กุ้ยเหมยใช้เวลาในการไปคุยงานไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน พอมาถึงก็เห็นว่ามีบางคนกำลังรอนางกลับบ้านอยู่ จึงยิ้มหวานให้เขาเป็การทักทาย
"ข้ากลับมาแล้ว ข้าไปไม่นานเลยใช่ไหมเ้าคะ เห็นไหมลูกยังไม่ตื่นเลย"
ใบหน้าของชายหนุ่มขึ้นสี ก่อนหน้านี้เขาอดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายใจ แต่พอเห็นหน้านางต้องยอมรับว่าเขาดีใจและมีความสุขมากที่นางรีบกลับมาหา
"เดี๋ยวข้าไปทำอาหารก่อนนะเ้าคะ ท่านพี่อยากกินอะไรพิเศษไหม เ้าคะ"
"อะไรก็ได้ เ้าทำมาเถอะ"
"ถ้าอย่างนั้นข้าทำเป็พวกเนื้อปลาแล้วกันนะเ้าคะ จะได้บำรุงกล้ามเนื้อ พอกินข้าวเสร็จเราออกไปหน้าบ้านกัน ข้าอยากปลูกต้นไม้ บ้านจะได้สดชื่นขึ้น"
จ้าวหนานกงพยักหน้ารับ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่านางอาจจะไม่มีเงิน แล้วนางเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อของมาทำอาหารให้เขากิน
"เ้ามีเงินหรือ พี่มีหยกอยู่ใต้หัวเตียงนั่น เอาไปขายเถอะ เ้าจะได้มีเงิน"
หยกชิ้นนี้เป็หยกประจำตัวเขา มันติดตัวมาั้แ่แรก แต่เขากลัวว่ากุ้ยเหมยคนเดิมจะเอาไป เลยซ่อนเอาไว้ตรงรูเล็กๆที่หัวเตียง หากไม่สังเกตก็คงจะไม่เห็น หยกชิ้นนี้หากนำไปขายน่าจะได้หลายร้อยตำลึงเงิน คงพอที่จะใช้และซื้อของจ่ายค่าแรงช่าง
"ข้ามีเงิน ท่านพี่เก็บเอาไว้เถอะ อย่าเป็ห่วงเื่ภายในบ้านเลย ตอนนี้สิ่งที่ท่านพี่ต้องทำก็คือดูแลร่างกายของตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ที่ข้าทำให้ ขยันทำกายภาพบำบัด แล้วก็อยู่เป็กำลังใจให้ข้ากับลูกก็พอ ได้ไหมเ้าคะ"
ได้ยินคำทุกอย่างที่นางพูดมา หัวใจของเขาพลันเต้นระรัว ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจนแทบล้นอก นานแค่ไหนแล้วที่เขาได้แต่ตัดพ้อโชคชะตา ทนอยู่ไปโดยไม่มีจุดหมาย รอคอยความตายไปวันๆ แต่ตอนนี้นางกลับบอกว่าให้เขาอยู่เป็กำลังใจให้นาง ไม่ใช่นางอยู่เป็กำลังใจให้เขาหรอกหรือ ในที่สุด์ก็เมตตาส่งนางฟ้ามาให้จ้าวหนานกงคนนี้
กุ้ยเหมยเหลือบเห็นสามีนัยย์ตาแดงก็ใ นางพูดอะไรให้เขาะเืใจหรือเปล่า ด้วยความเป็ห่วงและ้าจะปลอบโยนนางจึงเดินไปนั่งลงบนข้างเตียงแล้วเอนตัวลงกอดร่างผอมบางที่นอนอยู่ ลูบหัวไหล่ของเขาเบาๆให้เขาผ่อนคลายลง
ขณะที่แก้มของกุ้ยเหมยแนบอยู่ที่อกของผู้เป็สามี นางก็ได้ยินเสียงสะอื้นแ่เบา นางยังปล่อยให้เขาได้ร้องไห้ ระบายความรู้สึกออกมา การร้องไห้ก็คือวิธีระบายความเครียดอย่างหนึ่ง เขาต้องเก็บซ่อนความรู้สึกมายาวนาน คงทุกข์ทรมานมากเลยซินะ
