ตูม!!!
เสียงของหนักตกลงไปในน้ำ เป็เหตุให้น้ำแตกกระจายกลายเป็ระลอกคลื่นเล็กๆ ซัดเข้าริมสระน้ำ เป็ร่างสูงเองที่เสียหลักถูกร่างเล็กผลักตกลงไปในสระน้ำ ที่มีระดับน้ำสูงเทียบเทียมกับหน้าอกของร่างสูง
“นี่เ้า!”
“อยากอาบมากนัก ก็อาบเอาเองเลยไอ้เฒ่าหัวงู แบร่”
ร่างเล็กแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ร่างสูง ก่อนจะรีบวิ่งออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างสูงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ในสระน้ำแห่งนั้น
“ร้ายนักนะเ้า ฝากไว้ก่อนเถิด”
พูดจบก็รีบขึ้นจากน้ำทันทีตรงกลับตำหนักตนเอง ส่วนร่างเล็กก็ตรงไปยังตำหนักพี่ชายตน
“ชิ คิดจะแอ้มกู เร็วไปร้อยปีโว้ยไอ้งูบ้า”
“ฮ่า ๆ ๆ ช่างสมน้ำสมเนื้อเสียจริงท่าทางพระชายาจะร้ายไม่เบา ท่านจะเอาอยู่รึพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย”
เสียงองครักษ์ประจำกายพูดขึ้น พลางหัวเราะอย่างขบขันกับสภาพดูไม่ได้ของเ้านาย เขาไม่ได้เสียมารยาทแอบดูหรอกนะ แต่มาเห็นเข้าโดยบังเอิญจึงได้เห็นการกระทำทุกอย่างของร่างเล็ก
“นี่เ้าบังอาจหัวเราะเยาะข้ารึ คอยดูข้าจะส่งเ้าไปรับใช้ท่านพี่” เขาข่มขู่อีกฝ่ายออกมา
“กระหม่อมเลิกกลัวองค์รัชทายาทไปนานแล้วพ่ะย่ะค่ะ ั้แ่ที่พระชายาเย่วซินเสด็จมาที่นี่ ต่อให้องค์ชายลากกระหม่อมไปจริงๆ องค์รัชทายาทก็ไม่กล้าแตะต้องกระหม่อมหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าฉลาดขึ้นแล้วนี่ ซือจิ้น”
เขาว่าพลางมองคนของตนเขม็งด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะพอใจนัก ที่อีกฝ่ายรู้ทันเขา
“ก็มันควรจะเป็เช่นนั้นพระยาค่ะองค์ชาย”
“หลิงซาน เ้าเป็อะไรทำไมลุกลี้ลุกลนชอบกลนัก”
เย่วซินเอ่ยถามน้องชายออกไป เพราะเขาสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ของน้องชายตนั้แ่เข้ามาที่นี่แล้ว
“เปล่า ไม่มีอะไรเลยนะท่านพี่ ข้าไม่ได้แกล้งเ้างูนั่นเลยจริงๆ” (เสียงสูง)
ร่างเล็กตอบออกไป แต่ไม่กล้ามองหน้าพี่ชายตน
“ท่าทางของเ้าช่างน่าสงสัยยิ่งนัก มีอะไรจะสารภาพรึเปล่า”
“มะ-ไม่มีเลย ไม่มีจริงๆ”
“หลิงซาน เ้าคิดว่าข้ามองเ้าไม่ออกหรือไร ไปก่อเหตุอันใดเอาไว้”
“กะ ก็มีนิดหน่อย นิดเดียวเอง จริงๆ”
ร่างเล็กตอบพี่ชายตนเสียงเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาทำท่าประกอบไปด้วย ก่อนที่จะสารภาพออกมา
“เ้านี่มัน ถ้าเป็ข้าละก็ จะะโตามลงไปจับกดน้ำให้ตายไปแล้ว เ้าคนปากเสียนั่น”
ร่างเล็กแหงนหน้ามองพี่ชายตนอย่างอึ้งๆ เหมือนเขาจะตาฝาด เห็นเขา และเขี้ยว งอกออกมาจากร่างบางตรงหน้า
“เหวอ พี่ชายกูเห็นนิ่งๆ แบบนี้ มารชัดๆ ลำบากท่านแล้วพี่เขย”
“เ้าว่าอย่างไรนะหลิงซานข้าได้ยินนะ!!” ร่างบางตะคอกถามร่างเล็ก
“ปะ เปล่านะท่านพี่” เขาตอบด้วยอาการเลิกลัก
“นินทาข้ารึเดี๋ยวจะโดนดี”
(พี่ชายกูเปลี่ยนไป) สงสัยจะกินยาผิดแฮะ
เช้าวันต่อมา (วังั)
“ปล่อยข้านะเ้าพวกบ้า พวกเ้าจะพาข้าไปไหน”
