรณขาวเนียนละเอียดประดุจหยาดน้ำนมที่ชวนให้น่าัั ลมหายใจของเธอลากยาวเข้าปอดแ่เบา ขณะที่เรียวนิ้วสวยไล้ไปตามแนวไหปลาร้าและอกอิ่มของตัวเองอย่างแ่เบา
เรยาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ได้เพียงไม่กี่เดือน หลังจากแม่ของเธอซึ่งเป็น้องสาวของป้าผินประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทิ้งให้เธอต้องกลายเป็เด็กกำพร้าที่ไร้ที่พึ่งพิง โชคดีที่ ‘ป้าผิน’ และ ‘ลุงเดช’ รับเธอมาดูแลด้วยความยินดี ให้ห้องนอนกว้างขวางบนชั้นสอง มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน และให้เงินทองใช้อย่างไม่ขาดมือในฐานะหลานสาวคนเดียวของบ้าน
ทว่า... ในความเอื้อเฟื้อนั้น เรยาเริ่มมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของครอบครัวนี้มาั้แ่สัปดาห์แรกที่ย้ายเข้ามา
ชีวิตคู่ระหว่างป้าผินกับลุงเดชเรียกว่าแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวามานานนับปี ป้าผินในวัยห้าสิบสองปี กลายเป็คนที่ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างในโลกทางโลก เธอหมกมุ่นอยู่กับการเข้าวัดทำบุญ ฟังธรรมะ และจัดการงานบ้านตามหน้าที่ ตื่นเช้าทำอาหาร เย็นสวดมนต์ และเข้านอนั้แ่หัวค่ำ ป้าผินมองว่าเื่ความรักและอารมณ์เสน่หาระหว่างชายหญิงเป็เื่น่ารำคาญและเป็ภาระสำหรับวัยของเธอ เธอจึงปฏิเสธการร่วมเตียงกับสามีอย่างสิ้นเชิงมานานหลายปี ทำเป็หลับหูหลับตา ไม่รับรู้และไม่สนใจว่าสามีจะมีความ้าทางร่างกายอย่างไร ขอเพียงแค่ลุงเดชไม่ไปเที่ยวเตร่นอกบ้านให้เสียเงินเสียทองก็พอ ป้าผินมักจะพูดเสมอว่า 'คนเราแก่ตัวลงไป เื่พวกนั้นก็แค่อกุศลกรรมที่ชวนให้ปวดหัว'
แต่สำหรับ ‘ลุงเดช’ ชายวัยห้าสิบปีที่ยังคงมีร่างกายกำยำแข็งแรง ผิวสองสีเข้มกร้าว และเต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการดูแลธุรกิจการเกษตรและงานกลางแจ้ง... การถูกภรรยาละเลยความ้าทางเพศมานานหลายปี ย่อมเปรียบเสมือนการสะสมูเาไฟลาวาร้อนผ่าวที่รอวันะเิ
และเรยาก็รู้ดีในข้อนี้... รู้ดีชนิดที่ว่าเธอแอบศึกษาพฤติกรรมของลุงเดชทุกครั้งที่มีโอกาส
ดวงตาฉ่ำปรือของเด็กสาวคลอยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอไม่ได้รู้สึกสงสารป้าผิน เพราะป้าเป็ฝ่ายเลือกที่จะละทิ้งพันธะผัวเมียเอง ในทางกลับกัน สายตาของเรยามักจะแอบมองลุงเดชด้วยความรู้สึกเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยทุกครั้งที่เธอเห็นมัดกล้ามแขนปูดโปนยามลุงเดชแบกยกของหนัก หรือยามที่เหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านแผงอกดกดำของเขา