"ขอบคุณเหมยเอ๋อร์ ขอบคุณที่เ้ามาแทนที่นาง"
"ท่านรู้!" กุ้ยเหมยเงยหน้าขึ้นมาสบตาของเขาด้วยสีหน้ากังวลใจ คนที่นี่หวาดกลัวเื่ภูติผีปีศาจ ท่านคงจะไม่กลัวข้าใช่ไหม
"รู้ เ้าไม่เหมือนนาง นางทำแบบนี้ไม่เป็ นางเคยเป็บ่าวก็จริง แต่นางเป็คนเกียจคร้านงานที่ต้องลงแรงมาดูแลพี่ นางไม่มีวันทำ แต่พี่รู้ว่าเ้าเป็อีกคนที่สวมรอยมา แต่เ้ามาอยู่ในร่างของนางได้อย่างไร เอาเถอะ! ไม่ว่าเ้าตอนนี้จะเป็ใครก็ตาม พี่อยากจะคิดว่าเ้าเป็ภรรยาของพี่ เป็มารดาของลูกพี่ พี่จะเห็นแก่ตัวมากเกินไปหรือเปล่า"
กุ้ยเหมยมองเข้าไปในตาของเขา พยายามมองหาสิ่งที่นางเป็กังวลก็ไม่พบความผิดปกติ นอกจากแววตาแสดงออกถึง ความจริงใจที่เขาพูดออกมาเท่านั้น
"หากท่านพี่ยอมรับข้าเป็ภรรยา ข้าก็จะเป็ภรรยาที่ดีของท่าน และเป็มารดาที่ดีของหลันเอ๋อร์ ท่านพี่แน่ใจนะว่าไม่กลัวข้า ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ร่างนี้ได้อย่างไร รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว"
จ้าวหนานกงพยายามยกมือขึ้นมา เขาอยากจะกอดนางเหลือกัน แต่เรี่ยวแรงยกได้ครึ่งทางเท่านั้นก็ตกลงมาข้างเตียงเหมือนเดิม แววตาผิดหวังที่แสดงออกมา กุ้ยเหมยจึงช่วยจับมือของเขาแล้วเอามาวางที่เอวของนางทันที
"ไม่มีเลยสักนิด พี่จะกลัวนางฟ้าอย่างเ้าได้อย่างไร พี่กลัวแต่เ้าจะทนอยู่รับสภาพนี้ไม่ไหว แล้วหนีไปต่างหาก เ้าสัญญากับพี่ได้ไหมว่าจะอยู่ด้วยกัน" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขายอมเห็นแก่ตัว จะยึดเหนี่ยวนางไว้ข้างกายแบบนี้ตลอดไป
"ข้าสัญญาเ้าค่ะ เราจะอยู่เป็ครอบครัวเดียวกันตลอดไป"
ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันต่างคิดในใจว่า การได้เปิดใจพูดคุยกันก็ดี มันทำให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิมมากเลย
กุ้ยเหมยนอนกอดให้กำลังใจเขาสักพัก พลางครุ่นคิดถึง่ชีวิตเวลาของอดีตในร่างจันทร์เ้า ที่ผ่านเวลามาเนินนานโดยไม่เคยเปิดใจในเื่ความรักกับใครมาก่อนเลย ความรักในแบบจันทร์เ้าอาจจะคุ้นชินกับการต้องมีภาระรับผิดชอบอะไรสักอย่าง เพราะความรักคือการให้และเสียสละแบบนี้นี่เอง ไม่ไขว้คว้า ดิ้นรนตามหาจนมากเกินไป ถึงเวลานี้เธอก็พร้อมจะทุ่มเทและดูแลครอบครัวแห่งใหม่ที่ลิขิตฟ้าหรือ์บันดาลมาให้อย่างดีที่สุด
