บทที่ 6 สะใจข้ายิ่งนัก
ได้เห็นสองแม่ลูกสุขสบายลอยหน้าลอยตา หรงม่านลี่ยิ่งคั่งแค้นในใจอยากเข้าไปปราบปรามปรามาส คำพูดจากปากสองบ่าวหนึ่งไพร่ยังคงดังชัดเจนในหูว่าผู้ใดสั่งให้ลากไปฆ่า เหตุการณ์ระทึกเ่าั้คืบคลานเข้ามากอบกุมหัวใจรวดเร็ว หน่วยน้ำตาหยาดกลมไม่อาจควบคุมได้ นางกัดริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อข่มความรู้สึกทั้งหมดไว้ มือสองข้างกอบกุมอาภรณ์ตัวนอกแน่นจนข้อแขนสั่นเทาก้าวขาไม่ออก
ทนประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ครู่เดียว... องครักษ์คนสนิทที่เป็ดั่งมือขวาเท้าซ้ายของโหรวป๋อเซียนเหลือบเห็นนายหญิงยืนตัวแข็งทื่อโดยบังเอิญ จึงรีบหมุนตัวกลับมาก้มต่ำค้อมศีรษะคารวะอย่างรู้หน้าที่ ด้านหรงอิงอวี่ที่ยืนทำหน้าระรื่นจ้องจะจับสามีผู้อื่นกิน ใบหน้าด้าน ๆ แปรเปลี่ยนเป็จืดชืดราวผักแล้งน้ำในยามสารท
ในเมื่อผู้อื่นเห็นค่าในตัวนาง ทำความเคารพนาง ก้มหัวเพื่อนาง ความหวาดหวั่นทั้งปวงหดหายไปจากใบหน้าของซู่เฟยหรานคนนี้ทันทีเมื่อได้เห็นหรงอิงอวี่ย่อคารวะด้วยความประหม่า ชั่วครู่เดียวม่านลี่ในร่างเฟยหรานก็ดึงสติสัมปชัญญะคืนสู่ร่าง อันที่จริงไม่เห็นต้องเกรงใจคนสกุลหรงอีกต่อไป ยามนี้ย่อมจองหองได้เต็มที่ ซู่เฟยหรานบุตรสาวคนรองที่เ้ากรมอาญาหนิงลู่หวงแหนดั่งหยกล้อมทองผู้ใดจะกล้าไม่ไว้หน้า อ้อ! เว้นแต่เ้าลูกเต่าโหรวป๋อเซียนอะไรนั่น
ด้านป๋อเซียนไม่อยากแม้แต่จะหันกลับไปแยแสให้เสียลูกตา เขาเอาแต่คิดว่าเฟยหรานเป็สตรีที่ไม่น่าไว้เนื้อเชื่อใจ!
เป็ครั้งแรกที่ต้าซือหยวนเหรินเดาใจผู้อื่นไม่ออก ทั้งที่เขาเคยคาดคึงได้อย่างแม่นยำมาโดยตลอด หากได้คิดตรองสิ่งใดแล้วแปดในเก้าส่วนล้วนเป็จริงไปตามนั้น การหยุดสนทนากับคุณหนูรองสกุลหรงเดิมทีก็ทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันมากอยู่แล้ว ยามนี้ฮูหยินตัวปัญหาดันปรากฏตัวที่นี่อีก
[ไหนบอกว่าฮูหยินอยู่แต่ในจวนอย่างรู้ความ นางปรากฏตัวที่นี่! คิดหนีรึ!]
ใบหน้าเคร่งขรึมยังคงมองตรงไปยังคู่สนทนาด้วยแววตาเหม่อลอย นั่นเป็ชนวนเหตุให้หรงอิงอวี่หลงตัวเองเข้าไปใหญ่ คิดว่าท่านแม่ทัพผู้หล่อเหลากำลังหลงใหลนางจนโงหัวไม่ขึ้น
ทว่าความคิดตื้นเขินเ่าั้สวนทางกับป๋อเซียนโดยสิ้นเชิง พ่อคนหน้าเหล็กกระดูกทองแดงไม่ได้กำลังลุ่มหลงในความงามของสตรีวัยละอ่อนนางนี้เลยสักนิด เพียงแต่กำลังทุ่มเถียงกับตนเองในใจว่าจะจัดการฮูหยินตัวร้ายคนนี้อย่างไรต่างหาก ครั้นจะหักขานางอีกข้างกลางตลาดก็ดูจะโจ่งแจ้งเกินไปหน่อย เช่นนั้นชาวเมืองก็จะตราหน้าว่าผู้กล้ารังแกสตรี มิวายสกุลโหรวต้องอับอายในที่สุด
"ช่างเถอะ! เื่อื่นค่อยว่ากัน กลับไปจัดการซู่เฟยหรานในจวนนับว่าไม่สาย"
ป๋อเซียนตั้งท่าเอียงตัวกลับไป ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำใดเพื่ออำลาคู่สนทนา ทันใดนั้นนิ้วเรียวทั้งห้ารวบตึงอาภรณ์ตัวนอกจากด้านหลังแล้วจึงค่อย ๆ สอดลำแขนเข้าไปรั้งป๋อเซียน หรงอิงอวี่ย่อมรู้ดีว่าท่านแม่ทัพให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเพียงใด นางจงใจทำให้ตัวเองเป็จุดสนใจของผู้อื่นถึงขั้นกล้ายืมปากกาปากห่านมาประณามแทนตน
เป็ไปดังคาด... ยามร่างกายของชายหญิงเสียดสีัักันอย่างโจ่งแจ้ง หลายคู่สายตาที่มองเข้ามาย่อมตีความเป็อื่นไม่ได้นอกจาก เปรียบเปรยให้ต้าซือหยวนเหรินผู้น่าเกรงขามเป็บุรุษจำพวกคีบหนีบดอกไม้สะกิดใบหญ้า(หมายถึงเ้าชู้) ประโยคสองแว่วตามมาว่ากำลังลักไก่คลำสุนัข(หมายถึงทำเื่ผิดศีลธรรม)
