จอมกระบี่เหนือยุทธ์

    ตอนที่ 50...(จบ)

            ในบรรยากาศทั่วลานประลองกระบี่อมตะ เสียงฆ้องโบราณดังขึ้นกังวานสามครั้งติดต่อกันเพื่อดึงสติของผู้พ่ายแพ้ทั้งยี่สิบห้าคนจากหกยอดเขาที่ยังคงหลงเหลือความเจ็บใจและความผิดหวังจากรอบประลองก่อนหน้า บรรยากาศรอบลานประลองเต็มไปด้วยความกดดันและอึดอัด หยาดเหงื่อไหลซึมตามขมับของเหล่าศิษย์ที่รู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้าย—ตั๋วห้าใบสุดท้ายที่จะพลิกชะตากรรมของพวกเขาในสำนักกระบี่อมตะ!

            กลางลานประลอง ผู้อาวุโสที่เป็นผู้ตัดสินการประลองในครั้งนี้ได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งแผ่รังสีปราณกดดันอันล้ำลึก เขาโบกสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ทันใดนั้น... อากาศเบื้องบนลานศิลาพลันบิดเบี้ยว เกิดเสียงคำรามต่ำคล้ายฟ้าผ่า ครืน... อักขระโบราณสีทองอร่ามจำนวนยี่สิบห้าตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หมุนวนสลับซับซ้อนด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดนิ่งกลางอากาศและเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าเท่าเทียมกันทั้งยี่สิบห้าชิ้น

    "รอบแก้ตัวเพื่อชิงสิทธิ์ห้าคนสุดท้าย..." เสียงทรงอำนาจของผู้อาวุโสประกาศก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "เบื้องหน้าพวกเจ้าคือ อักขระรูปกระบี่ลอยฟ้าทั้งยี่สิบห้าตัว ภายในอักขระเหล่านี้ มีเพียง ห้าอันเท่านั้น ที่ซ่อนพู่กระบี่แท้จริงของสำนักกระบี่อมตะเอาไว้ ส่วนอีกยี่สิบอันที่เหลือคือความว่างเปล่า!"

            เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังขึ้นจากกลุ่มศิษย์ผู้พ่ายแพ้ทันที ผู้อาวุโสยกมือขึ้นปรามก่อนจะเอ่ยกฎเหล็กด้วยแววตาคมกริบ

    "กฎมีอยู่ว่า...พวกเจ้าทั้งยี่สิบห้าคนมีเวลาตัดสินใจเพียง หนึ่งก้านธูป เท่านั้น! จงใช้สัญชาตญาณ ไหวพริบและการตัดสินใจของตนเองพุ่งขึ้นไปคว้าอักขระรูปกระบี่มาคนละหนึ่งอัน หากใครเลือกคว้าแล้วเปิดออกพบความว่างเปล่า... จะต้องตกรอบและหมดสิทธิ์ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น! และที่สำคัญ... เมื่อจับแล้ว ห้ามเปลี่ยนเด็ดขาด!"

    ฟุบ!

            ธูปหอมดอกใหญ่ถูกจุดขึ้นที่แท่นบูชา ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสัญญาณเริ่มต้นเวลาหนึ่งก้านธูปทันที!

    ความกดดันพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ทั่วทั้งลานประลองเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระทึก อักขระรูปกระบี่ยี่สิบห้าตัวลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ แผ่แรงกระตุ้นจิตวิญญาณออกมาเย้ายวนสายตา ทุกตัวส่องแสงสว่างเจิดจ้าเท่ากันหมดจนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือของจริง อันไหนคือภาพลวงตา

    ผ่านไปชั่วลมหายใจ ความลังเลเริ่มกัดกินจิตใจของหลายคน ศิษย์จากยอดเขาพิโรธทราชผู้หนึ่งทนความกดดันไม่ไหว แผดเสียงคำรามลั่นด้วยความร้อนรน "ข้าไม่รอแล้ว!" เขาสะบัดเท้าทะยานร่างขึ้นสู่ฟ้า พุ่งมือไปคว้าอักขระรูปกระบี่ทางด้านซ้ายสุดทันที!

