บทที่ 35
ช่วยเหลือ
โลหิตสีแดงกระเซ็นสาดเข้าใบหน้าของซูฉี หญิงสาวที่นั่งอยู่ตกตะลึงกับสิ่งที่พบเห็นด้านหน้า
แม่ทัพหนุ่มเข้าฟาดฟันกับพวกมือสังหารผู้นั้นอย่างดุเดือด กระบี่ภายในมือของเขาดุดันเฉียบคมแถมยังรุนแรง
ซูฉีได้แต่นั่งตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองพบเห็นเบื้องหน้า เสียงกระบี่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องการกระทบกันของโลหะภายใต้ความมืด
เพล้ง!!! เพล้ง!!! เพล้ง!!! ประกายไฟของการกระทบกันปรากฏขึ้นไม่หยุด แม่ทัพหนุ่มแม้ว่าจะโดนรุมด้วยจำนวนคนที่มากกว่าแต่กลับดูไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย
ยามนี้หวงเจียวลู่สังหารมือสังหารไปแล้วถึงสามคน เหลือมือสังหารอีกเพียงแค่สองคนเท่านั้น ถ้าปล่อยไปเช่นหนีแน่นอนว่าพวกมันคงจะไม่พ้นว่าต้องตายด้วยคมกระบี่ของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้
หนึ่งในมือสังหารเฉลียวใจ มันหันไปมองเป้าหมายที่นั่งอยู่ตรงพื้น ดวงตาของมันจริงจังพุ่งทะยานเข้าไปหาเป้าหมายของตนโดยที่ไม่สนใจแม่ทัพหนุ่ม
ในใจของมือสังหารผู้หนีคิดเพียงแค่ว่าขอเพียงแค่สำเร็จภารกิจก็ยังดี กระบี่ของมือสังหารพุ่งตรงเข้าไปหา ซูฉีที่นั่งอยู่บนพื้นไม่มีทางโต้ตอบเลยแม้แต่น้อย
ฉึก!! เสียงกระบี่กระทบเข้ากับบางอย่าง ซูฉีหลับตาของตนเองลงยามที่กระบี่กำลัง จะทิ่มแทงใส่ร่างกายของนาง
ความเจ็บปวดไม่ปรากฏเลยแม้แต่น้อย ดวงตาที่ผับปิดค่อยค่อยเปิดขึ้นอย่างช้าๆพบเห็นว่ากระบี่เล่มนั้นที่พุ่งตรงมามีมือหนึ่งเข้ามารับเอาไว้
ผู้ที่เข้ามารับการโจมตีเอาไว้คือแม่ทัพหวง คนผู้นี้ใช้มือของตนเองข้างที่ไม่ได้ถือกระบี่หยุดกระบี่นั้นเอาไว้
เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาบาดแผลที่ปรากฏขึ้นจากกระบี่ที่แทงเข้าไปที่กลางฝ่ามือ หวงเจียวลู่ แม้ว่าจะโดนกระบี่เล่มนั้นแทงเข้าไปแต่กลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย
คนผู้นี้กัดฟันแน่นกรรมกระบี่ ในมือของตนเองก่อนที่จะตวัดฟันคอของชายผู้นั้นหลุดออกจากลำตัว ฉึบ!!!!