เสียงเอะอะโวยวายของหลิงซานดังขึ้นเพราะอยู่ดีๆ ก็ถูกทหารตัวโตยังกับควาย มาลากเขา จะพาไปไหนก็ไม่รู้
“องค์ชายอี้เฟย ทรงมีรับสั่งให้พวกกระหม่อมมารับ (ลาก) ตัวพระชายาไปยังสระบัวข้างตำหนักองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”
ทหารคนหนึ่งได้ตอบออกไปให้ร่างเล็กหายสงสัย
“แต่ข้าไม่ไป ปล่อยนะไม่อย่างนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน” ร่างเล็กขู่ฟ่อ
“ไม่ได้ เป็รับสั่ง กระหม่อมขัดมิได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ไปโว้ย ไอ้พวกบ้าฟังภาษาคนไม่รู้เื่ใช่ไหม ได้วันนี้ข้าไม่กระทืบพวกเ้าให้เละเป็โจ๊ก อย่ามาเรียกข้าหลิงซานอีก”
พูดจบ ร่างบางของไป๋หลิงซานที่ขืนตัวเอาไว้ ก็พร้อมปล่อยหมัดหนักๆ ใส่หน้าคนตัวโตที่ลากเขาอยู่ เลยทำให้อีกฝ่ายปล่อยมือจากร่างเล็กทันที เพราะความเ็ป หลังจากนั้นก็เกิดการชุลมุนขึ้น
ตุ๊บ ผัวะ ๆ ๆ ๆ หมัดเข่าศอกบาทาทุกอย่างประเคนออกไปไม่ยั้งสุดท้ายก็
“อ๊าก!! โอ๊ย ๆ ๆ ๆ พระชายากระหม่อมยอมแล้วโอย...”
“พวกเ้าไม่ได้เื่ เลี้ยงเสียข้าวสุกเสียจริง แค่กับคนตัวเล็กๆ แค่นี้ พวกเ้ายังเอาไม่อยู่!”
เสียงของอี้เฟยดังมาจากด้านหลัง ทำให้พวกทหารเ่าั้หมอบลงทันที
“ทูลองค์ชาย พระชายาใช้วิชาต่อสู้ที่แปลกมากพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เคยเห็นมาก่อน เลยจับทางไม่ได้”
ทหารตอบออกไป เขาเลยหันไปมองร่างบาง ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา
“เ้ามาสู้กับข้า ถ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะละเว้นโทษที่เ้าสร้างเอาไว้เมื่อวานนี้ เ้าจะว่าอย่างไร”
“ก็ได้ แต่ท่านต้องรับปากกับข้าก่อน ว่าท่านห้ามใช้กำลังภายในหรือพลังเวทเป็อันขาด”
ร่างเล็กต่อรอง เพราะเขาคิดว่าหากสู้ด้วยกำลังและไหวพริบ ไม่ใช้กำลังภายในหรือพลังเวทมาช่วย เขาก็น่าจะสู้อีกฝ่ายไู
“ข้ารับปากเ้า”
“ยังมีอีกข้อ ถ้าหากข้าชนะท่านได้ ท่านห้ามถือโทษข้าเป็อันขาด”
“ย่อมได้”
และแล้วการประลองฝีมือของทั้งคู่ก็เกิดขึ้น โดยผลัดกันรุก ผลัดกันรับ (เขาต่อสู้กันอย่าคิดมาก) อี้เฟยพยายามจับทางการต่อสู้ของร่างเล็กอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถจับทางวิชาที่ร่างเล็กใช้ได้เลย เขาพลาดพลั้งโดนอีกฝ่ายใช้ทั้งหมัดเข่า ศอก ที่ประเคนเข้ามาอย่างยากจะหลบหลีก จนสภาพเขาตอนนี้ดูไม่ได้เบ้าตาดำช้ำเพราะโดนหมัดตามเนื้อตัวก็แดงเถือกไปหมด ปากก็แตก ไหนจะเข่าอีกที่กระแทกมาที่หน้าท้อง
จังหวะนั้นหลิงซานได้โอกาส เตะก้านคออีกฝ่ายลงไปนอนนับดาวอย่างไม่เป็ท่า ก่อนที่อีกฝ่ายหมดสติก็ยกมือขึ้นมาชี้หน้าคนตัวเล็ก
“เ้า ฝะ-ฝากไว้ก่อนเถิด” กล่าวจบร่างสูงก็สลบเหมือด
“ข้าฝากทักทายองค์เง๊กเซียนด้วยละกัน ฮะ ๆ ๆ “ (ไปเข้าเฝ้าเง๊กเซียนเรียบร้อย)
ร่างบางหันไปทางพวกทหาร ก็เห็นพวกเขาตาค้างอ้าปากเหวอพะงาบๆ ทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าตัวเล็กๆ บอบบางเช่นนี้จะสามารถล้มนายเหนือหัวของพวกเขาลงได้ โดยที่ตนเองไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน มันน่าเหลือเชื่ออะไรเช่นนี้