"พวกเ้าดูสิ น่าเห็นใจคุณหนูรองสกุลซู่เสียจริง วันแต่งงานถูกหักขา ยามนี้ก็ต้องมาทนเห็นสามีพลอดรักกับสตรีหน้าไม่อายแซ่หรง"
"ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น ภายนอกดูเคร่งขรึมน่าเชื่อถือ ไม่คิดว่าจะชอบหยามใจสตรี"
"เ้าดูสินางร้องไห้แล้ว"
ยังไม่ทันไรเสียงติฉินนินทาก็ดังกระทุ่มกระเทียบเพียงนี้แล้ว การปรากฏตัวของซู่เฟยหรานช่างเป็ภัยร้ายแรงต่อสกุลโหรวจริงๆ ว่าด้วยประการทั้งปวงโหรวป๋อเซียนจำเป็ต้องเล่นละครสักฉากเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงที่เสียไป แต่ก่อนจะวกกลับไปปลอบประโลมภรรยานั้น ป๋อเซียนไม่ลืมที่จะหันกลับไปถลึงตาขู่ขวัญหรงอิงอวี่พร้อมยัดเหยียดคำพูดเรียบง่ายแต่เฉือนลึกลงในกระดองใจว่า
"ข้าช่วยเ้าจากการโดนรถม้าเฉี่ยวชนนับเป็หน้าที่ หยุดเสวนาสองสามประโยคนับเป็มารยาท หากรู้แต่แรกว่าคนแซ่หรงมีเจตนาอื่นแอบแฝงเช่นนี้ การยืนมองสตรีโดนม้าทับตายก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร"
แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกไปแ่เบาราบเรียบแต่เยือกเย็นกัดกินถึงแก่นกระดูก ส่วนทางกันกับคลื่นอารมณ์ที่ค่อย ๆ เดือดปะทุทวีคูณตามเสียงติฉินเ่าั้ ด้านอิงอวี่หน้าชาเรือคว่ำไม่กล้าวิงวอนอันใดอีก ทำได้แค่ค่อย ๆ คลายมือออกจากอาภรณ์สีดำเหลือบทองผืนนั้น จากนั้นแขนขาอ่อนเปลี้ยเสียแรงล้มทั้งยืน หรงอิงอวี่ที่ถูกตามใจมาตลอดไม่เคยรู้สึกอับอายและเสียหน้าเท่านี้มาก่อน
ด้านซู่เฟยหรานภรรยาตัวจริงลำตัวโอนเอนยืนไม่เที่ยง เป็ผลข้างเคียงมาจากการที่ยืนนานเกินไป ป๋อเซียนไม่อาจปล่อยให้นางล้มแผละบนลานดินจนเป็ที่อับอาย จึงทบเทียบฝ่าเท้าตบปราณวารีเข้าถึงตัวเฟยหรานก่อน ยามนี้คนงามถูกโอบกอดอยู่ในอ้อมอกของสามี ท่ามกลางหลายคู่สายตาที่จับจ้องมาได้เห็นเช่นนี้เสียงนินทาจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทาง
ป๋อเซียนพินิจพิเคราะห์แล้วว่าหากจะใช้โอกาสนี้กอบกู้ชื่อเสียงย่อมต้องฝืนใจสักหน่อย เขาใช้น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเอื้อนเอ่ยวาจาว่า
"ล้วนเป็ข้าที่ไม่ดีเอง สามีของเ้าเป็คนพิการสายตามืดบอด มองเห็นสตรีอื่นเป็แค่หมูป่า ความรักใคร่ของหนุ่มสาวข้าโหรวป๋อเซียนมีให้เพียงเ้าเท่านั้น ไอ้อีตัวใดกล้าเย้ยหยันเ้าด้วยคำพูด ทำให้เฟยเฟยของข้าเข้าใจผิดไปแม้แต่น้อย สามีของเ้าคนนี้จะสั่งตัดลิ้นพวกมันเสียให้หมด"
คำพูดหวานย้อยลื่นไหลราวคลื่นน้ำในทะเลสาบโล้หลิง เขาโอบกอดเฟยหรานแแ่เช่นนี้ไม่ปล่อยจนกว่าเสียงลืออื้อฉาวพวกนั้นจะหยุดลง ด้านซู่เฟยหรานมิได้รู้สึกซาบซึ้งแต่อย่างใด สามีเคล้นเสียงพูดถ้อยคำละมุนละม่อมกลมกลืนเพียงนั้น แต่นางเอาแต่ขมวดคิ้วหลิ่วตาขึ้นลงคล้ายไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
[หนแรกที่ตื่นขึ้นมาพบหน้าสั่งหักขาข้า! หนที่สองบอกรักข้า? นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน แต่ดูเหมือนว่าหรงอิงอวี่กับหรูเหยาเหนียงแม่เลี้ยงใจร้ายจะขายหน้าไม่น้อย เช่นนั้นคงต้องเข็ญเรือตามน้ำ ส่วนกับเ้าลูกเต่าป๋อเซียนหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!]
