เด็กสาวสะอื้นฮักๆด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังเธอหันมาเผชิญหน้าปีศาจนรกที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือริมฝีปากแห้งกรังเหมือนจะเผยอยิ้มจนเนื้อแห้งนั้นฉีกกว้างขึ้นไปสุดขากรรไกรดวงตากลวงโบ๋กลับมีประกายสีแดงก่ำวาวโรจน์ ใบเลื่อยไฟฟ้าหมุนคว้างส่งเสียงดังกังวานไปทั่วท้องถนน
ลินะโอย่างหมาจนตรอกพลางสะอื้น “เข้ามาเลย ไอ้สัตว์นรก แน่จริงก็เข้ามาเลยฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว เข้ามาเลย เข้ามา!”
ปีศาจในผ้าพันแผลพุ่งตรงเข้ามาหาลินอย่างรวดเร็วเด็กสาวใช้วิชาการต่อสู้ของเธอ พลิกตัวแล้วจับปีศาจนั้นเหวี่ยงไปอีกทางซากร่างเหม็นหึ่งพุ่งกระแทกกำแพงอย่างแรง เลื่อยไฟฟ้ากระเด็นตกไปไกล
ลินรีบวิ่งไปคว้าเลื่อยไฟฟ้าขึ้นมาไว้ในมือ “แกเสร็จฉันละ ไอ้ปีศาจคราวนี้ฉันจะหั่นแกเป็ผีบะช่อ ไม่ให้เหลือซากเดิมเลยคอยดู” เธอว่าพลางเดินแกว่งใบเลื่อยเข้าไปใกล้
ทันใดนั้น ร่างสยองอ้าปากหัวเราะเสียงดังกระหึ่ม
“ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไงแกน่ะแพ้ฉันั้แ่วินาทีที่แกเขียนคำอธิษฐานแล้ว ความโลภและกิเลสของแกพาฉันให้เข้ามาในจิตของแกได้”
ลินใจหายวูบ แต่ก็ยังไม่ยอมง่ายๆ “แต่วันนี้ยังไงฉันสู้ตายแน่แอมมี่เคยบอกให้ฉันสู้ ถึงจะมีโอกาสชนะ”
เสียงหัวเราะชวนขนพองสยองเกล้าดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งก้องกังวานเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
“เพื่อนแกน่ะเหรอแกอยากเห็นไหมว่าตอนนี้มันเป็ยังไง”
สิ้นประโยคนั้นลินก็ได้ยินเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง “ลิน...”
ร่างเล็กๆ ใต้ผ้าพันแผลนอนนิ่งอยู่ข้างๆ มีเพียงใบหน้าและเสียงเรียกเท่านั้นที่ลินพอจะจำได้ร่างนั้นกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก
“ฉันขอโทษ ลิน ฉันขอโทษมันไม่น่าเป็แบบนี้เลย ฉันผิดเอง ฉันขอโทษ)
ปีศาจในผ้าพันแผลพูดขึ้นอีก “กิเลสของแก ทำให้พ่อ แม่ และเพื่อนของแกตายแต่กลับยิ่งทำให้พวกฉันในโลกมนุษย์มีพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนบาปๆ อย่างพวกแกที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้สิ่งที่้า มันก็น่าขยะแขยงไม่แพ้พวกฉันนักหรอก”
สิ้นประโยคนั้น ลินรู้สึกเหมือนใจร่วงวูบใช่สินะ ทุกคนรอบตัวของเธอต้องมาเจอเื่เลวร้ายพวกนี้เพราะเธอทั้งนั้น สำนึกรับรู้ของลินร่วงหล่นลงในความรู้สึกผิดและความเศร้าเด็กสาวไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้อีกเลยเธอได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่กับใบเลื่อยที่หมุนคว้างอยู่อย่างนั้น
ร่างสุดสยองเดินเข้ามาใกล้คว้าเลื่อยไฟฟ้าในมือของลินกลับไปถือ แล้วผลักร่างลินเพียงเบาๆ
เด็กสาวล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นโดยไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆได้อีก น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อาจกลั้นเธอยังคงมองเห็นอดีตเพื่อนรักในร่างตุ๊กตาผีนอนนิ่งอยู่ข้างๆ กำลังร้องไห้อยู่เช่นกัน
ลินมองใบเลื่อยที่ค่อยๆ จมลงบนผิวเนื้อต้นแขนเสื้อนักเรียนขาดกระจาย และของเหลวสีแดงที่กระเซ็นไปทั่วบริเวณจนแดงฉาน
ใครกันนะที่บอกว่าในความฝันเราจะไม่รู้สึกเ็ปนี่มันไม่จริงเลย เด็กสาวกรีดร้องโหยหวนเมื่อแขนข้างขวาหลุดออกไปจากตัว
ก่อนหน้านั้นสองเดือน...