ได้เวลาเตรียมอาหาร ก่อนที่เ้าตัวเล็กจะตื่นขึ้นมา ต้องรีบแล้วสินะ
กุ้ยเหมยทำอาหารเสร็จกลับมาที่ห้อง ลูกสาวตัวน้อยของนางก็ตื่นแล้ว ตอนนี้กำลังปีนป่ายร่างกายของบิดาไปมา แล้วโถมตัวเข้าไปกอดเขาบางครั้ง สีหน้าของจ้าวหนานกงอ่อนโยนขึ้นมาก พอเขาไม่ทำหน้าบึ้งตึง ใบหน้าก็ดูดีทีเดียว หากเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้น ไม่รู้ว่าใบหน้าเขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ใบหน้าเดิมของเขาในภาพความทรงจำก็ไม่ค่อยจะชัดเท่าไหร่ เพราะเ้าของร่างเดิม นางได้แต่แอบมองเขาอยู่ไกลๆ ตอนที่ได้ใกล้ชิดมีอะไรกันห้องก็มืดสนิท
จากนั้นนางก็ถูกไล่ออกมา ส่งไปทำงานในโรงครัวจนกระทั่งท้อง เขาถึงรับมาเป็อนุ แต่เขาก็ไม่เคยมาหานางเลยสักครั้ง พอล้มป่วยนอนติดเตียงก็ไม่มีใครเห็นคุณชายใหญ่อีกเลย จนกระทั่งมารดาของเขาเรียกนางเข้าพบ ตอนที่นางคลอดลูกได้ปีกว่า เพื่อส่งนางมาอยู่หมู่บ้านนี้และตกลงให้ค่าเลี้ยงดูเพื่อดูแลสามี ผู้มีสภาพร่างกายซูบผอมแขนขาลีบแบบนี้แล้ว นางจึงรังเกียจไม่ดูดำดูดีนับั้แ่นั้นเป็ต้นมา
"แม่จ๋า พ่อตื่น"ร่างเล็กชี้นิ้วไปที่บิดาราวกับจะบอกว่าบิดาตื่นแล้ว
"ท่านพ่อตื่นนานแล้ว เ้านั่นแหละยังไม่ตื่น มาเร็ว มาเช็ดหน้าเช็ดตาก่อน แม่เตรียมของกินเอาไว้แล้ว อยากกินข้าวหรือยัง"
"อยากกิน" ดวงตาไร้เดียงสาเป็ประกายเมื่อได้ยินว่ากินข้าว รีบะโข้ามบิดาที่นอนอยู่มาหามารดาทันที
"ค่อยๆลูกอย่าะโ เดี๋ยวทำท่านพ่อเจ็บ หลันเอ๋อร์เป็เด็กดี เวลาเล่นกับท่านพ่อต้องเล่นเบาๆ เข้าใจไหมลูก เอาหละ ไปจุ๊บขอโทษท่านพ่อก่อนเร็วเข้า"
หลินหลันเอาแก้มตัวเองไปแนบแก้มบิดา จนทำให้ทั้งสองคนหัวเราะขำท่าทางของนาง กุ้ยเหมยให้นางไปหอมแก้มบิดา นางกลับเอาหน้าตัวเองไปให้เขาหอมแทนซะงั้น
จ้าวหนานกงสูดหายใจหอมแก้มลูกสาวตามที่นางเสนอมาหลายครั้ง จากนั้นลูกสาวก็ถูกมารดาอุ้มไปล้างหน้าล้างตา แล้ว กุ้ยเหมยก็กลับมาอุ้มเขาออกไปนั่งกินข้าว ที่ตอนนี้หลินหลันกินอาหารเองได้ กินนำไปก่อนนานแล้ว
"วันนี้มีหมูทอดกระเทียม ต้มยำปลาตะพง ไข่เจียวทรงเครื่อง ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาหารพวกนี้ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อให้แข็งแรง กินเยอะๆนะท่านพี่"