"อื้ม! บรรพบุรุษมอบชีวิตใหม่มาให้เร็วเพียงนี้ไม่พอยังส่งลาภก้อนโตมาให้ด้วย"
ขณะถูกเกี้ยวพานจากสามีอย่างเอาเป็เอาตาย ความคิดบางประการก่อร่างสร้างตัวตนในหัวอย่างไม่ทราบที่ไปที่มา อันที่จริงมันก็มีประโยชน์กับการถูกสับเปลี่ยนจิติญญามากทีเดียว อยู่ในฐานะบุตรสาวคนรองของเ้ากรมอาญาผู้อื่นก็ไว้หน้ามากมายพอแล้ว ครั้นเป็ฮูหยินที่ท่านแม่ทัพรักใคร่หวงแหนด้วยเล่าจะข่มเหงสองแม่ลูกสกุลหรงได้ถนัดถนี่เพียงใดไม่กล้าจินตนาการ
ไตร่ตรองมาถึงตรงนี้ซู่เฟยหรานพลิกสีหน้าที่กำลังกระอักกระอ่วนผันแปรเป็เหนียมอายแช่มช้า สายตาปราดเปรียวแข็งกร้าวกลับกลอกมาเป็สุขไสววูบวาบดั่งบงกตในสายธารน้ำใส เสียงนุ่มนวลอ่อนไหวดังกังวานลอดลำคอตอบสนองลีลาการเกี้ยวพานของผู้เป็สามีว่า
"ไม่เพียงเฟยเฟยรู้ว่าท่านพี่สายตามืดบอด ยังรู้อีกว่าท่านโง่เง่าเบาปัญญา มีสมองลาปัญญาแกะ ภรรยาของท่านย่อมไม่กล้าถือสา อย่างไรผู้ที่เป็ถึงต้าซือหยวนเหรินควบคุมกองทัพนับล้านใต้ฝ่ามือฮ่องเต้ย่อมต้องรู้จักแยกแยะ ไหนเลยท่านพี่จะตาต่ำกล้าเห็นถุงเท้าพันปีเป็หยกน้ำดีเทียมข้า"
วาจายิ่งยวดเชือดเฉือนประหนึ่งดาบคมในฝัก ซู่เฟยหรานพูดจาร้ายกาจปรักปรำว่าร้ายสามีต่อหน้าผู้คนมากมาย ทว่าโหรวป๋อเซียนไม่กล้าทำทีขึงขังโกรธเคืองนางแม้แต่น้อย หากเป็การอยู่ลำพังนั้นไซร้ชายผู้นี้ต้องหามีดพร้าเล่มงามมาสับนางให้ละเอียดคาตอเป็แน่ แค่คิดก็ขนลุกขนพอง แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อการทำให้โหรวป๋อเซียนรักใคร่เป็วิธีเดียวที่จะทำให้นางมีอำนาจมากพอที่จะสะสางแค้นเก่า
"หุบปากเน่า ๆ ของเ้าเสีย! ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหว" ป๋อเซียนลอบถลึงตากดดันพร้อมกัดฟันกรอด ๆ กระซิบเสียงเบาตักเตือนภรรยา
ยามนี้ริมฝีปากงดงามอยู่แค่เอื้อม ดวงหน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก ใกล้จนลมที่พ่นออกจากปลายจมูกแทบจะปนเปเป็หนึ่งเดียวกัน เพียงเฟยหรานขยับไปข้างหน้าหนึ่งคืบมือก็สามารถจุมพิตป๋อเซียนดั่งใจหมาย ยามถอนริมฝีปากออกจากกันไม่เพียงเพิกเฉยทำไขสือเฟยหรานยังทำหน้าระรื่นไร้มโนสำนึก
"นี่เ้า! สตรีหน้ามึน!" โหรวป๋อเซียนขบฟันกลืนกลั้นความโกรธกระทั่งซีกหน้ากระตุกเกร็ง