“อ้าวพวกเ้า ยืนทำบื้ออะไรอยู่ รีบพานายของพวกเ้ากลับตำหนักไปเซ่ เดี๋ยวก็ได้กลายเป็ปุ๋ยหรอก”
“พะ พ่ะย่ะค่ะพระชายา กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ อูย... ดุจริงๆ ดุอย่างกับ”
“ข้าได้ยินนะ อยากตายรึไง”
“ไม่อยากพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลา ไปพวกเรากลับ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่”
เฮ้อ... เสียงถอนใจออกมาอย่างโล่งใจ ที่สามารถชนะคนตัวโตได้ เขาก็เกือบจะแย่เหมือนกัน ถ้าหากไม่ใช้วิชามวยไทยที่แม่เขาคะยั้นคะยอให้เรียนมาคงเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ ต้องขอบคุณแม่จริงๆ
ไม่นึกว่ามันจะเป็ประโยชน์อย่างมาก สำหรับที่นี่ แล้วหลังจากนี้ล่ะ เขาจะทำยังไง ร่างสูงคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่
“เวรแล้ว หาเื่ซวยใส่ตัวอีกแล้วนะไอ้ซาน ทีนี้จะเอาไงต่อวะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เ้าทำได้ดีจริงๆ น้องรัก คราวนี้เ้าคนปากเสียนั่น คงได้อับอายทั่วทั้งอาณาจักรเป็แน่”
เย่วซินที่ได้ยินข่าวลือเื่ของน้องชายเข้า ก็หัวเราะอย่างถูกใจ นี่สิสมแล้วที่เป็น้องชายเขา
ข่าวลือเื่ของร่างบางดังไปทั่วอาณาจักรั ต่างก็เล่าลือต่อๆ กันไปจนไปเข้าหูองค์รัชทายาทของเผ่ามารเข้าเป็เหตุให้เขาลักลอบเข้ามาในวังั เพื่อจะดูหน้าบุรุษที่มีคนพูดถึงความสามารถว่าล้มอี้เฟยได้ โดยที่ตนไม่ได้รับาเ็แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี เขาเลยเกิดความสนใจขึ้นเป็พิเศษ และตัดสินใจลักลอบเข้ามาที่นี่ แล้วได้เห็นคนที่อยากเห็นก็วันนี้นี่เอง แต่ร่างบางสองคนใครคือคนที่ตนอยากเห็นกัน หากแต่ได้มองมาจากที่ใกล้ๆ ก็เกิดถูกใจคนโตมากกว่าคนเล็กเพราะรูปงามเหลือเกิน
“คนนี้สินะคู่ของเ้าเฟยหลง ช่างงดงามยิ่งนักข้ามิแปลกใจเลย หากว่ามันจะหวงแหนถึงเพียงนี้”
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หลิงซานก็ไม่กล้ากลับไปนอนตำหนักตนเองอีกเลย เพราะรู้ว่าอี้เฟยจ้องจะเอาคืนเขาอยู่ ที่ทำให้ต้องอับอายเขาเลยต้องพึ่งใบบุญพี่ชายตนอ้อนขอมานอนด้วย ซึ่งเย่วซินก็ไม่ขัดข้องกลับช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขนาดเฟยหลงมาพูดขอร้อง
ให้ส่งหลิงซานกลับตำหนักตนเอง แต่ก็ไม่ได้ผลเขาสะใจยิ่งนักที่หลิงซานเล่นงานคนปากเสียอย่างอี้เฟยจนสลบแบบนั้น
“ท่านพี่ช่วยข้าสักเื่จะได้หรือไม่”
อี้เฟยทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เลยเข้ามาขอร้องให้เฟยหลงช่วย
“ว่ามาสิ”
“ท่านทำอย่างไรก็ได้ ให้พี่สะใภ้ยอมปล่อยเสี่ยวไป๋กลับตำหนักเสียที นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วข้าไม่ได้เห็นหน้าเขาเลย”
“ข้าจะช่วยพูดให้ แต่ไม่รับปากหรอกนะว่าจะสำเร็จหรือไม่”
“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ขอบคุณท่านพี่มากที่ช่วยเหลือข้า”