    เปรี้ยง!

            ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระรูปกระบี่ตัวนั้นสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาว่างเปล่า ร่างของศิษย์ผู้นั้นถูกแรงสะท้อนจากค่ายกลกระเด็นร่วงตกลงมากระแทกพื้นกระอักเลือด ตกรอบไปทันทีอย่างน่าอนาถ!

            ภาพเหตุการณ์นั้นทำให้คนที่เหลืออีกยี่สิบสี่คนถึงกับหน้าซีดเผือด การสุ่มอย่างไร้สติคือหนทางสู่ความหายนะ! อักขระรูปกระบี่เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตอาคมระดับสูง แรงกดดันหลอกลวงทำให้การแยกแยะด้วยตาเปล่ากลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

    ในกลุ่มผู้พ่ายแพ้ มีศิษย์ห้าคนที่ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกเหมือนคนอื่น พวกเขายืนนิ่งสงบ ดื่มด่ำกับความเงียบงันภายในจิตใจเพื่อค้นหาความแตกต่างที่ซ่อนอยู่

            ศิษย์หนุ่มจากยอดเขาอมตะเทวะ  ยืนหลับตาลงช้าๆ เขาไม่มองแสงสว่างภายนอก แต่โคจรวิชาฝึกจิตอาวุธที่เคยร่ำเรียนมา แผ่ซ่านสัมผัสทางจิตออกไปโอบล้อมอักขระรูปกระบี่ทั้งยี่สิบสี่ตัวที่เหลือ ท่ามกลางกระแสพลังที่ปั่นป่วน เขารับรู้ได้ถึง คลื่นความสั่นสะเทือนระดับแผ่วเบา ที่มีเพียงอักขระรูปกระบี่ที่บรรจุพู่กระบี่แท้จริงเท่านั้นจึงจะมี

            ในขณะเดียวกัน ยอดฝีมือจากยอดเขากระบี่สวรรค์ ก็ลืมตาโพรงขึ้น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองการไหลเวียนของอักขระ เขาสังเกตเห็นจุดหักเหของเงาแสงที่สะท้อนกับอณูอากาศรอบตัวอักขระรูปกระบี่ตัวที่สี่จากทางขวา ซึ่งมีความหนาแน่นของปราณกระบี่สูงกว่าตัวอื่นเล็กน้อยอย่างแนบเนียน!

    "หมดเวลาไปครึ่งก้านธูปแล้ว!" เสียงผู้อาวุโสเตือนเร่งเร้าหัวใจ

    ฟุบ! ฟุบ!

            ศิษย์ทั้งสองคนตัดสินใจเด็ดเดี่ยว พุ่งทะยานร่างแหวกอากาศขึ้นไปพร้อมกันด้วยวิชาตัวเบาด้วยความเร็วสูงสุด มือขวาคว้าหมับเข้าที่อักขระรูปกระบี่เป้าหมายในเวลาไล่เลี่ยกัน!

    วูบวาบ!

            อักขระในมือของพวกเขาสลายแสงสีทองออก เผยให้เห็น พู่กระบี่สีนิลคราม ห้อยระย้าส่องประกายเจิดจ้าออกมาอย่างชัดเจน! สองคนแรกคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสำเร็จอย่างงดงาม!

            เหตุการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้ยี่สิบสองคนที่เหลือที่กำลังลังเลเกิดความฮึกเหิม ในขณะนั้นเอง ศิษย์จากยอดเขาค่ายกลกระบี่ และศิษย์จากยอดเขาไร้สรรพสิ่ง อาศัยจังหวะสังเกตการณ์พุ่งทะยานตามขึ้นไปทันที พวกเขาใช้วิชาไหวพริบแกะรอยกระแสจิตอาคม จนสามารถคว้าอักขระรูปกระบี่ที่ถูกต้องมาได้อีกสองคนอย่างเฉียดฉิว!

