เวลาล่วงเลยผ่านไป จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หวังลู่เอินเข้ามาเยี่ยมเธออีกครั้งในห้องว่างห้องหนึ่ง สาวน้อยยังคงนอนนิ่งอยู่บนฟูกที่นอนที่พื้น โดยมีป้าซูฉียังคงดูแลนางอย่างใกล้ชิด
“นางยังไม่ฟื้นเลยค่ะ คุณชาย”
“คืนนี้คงต้องรบกวนป้าเสียแล้ว” หวังลู่เอิน มองสาวน้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ค่ะคุณชาย ป้าจัดเตรียมที่นอนมาเรียบร้อยแล้ว”
ป้าซูฉีมองคุณชายที่จ้องมองไปยังสาวน้อยที่ยังนอนไม่ได้สติ แล้วรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถาม
“คุณชายพอจะเล่าให้ป้าฟังได้ไหมคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น”
หวังลู่เอินถอนใจ นั่งลงข้าง ๆ แล้วเล่าเื่ราวที่เขาพบสาวน้อยลอยมาตามสายน้ำ เมื่อป้าซูฉีฟังจบ ก็นึกสงสารหญิงสาวจับใจ ...ลูกเต้าเหล่าใครกันหนอ พ่อแม่จะไม่ออกตามหาแทบพลิกแผ่นดินแล้วหรือ...
ในระหว่างที่ทุกคนในบ้านกำลังหลับใหล ป้าซูฉีสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะเสียงร้องไห้ที่อยู่ใกล้ ๆ
“เ้า...เ้าฟื้นแล้วเหรอ”
สาวน้อยนั่งปิดหน้าสะอื้นไม่ตอบคำถามนั้น นางตัวสั่นด้วยความกลัว
“เ้าชื่ออะไร เป็ใครมาจากไหนกัน” ป้าซูฉีพูดกับสาวน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พลางลูบศีรษะเบา ๆ
สาวน้อยปาดน้ำตา มองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าแล้วส่ายหัวช้า ๆ น้ำตาคลอเบ้า
“อืม...ไม่เป็ไร ยังไม่อยากพูดอะไร ก็ไม่เป็ไร นอนเสียเถอะ ฟ้าสว่างแล้วค่อยมาคุยกันใหม่” ป้าซูฉีห่มผ้าให้สาวน้อยปริศนา แล้วหลับต่อ
ส่วนสาวน้อยนอนน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ ... ทำไมเธอยังไม่ตาย ทำไม์กลั่นแกล้งให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปเล่า!!!
เมื่อฟ้าสาง ป้าซูฉี พาสาวน้อยไปพบกับคุณชายที่ห้องโถง ซึ่งคุณชายกำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างที่โต๊ะเตี้ยวางพื้น
หวังลู่เอินปรายตามองสาวน้อยที่ก้มหน้านิ่ง แล้วเขียนหนังสือต่อ
“เ้าชื่ออะไรล่ะ” หวังลู่เอินถาม
“ฟางหนิงเอ๋อ” สาวน้อยตอบห้วน
“บ้านเ้าอยู่ที่ไหน” หวังลู่เอินถามต่อ
สาวน้อยเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ท่าน...ท่าน..ช่วยข้าไว้ทำไม!! ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว!!!...ข้าอยากตาย!!!” ฟางหนิงเอ๋อจ้องเขม็ง น้ำตาไหลรินมาเป็ทาง
หวังลู่เอินมองสายตานั้น แล้วกลับเกิดความรู้สึกสงสารปนเห็นใจขึ้นมาอย่างประหลาด ...เธอต้องผ่านอะไรมาหนักหนาเพียงใด จึงได้แสดงความเ็ปได้รวดร้าวเช่นนั้น
ป้าซูฉีเห็นดังนั้นก็ใ ตวาดสาวน้อยเสียงดัง
“เ้าบังอาจขึ้นเสียงใส่คุณชายได้ยังไงกัน!!!..เ้านี่มัน...”
หวังลู่เอิน ยกมือห้ามไม่ให้ป้าซูฉีพูดต่อ
“ข้าต้องขออภัยที่ไม่รู้จุดประสงค์ของเ้า แต่ตอนนี้เ้าก็นั่งหายใจอยู่ตรงนี้แล้ว เ้าจะทำยังไงต่อไป จะกลับไปที่สายน้ำนั้นอีกครั้งเพื่อปลิดชีวิตตัวเอง...หรือจะกลับบ้าน” หวังลู่เอินถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางคิดในใจ ...อายุเพียงเท่านี้เธอต้องเจอเื่สาหัสมากขนาดไหนกัน ถึง้าที่จากโลกนี้ไป...
ฟางหนิงเอ๋อ รู้สึกสับสนไปหมด กลับบ้านงั้นเหรอ...เธอไม่มีบ้าน ไม่มีใครทั้งนั้น!!! จะกลับไปให้เป็อันตรายกับแม่ชีไม่ได้!!!
หวังลู่เอิน จ้องมองไปยังสาวน้อย พลางถอนใจ ...สภาพนี้คงไม่มีบ้านให้กลับสินะ...
“ฟางหนิงเอ๋อ เ้าเขียนหนังสือได้หรือไม่”
“พอได้เ้าค่ะ แต่ไม่คล่องเท่าใดนัก” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เพราะรู้ตัวแล้วว่า เธอไม่มีทางเลือก
“เ้าอยู่ที่นี่ช่วยงานข้าไปเรื่อย ๆ ก็ได้ ข้ากำลัง้าคนมาช่วยแบ่งเบาป้าซูฉีพอดี”
ฟางหนิงเอ๋อนิ่งเงียบ กำลังคิดสับสน จะอยู่ที่นี่ต่อไปได้นานเพียงใดกัน
“ยังไม่รีบขอบคุณ คุณชายอีก” ป้าซูฉีหยิกแขน
“อ๊ะ..ขอบคุณค่ะ คุณชาย” ฟางหนิงเอ๋อคำนับก้มหน้าติดพื้น
“วันนี้เ้าจะให้นางทำอะไรก็สอนนางแล้วกัน ห้องนั้นก็ยกให้นางไปเสีย เอาล่ะข้าไปเตรียมตัวไปเปิดโรงบำบัดก่อน” หวังลู่เอินหันไปบอกกับป้าซูฉี แล้วหยิบตำราติดมือออกไปด้วย
ฟางหนิงเอ๋อ เดินตามหลังป้าซูฉีเข้าไปในครัว เธอมองไปรอบ ๆ พลางคิดในใจ...เป็บ้านคุณชายแน่หรือ ทำไมช่างเงียบเชียบ ไม่เห็นมีสาวใช้สักคน สภาพตัวบ้านเรือนก็ไม่ได้ใหญ่โตหรูหรา เหมือนบ้านคุณชายทั่วไป แต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน เงียบสงบ เหมือนมีมนต์ขลังบางอย่าง