อี้เฟยยิ้มออกมาอย่างดีใจ หากพี่ชายตนสามารถเกลี้ยกล่อมพี่สะใภ้ให้ส่งร่างเล็กกลับมายังตำหนักได้ เขาก็มีโอกาสเอาคืนอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น คิดแล้วยังเคืองไม่หาย ตัวก็เล็กนิดเดียวแต่สามารถล้มทหารเป็สิบได้ และที่สำคัญทำเอาเขาสลบจนต้องถูกหามกลับมา ขายหน้ายังไม่เท่าเจ็บใจตนที่สู้คนตัวเล็กไม่ได้
“ท่านพี่ เขาใช้วิชาอะไรกันช่างร้ายกาจนัก ข้าไม่สามารถเดาทางเขาได้เลยแม้แต่น้อย”
อี้เฟยได้กล่าวกับพี่ชายตน
“ถือว่าไม่เลวเลยที่สามารถล้มเ้าได้ด้วยมือเปล่าข้านับถือ”
“ท่านพี่ไม่ได้เข้าข้างข้าเลยรึ” น้องชายประท้วงเข้า
“ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเองเ้าอย่าได้คิดมากไปเลย เอาล่ะข้าจะไปพบเย่วเอ๋อร์เสียหน่อย”
“ท่านอย่าลืมที่ข้าขอท่านเอาไว้ล่ะท่านพี่ แล้วข้าจะรอฟังข่าวดี”
พูดไม่ทันจบร่างสูงของพี่ชายก็หายไปแล้วเขาเลยได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายออกมา
“เ้าทำข้าเจ็บแสบนักเสี่ยวไป๋ ทำข้าอับอายไปทั่วทั้งอาณาจักร เ้าต้องรับผิดชอบกับการกระทำในครั้งนี้”
ตกดึกที่ตำหนักของเย่วซิน
“ท่านพี่ มันจะดีหรือเดี๋ยวพี่สะใภ้เล่นงานข้าท่านต้องช่วยข้านะ”
“ไม่หรอกเย่วเอ๋อร์ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่เ้าคิดหรอกนะ เลิกกังวลแล้วทำตามที่ข้าบอก”
เสียงคุยกันดังอยู่ในตำหนักที่มีร่างงามของสองพี่น้องนอนหลับสนิทอยู่ เฟยหลงทนการรบเร้าของน้องชายไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จึงคิดทาวิธีที่จะแยกทั้งสองออกจากกัน และมันก็เป็ความ้าของเขาด้วย
“อี้เฟยเ้ารีบอุ้มเขาไปสิ จะรอช้าอยู่ไย”
“ได้ท่านพี่”
พูดจบอี้เฟยก็ตรงเข้ามาอุ้มพาร่างบางออกจากตำหนักของเย่วซินทันที คนถูกอุ้มเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยแล้วก็หลับต่อ
“เสี่ยวไป๋ คราวนี้เ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกหึหึ”
ร่างสูงว่าพลางก็หัวเราะในลำคออย่างสมใจ ก่อนจะเร่งฝีเท้าตรงไปยังตำหนักของร่างเล็กอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่ก็ถึงที่หมาย เขาค่อยๆ วางร่างบางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ กลัวว่าตนจะทำให้ร่างเล็กตื่นเอาได้เขาล้มตัวลงนอนเคียงข้าง มือหนาเอื้อมไปคว้าคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้ พร้อมก้มลงจุมพิตหน้าผากมลก่อนที่จะหลับไปด้วยกัน
ตอนเช้าที่ตำหนักของเย่วซิน
ร่างบางค่อยๆ ขยับเปลือกตาก่อนจะลืมขึ้น สิ่งแรกที่ตนััได้คือความรู้สึกหนักๆ ตรง่เอว จึงคิดว่าเป็มือของน้องชายที่เผลอกอดเขาตอนนอนหลับเช่นนี้ร่างบางนอนหันหลังให้อีกฝ่าย จึงไม่เห็นว่าที่แท้แล้วคนที่กอดตนไว้ ไม่ใช่น้องชาย
“หลิงซาน เอามือของเ้าออกจากเอวข้าได้แล้ว มันหนัก”
“ขอกอดอีกสักประเดี๋ยวเถิดเย่วเอ๋อร์ ข้ายังอยากจะนอนต่ออีกหน่อย”
ร่างบางเบิกตาโต ก่อนจะรีบหันกลับมามองคนพูดอย่างใปนสงสัย
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วหลิงซานหายไปไหน ท่านพาเขาไปใช่ไหมเฟยหลง!!