เมนูวันนี้ล้วนแล้วแต่เสริมโปรตีนทั้งนั้น ต้มยำนางทำมาสองชุด แบบใส่พริกกับไม่ใส่พริกให้ลูกสาวได้ลองรสชาติใหม่ๆ จะกระตุ้นประสาทััได้ดี เพราะมีครบทุกรสชาติ ส่วนที่ใส่พริกนางก็ใส่ไปไม่เยอะ เพราะพริกจะช่วยกระตุ้นความอยากของอาหาร กุ้ยเหมยกินข้าวไป ทำหน้าที่บริการตักอาหารไปด้วย นางสังเกตว่าทั้งสองคนเริ่มใช้ช้อนได้ดีขึ้น ดูจากการกินอาหารที่ใช้เวลาไม่นาน ข้าวในถ้วยก็หมดเร็วขึ้น แถมยังร้องขอเติมข้าวอีกคนละ 2 ถ้วย จนทำให้นางเจริญอาหารไปด้วยเลย
จ้าวหนานกงถูกพามานั่งรับลมเย็นๆอยู่ที่เก้าอี้เอนนอนหน้าบ้าน คอยมองสตรีต่างวัยกำลังช่วยกันปลูกต้นไม้ ดอกไม้อยู่อย่างสนุกสนานนั้น ภาพบรรยากาศงดงามทั้งหมดถูกฝังลึกในความทรงจำ หากทุกวันเป็แบบนี้เขาก็ไม่ขออะไรแล้วในชีวิตนี้
กุ้ยเหมยเอากระถางดอกไม้ กับต้นไม้ที่ซื้อมา นางเป็คนชอบปลูกต้นไม้มาก เวลาว่างทีไรนางก็จะขลุกอยู่ที่บ้าน เอาต้นไม้เอาดอกไม้มาลงดิน จนกลายเป็นิสัยไปแล้ว กระถางต้นไม้พวกนี้นางเอามาตอนไปเที่ยวเหนือ ได้เจอต้นไม้แปลกๆสวยๆ ก็ซื้อมาเก็บเอาไว้ในช่องว่าง คิดว่ากลับบ้านเมื่อไหร่จะเอาไปปลูกที่บ้าน ไม่นึกว่าต้องตายก่อนจะได้ปลูก
ยังดีที่โผล่มาที่นี่ ช่องว่างยังตามมาด้วย ไม่อย่างนั้นต้นไม้พวกนี้คงเป็สิ่งที่นางคิดถึงและเสียดายไม่น้อยกว่าการคิดถึงหลานสาวคนเดียวเลย แต่นางไม่มีห่วงที่แห่งนั้นแล้ว เ้าขาแต่งงานกับคนที่ดีและรักเ้าขามาก เพราะอย่างนั้นนางจึงวางใจยกหลานสาวสุดที่รักให้เขา
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามหน้าบ้านก็เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว กับดอกไม้หลากสี ดูสดใสขึ้นทันตา กุ้ยเหมยอุ้มลูกสาวที่เปื้อนดินไปทั้งตัว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกางเสื่อผืนใหญ่ออกมาวางข้างๆเก้าอี้ของจ้าวหนานกง เอาถ้วยน้ำจิ้มกับช้อนคันเล็กมาให้นางเล่นขายของ
กุ้ยเหมยเข้าครัวไปทำของว่างมาให้พวกเขากินระหว่างมื้ออาหาร นางเอาผลไม้มาปอกใส่จานเพื่อเตรียมให้สองคนพ่อลูก แล้วเอาดอกเก็กฮวย ตากแห้งที่มีขายอยู่ในห้าง มาต้มทำน้ำเก็กฮวย ใส่หม้อเล็กเอาไว้ก่อน พอมันเริ่มเย็นก็เอาน้ำแข็งใส่ลงไป นางเป็คนติดน้ำแข็งมาก ตอนขึ้นเขาคิดอย่างเดียวว่าต้องเอาน้ำแข็งขึ้นเขาไปด้วย ลองเอามาไว้ในช่องว่างก็เก็บไว้ได้โดยไม่ละลาย
นึกขอบคุณช่องว่างแสนวิเศษอันนี้จริงๆ ที่ทำให้นางยังได้กินน้ำเย็นๆที่นี่อีก
"ผลไม้มาแล้วเ้าค่ะ มีองุ่น ส้ม มะละกอ แล้วก็กล้วยหอม อร่อยมากเลยนะ"