    ตอนนี้ เหลือตั๋วพู่กระบี่เพียง ใบสุดท้าย เปลวธูปบนแท่นบูชาเหลือเพียงเศษเสี้ยวสุดท้าย ใจะมอดดับลงเต็มที!

            ศิษย์ที่เหลืออีกว่าสิบกว่าคนต่างหน้าตาตื่นตระหนก พยายามจะพุ่งขึ้นไปคว้าอักขระที่เหลือสะเปะสะปะกลางอากาศ ทว่าความรีบร้อนทำให้เกิดการชนกันเองจนร่างร่วงหล่นลงมา

    ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มีศิษย์หนุ่มผู้หนึ่งจาก ยอดเขานิรันดร์ ที่ยืนนิ่งสงบมาตลอด เขาคำนวณทิศทางการสลายตัวของอักขระรูปกระบี่ปลอมที่ถูกคนอื่นเลือกผิดไปก่อนหน้านี้ จนเหลืออักขระรูปกระบี่ต้องสงสัยเพียงสองตัวสุดท้าย นัยน์ตาของเขาทอประกายกร้าวด้วยความเด็ดเดี่ยว พร้อมตัดสินใจได้ทันที

            ศิษย์อีกคนจากยอดเขาพิโรธทรราชก็พุ่งเข้ามาหมายจะคว้าอักขระรูปกระบี่ตัวเดียวกันจากด้านข้างด้วยเช่นกัน กลางอากาศเกิดการปะทะกันของลมปราณจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ตูม! ทั้งสองคนใช้ฝ่ามือกระแทกใส่กันกลางอากาศเพื่อแย่งชิงสิทธิ์สุดท้าย!

    ศิษย์ยอดเขานิรันดร์กัดฟันกรอด ทุ่มพลังลมปราณทั้งหมดที่มีผสานเข้ากับกระบี่ในมือ สะบัดออกเป็นคลื่นกระบี่เบาๆ เพื่อปัดป้องการโจมตี ก่อนจะพุ่งทะยานทะลุกำแพงลมปราณแล้วคว้าหมับเข้าที่อักขระรูปกระบี่ตัวสุดท้ายก่อนที่ก้านธูปจะมอดดับลงพอดิบพอดี!

    วูบวาบ!

            อักขระในมือของเขาแตกตัวออก เผยให้เห็นพู่กระบี่สีนิลครามเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางความเงียบงันของทุกคน

    ควันจากก้านธูปดับลงสนิท ผู้อาวุโสประกาศเสียงก้องกังวานด้วยความพึงพอใจ "การคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบแก้ตัวสิ้นสุดลงแล้ว! ผู้ที่คว้าพู่กระบี่ทั้งห้าคน... จงก้าวออกมา!"

            ศิษย์ทั้งห้าคนยืนเรียงหน้ากระดานด้วยความภาคภูมิใจ ท่ามกลางสายตาทึ่งและอิจฉาจากเพื่อนร่วมสำนักที่พลาดโอกาส การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้วัดแค่พละกำลัง แต่ทดสอบสัญชาตญาณ ความนิ่ง และความเด็ดเดี่ยวในวินาทีวิกฤตอย่างแท้จริง

    เมื่อได้ผู้ชนะครบถ้วนสมบูรณ์ สามสิบชีวิต (รวมผู้ผ่านรอบ 25 คนแรกและ 5 คนจากรอบแก้ตัว) ยืนพร้อมหน้ากัน ณ ลานกระบี่อมตะ เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่บททดสอบขั้นต่อไปเพื่อเฟ้นหา สิบอันดับแรก ผู้มีสิทธิ์ครอบครองวิชากระบี่ขั้นสูงในตึกคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ของสำนักกระบี่อมตะต่อไป!