ถามออกมาอย่าโกรธเคือง
“ข้าไม่ได้พาเขาไปไหนหรอก อี้เฟยต่างหากที่พาน้องชายเ้าไป”
“ท่านจะบอกข้าว่าท่านไม่มีส่วนรู้เห็นใช่หรือไม่ เ้าเล่ห์ทั้งพี่ทั้งน้องข้าไม่เชื่อท่านหรอก เอาน้องชายข้าคืนมานะ ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าพวกท่านทั้งคู่ ไอ้คนเ้าเล่ห์”
เย่วซินพูดออกมาด้วยความเดือดดาล ก่อนจะรีบลุกตรงไปคว้าดาบมาถือเอาไว้ในมืออย่างมั่นคง ดวงตาสวยมองจ้องดวงตาคมอย่างเอาเื่ ตอนนี้เฟยหลงคิดว่าคนตรงหน้า ดุยิ่งกว่าเสือแม่ลูกอ่อนเสียอีก ร่างบางรีบออกจากตำหนักแต่ก็ถูกเฟยหลงขวางเอาไว้
“นั่นเ้าจะไปไหนกันเย่วเอ๋อร์”
“หลีกไปให้พ้นนะ ถ้าท่านไม่อยากเจ็บตัว”
ร่างบางชักเอาดาบออกมาและชี้ตรงไปยังร่างใหญ่ตรงหน้า สายตาที่มองมาทางเขาบอกว่าเอาจริง
“ร้ายนักนะเ้า อย่าเผลอก็แล้วกัน ข้านี่แหละจะจับเ้าถอดเขี้ยวถอดเล็บ เสียให้สิ้นแมวน้อยของข้า”
“ท่านอยากตายนักใช่ไหม ข้าจะฆ่าท่านให้หายแค้น!”
ร่างบางพูดจบก็ตรงมาหาร่างใหญ่ ใช้ดาบฟาดฟันอีกฝ่ายอย่างแค้นเคือง เฟยหลงทำได้เพียงแค่คอยรับ และหลบหลีกเท่านั้น ทำให้ร่างบางโกรธเคืองยิ่งกว่าก่อนหลายเท่าน
ในขณะที่ตำหนักพี่ชายได้เกิดาขึ้นอย่างดุเดือด คนเป็น้องยังนอนหลับอย่างสบายอยู่ในอ้อมกอดของอี้เฟยอย่างไม่รู้เื่รู้ราว อี้เฟยนอนมองใบหน้างามยามหลับของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักเบื่อ สักพักร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ก็ขยับตัว เป็สัญญาณว่ากำลังจะตื่น
เปลือกตาบางขยับเปิดขึ้น ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของอี้เฟยมองเขาพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้
“เหี้ย!!”
ร่างเล็กอุทานออกมาด้วยความใก่อนจะเด้งตัวรีบะโลงจากที่นอนทันที เขานอนอยู่กับพี่ชายไหงตื่นมาที่ห้องตัวเองได้ล่ะ หรือเ้างูบ้าเป็คนพาเขามา
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือท่านเป็คนพาข้ามา”
ร่างบางถามออกไป
“ใช่ข้าพาเ้ามาเอง คราวนี้ก็ถึงทีข้าบ้าง เ้าทำข้าเอาไว้เจ็บแสบยิ่งนัก”
“อ้าว ขี้แพ้ชวนตีนี่หว่า ก็ท่านเป็คนท้าข้าเองนี่ จะมาโทษข้าได้เช่นไรกัน แพ้แล้วพาลไม่ใช่นิสัยนักเลง”
ร่างเล็กพูดแย้งออกไป แต่เขาก็หาได้สนใจแต่อย่างใด พลางก้าวเท้าเข้ามาหาคนตัวเล็กเรื่อยๆ
“ข้าไม่สน เ้าต้องชดใช้”
“ชดใช้อะไร ข้าไม่ผิดเสียหน่อย ท่านมันขี้โกง”
ร่างสูงเดินเข้าหาร่างเล็กอย่างคุกคามสายตาเ้าเล่ห์ที่มองมายังคนตรงหน้า เป็เหตุให้ร่างเล็กรีบถอยหนีเพื่อเอาตัวรอด แต่ช้ากว่าคนตรงหน้าซึ่งตอนนี้คว้าร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้แน่น ก่อนที่จะใช้จมูกซุกไซร้ที่ลำคอขาวผ่องของร่างเล็กหลิงซานใกับการกระทำของอี้เฟย
“เดี๋ยว ไหนท่านเคยบอกข้าว่า หากผูกพันธะแล้ว จะใกล้ชิดกันเกินควรไม่ได้แล้วนี่”
ร่างเล็กเอ่ยท้วงขึ้นมาเมื่อนึกบางอย่างออก แต่คำตอบที่ได้พาเอาเสียวสันหลังวาบ