ท่ามกลางความมืดศีรษะของชายผู้นั้นกระเด็นออกจากร่าง เพียงแค่กระบี่เดียวเท่านั้นกลับตัดคอคนได้อย่างง่ายดายบ่งบอกให้ล่วงรู้ว่าความคมของกระบี่เล่มนี้มากขนาดไหน
ซูฉีเห็นโลหิตสีแดงหลั่งไหลออกมาจากฝ่ามือของแม่ทัพที่โดนกระบี่แทงเข้าไป นี่ทำให้นางรู้ได้แล้วคนผู้นี้ก็ยังคงเป็นมนุษย์
ผู้คนภายในเมืองหลวงมักจะทำการกล่าวกันว่าเขานั้นไม่ใช่มนุษย์ ยังมีคำเล่าขานว่าโดนฟันหรือว่าโดนแทงก็ไม่เป็นอันใด
แต่ยามนี้มามองดูด้วยสายตาแล้วซูฉีจึงมองเห็น คนผู้นียังคงเป็นมนุษย์เลือดสีแดงที่ไหลออกมาจากฝ่ามือนั้นเป็นสิ่งยืนยัน
หวงเจียวลู่พุ่งทะยานไปด้านหน้า ร่างกายพุ่งตรงเข้าไปหามือสังหารอีกคนนึงที่เหลืออยู่ กระบี่ของเขาฟันเข้าไปที่คอของมือสังหารผู้นั้นพร้อมกับปิดชีพของมัน
ซากศพของมือสังหารนอนตายอยู่ตามพื้น ร่างของแม่ทัพหนุ่มยืนอยู่เบื้องหน้า หวงเจียวลู่หันมามองหญิงสาวที่ตัวของเค้าช่วยเอาไว้
คนผู้นี้ยกยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะพูดออกมา “ ดูเหมือนว่าคนที่จะมีผู้คนเครียดเแค้นจะไม่ใช่เพียงแค่ข้านะ ”
ซูฉียังคงอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งความตกตะลึง นางมองไปรอบๆร่างกายมองซากศพของมือสังหารพวกนั้น “ คนพวกนี้ตั้งใจจะลอบสังหารข้า? ”
ในตอนนี้นางรู้แล้วพวกมือสังหารพวกนี้มีเป้าหมายเป็นนางตั้งแต่ในตอนแรก แต่ตอนนั้นที่มันพุ่งเข้ามาเป็นเพราะว่านางนั้นอยู่กับแม่ทัพหวง
“ ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ ตอนนี้กลุ่มมือสังหารกลุ่มนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายแล้ว ” หวงเจียวลู่กล่าว
หลังจากการตรวจสอบจึงทำให้รู้ว่ากลุ่มมือสังหารพวกนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ภายในเมืองแล้ว เพราะแบบนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องกังวลว่าพวกมันจะอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อีกหรือไม่
“ ได้อย่างไรกันเหตุใดคนพวกนี้ถึงต้องการชีวิตข้า! ” ซูฉีพึมพำอย่างสงสัย
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคำถาม นางไม่เข้าใจเลยสักนิดนางโดนเนรเทศมาอยู่ที่ชายแดนห่างไกลขนาดนี้ยังมีใครที่ต้องการชีวิตนางอีก
หวงเจียวลู่เดินเข้ามาใกล้ใกล้ย่อกายนั่งลงเบื้องหน้าของคุณหนูตระกูลซู แววตาของแม่ทัพหนุ่มจ้องมองมาที่ซูฉีที่กำลังสับสนอยู่
“ เจ้าคิดว่าอย่างไร? คนพวกนี้ต้องการลอบสังหารเจ้าเจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าพวกมันต้องการอะไร คนเราถ้าจะลอบสังหารใครสักคนมันย่อมมีสิ่งที่เกี่ยวข้องเพียงแค่ไม่กี่อย่าง ”
“ ความแค้น สมบัติ ความต้องการ ส่วนใหญ่แล้วมันเองก็จะมาจากพวกนี้ ถ้าเกิดว่าไม่มีผลประโยชน์อะไรพวกมือสังหารพวกนี้คงไม่ลอบสังหารเจ้าอย่างแน่นอน ”
“ แล้วคุณหนูตระกูลซูที่โดนเนรเทศมาถึงสถานที่แห่งนี้คิดว่าเจ้ายังคงหลงเหลืออะไรอยู่อีกล่ะ ” แม่ทัพหนุ่มชี้แจง
ฟังจากคำพูดของคนผู้นี้ก็เป็นจริงแบบนั้นแหละ ถ้าเกิดว่าไม่มีผลประโยชน์อะไรคนพวกนี้คงไม่รับงานในการลอบสังหารนางอย่างแน่นอน
ซูฉีก้มมองต่ำลงมองไปที่บาดแผลของแม่ทัพหนุ่ม “ ฝ่ามือของท่าน? ”
“ ไม่เป็นอะไรหรอก.. บาดแผลเพียงแค่นี้อาจจะใช้มือข้างนี้ไม่ได้ไปซักประมาณสองสัปดาห์แต่ว่าเดี๋ยวมันก็หาย ” แม่ทัพหนุ่มไม่แสดงท่าทางโอดครวญ