เรยาเป็หญิงสาวที่มีรสนิยมพิเศษและเปิดเผยกับความปรารถนาของตัวเอง เธอไม่เคยสนใจชายหนุ่มรุ่นเดียวกันในมหาวิทยาลัยที่ดูเหยาะแหยะและไร้ประสบการณ์ ทว่าเธอหลงใหลในเรือนร่างของผู้ชายรุ่นใหญ่ (Daddy) ที่มีร่างกายบึ้กบึน ภูมิฐาน กลิ่นกายเต็มไปด้วยความเป็ชายฉกรรจ์ และดุดันเด็ดขาด... ซึ่งลุงเดชมีทุกอย่างที่เธอใฝ่หา และการได้อยู่อาศัยร่วมบ้านเดียวกัน ก็ไม่ต่างจากการยื่นชิ้นเนื้อหวานฉ่ำมาจ่ออยู่ตรงหน้าเสือร้ายที่กำลังหิวกระหาย
ชุดที่เรยาเลือกสวมใส่ในบ่ายวันนี้ เป็ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินเนื้อนุ่มสีชมพูอ่อน เนื้อผ้านุ่มลื่นแนบสนิทไปกับส่วนโค้งส่วนเว้าของร่างกายอย่างชัดเจน ความยาวของชายกระโปรงปิดลงมาเพียงแค่ครึ่งต้นขาอ่อน เผยให้เห็นเรียวขาทรงเสน่ห์ขาวเนียน และเมื่อเธอมัดผมขึ้นเป็มวยต่ำหลวมๆ ปล่อยปอยผมคลอเคลียตามลาดไหล่และลำคอระหง กลิ่นหอมระเหยของโลชั่นทาผิวกายนุ่มกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลา ยิ่งส่งให้เธอดูเย้ายวนใจเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบ
เรยาหมุนตัวส่องกระจกเป็ครั้งสุดท้าย บรรจงทาลิปกลอสสีชมพูฉ่ำบนริมฝีปากอวบอิ่ม ก่อนจะเดินลงมาจากชั้นสองด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อย เสียงส้นรองเท้าแตะแบบบางกระทบกับพื้นไม้สักขัดเงาส่งเสียงแ่เบา เป็เวลาเดียวกับที่ลุงเดชเดินเปิดประตูบ้านเข้ามาพอดี
ลุงเดชในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มที่พับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กระดุมคอเม็ดบนถูกปลดออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกหนาแน่นไปด้วยมัดกล้ามและไรขนดกดำตามธรรมชาติ ใบหน้าคมเข้มมีเหงื่อซึมตามไรผมจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวภายนอก ชายรุ่นใหญ่ถอนหายใจยาวด้วยความเหน็ดเหนื่อย มือหนายกขึ้นถอดกระดุมเสื้อเม็ดที่สามออกเพื่อคลายความร้อน ก่อนจะชะงักนิ่งไปทันทีเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างบางของหลานสาวที่กำลังเดินลงมาจากบันได
สายตาคมกริบของลุงเดชไล่ควาดมองเรือนร่างของเรยาั้แ่หัวจรดเท้า...
