ประตูลิฟต์เปิดออกพ่อบ้านที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วค้อมกายลงอย่างนอบน้อม “คุณชายใหญ่ครับอาหารค่ำเตรียมเสร็จเรียบร้อยตามที่คุณสั่งแล้วครับ”
“อืม” จี้เยี่ยนจื๋อถอดเสื้อโค้ทส่งให้คนรับใช้ข้างกาย“ไปตามจี้ทิงลงมาหาฉัน”
“ครับ”
สิบนาทีต่อมาจี้ทิงก็เดินลงมายังห้องอาหาร และทันทีที่ก้าวเข้ามาเขาก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าบนโต๊ะอาหารมีแต่เมนูผักที่เขาเกลียดทั้งนั้นวันนี้ตระกูลจี้ถือศีลกินเจหรือยังไงกัน?
จี้เยี่ยนจื๋อละสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมามองพลางแค่นยิ้มเย็นในใจ
นี่เป็การเผชิญหน้ากันครั้งแรกหลังจากที่จี้ทิงถูกสั่งกักบริเวณจี้เยี่ยนจื๋อคาดการณ์ไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องอาละวาดฟาดงวงฟาดงาหรือไม่ก็ะเิอารมณ์ออกมาอย่างคลุ้มคลั่งตามนิสัยเดิม
ทว่าไอ้มุกลงไปนอนดิ้นกับพื้นแบบนั้นอาจจะใช้ได้ผลกับคุณพ่อแต่สำหรับเขามันไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย
เขานั่งรอจี้ทิงเริ่มเปิดฉากโวยวายทว่าผิดคาดที่อีกฝ่ายเพียงแค่ดึงสติกลับมาได้ก็เดินอ้อมไปที่ข้างโต๊ะแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงอย่างสงบ
ท่าทีนิ่งเฉยนั้นทำให้จี้เยี่ยนจื๋อเสียจังหวะไปเล็กน้อยเขาจ้องมองจี้ทิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการพิจารณา “ไม่ได้เจอกันไม่กี่วันนายไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อยเหรอ?”
“ไม่มีครับ” จี้ทิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
[วิธีรับมือกับพวกคลั่งการควบคุม คือเหยื่อต้องไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อถูกพรากความสนุกในการครอบงำไป นานวันเข้าพวกเขาก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายไปเอง]
เมื่อได้ยินเสียงในใจนั้นจี้เยี่ยนจื๋อเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความโมโหที่แท้การที่เขาเชิญอาจารย์มาสอนถึงที่บ้านคอยจับตาดูไม่ให้ปล่อยตัวไปมั่วสุมข้างนอก แต่ในสายตาของจี้ทิงเขากลายเป็ไอ้โรคจิตไปแล้วงั้นหรือ?
จี้เยี่ยนจื๋อกระแทกโทรศัพท์ลงบนโต๊ะพลางกอดอก“ไม่มีอะไรจะพูดงั้นสิ? ในเมื่อนายทำตัวเหมือนเป็ฝ่ายถูกถ้าอย่างนั้นก็มาคุยกันหน่อยว่าเื่ที่อาจารย์คนแรกบอกว่านายโกงข้อสอบมันคืออะไร”
จี้ทิงขมวดคิ้วน้ำเสียงเริ่มมีความไม่พอใจปนอยู่ “ผมไม่ได้โกงผมแค่ทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม”
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้มเหยียด“ฮึ ถ้านายสามารถทำคะแนนเต็มได้โดยไม่ต้องโกงแล้วฉันจะจ้างครูสอนพิเศษมาให้นายทำไม?”
ดวงตาของจี้ทิงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ไม่ใช่ว่าพี่จ้างมาเพื่อทำโทษผมหรอกเหรอ?”
จี้เยี่ยนจื๋อหัวเราะในลำคอแต่ในดวงตาคมลึกกลับมีประกายไฟแห่งโทสะปะทุออกมา “แล้วอาจารย์คณิตศาสตร์คนที่สองล่ะทำไมเขาถึงได้เอาแต่บอกว่าสอนนายไม่ได้”
“เขาบอกว่าผมเขียนสูตรในโจทย์ข้อหนึ่งผิด แต่ผมบอกว่ามันถูกแล้วเพราะทฤษฎีการคาดการณ์กล้องโทรทรรศน์ [1] ที่โจทย์ข้อนี้นำมาอ้างอิงในอนาคตมันจะถูกหักล้าง”
เดี๋ยวนี้ถึงขั้นทำนายอนาคตได้แล้วงั้นสิ?