    ภายในลานกระบี่อมตะสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง เมื่อผู้อาวุโสที่เป็นผู้ตัดสินการประลองในครั้งนี้ยกมือพร้อมร่ายอาคมขึ้นชี้ฟ้า เสียง ครืน... ดังสนั่นยาม 'หอคอยกระบี่สยบฟ้าสิบชั้น' มิติจำลองขนาดมหึมาฉายแสงสีเหลืองทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางลานประลอง! ตัวหอคอยแผ่แรงกดดันจิตกระบี่โบราณนับพันปีออกมาอย่างเข้มข้นจนศิษย์ทั้ง สามสิบคนที่ผ่านเข้ารอบต้องเกร็งลมปราณรับมือกันอย่างยากลำบาก

    "การทดสอบรอบจัดอันดับสิบคนแรกเพื่อสิทธิ์เข้าสู่ตึกคัมภีร์กระบี่ของสำนัก!" เสียงผู้อาวุโสประกาศก้อง "พวกเจ้าทั้งสามสิบคนจงก้าวเข้าสู่หอคอย! ยิ่งชั้นสูงขึ้น แรงกดดันจิตกระบี่โบราณจำลอง และหุ่นเชิดมือกระบี่จะยิ่งทรงพลังเป็นเท่าตัว! สิบคนแรกที่พิชิตชั้นสูงสุดหรือขึ้นไปได้สูงที่สุดก่อนเวลาหมดลง จะเป็นสิบอันดับแรกทันที  เริ่มได้!"

    ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!

    ทันทีที่สิ้นเสียง ศิษย์ทั้งสามสิบคนต่างพุ่งทะยานร่างเข้าสู่ประตูหอคอยชั้นแรกพร้อมกัน!

    ช่วงที่ 1: การคัดสรรอันดุดัน (ชั้นที่ 1 - 6)

            เพียงแค่ก้าวเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งถึงชั้นที่ห้าแรงกดดันมหาศาลก็เริ่มคัดคนอย่างรวดเร็ว ศิษย์หลายสิบคนร่วงคุกเข่าลงกับพื้นกระอักเลือดออกมาเมื่อเจอกับพายุปราณกระบี่บดขยี้ ทว่ากลุ่มยอดฝีมือแท้จริงกลับทะลวงผ่านไปอย่างรวดเร็ว!

    พอถึง ชั้นที่เจ็ดและชั้นที่แปด ความโหดเหี้ยมที่แท้จริงก็เริ่มปรากฏ! หุ่นเชิดกระบี่นับร้อยตัวพุ่งเข้าโจมตีอย่างดุร้าย ทำให้ศิษย์หลายคนตกรอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            อันดับที่สิบ: จ้าวจื่อเหริน (ยอดเขากระบี่สวรรค์) จ้าวจื่อเหรินผู้เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและโทสะ เดินหน้าบดขยี้หุ่นเชิดในชั้นที่แปดด้วยพลังลมปราณที่มหาศาลและดุดัน ทว่าความไร้ประสบการณ์ในการต่อสู้จริงและความรีบร้อนทำให้เขาใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่เปลืองพลังลมปราณมากเกินไป เมื่อถึงชั้นที่เก้าร่างกายกลับโดนแรงกดดันอาคมสะท้อนกลับจนบาดเจ็บภายใน ต้องหยุดนิ่งและรับอันดับที่สิบไปอย่างเจ็บใจ!

            อันดับที่เก้า: เมิ่งจื่อเหยียน (ยอดเขานิรันดร์) หญิงสาวสองบุคลิกต่างก็ป้องกันและโจมตีหุ่นเชิดนับสิบตัวได้อย่างเหนียวแน่น แม้บุคลิกที่สองจะดูเหี้ยมโหดและกัดฟันทนแรงกดดันก้าวขึ้นสู่ชั้นที่เก้าได้สำเร็จเป็นคนแรกๆ แต่เนื่องจากเน้นโจมตีด้วยความไร้สติ  ทำให้ขาดความเร็วในการทะลวงผ่าน จึงถูกหยุดไว้ที่อันดับเก้า

