ณ ป่าพฤกษาเมฆา
ในทุกๆวัน ก็จะมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่าฉางกวงออกจากหมู่บ้านมาตัดไม้เป็กิจวัตร วันนี้เองก็เช่นเคยเขาก็ออกจากหมู่บ้านในเวลาเช้า
ป่าพฤกษาเมฆามีลักษณะเป็ป่ามีต้นไม้เบญจพรรณจำนวนมาก มึต้นไม้สูงเสียดเมฆเป็หย่อมๆ
จึงดูเหมือนว่ายอดต้นไม้กับเมฆดูอยู่ชิดกัน ่กลางวันจะพอมีเเสงสว่างพอเดินทางได้ เเต่่กลางคืนก็จะมืดเเทบมองไม่เห็นมือตัวเอง
ดังนั้นฉางกวงจึงค่อยๆเดินไปอย่างระมัดระวัง ลุงเขาก็มักจะบอกอยู่เสมอว่า เข้าป่าต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่งั้นได้นอนเฝ้าป่าเเน่ๆ เขาจึงเดินมาได้ประมาณ 3ชั่วโมง จึงถึงจุดที่เขาตัดได้ล่าสุด พอถึงก็รีบลงมืออย่างรวดเร็วถือขวานตัดต้นไม้
จนเวลา่บ่ายเเก่ๆ ก็กำลังจะกลับบ้าน ตอนนั้นเอง “โบร๋ว” เขาใจึงเผลอสบถออกมาว่า “อะไรวะนั่น ”
พอมองดูรอบๆ ก็พบว่ามีดวงตาสีแดงนับ 10 คู่ กำลังจ้องมองเขาอย่างหิวกระหาย
เขาเห็นดังนั้นก็รีบเก็บของคิดในใจ “เชี่ย รีบเผ่นดีกว่า ไม่งั้นตายอย่างเขียดเเน่ ”
เเล้วพอเขาเริ่มเคลื่อนไหวนั้นเอง ทันใดนั้นก็มีหมาป่าตัวสีดำเทาโผล่ออกมา เริ่มไล่วิ่งตรงมาหาเขา
เขาจึงใส่เกียร์หมาวิ่งฝุ่นตลบ วิ่งมาได้ซักพักหนึ่งฟ้าฝนก็เริ่มมีเคล้าลาง ร้องครืนครัน
เเต่เขาวิ่งจนไม่ได้สังเกต สะดุดล้ม ตกลงไปตรงหน้าผาที่ไม่ลึกนัก “โอ้ย ชิหายละ ”
ลื่นลงไปอย่างรวดเร็ว พอหมาป่าตามมาทัน มันก็พยายามตะกุยอย่างไม่มีประโยชน์
เเละฝนก็ตกลงมา พอเห็นดังนั้นหมาป่าจึงถอยทัพไปอย่างไม่เต็มใจนัก
เเต่ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าถ้ำเเห่งนี้ค่อนข้างเเปลกประหลาด ฝนตกลงมาเเต่น้ำสักหยดกลับไม่สามารถเข้าใกล้ถ้ำได้
ผ่านไปพักใหญ่ๆ “ที่นี่ที่ไหน ” เขาตื่นมาเเบบมึนงง เเล้วก็มีเสียงดังเข้ามาในหูเขาว่า
“เ้าหนู เ้าช่างโชคดีเหลือเกิน เเต่จะเป็โชคหรือเคราะห์ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเ้าเอง
ถ้าเ้าผ่านบททดสอบชายชราผู้นี้ได้ เ้าย่อมกลายเป็พยัคฆ์ ั เเน่นอน
เเต่ถ้าเ้าพลาดก็เเลกด้วยชีวิตเ้า เ้าพร้อมหรือไม่
ฉางกวงคิดในใจว่า “ตาเฒ่า เ้าพูดขนาดนี้ข้าไม่ยอมรับก็คงไม่ได้ ”
เเต่ก็ยังตอบไปว่า “ผู้าุโ ข้าน้อยพร้อมขอรับ”
หลังจากนั้นทิวทัศน์เปลี่ยนไปกลายเป็สนามรบที่มีสังเวียนประลองโผล่มาตรงกลาง
ดูเหมือนว่าจะเป็การประลองตัดสินาโดยตัวแทน
พลันจึงมีนายทหารเเต่งตัวดุดัน มีประกายโลหิตรีบวิ่งเข้ามา พร้อมพูดว่า
“ใต้เท้า ท่านรีบขึ้นไปเถอะ ท่านสบายมากอยู่เเล้ว 100 คนชิวๆ ”
ฉางกวงคิดในใจว่า ที่นี่มันอะไรกันเนี่ย เเต่ก็ตอบไปว่า “เข้ามาเลย”
พร้อมกับะโขึ้นไปบนเวทีพลันมีนักรบโผล่ขึ้นมา พุ่งเข้ามาหาฉางกวงอย่างรวดเร็ว
ฉางกวงจึงใช้ขวานฟาดฟันไม่ยั้ง จนนักรบผู้นั้นหมดสภาพก็มีนักรบโผล่มาเพิ่มอีก 2 คน
เเละก็เป็อย่างนี้โดยเพิ่มทีละ 1 คนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 100 คน เเต่ฉางกวงก็สภาพออกมาดูไม่ดีนัก
เขาคิดในใจว่า เกือบไปเเล้ว เกือบไม่รอดเเล้ว ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงค่อนข้างชราดังขึ้นว่า
“อื้ม ไม่เลวนี่เ้าหนุ่ม ถึงสภาพจะดูไม่ได้ งั้นเ้าก็เตรียมพร้อมอันต่อไปได้ เเต่ข้าจะให้โอกาสเ้าพักหายใจ 10 นาที
ใช้เวลาให้ดีละเ้าหนุ่ม” เสียงนั้นจึงเงียบไป