แดดกำลังจ้าฟ้ากำลังโปร่งเหนืออาคารเรียนของโรงเรียนสหศึกษาแห่งหนึ่งเป็โรงเรียนที่ทุกคนมีความสุข ทั้งครูบาอาจารย์ เด็กนักเรียนตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคนในโรงเรียน ความจริงน่าจะเรียกว่า ‘เคยมีความสุข’ เพราะบัดนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว...
ตอนนั้นทุกคนจำกันได้ ทั่วทุกที่ ทั่วทุกมุมเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม วันนั้นก็เช่นกัน...
เสียงหัวเราะสนุกสนานเฮฮาดังขึ้นจากห้องเรียนวิชาพละในขณะที่นักเรียนชายแยกไปเรียนวิชากระบี่กระบองอีกด้านหนึ่งของยิมเนเซี่ยมของโรงเรียนพวกนักเรียนหญิงก็ถูกกำหนดให้มาขลุกกันอยู่ที่นี่เพื่อเตรียมตัวเรียนวิชายืดหยุ่นแต่วันนี้อาจารย์ผู้สอนไม่สามารถมาสอนได้ตามปกติ พวกเธอจึงหาเื่เล่นสนุกกันได้อย่างอิสระ
ทางมุมหนึ่ง ลินและแอมมี่ เด็กสาวเพื่อนรักชั้น ม.2กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงพยายามจะทุ่มฝ่ายตรงข้ามลงบนฟูกให้ได้ทั้งสองออกแรงยกเพื่อนจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด ทั้งผลักทั้งดึงกันพัลวัน
แอมมี่ส่งยิ้มให้เพื่อนที่เรียก แม้จะยังคงพยายามดันเพื่อนให้เสียหลักเธอเป็ลูกครึ่งสาวไทย-อเมริกัน ผมสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวอมชมพู ใบหน้ารูปไข่ริมฝีปากแดงสดใส รูปร่างสูงใหญ่เกินวัย แต่ทั้งๆ ที่ตัวใหญ่กว่าเธอกลับมักสู้ลินไม่ได้
ลินเป็เด็กสาวร่างเล็ก ผิวขาว ผมดำขลับ ดวงตาเป็ประกายสดใสผมยาวประบ่า มีบุคลิกมั่นใจในตัวเองและเป็ที่พึ่งของเพื่อนๆ ในห้องทำให้ได้รับเลือกเป็หัวหน้าห้องอยู่บ่อยครั้งนอกจากนั้นลินยังเป็นักกีฬายูโดตัวโรงเรียนอีกด้วย
ทั้งสองยักแย่ยักยันฟัดเหวี่ยงกันไปมา ไม่นานนักแอมมี่ก็ถูกลินเหวี่ยงทุ่มข้ามหัวร่วงลงมานอนกองอยู่ที่เบาะ
“โอ๊ย...” เด็กสาวร้องขึ้นเมื่อหลังกระแทกพื้นเบาะดังตุ๊บแรงกระแทกทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นไปหมด “โธ่เอ๊ย โดนแพ้เธอทุกทีเลยดูสิ ลินตัวเล็กกว่าฉันตั้งเยอะแท้ๆ”
ลินยื่นมือให้แอมมี่จับแล้วดึงลุกขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองหัวเราะร่า “เธอน่ะจริงๆ แล้วแรงเยอะนะแอมมี่แต่ว่าใจร้อน รีบจะเอาชนะให้ได้เร็วๆ ทำให้ประมาท
“นอตแฟร์!ก็เธอน่ะเล่นยูโดนี่นา ฉันไม่มีทักษะทางนี้สักหน่อย”
“เธอต้องหัดตบเบาะให้เยอะๆ” ลินพูด
แอมมีทำหน้างุนงง