ทั้งสองคนหันมาตามเสียง หลินหลันลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปหามารดาทันที สีสันสวยงามของผลไม้ที่ถูกทำมาอย่างบรรจง ฝีมือเ้าของภัตตาคารหรูมีหรือจะปอกผลไม้ธรรมดา จนทำให้คนตัวเล็กสุดะโไปมาอย่างถูกอกถูกใจ
"อยากกินก็ต้องมาล้างมือก่อนถึงจะกินได้"
หลินหลันตามตามมารดามานั่งลงบนเสื่ออย่างว่าง่าย แต่สายตายังอยู่ที่จานผลไม้ไม่วางตา ปล่อยให้มารดาใช้ผ้าเช็ดมือแต่โดยดี
กุ้ยเหมยตักผลไม้ทุกอย่างใส่จานเล็กไปสองจาน แล้วเอาวางตรงหน้าตักของจ้าวหนานกง เพื่อให้เขากินผลไม้เอง นางเอาช้อนส้อมอันยาวจะได้ช่วยร่นระยะทางในการจิ้มผลไม้เข้าปาก ส่วนลูกสาวนางใช้เป็ช้อนส้อมจิ้มผลไม้ปกติ เด็กตัวน้อยเริ่มกินจนเลอะมุมปากไปหมด นางรู้อยู่แล้วว่าจะเป็แบบนี้ จึงเตรียมผ้าเช็ดหน้าที่แช่ในอ่างล้างมือมาเช็ดปากน้อยๆของลูกสาว เป็ระยะ เพื่อไม่ให้หกเลอะเสื้อผ้า
"นี่น้ำเก็กฮวยเย็น ๆเ้าคะ จะได้สดชื่นขึ้น" กุ้ยเหมยป้อนน้ำเก็กฮวยให้เขาอย่างระมัดระวัง
"อร่อยมาก เย็นชื่นใจจริง ๆ ขอบใจนะ เ้าก็กินด้วยซิ" จ้าวหนานกงยิ้มให้นาง พร้อมกับจิ้มผลไม้ยื่นมาให้ นางก็อ้าปากรับด้วยความเต็มใจ จนสามีนางเองนั้นแหละที่อายแทน ก้มหน้าก้มตากินผลไม้ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลย แต่นางเห็นว่าใบหูของเขาแดงจนไม่รู้จะแดงอย่างไรแล้ว
กุ้ยเหมยมองสามีก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความพยายามของเขา เขาสามารถยกช้อนกินอาหารได้ดีมากแล้ว ความหวังที่เขาจะเดินได้ก็มีมากขึ้น อาจจะต้องใช้เวลาหลายปี แต่นางเชื่อว่าหากเขามีกำลังใจจากคนในครอบครัวเขาจะสามารถสู้กับโรคนี้ได้ นางก็จะพยายามช่วยเหลือเขาทุกทาง ทั้งเื่อาหาร ทั้งเื่ทำกายภาพบำบัด แต่ต้องหาตัวช่วยสำหรับใช้หัดเดิน หากว่ากล้ามเนื้อแขนเขาแข็งแรงขึ้น เสียดายที่นางไม่มีกระดาษ นางจะได้วาดรูปที่หัดเดินที่นางนึกได้ในหัว แต่ก็รอดูก่อนบางที่ช่างที่นี่อาจจะเข้าใจที่นางบอกก็ได้
ตอนนี้เื่ที่ต้องกังวลคือเื่ห้องน้ำ นางต้องยกต้องอุ้มเขาแบบนี้คงไม่ไหว นาง้ารถเข็นอย่างเร็วที่สุด เพราะเื่ปวดเบาของเขานางสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว โดยเอาถังใส่นมขนาดหนึ่งลิตรที่นางซื้อมา พอเทนมออกก็เอาไปล้างน้ำจนสะอาดแล้วก็ให้เขาเอาไว้ใช้ เพราะมันมีฝาปิดสนิท ตอนนี้เขาคงจะสบายใจมากขึ้น ที่ไม่ต้องเรียกนางทุกครั้งที่ปวดเบา เดี๋ยวกินผลไม้เสร็จนางค่อยบอกเขาแล้วกัน