ความอดทนของจี้เยี่ยนจื๋อมาถึงขีดสุดแต่เขายังคงสูดลมหายใจเข้าลึก “พูดต่อสิ...แล้วคนล่าสุดที่เพิ่งมาวันนี้ล่ะ ว่ายังไง”
จี้ทิงยังคงพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง“สวีเหรินได้แนวทางเกี่ยวกับทิศทางการทดลองกะทันหันเขาก็เลยต้องรีบกลับมหาวิทยาลัยครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อเห็นอีกฝ่ายปั้นน้ำเป็ตัวได้ลื่นไหล“จะบอกว่า เขาเป็ฝ่ายอยากไปเองงั้นสิ?”
“ครับ”
“แล้วนายรู้ไหมว่าฉันจ่ายค่าสอนให้เขาชั่วโมงละเท่าไหร่?”
“มันไม่เกี่ยวกับว่าเงินมากหรือน้อยหรอกครับ” แม้จี้ทิงกำลังอธิบายแต่น้ำเสียงยังคงเฉยเมย “ทิศทางการทดลองที่ชัดเจนมันสำคัญต่อหัวข้องานวิจัยของเขามากถ้าเป็ผม ผมก็คงจะรีบกลับห้องแล็บทันทีเหมือนกัน”
“ถ้าเป็นายงั้นเหรอ?” จี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกขบขันยิ่งกว่าเดิม“เด็กผลการเรียนแย่ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คะแนนรวมแค่ 213 อย่างนายเนี่ยนะั้แ่เมื่อไหร่กันที่นายเรียนรู้ที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเราราวกับเด็กนักเรียนดีๆ?”
ริมฝีปากของจี้ทิงเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเขากลับเม้มปากเงียบ
[คะแนนต่ำเตี้ยขนาดนั้นจริงๆ นั่นแหละ ไม่มีจุดไหนให้โต้แย้งได้เลย]
เมื่อได้ยินว่าเ้าตัวเริ่มมีสำนึกขึ้นมาบ้างสีหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อก็ลดความเ็าลง “เื่ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปั้แ่นี้ไปเลิกใช้เล่ห์เหลี่ยมพวกนั้นซะถ้าคะแนนของนายแตะระดับสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้เมื่อไหร่ฉันถึงจะยอมให้นายก้าวเท้าออกจากบ้าน”
จี้ทิงเลิกคิ้วขึ้นดูแปลกใจ“ถ้า้าแค่นี้ พี่ก็น่าจะบอกผมั้แ่แรกสิ”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ฟังดูง่ายดายเช่นนั้นโทสะที่เพิ่งสงบลงของจี้เยี่ยนจื๋อก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“อ้อ ฟังจากน้ำเสียงนายแล้วดูเหมือนมหาวิทยาลัยชื่อดังทั่วประเทศจะมีแต่นายที่เลือกได้ตามใจชอบเลยงั้นสิ?”
จี้ทิงถูกดึงตัวเข้าสถาบันวิทยาศาสตร์จีนเป็กรณีพิเศษั้แ่อายุสิบห้าปีจึงไม่เคยผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาก่อนแต่เมื่อคำนึงถึงระดับสติปัญญาเดิมของเ้าของร่าง เขาจึงตอบออกไปอย่างสงวนท่าที“ก็น่าจะได้ครับ”
ภายในห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบงันไปร่วมสี่วินาทีแววตาของจี้เยี่ยนจื๋อปกคลุมด้วยไอเย็นจัด “จี้ทิงฉันว่าชาตินี้นายคงไม่อยากออกไปจากบ้านนี้แล้วสินะ?”
“ผม...”
“หุบปาก แล้วกินข้าวของนายไปซะ”
จี้ทิงนิ่งเงียบลงเขามองดูผักใบเขียวที่เต็มโต๊ะ ก่อนจะหลุบตาลงครู่หนึ่ง“จี้เยี่ยนจื๋อ พี่เคยเชื่อใจผมบ้างไหม... แม้แต่ครั้งเดียวก็ยังดี”
จี้เยี่ยนจื๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แววตาฉายแววดูแคลนปนระอาใจ “นายคิดว่าคนอย่างนายคู่ควรกับความเชื่อใจงั้นเหรอ?”