“ทุกอย่างย่อมมีวิธี หรือข้อยกเว้น”
อี้เฟยโกหกร่างเล็กเสียคำโต จริงๆ แล้วหากผูกชะตากันแล้วไม่ว่าจะอย่างไร ห้ามััลึกซึ้งเป็อันขาด เพื่อหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนที่จะเข้าพิธีอภิเษก เพราะเืบริสุทธิ์ของคู่พันธะเป็สิ่งสำคัญ ที่จะต้องทำพิธีเรียกสัตว์เทพของคู่ชะตาให้ปรากฏขึ้นในคืนส่งตัว มันจึงเป็สิ่งสำคัญที่เขาทั้งคู่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
“ท่าน จะไม่ทำเช่นนั้น ใช่หรือไม่”
ร่างเล็กเริ่มจะรู้สึกหวาดกลัวคนตรงหน้าเข้าจริงๆ เสียแล้ว จากสายตาคุกคามที่มองเขาอยู่
“เ้ามันดื้อดึงนัก” เขาพูดช้าๆ มองหน้าอีกฝ่าย
“ข้าจะไม่ดื้อ จะเป็เด็กดี”
ร่างเล็กรีบพูดออกมาหวังเอาตัวรอด
“ข้าจะเชื่อเ้าดีหรือไม่เสี่ยวไป๋”
“ดีสิดีๆ “ร่างบางตอบอย่างร้อนรนพยายามทำตัวให้ว่าง่ายเข้าไว้แต่แล้ว
“เ้า ไอ้คนเ้าเล่ห์ ไอ้หัวขโมยบังอาจไปขโมยน้องข้ามา ข้าจะฆ่าเ้า!”
เย่วซินผลุนผลันเข้ามา ใช้ดาบจ่อที่ลำคอของอี้เฟยอย่างโกรธจัด อี้เฟยเห็นดังนั้นก็หน้าซีดลงสายตามองไปยังพี่ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ ก็เพิ่งจะเคยเห็นพี่สะใภ้โกรธจริงๆ ก็คราวนี้
“ท่านพี่ช่วยข้าด้วย พี่สะใภ้เอาดาบออกจากลำคอข้าเถิด มันคม”
“ใครก็ช่วยเ้าไม่ได้หรอก”
เย่วซิยตอบออกไปสายตาวาววับมองหน้าอี้เฟยอย่างเอาเื่
“เสี่ยวไป๋ เ้าช่วยข้าด้วย” เขาขอความช่วยเหลือจากร่างเล็ก
“ไม่มีทาง สมน้ำหน้าไอ้งูลามก”
“นี่เ้า ท่านพี่เหตุใดท่านปล่อยพี่สะใภ้ออกมาใด้”
“ถ้าข้ายังขืนรั้งเขาไว้ละก็ มีหวังเขาพังตำหนักไม่เหลือชิ้นดีเป็แน่” เฟยหลงพูดขึ้น พลางคิดย้อนกลับไปเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ร่างบางเกือบจะเผาตำหนักของตนเองเสียแล้ว ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนทั้งตำหนัก จนเขาต้องยอมปล่อยออกมา
“ท่านพี่ ท่านพาพี่สะใภ้กลับตำหนักก่อนเถิด” อี้เฟย กระซิบกับพี่ชายตน
“คงไม่ได้ ตอนนี้นางกำนัลกำลังช่วยกันเก็บกวาดคงต้องรออีกสักพัก”
เฟยหลงตอบออกไป
“ถ้าเช่นนั้น ท่านพี่ก็พาไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ คนอะไรดุอย่างกับเสือ น่ากลัวยิ่งนัก ท่านพี่คงต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นแล้ว”
“เล็กน้อย ปล่อยเขาไปก่อน เอาละเดี๋ยวข้าจะพาเขาออกไปเอง เ้าจะทำเช่นไรก็รีบเข้าล่ะ แต่เ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าห้ามเกินขอบเขต ไม่เช่นนั้นคราวหน้าข้าจะไม่ช่วยเ้า”
“ข้ารู้” อี้เฟยตอบเฟยหลงเลยพยักหน้ารับรู้
“เอาล่ะเย่วเอ๋อร์เ้าไปกับข้า”
ร่างสูงพูดจบก็คว้าร่างบางให้เดินมาด้วยกัน แต่ร่างบางขัดขืน หนักเข้าเฟยหลงเลยจับเย่วซินขึ้นพาดเอาไว้บนบ่าหนาแล้วพาออกไป
“คราวนี้ก็เหลือแต่เ้ากับข้า ข้าว่าได้เวลาอาบน้ำแล้ว”
พูดจบก้มลงช้อนเอาร่างเล็กมาไว้ในวงแขนมุ่งหน้าไปยังสระน้ำทันที