            อันดับที่แปด: เว่ยหลาง (ยอดเขาไร้สรรพสิ่ง) ใช้วิชากระบี่สลายปราณ พลิ้วไหวหลบหลีกการโจมตีของหุ่นเชิดอย่างฉลาดก้าวขึ้นมาติดอันดับแปดได้อย่างงดงาม

            อันดับที่เจ็ด: ถังซูเหมย (ยอดเขานิรันดร์) หญิงงามผู้นี้ใช้วิชากระบี่ของตนโจมตีควบคู่กับสมาธิอันมั่นคง สลายพายุปราณกระบี่รอบตัวแล้วทะลวงขึ้นมาถึงชั้นที่เก้า คว้าอันดับเจ็ดไปครอง!

    ช่วงที่ 2: การสมรภูมิชั้นที่เก้า (การปะทะของยอดฝีมือ)

            ชั้นที่เก้าของหอคอยกระบี่แผ่รังสีจิตกระบี่สีเข้มข้นจนอากาศบิดเบี้ยว หุ่นเชิดแม่ทัพกระบี่สี่ตัวแผ่กลิ่นอายระดับสูงออกมาขวางทางขึ้นสู่ชั้นที่สิบ!

            อันดับที่หก: อู่เฟย (ยอดเขากระบี่สวรรค์) หนุ่มไร้เสียงตวัดกระบี่ไร้สำเนียงประจำตัวออกเป็นคลื่นสายฟ้าแต่ไม่มีเสียง ฟันฉับเข้าใส่หุ่นเชิดแม่ทัพอย่างดุเดือด แต่พลังปราณติดขัดและมีไม่มากพอในเสี้ยววินาทีสุดท้าย จึงทำได้เพียงหยุดอยู่ที่ชั้นเก้า คว้าอันดับหกไปครอง

            อันดับที่ห้า : มู่จงเทียน (ยอดเขาค่ายกลกระบี่) หนุ่มน้อยที่อายุน้อยที่สุดในสามสิบคนนี้กำลังร่ายอักขระค่ายกลกระบี่กลางอากาศ สะกดแม่ทัพหุ่นเชิดได้อย่างชาญฉลาด ทว่าพลังค่ายกลต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู จึงไม่อาจก้าวต่อขึ้นชั้น สิบได้ ยึดอันดับห้าไปอย่างสมเกียรติ

            อันดับที่สี่: ชิงหยาง (ยอดเขาอมตะเทวะ) ปลดปล่อยจิตกระบี่พิโรธสีแดงสว่างพร้อมกับโคจรลมปราณ ใช้วิชาดัชนีดาราขั้นสมบูรณ์ สะบัดกระบี่ออกเป็นกระบี่ปราณเจ็ดสาย สลายหุ่นเชิดแม่ทัพจนกลายเป็นผุยผงด้วยท่วงท่าดุดัน ทะลวงผ่านขึ้นไปแตะบันไดชั้นสิบได้สำเร็จ คว้าอันดับสี่ไปครอง!

            อันดับที่สาม: เยี่ยหลิวเฟิง (ยอดเขากระบี่สวรรค์) ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาผู้เยือกเย็น ใช้วิชากระบี่เหมันต์สยบมารขั้นเชี่ยวชาญ   เร่งลมปราณทั้งสิบส่วนโจมตีหุ่นเชิดแม่ทัพกระบี่ทั้งหมดดุจสายลมหิมะ ร่างของเขาพุ่งขึ้นสู่ชั้นที่สิบเป็นคนที่สาม แต่ด้วยการใช้ลมปราณอย่างเต็มกำลังทำให้ลมปราณหมดลงและยืนสงบนิ่งคว้าอันดับไปอย่างเหนือชั้น!

    ช่วงที่ 3: การประชันบนชั้นที่สิบ– ไร้ต้านและผ่อนคลาย!