คำพูดนั้นคล้ายจะทำให้จี้ทิงสิ้นหวังโดยสมบูรณ์เขาจ้องมองจี้เยี่ยนจื๋อด้วยสายตาลึกซึ้งครั้งหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องอาหารไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
จี้เยี่ยนจื๋อมองตามแผ่นหลังนั้นไปภายในใจนอกจากจะไร้ซึ่งความรู้สึกผิดแล้ว เขายังนึกขำเสียด้วยซ้ำ
เมื่อก่อนตอนแสดงละครยังพอจะมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่บ้างแต่ครั้งนี้แม้แต่ฝีเท้าที่เดินจากไปก็ยังดูเบาสบายราวกับยกูเาออกจากอกถ้าเขาเชื่อคนอย่างจี้ทิงก็คงเห็นผีแล้ว
ไม่ว่าจี้ทิงจะคิดแผลงๆอะไรอีก แต่หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จจี้เยี่ยนจื๋อก็ตรงไปยังห้องทำงานเพื่อจัดการธุระตามปกติ
เวลาล่วงเลยไปจนถึงยามพักผ่อนในขณะที่เขากำลังตรวจสอบงบประมาณโครงการของแผนกวิจัยและพัฒนา โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น
“ว่าไง”
“ประธานจี้ครับ ผมติดต่อสวีเหรินได้แล้วเขาบอกว่าในห้องแล็บห้ามพกโทรศัพท์เข้าไป เมื่อกี้เลยไม่ได้รับสายครับ”
มือที่กำลังทำงานอยู่ของจี้เยี่ยนจื๋อชะงักแววตาของเขาเริ่มเปลี่ยนไป “เขากำลังทำการทดลองอยู่เหรอ?”
เลขารายงานต่อ“ใช่ครับ สวีเหรินยังฝากขอโทษมาด้วยเขาบอกว่าตอนกลางวันมัวแต่รีบกลับมหาวิทยาลัยจนลืมขออนุญาตผู้ปกครองก่อนต้องขออภัยจริงๆ ครับ”
คำพูดนั้นราวกับมีก้อนหินหนักๆมากดทับลงในใจของจี้เยี่ยนจื๋อ ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ที่หน้าอกก่อนจะดิ่งวูบลงไป
ที่แท้จี้ทิงไม่ได้โกหกสวีเหรินเป็ฝ่าย้ากลับไปเองจริงๆ มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่เคยเชื่อ
เลขาเห็นเ้านายเงียบไปนานจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง“ท่านประธานจี้ครับ เื่นี้จะให้จัดการยังไงดี...”
จี้เยี่ยนจื๋อได้สติปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์อยู่เริ่มกดแรงจนซีดขาว “โอนค่าสอนของวันนี้ให้เขาไปแล้วหาอาจารย์คนใหม่มาแทน”
เลขารับคำก่อนจะพูดเสริมขึ้นว่า“ท่านประธานจี้ครับ สวีเหรินคนนั้นเขาทิ้งท้ายมาว่าขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณชายรองได้ไหมครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วมุ่นทันที“ขอไปทำไม?”
“เท่าที่ผมฟังดู เหมือนเขาอยากจะติดต่อกับคุณชายรองบ่อยๆ น่ะครับ”
ติดต่อกันบ่อยๆ?สวีเหรินคนนี้มาอยู่ที่นี่ไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำทำไมถึงทำเหมือนสนิทสนมกับจี้ทิงนักจี้เยี่ยนจื๋อรู้สึกทันทีว่าอีกฝ่ายมีเจตนาแอบแฝง “ไม่ต้องให้”
“ครับ”
หลังจากวางสายจี้เยี่ยนจื๋อนั่งนิ่งอยู่ลำพังเป็เวลานานจนกระทั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ดับลงโดยอัตโนมัติเขาจึงตัดสินใจบางอย่างแล้วลุกเดินออกจากห้องทำงานไป
ในเวลาเดียวกันจี้ทิงกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
สองมือของเขาประสานกันวางอยู่ที่ริมฝีปากแสงจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาสีอำพัน ดูสว่างไสวทว่าเย็นเยียบอย่างยิ่ง
จี้ทิงจ้องมองโครงสร้างบนหน้าจอเส้นสตริงที่มีความโค้งงอหลากหลายรูปแบบต่างสอดประสาน แยกตัว และรวมตัวกันใหม่จนเกิดเป็เส้นแรงและอนุภาคแรงโน้มถ่วงชุดใหม่
ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่นั้นหน้าต่างเล็กๆ ก็ป๊อปอัปขึ้นที่มุมขวาล่างของจอ
[ตรวจพบร่องรอยการเคลื่อนที่ของมนุษย์ จำนวน : 1]
เมื่อสองวันก่อนจี้ทิงได้ติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านถ้ามีใครเข้าใกล้ประตูห้องของเขา ระบบจะทำการจับภาพโดยอัตโนมัติเขามองดูบุคคลที่ปรากฏบนหน้าจอพลางเอียงคอเล็กน้อยอย่างสงสัย
จี้เยี่ยนจื๋อ...ดึกดื่นป่านนี้ทำไมไม่ไปพักผ่อน แต่กลับมายืนทำอะไรอยู่ที่หน้าประตูห้องของเขากัน?
เชิงอรรถ
[1]ทฤษฎีการคาดการณ์กล้องโทรทรรศน์คือแิสำคัญในสาขาพีชคณิตทอพอโลยี (Algebraic Topology) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทฤษฎีโฮโมโทปีเสถียร(Stable Homotopy Theory) ซึ่งนำเสนอโดย DouglasRavenel ในปี 1984