“เ้าบ้าปล่อยข้านะท่านจะทำอะไร”
“อาบน้ำอย่างไรล่ะ อาบด้วยกัน”
“ไม่เอาไม่อาบปล่อยข้าไอ้งูโรคจิต”
“หยุดดิ้นได้แล้วเสี่ยวไป๋ เ้ากำลังปลุกัของข้าให้ตื่นขึ้นมานะ” ร่างเล็กหยุดดิ้นทันทีรับรู้ถึงความแข็งขึง ที่กำลังดุนดันสะโพกของตนเองอยู่ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังเกิดอารมณ์เข้าแล้ว ยิ่งตอนเช้าๆ แบบนี้ด้วยแล้วยิ่งเกิดขึ้นง่าย ร่างเล็กเลยไม่อยากเสี่ยงกับอะไรทั้งสิ้น
“อยู่นิ่งๆ ซักประเดี๋ยวเถิด เดี๋ยวมันก็สงบลงเอง”
อี้เฟยพูดออกมาชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เล่นเอาหลิงซานหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาของคนตรงหน้า แม้จะรับรู้ถึงความเ้าเล่ห์ของอี้เฟยดีแต่สายตาที่มองเขาอยู่ มันทำให้ร่างเล็กคิดเป็อื่นไปไม่ได้เลย
สระน้ำ
ถึงตอนนี้ทั้งคู่ก็ลงมาอยู่ในสระเป็ที่เรียบร้อย โดยที่อี้เฟยใช้อ้อมแขนตนกอดรัดหลิงซานเอาไว้
“ท่านปล่อยข้าไปเถิดนะ” ร่างบางอ้อนออกไป เอาเข้าจริงเขาคงไม่เอาชนะอี้เฟยเป็ครั้งที่สองได้อีกแน่ๆ
“ไม่ เ้าทำข้าไว้เจ็บนัก วันนี้ข้าจะเอาคืน”
เขาขู่ให้ร่างเล็กกลัวไปอย่างนั้นเอง แต่มันก็ได้ผล ร่างเล็กกลัวเขาจริงๆ เขาเลยเลิกแกล้ง
“ข้าจะไม่ทำอะไรเ้า ถ้าเ้าเลิกดื้อดึงกับข้า”
“ข้าจะไม่ดื้ออีกแล้ว”
(ตอบไปอย่างนั้นเอาตัวรอดไว้ก่อน)
ร่างเล็กเดิมที่ก็ชอบน้ำเป็ชีวิตอยู่แล้วพอมาเจอน้ำเย็นสดชื่นของสระน้ำที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ กลิ่นหอมชื่นใจก็พาให้ร่างเล็กยิ้มสดใสออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ โดยลืมไปเลยว่าตนไม่ได้อยู่คนเดียว อี้เฟยมองปฏิกิริยาของร่างเล็กอย่างเผลอไผล ความน่ารักสดใสเป็ธรรมชาติแบบนี้ ไม่เคยเห็นจากร่างเล็กตรงหน้าเลยสักครั้ง ร่างเล็กใช้มือสะบัดตีน้ำเล่นเป็จังหวะเดียวกับสายน้ำที่โดนฝ่ามือน้อยๆ ปัดผ่าน ก็เกิดปฏิกิริยาก่อตัวขึ้นเป็กลุ่มน้ำเล็กๆ ไหลวนรอบๆ ตัวร่างบางอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก หลิงซานมองอย่างตื่นเต้นและระคนสงสัย ว่าสิ่งที่ตนเห็นมันคืออะไร อี้เฟยที่ยืนมองเหตุการณ์อย่างเงียบๆ ก็รู้ได้ในทันที ร่างเล็กหันไปถามร่างใหญ่ให้หายสงสัย
“นี่ท่าน พอจะรู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร”
“เรียกข้าว่า ท่านพี่ ก่อนสิแล้วจะบอก” ร่างสูงต่อรอง
“ไม่มีทางหรอกงูโรคจิต”
“โรคจิตมันคืออะไร”
“ท่านอย่ารู้เลย เอาเป็ว่าเป็คำชมเชย และมันก็เหมาะสมสำหรับตัวท่านที่สุด”
“ถ้าเ้าว่าดี ข้าก็ว่าดีเช่นกัน”
อี้เฟยตอบอย่างไม่รู้เื่รู้ราวอะไร หลิงซานแอบหัวเราะอีกฝ่ายที่โดนเขาหลอกด่า
“คราวนี้บอกข้าได้หรือยัง”
ร่างเล็กทวงถามเื่ที่ตัวเองติดใจสงสัย
“ข้าจะบอกเ้าก็ได้เป็รางวัลที่เ้าชมเชยข้า”
“อืม ดีมากแล้วข้าจะชมเชยท่านอีกบ่อยๆ หึ หึ”
(หลอกง่ายฉิบหาย)