เขาเคยพบเจอบาดแผลมามากมาย แน่นอนว่าในตอนที่ตนเองนั้นยังคงอยู่ภายในสงครามสู้รบก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอบาดแผล
ในตอนนั้นมีบาดแผลมากมายที่ตนเองได้รับหนักหนากว่านี้เป็นไหนๆ บัตรแพ้เพียงแค่นี้เป็นเพียงแค่บาดแผลเล็กน้อย
“ เหตุใดถึงช่วยข้าละเจ้าคะ? ” นางถามออกมาอย่างสงสัย
ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่แม่ทัพหนุ่มผู้นี้จะช่วยนางเอาไว้ ถ้ามองถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองแทบจะห่างเหินกันด้วยซ้ำ
พบเจอกันในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็เพียงแค่ไม่กี่ครั้งจะกล่าวว่าสนิทสนมก็ไม่ได้ หวงเจียวลู่กลับแสดงรอยยิ้มแววตาจ้องมองมาที่นาง
“ นั่นสินะเจ้ามีประโยชน์กระมัง ”
“ มีประโยชน์อย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ มีประโยชน์ใช่แล้วเจ้าดูสิเจ้ามีความสามารถมากมายไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนพลังแถมยังมีความรู้ที่ใช้ได้ บางทีอาจจะเป็นประโยชน์กับข้าก็ได้ ” หวงเจียวลู่ยิ้ม
ซูฉีได้แต่ตั้งข้อสงสัยภายในใจ แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ช่วยนางเพราะเห็นว่านางนั้นเป็นคนที่มีประโยชน์กับเขาจริงๆอย่างนั้นหรอ
ถึงนางจะมีความสามารถแต่ความสามารถของนางก็ยังคงต่ำ ด้วยกำลังของแม่ทัพผู้นี้แล้วคงจะสามารถหาคนที่มีความสามารถมากกว่านางได้ง่ายดาย
เหตุใดคนผู้นี้จึงเลือกจะช่วยนางอีกนางไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าเค้าจะพูดว่าผลประโยชน์แต่นางกลับมองว่ามันไม่ใช่เรื่องนั้น
ความคิดของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้อยากจะคาดเดาแม้แต่นางเองก็ยังไม่รู้
“ ไปเถอะเจ้าค่ะข้าจะทำแผลให้ ” ซูฉีลุกขึ้นดึงแขนของแม่ทัพใหญ่กลับไปที่บ้านของตน
รอบรอบเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ภายในบ้านที่เสียหายจากการบุกรุกแสงจากตะเกียงส่องแสงสว่างไสว ผ้าสะอาดถูกพันทับบาดแผลของหวงเจียวลู่
ซูฉีตั้งอกตั้งใจในการทำแผลให้แม่ทัพผู้นี้ ถึงอย่างไรแล้วเขาก็บาดเจ็บเพราะนาง หวงเจียวลู่นั่งมองดูหญิงสาวผู้นี้ที่กำลังทำแผลให้ตนใต้แสงไฟ
“ นี่เจ้าน่ะ ”
เสียงเรียกของแม่ทัพหนุ่มดังขึ้น ซูฉีที่นั่งก้มหน้าอยู่เงยหน้ามอง เมื่อนางนั้นเงยหน้าขึ้นมาใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มผู้นั้นกลับใหญ่ขึ้น
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ใกล้นาง แววตาที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เค้าโครงหน้าที่หล่อเหลายามยื่นเข้ามาใกล้ๆทำให้นางใจเต้น
บุรุษผู้นี้เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ๆ หัวใจภายในอกของนางสั่นระรัว ในยามนี้นางมองกลับไปอย่างไม่กระพริบตา ภายใต้แสงไฟหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีใช้ดวงตาจ้องมองกันและกันยังไม่กระพริบ
ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงฝีเท้าด้านนอกวิ่งตรงเข้ามาพร้อมกับเสียงของทหารที่ดังขึ้น “ ท่านแม่ทัพแย่แล้วขอรับ!!!! ผู้คนจำนวนมากในเมืองกำลังเกิดโรคระบาด ”
เสียงของทหารที่วิ่งเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจ บรรยากาศในยามราตรีก่อนหน้านี้หายไปในทันทีทั้งซูฉีและแม่ทัพหวงหันมองอย่างรวดเร็ว ในยามนี้ภายในเมืองนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกแล้ว
จบบท