            บนชั้นที่สิบซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของหอคอยกระบี่สยบฟ้า! แรงกดดันมหาศาลถึงขั้นสามารถบดขยี้กระดูกของยอดฝีมือทั่วไปให้แหลกละเอียดได้ในเสี้ยววินาที ทว่าเบื้องหน้าประตูตึกคัมภีร์จำลอง กลับปรากฏร่างของคนสองคนที่ทำให้ผู้อาวุโสและเจ้ายอดเขาทั้งหกที่ชมดูด้านนอกหอคอยถึงกับตาค้าง!

            อันดับที่สอง: ฉิวฟง (ยอดเขาอมตะเทวะ) แทนที่จะกุมกระบี่เครียดเกร็งเหมือนคนอื่น ฉิวฟง กลับเดินไต่บันไดขึ้นมาจากชั้นเก้าสู่ชั้นสิบ ด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย ปลดปล่อยจิตกระบี่เทวะ โคจรลมปราณสีม่วงสว่างพร้อมใช้วิชากระบี่แปรผันไร้ลักษณ์ขั้นธรรมชาติ  โจมตีสลายแรงกดดันโบราณรอบตัวออกไปราวกับหมอกควัน! เขาเดินเล่นชมทิวทัศน์บนชั้นสิบอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหยุดยืนยิ้มแป้นอยู่เบื้องหน้าประตู ยอมยกตำแหน่งอันดับหนึ่งให้หญิงสาวเบื้องหน้าไปอย่างร่าเริง!

            อันดับที่หนึ่ง: หลิวซินเยว่ (ยอดเขาอมตะเทวะ) ผู้ที่ขึ้นมาถึงชั้นที่สิบเป็น คนแรกสุด ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ! หลิวซินเยว่ หญิงงามที่ใบหน้าอยู่ใต้หน้ากากครึ่งหน้า ใช้วิชาตัวเบา 'ห้าทิศไร้ร่องรอย' ทะลวงผ่านทุกชั้นลงมาโดยไม่แม้แต่จะแตะต้องตัวหุ่นเชิดแม้แต่ตัวเดียว! นางปลดปล่อยจิตกระบี่สีม่วงเข้มและใช้วิชากระบี่จันทราม่วงจรัสแสงขั้นสมบูรณ์ แผ่ออกมารอบกาย สยบทุกอักขระอาคมบนชั้นที่ สิบจนสยบยอม!

    นางยืนสงบนิ่งอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอย ดุจดั่งดวงจันทราม่วงอันสูงส่งที่ไม่มีใครไม่อาจเอื้อมถึง!

    ตึงงงงงงงงงงง!

            เสียงสัญญาณหอคอยหมดเวลาดังขึ้นกึกก้อง ร่างของศิษย์ทั้งสามสิบคนถูกเคลื่อนย้ายออกมาปรากฏตัวกลางลานศิลาแปดทิศอีกครั้ง! ผู้อาวุโสที่เป็นผู้ตัดสินได้ก้าวออกมาสะบัดแผ่นหยกทองคำ ประกาศรายชื่อ สิบอันดับแรก อย่างเป็นทางการด้วยน้ำเสียงทรงพลัง!

    หลิวซินเยว่ (ยอดเขาอมตะเทวะ) — อันดับที่หนึ่ง

    ฉิวฟง (ยอดเขาอมตะเทวะ) — อันดับที่สอง

    เยี่ยหลิวเฟิง (ยอดเขากระบี่สวรรค์) — อันดับที่สาม

    ชิงหยาง (ยอดเขาอมตะเทวะ) — อันดับที่สี่

    มู่จงเทียน (ยอดเขาค่ายกลกระบี่) — อันดับที่ห้า

    อู่เฟย (ยอดเขากระบี่สวรรค์) — อันดับที่หก

    ถังซูเหมย (ยอดเขานิรันดร์) — อันดับที่เจ็ด

    เว่ยหลาง (ยอดเขาไร้สรรพสิ่ง) — อันดับที่แปด

    เมิ่งจื่อเหยียน (ยอดเขานิรันดร์) — อันดับที่เก้า

    จ้าวจื่อเหริน (ยอดเขากระบี่สวรรค์) — อันดับที่สิบ

    ก่อนที่การประลองจะสิ้นสุดลง ผู้อาวุโสปรบมือสองครั้งติดกัน ศิษย์ที่ดูแลเรื่องของราววัลก็เดินขั้นมาอยู่ใกล้กับผู้อาวุโสผู้นั้น

