หลังจากที่ได้พูดคุยกับรัตติยาเสร็จเรียบร้อย ปัณรสก็นั่งทบทวนในคำพูดของเพื่อนเธอวนไปวนมา ั้แ่พ่อกับแม่เสียไป พี่ของเธอก็ก่อเื่มาตลอด แต่ในทุกๆ ครั้งก็เป็ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ซึ่งตัวเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก แต่ครั้งนี้นั้นมันหนักมากจริงๆ ไม่คิดเลยว่าตัวเธอจะต้องมาอุ้มท้องให้กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่ได้รัก ที่สำคัญเธอไม่เคยรู้จักเขาเลยแม้แต่นิด และถ้าเธอมีลูกให้กับเขาจริงๆ ตัวเธอจะยอมตัดใจยกลูกให้กับเขาได้จริงไหม แล้วถ้าให้ลูกเข้าไปเขาจะปล่อยเธอไปจริงหรือเปล่า มีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว และการมีอยู่ของเธอนั้น จะไปทำลายผู้หญิงที่เขาจะให้มาเป็แม่ของลูกหรือไม่ ยิ่งเขาเลือกที่จะจดทะเบียนสมรสกับเธอ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
ปัณรสนั่งคิดวนไปวนมาอยู่นาน เกี่ยวกับปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ พอมารู้ตัวอีกที ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทาบทับอยู่บนตัว
“คุณวายุ” ปัณรสละล่ำละลักถามคนที่อยู่บนร่างด้วยความตื่นใ กลิ่นเหล้าและกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ คละคลุ้งไปทั่วกายหนุ่มจนทำให้คนที่อยู่ใต้ร่างถึงกับมึนงง
“ใช่ผมเอง คิดว่าเป็ใครอย่างงั้นเหรอ” ธณายุตอบไปอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ปากก็จูบไล้ไปตามร่างกายอย่างมัวเมา แม้ว่าคนใต้ร่างจะพยายามป้องปัดเอาไว้ก็ตาม
“ฉันคิดว่าวันนี้คุณจะไม่กลับมาที่นี่”
“ที่นี่บ้านของผม ทำไมผมจะกลับมาไม่ได้”
“ก็เห็นว่าเมื่อวานคุณก็นอนที่โรงแรม ฉันก็เลยคิดว่าวันนี้คุณจะไม่กลับมาที่นี่”
“ผมจะนอนที่ไหนมันก็สิทธิ์ของผม ในเมื่อตอนนี้คุณมีหน้าที่ในการอุ้มท้องลูกของผม ก็ทำหน้าที่ของคุณไป และถ้าผม้าคุณตอนไหนเมื่อไหร่ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” ธณายุบอกกับคนตรงหน้าออกไปอย่างไม่พอใจ ก่อนที่มือหนาจะกระชากชุดสวยออกจากกายสาวอย่างรวดเร็ว ทำเหมือนว่ามันเกะกะเสียเต็มประดา
ลิ้นชื้นก็ลากไล้ไปตามคอระหงอย่างเร่าร้อน มือหนาก็เคล้นคลึงอกอวบด้วยความหลงใหล ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม้าเธอมากถึงขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อวานเขาก็ร่วมรักกับเธอเกือบจะทั้งคืน แทนที่วันนี้จะรู้สึกเบื่อหรือไม่้าเธออีก แต่เอาเข้าจริงความ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ แม้เขาจะพยายามดื่มให้เมามายเพื่อจะได้หลับ ไม่ต้องคิดถึงผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างนี้อีก แต่ไม่ว่าจะดื่มหนักมากแค่ไหนก็ไม่ทำให้เขาลดความ้าลงได้เลย
ถ้าบอกว่าเขาทำเพราะจำเป็ต้องทำ เพื่อให้เธอได้ตั้งท้องลูกของเขาโดยเร็วที่สุด แต่ทำไมความรู้สึกกับมากกว่าแค่การทำตามหน้าที่ ทั้งรสััทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่อยู่บนกายสาวกับยังคงตราตรึงไม่จางหายไปไหน ยิ่งได้ลิ้มลองยิ่ง้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคนที่กำลังเสพติดอะไรบางอย่างจนยากจะถอนตัว