ดวงตาของชายรุ่นใหญ่ไหวระริก รอยหยักในดวงตาฉายแววความกระสันวูบหนึ่งอย่างเปิดเผย ทรวงอกอิ่มเอิบที่ชูชันดันผ้าซาตินจนเห็นรอยโค้งเว้าเด่นชัด เอวคอดเล็กที่แค่มือเดียวของเขาก็กอดกำได้มิด และต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นจู๋... ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำลายในคอของลุงเดชเหนียวหนืดขึ้นมาทันตาเห็น ร่างกายท่อนล่างที่หลับใหลเริ่มส่งสัญญาณปวดตึงคับแน่นกางเกงสแล็กอย่างไม่อาจควบคุม
"ลุงเดชกลับมาแล้วเหรอคะ..." เรยาส่งเสียงหวานใสพร้อมกับรอยยิ้มออดอ้อน ดวงตาสบประสานกับลุงเดชอย่างไม่หลบสายตา
"เอ่อ... อื้ม ลุงเพิ่งกลับมาจากสวนน่ะ อากาศข้างนอกวันนี้มันร้อนอบอ้าวเหลือเกิน" ลุงเดชพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติ แต่เสียงของเขากลับแหบพร่าและติดขัดอย่างเห็นได้ชัด
"ป้าผินไปวัดั้แ่บ่ายสองแล้วค่ะ เห็นบอกว่าจะไปช่วยงานหลวงพ่อเตรียมงานบุญใหญ่ คงจะกลับดึกๆ นู่นเลยค่ะ" เรยาเดินเข้ามาใกล้ลุงเดช ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมละมุนของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาที่แต้มอยู่บนจุดชีพจรของเธอ ลอยมากระทบนาสิกของลุงเดชจนชายรุ่นใหญ่ต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเคลิบเคลิ้ม
"เหรอ... ป้าแกก็แบบนี้แหละ วันๆ มีแต่เื่วัดเื่วา ไม่ค่อยสนใจเื่ในบ้านเท่าไหร่หรอก" ลุงเดชเอ่ยพลางยิ้มเจื่อนๆ ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ซอกคอ สายตายังคงแอบชำเลืองมองยอดอกเต่งตึงที่ดันเนื้อผ้าซาตินออกมาจนเห็นเป็รอยจุกดันเบาๆ
"ลุงเดชทำงานมาเหนื่อยๆ นั่งพักบนโซฟาก่อนสิคะ เดี๋ยวเรยาไปเทน้ำเย็นๆ พร้อมน้ำแข็งฉ่ำๆ มาให้ดื่มแก้เหนื่อยนะคะ"
เรยาไม่รอให้ลุงเดชปฏิเสธ เธอหมุนตัวเดินตรงไปยังครัวกว้างที่อยู่ด้านหลังบ้าน ท่วงท่าการเดินที่ยักย้ายสะโพกงอนงามไปมาตามจังหวะก้าวเดิน ชายกระโปรงซาตินพริ้วไหวสะบัดเปิดเผยต้นขาขาวผ่อง ทำเอาสายตาของลุงเดชสะกดตรึงอยู่กับแผ่นหลังและบั้นท้ายงอนงามนั้นอย่างไม่อาจถอนสายตาได้ ชายรุ่นใหญ่กลืนน้ำลายลงคอดังอึก ลำคอแห้งผาก ร่างกายส่วนล่างที่เคยสงบนิ่งเริ่มส่งสัญญาณตื่นตัวขึ้นมาทีละน้อยจนรู้สึกปวดตึงคับแน่นใต้กางเกงสแล็กเนื้อหนา
เรยาในห้องครัวแอบเหลียวมองผ่านช่องกระจกเคาน์เตอร์ เธอมองเห็นอาการของลุงเดชชัดเจน รอยยิ้มซุกซนจุดประกายขึ้นบนริมฝีปากอวบอิ่ม เธอบรรจงรินน้ำเย็นจัดลงในแก้วทรงสูง รอยยิ้มพรายประดับใบหน้าเนียนเมื่อคิดถึงแผนการยั่วเย้าที่กำลังจะเริ่มขึ้น จากนั้นจึงถือแก้วน้ำเดินกลับออกมายังห้องรับแขกอย่างเชื่องช้า
ลุงเดชนั่งพิงหลังอยู่บนโซฟาหนังนุ่ม ตาหลับลงเพื่อสงบสติอารมณ์ที่เริ่มกระเจิดกระเจิง แต่เมื่อได้ยินเสียงก้าวเดินแ่เบาของเรยา เขาก็ลืมตาขึ้นทันที
"น้ำเย็นๆ ได้แล้วค่ะลุงเดช..."