“อ่อ มันเป็การฝึกทักษะความปลอดภัยเวลาล้ม รึว่าเป็อุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันน่ะ”ลินบอกแอมมี่
“อ๋อ” แอมมี่หัวเราะ
“เธอนี่ชอบแกล้งทำเป็ไม่รู้” ลินพูดพลางหัวเราะ
เด็กคนอื่นๆ กำลังสนุกสนานกันอยู่มุมหนึ่งของอาคารยิมเนเซี่ยม
จินนี่ เพื่อนร่วมห้องหน้าตาสวยเปรี้ยวซ่าอีกคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“สองคนนี้คุยอะไรกันกระจุ๋งกระจิ๋งอยู่ได้ นี่มาดูอะไรนี่ดิยัยข้าวฟ่างไปเจอเพจนึง โครตตตตต น่าสนใจเลย รับประกันความแซ่บ มาดิมาๆ” เด็กสาวว่าพลางดึงมือลินและแอมมี่ให้เดินตามเธอไป
จินนี่ดึงเพื่อนทั้งสองมาที่อีกมุมหนึ่งของยิมเนเซี่ยมมุมนั้นกำลังมีเพื่อนๆอีกหลายคนชะโงกดูไอแพดของเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังเล่นเฟซบุ๊คอยู่
“คาถาทำให้คนที่ชอบหันมามองเราบ้างมีไหม” ใครคนหนึ่งถามขึ้น
“มีสิ นี่ไงๆ” เ้าของไอแพดร้องขึ้น“เดี๋ยวอ่านให้ฟังนะ นี่ไงทริคแม่เหล็กดูดใจ เขาบอกว่า ถ้าเราแอบชอบใครมานานส่งสัญญาณยังไงก็ไม่มีสัญญาณตอบรับสักที ให้ลองใช้แม่เหล็กรูปหัวใจสองอันหรือถ้าไม่มีก็ทำเองได้ คือตัดกระดาษแข็งสีแดงรูปหัวใจสองอันเอาแม่เหล็กติดด้านหลัง แล้วเอาอันนึงพกติดตัวไว้อีกอันหนึ่งเอาไปซ่อนไว้ให้ใกล้ตัวเป้าหมายมากที่สุดแล้วพลังของแม่เหล็กหัวใจก็จะดึงเอาทั้งสองคนให้เข้ามาใกล้ชิดกันได้ในเวลาไม่ช้า”
“ว้าววว” บรรดาเด็กสาวที่มุงดูอยู่ต่างร้องฮือฮาขึ้นมาพร้อมๆกัน บางคนปิดปากหัวเราะคิกๆ คักๆ “ง่ายๆ แถมน่ารักดีด้วยนะ น่าลองอ่ะ”
ท่ามกลางความสนใจนั้น มีใครคนหนึ่งร้องถาม “ชื่อเพจอะไรอ่ะเดี๋ยวกลับบ้านเราไปเปิดดูบ้าง”
เ้าของเครื่องเลื่อนขึ้นมาดูที่หัวเพจอีกครั้ง “ชื่อเพจ Magic Tale เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงอาทิตย์เอง แต่คนกดไลค์สามพันกว่าคนละฮอตมากกก”
“มีดูดวงมั้ย” ใครสักคนร้องขึ้น
แต่ยังไม่ทันมีเสียงตอบ ใครบางคนชะเง้อข้ามมาดูหน้าเครื่องแล้วพูดว่า “แล้วคนที่ยังไม่มีแฟนแต่อยากรู้ว่ามีเนื้อคู่หรือเปล่าต้องทำยังไงอ่ะมีไหมๆ”
เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่มุงอยู่รีบหันกลับไปดูในหน้าเพจนั้นทันที ก่อนที่ใครคนหนึ่งในนั้นจะร้องขึ้นมา“นี่ไงๆ เจอแล้ววิธีนี้ยอดฮิตเลยนะ”
“อะไรล่ะ เป็ไง”
แล้วใครบางคนก็ร้องขึ้น “อ่านสิ อ่านๆ มองไม่เห็นหรอก มุงกันแบบนี้”
เ้าตัวคนถือเครื่องจึงพูดขึ้นว่า “นี่ไงเคยได้ยินกันหรือเปล่าวิธีปอกแอปเปิ้ลหน้ากระจกตอนเที่ยงคืน”
“อะไรของเธอ มีแบบนี้ด้วยหรือ”
“ทำยังไงล่ะ”