ร่างเล็กคิดพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้ เล่นเอาคนมองถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะ
“เ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าตัวเ้านะมีธาตุอะไร”
“ไม่นี่ธาตุ มันคืออะไรข้าไม่เข้าใจ”
“เ้าไม่รู้จริงๆ หรือ เ้าไม่ใช่คนของเผ่าหงส์ไฟหรอกรึ”
“ไม่หรอก ข้าเป็คนต่างถิ่นพลัดหลงมา ดีที่มีท่านพี่คอยช่วยเหลือมาตลอด”
ร่างเล็กเล่าความจริงให้ร่างใหญ่ฟังคร่าวๆ เท่านั้น ร่างใหญ่พยักหน้ารับรู้แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหากไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเผ่าหงส์ไฟล่ะก็ คงจะไม่มีสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นกับร่างเล็กได้เป็แน่
“เ้ามีธาตุประจำกายคือน้ำ เวลาเ้าอยู่กับน้ำเ้าจะสดใสและมีความสุขใช่หรือไม่เสี่ยวไป๋”
“ก็ใช่แต่มัน ไม่เข้าใจอยู่ดี”
“ธาตุน้ำคือธาตุประจำกายของเ้า มันจะมีพลังอยู่ในตัว เพียงแต่เ้าต้องฝึกฝนเพื่อจะดึงพลังส่วนนั้นออกมาใช้ หากเมื่อไรที่เ้าฝึกจนชำนาญ เ้าก็จะสามารถควบคุมมันได้อย่างข้า”
เขาพูดจบก็แสดงให้ร่างเล็กเห็นว่ามันเป็เช่นไร หลิงซานมองอย่างตื่นเต้นที่เห็นร่างใหญ่ใช้ฝ่ามือบังคับสายน้ำ ให้เป็ไปอย่างที่ตน้า
“ถ้าเช่นนั้นท่านพี่ของข้า ก็มีธาตุไฟประจำกายนะซิ ข้าเคยเห็นท่านพี่ใช้มันป้องกันตัว หมายความว่าน้ำก็สามารถป้องกันตัวได้ซิ”
“ใช่มันใช้ได้ทั้งป้องกันและทำร้ายอีกฝ่ายในคราเดียวกัน แต่เ้ายังต้องฝึกฝนอีกมาก กว่าจะเรียกใช้พลังของธาตุน้ำได้”
“ท่านฝึกให้ข้าซิ” ร่างเล็กใช้ไม่ตายร้องขอจากร่างใหญ่ด้วยเสียงออดอ้อน อี้เฟยแพ้ทางร่างเล็กไปนานแล้ว แต่ทำใจแข็ง
“เรียกท่านพี่ก่อนซิ”
“ไม่” ร่างเล็กปฏิเสธ
“ถ้าเช่นนั้น เ้าคงต้องหาคนอื่น”
“ข้าให้ท่านพี่ฝึกให้ก็ได้” ร่างเล็กทำหน้าหงิกหน้างอตอบออกไป
“แต่พี่เ้าธาตุไฟมิใช่รึ คงยากสักหน่อยล่ะที่ต้องมาฝึกคนธาตุน้ำ”
“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ฝึกให้ข้านะ”
(จ้องอีกฝ่ายตาแป๋ว)
“...” เงียบ
(ก็ได้ จะเล่นกันอย่างนี้ใช่ไหม พ่อจะเอาให้กลับบ้านไม่ถูกเลยคอยดูหมับ มือบางจับแขนคนตัวโต เอียงหน้าซบลงมาที่ไหล่แกร่ง ช้อนสายตาหวานขึ้นมามองอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน อี้เฟยเห็นเช่นนี้ ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าแดงก่ำอย่างเขินอาย
“ท่านพี่” ร่างเล็
กพูดเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างสุดกำลัง
(แย่แล้ว หากปล่อยให้เป็เช่นนี้ ข้าคงตายเข้าสักวัน)
“ก็ได้ข้ายอมเ้าแล้วเสี่ยวไป๋ แต่เ้าอย่าได้ไปทำเช่นนี้กับใครเป็อันขาด ถ้าไม่อยากให้คนผู้นั้นตาย”
ร่างเล็กยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่ก็อดค่อนแคะในใจไม่ได้
(คนบ้าอำนาจ ชิ)
หลังจากนั้น การสอนขั้นพื้นฐานก็เริ่มขึ้น (ตัวเปื่อยกันหมดก็คราวนี้
..................................