เรยาก้มตัวลงวางแก้วน้ำบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา... ท่าก้มตัวของเธอเป็ไปอย่างจงใจและแช่มช้อย สายเดี่ยวซาตินทิ้งตัวร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง เผยให้เห็นร่องอกขาวผ่องลึกโผล่พ้นขอบเสื้อออกมาเกือบครึ่งเต้า ปทุมถันคู่อวบใหญ่ชูชันเต่งตึงเบียดชิดกันจนเห็นเนินเนื้อชัดเจน ลุงเดชที่นั่งอยู่ในมุมต่ำกว่ามองเห็นภาพนั้นเต็มสองตา ลมหายใจของเขาเริ่มสะดุดตุก หัวใจเต้นแรงระสั่นราวกับตีเกราะเคาะไม้ เืในกายฉีดฉีดอย่างรุนแรง
"ขอบใจนะเรยา..." ลุงเดชเอ่ยเสียงพร่า ยื่นมือใหญ่ออกไปหมายจะหยิบแก้วน้ำ
ทว่าในจังหวะที่มือของลุงเดชกำลังจะแตะแก้ว เรยากลับจงใจเอื้อมมือไปขยับแก้วน้ำเข้าหาเขา ทำให้นิ้วมือและหลังมือนุ่มนิ่มของเธอััไล้ไปบนหลังมือใหญ่หยาบกร้านของลุงเดชอย่างจัง!
ความร้อนผ่าวจากัับวกกับความนุ่มนิ่มของผิวกายสาว ส่งกระแสไฟสวาทแล่นปราดจากปลายมือเข้าสู่หัวใจและตรงบีบเค้นลงสู่กลางลำกายของลุงเดชทันที ลุงเดชชะงักมือไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้ชักมือกลับ ดวงตาคู่คมของชายรุ่นใหญ่จ้องมองหน้าหลานสาวด้วยความรู้สึกเร่าร้อนอัดแน่น
เรยาไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี เธอกลับช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองลุงเดชด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า นิ้วเรียวสวยไล้แ่เบาบนหลังมือหนาอย่างท้าทาย สััความอบอุ่นและความแข็งแกร่งจากมือของผู้ชายรุ่นใหญ่ที่เธอหลงใหล
"มือลุงเดชใหญ่จังเลยนะคะ... แถมยังอุ่นมากๆ ด้วย เวลาจับแล้วรู้สึกปลอดภัยจังเลยค่ะ" เสียงกระซิบแ่เบาของเรยาประดุจมนตร์สะกดที่เป่ารดลงบนหัวใจของชายวัยห้าสิบ
"เรยา..." ลุงเดชพึมพำชื่อหลานสาว ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นออกจากจมูก ลำเอ็นใหญ่โตใต้กางเกงขยายตัวตึงเปรี๊ยะจนปวดเกร็ง เขาทนแห้งเหี่ยวมานานหลายปี แต่บัดนี้ความสดใส ความสาว และความยั่วเย้าของหลานสาวในบ้าน กำลังจุดไฟราคะในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทาน
"ลุงเดชอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ... นอกจากน้ำเย็นแก้วนี้?" เรยาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงหวานออดอ้อน ดวงตาสิ่งแวดล้อมสะท้อนแสงไฟอบอุ่นในบ้าน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกระสันและกลิ่นไอแห่งความปรารถนาที่เข้มข้นขึ้นทุกวินาที
ลุงเดชกลืนน้ำลายจุกคอ มือหนาที่แตะอยู่กับมือของเรยาเริ่มกุมกระชับนิ้วเรียวของเธอไว้เบาๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กสาวเพื่อค้นหาคำตอบ... และสิ่งที่เขาพบในดวงตาคู่นั้น คือความยินยอมพร้อมใจและความกระหายในรสรักที่ไม่ต่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย
"ลุง... ลุงไม่อยากได้น้ำแล้วล่ะเรยา..." ลุงเดชเอ่ยเสียงต่ำแหบพร่า ความอดทนอดกลั้นที่เคยมีเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเกมสวาทอันเร่าร้อนที่จะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนในบ้านหลังนี้ไปตลอดกาล!