“เร็วๆ รีบหน่อยสิเธอ”
“แหม ใจร้อนกันนะ” เ้าของเครื่องบอก“ก็ ง่ายๆ นะ สิ่งที่ต้องเตรียมก็แอปเปิ้ลสีแดงสด รูปร่างสมบูรณ์เหมือนตัวแทนของหัวใจแล้วก็มีดปอกผลไม้คมๆห้ามมีสนิมเด็ดขาดเลยนะ มันจะทำให้มนตร์เสื่อม จากนั้นก็เตรียมแอปเปิ้ลกับมีดมาไว้ข้างๆ ตั้งสมาธิให้แน่วแน่ รอจนถึงเวลาเที่ยงคืนแล้วก็นะ”
“แล้วอะไร รีบๆ สิ อ่านช้าจัง”
“อย่าเพิ่งขัดสิ เธอไม่ขัดจะเร็วกว่านี้”
“ใช่” มีเสียงบอกให้คนขัดหยุด
“ดูสิ ถึงไหนแล้ว ยิ่งทำให้ช้าเข้าไปใหญ่” เ้าของเครื่องบ่นแล้วก้มลงอ่านต่อ “อืม อ้อ ถึงตรงนี้แล้วจากนั้นนะเราก็ต้องปิดไฟให้มืดสนิท จุดเพียงแค่เทียนเล่มเดียวหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วที่สำคัญเราต้องนั่งในห้องคนเดียวห้ามคนที่รู้เื่ที่เรากำลังทำพิธีนี้อยู่กับเราแล้วก็ห้ามมีคนมารบกวนระหว่างทำพิธีเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ผลทันที แถมอาจจะโดนอาถรรพ์อื่นๆด้วย”
“บรื๋อน่ากลัวอ่ะ” จินนี่พูดขึ้น“สยองอ่ะปิดไฟนั่งหน้ากระจกจุดเทียนเล่มเดียวตอนเที่ยงคืน แถมให้อยู่คนเดียวอีกเนี่ยนะ”
“ใช่ๆ น่ากลัวล่ะไม่ว่า” เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้น
“แหม” แอมมี่ค้อนขวับใส่จินนี่และเชยหางตาไปทางเพื่อนคนนั้น “ถ้ากลัวก็อย่าทำสิยะ ใครไปบังคับให้เธอทำกันเล่า นี่ อ่านต่อสิกำลังอยากรู้เลยว่าต้องทำไงต่อ”
แล้วเ้าของไอแพดก็อ่านต่อ “เมื่อจุดเทียนแล้วและมีดพร้อม ก็เริ่มปอกแอปเปิ้ลได้เลยเื่สำคัญคือเราจ้องมองไปที่กระจกโต๊ะเครื่องแป้งเท่านั้นจำไว้ว่าต้องมองแต่กระจกเท่านั้น หลังจากนั้นก็เริ่มปอกแอปเปิ้ลโดยต้องปอกต่อกันไปไม่ให้เปลือกแอปเปิ้ลขาดจากกันเด็ดขาด ปอกไปเรื่อยๆตาจ้องมองที่กระจก พูดในใจว่าขอให้ใบหน้าของเนื้อคู่ปรากฏด้วยเถิด
ค่อยๆ พูดไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นใบหน้าของเนื้อคู่ค่อยๆโผล่ให้เห็นจากกระจก ทีนี้ใบหน้าของเขาก็จะชัดขึ้นไปเรื่อยๆแต่ต้องปอกแอปเปิ้ลต่อไปห้ามหยุดเด็ดขาด พอเห็นจนพอใจแล้วให้หยุดปอกแอปเปิ้ลโดยตัดเปลือกขาดออกจากกันได้เลย หลังจากนั้นก็ดับเทียนได้เลย”
เสียงร้องฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่มุงอยู่อีกครั้งบางคนร้องบอก
“ไม่เอาด้วยหรอก น่ากลัวมากขึ้นอีก”
แต่หลายคนก็บอกว่า “น่าจะลองกลับไปทำดูที่บ้านเอาคืนนี้เลย”
มีทั้งคนพยักหน้าและคนส่ายหน้า
“อันนี้เป็ความเชื่อหรือเวทย์มนตร์ของประเทศอะไรเหรอญี่ปุ่นหรือเปล่า” ลินถามขึ้นบ้างด้วยความสนอกสนใจ