    “ของรางวัลของสามสิบคนที่ได้ผ่านกานประลองคัดเลือกเพื่อเลื่อนขั้นจากศิษย์หยาดเซียนขั้นเริ่มต้นไปสู้ขั้นหยาดเซียนระดับกลาง มีดังนี้ .....หนึ่ง พวกเข้าทั้งสามสิบคนจะได้พู่กระบี่สำนักของเราคนละหนึ่งอัน พู่กระบี่นี้จะเป็นตัวแทนของสำนักกระบี่อมตะของเรา หากพวกเจ้าออกไปข้างนอกสำนัก ต้องเก็บไว้อย่างดีที่สุดเปรียบเสมือนชีวิตของพวกเจ้า หากศิษย์คนไหนทำหายจะมีการลงโทษอย่างหนัก ....สอง สิบคนแรกจะได้สิทธิ์เข้าตำคัมภีร์กระบี่ของสำนักและสามารถเรียนรู้ฝึกฝนวิชากระบี่ขั้นสูงของสำนักได้หนึ่งเล่มเท่านั้น หากผู้ใดฝ่าฝืนจะลงโทษเช่นกัน ส่วนคนที่เหลือฝึกฝนวิชากระบี่ขั้นเริ่มต้นของสำนัก ...สาม เม็ดยาผสานปราณสิบคนแรกจะได้สามเม็ดต่อวัน ส่วนคนที่เหลือได้หนึ่งเม็ดต่อวัน....สี่  พวกเจ้าทั้งสามสิบคนได้สิทธิ์ใช้กระบี่ที่ไม่ใช่สำนักของเราได้ แต่ต้องติดพู่กระบี่ของสำนักไปด้วย  สุดท้ายนี้พวกเจ้าอย่าลืมว่า สำนักกระบี่อมตะคือสำนักกระบี่อันเลื่องชื่อของอาณาจักรนภาสวรรค์ ชื่อเสียงที่สำนักสร้างมาสำคัญยิ่งกว่าชีวิตพวกเจ้าเสียอีก ฉะนั้นหากพวกเจ้าจะคิดอะไรที่ไม่ดีกับสำนักต้องคิดให้ถี่ถ้วน เพราะสิ่งที่ตามมานั้นเจ้าจะต้องจำไปชั่วชีวิต และการจะเป็นจอมยุทธ์ที่แท้จริงนั้น ทุกอย่างต้องหามาด้วยตัวเอง ฝึกฝนด้วยตัวเอง เข้าใจด้วยตัวเอง แล้วเจ้าก็จะก้าวไปสู่สิ่งที่พวกเจ้าหวังไว้  ข้าในนามผู้อาวุโสของสำนักกระบี่อมตะหวังว่าพวกเจ้าทั้งหลายจะนำชื่อเสียงของสำนักให้กลับมาเป็นอันดับหนึ่งอาณาจักรนภาสวรรค์แห่งนี้  เอาล่ะ มอบรางวัลให้แก่ศิษย์ทั้งสามสิบคน และแยกย้ายกันไปได้ จบการประลองแต่เพียงเท่านี้!!!“

            เสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นลานประลอง! การประลองเลื่อนสถาะศิษย์ครั้งนี้เหนือความคาดหมายไปโดยชสิ้นเชิง โดยเฉพาะยอดเขาอมตะเทวะกวาดอันดับต้นๆ ไปถึงสามคน โดยมี หลิวซินเยว่ ยืนตระหง่านเป็นอันดับหนึ่งอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมแล้วสำหรับการก้าวเข้าสู่ตึกคัมภีร์เพื่อคว้าวิชากระบี่ขั้นสูงต่อไป! 

    คล้ายกับเรื่องจอมกระบี่เหนือยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271