ธณายุจ้องมองอกสวยก่อนที่จะก้มลงยอดอกอย่างเมามัน ทั้งดูดเม้มไล้เลียไปตามยอดทับทิมสีชมพูทั้งสองข้ามสลับกันไปมาอย่างหลงใหล มืออีกข้างก็ลูบไล้สำรวจร่างบางอย่างเบามือ ก่อนจะไล่ลงต่ำไปตามต้นขาสวย ปากชื้นก็ค่อยๆ ไล้ไปตามร่องหน้าท้องแบนราบ หยอกเย้าขบเม้มเบาๆ ตามแรงปรารถนา
ซึ่งการกระทำของคนตัวโต ก็ทำให้ร่างบางแทบจะหลอมละลาย เหมือนน้ำแข็งถูกความร้อนที่พร้อมจะละลายได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะััผ่านจุดไหนก็สร้างความเสียวซ่านรัญจวนใจอย่างควบคุมไม่ได้ ทุกการัักับเพิ่มความปรารถนาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนยากที่จะถอนตัว ทั้งที่เธอตั้งใจที่จะไม่เอาความรู้สึกมาลงเล่น กับเกมพิศวาสนี้ เธอแค่ทำทุกอย่างให้มันจบๆ ไปจะได้มีลูกให้กับเขาโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้อิสรภาพตามที่ใจ้า แม้จะแลกด้วยการสูญเสียเืเนื้อของตัวเองก็ตาม แต่เอาเข้าจริงเธอกับไม่สามารถสั่งให้ร่างกาย ทำในสิ่งที่ใจ้าได้เลย
ธณายุลากลิ้นชิ้นไปตามต้นขาอ่อนอย่างเมามัน ก่อนจะมาหยุดที่กุหลาบแสนงามที่เชิญชวนให้เขาได้เข้าไปสำรวจ ธณายุไม่รอช้าก้มลงไปลิ้มลองความสวยอย่างเร่าร้อน นิ้วเรียวก็ทำหน้าที่ซอกซอนค้นหาน้ำหวาน ไม่นานร่างบางก็กระตุกเก็งปลดปล่อยธารน้ำหวานออกมาให้เขาได้ดื่มกิน ชายหนุ่มไล้เลียน้ำหวานจนหมดทุกหยาดหยด แล้วลุกขึ้นสลัดชุดออกจากกายเหวี่ยงมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
ร่างสูงฟุบร่างก้มหาปากบางอีกครั้ง มอบจูบแสนเร่าร้อนให้กับปากนุ่มที่เผลอครวญครางออกมาด้วยความรัญจวนใจ มือหนาก็ทำหน้าที่สอดแทรกกายแกร่งเข้าไปในร่างอันคับแน่นอย่างช้าๆ เหมือนกลัวว่าถ้าเขาทำแรงจนเกินไปร่างบางจะแตกสลายไปก็ไม่ปาน
เมื่อเขาสอดแทรกตัวตนไปในกายสาวก็เริ่มขยับสะโพกช้าๆ ทุกจังหวะช้าเร็วที่เขาได้มอบให้กับสร้างความเสียวซ่านให้ทั้งสองได้อย่างมากมาย ธณายุขยับจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงทุ้มที่ครางออกมา ก่อนที่จะพลิกร่างบางขึ้นมานั่งบนตักโดยที่กายแกร่งยังสอดผสานกันอย่างแน่นแฝง ปากชื้นก้มลงััอกอวบอย่างเมามัน
ท่วงท่าที่ธณายุได้เปลี่ยนอย่างกะทันหันนั้นกับสร้างทั้งความเสียวซ่าน และตื่นใไปพร้อมๆ กัน ด้วยความที่อ่อนด้อยประสบการณ์จากมือชายใดมาก่อน ทำให้ปัณรสถึงกับสะดุ้งสุดตัวพยายามลุกออกจากตัวชายหนุ่มด้วยความอาย แต่มีหรือคนตัวโตจะยอมให้เธอได้ทำเช่นนั้น
“ขยับซิคนิ้ง”
ธณายุกระซิบบอกปัณรสด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า แต่ดูเหมือนร่างบางจะไม่ยอมทำตามที่เขา้าง่ายๆ มือหนาจับสะโพกมนเอาไว้ พร้อมกับนำพาร่างบางขยับเข้าออกช้าๆ สร้างความรัญจวนให้กับทั้งสองมิใช่น้อย
แต่ด้วยความเก้ๆ กังๆ ไม่ประสาของคนที่ขาดประสบการณ์ ทำให้ธนายุที่มีความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม เริ่มที่จะควบคุมความ้าที่มันเพิ่มสูงขึ้นไม่ได้ จึงเปลี่ยนให้ร่างบางนอนราบไปกับเตียงนอนแสนนุ่ม ในขณะที่เขาก็ขยับสะโพกรัวเร็วตามจังหวะพิศวาส จนในที่สุดก็พบดวงดาวที่พร่างพราวอยู่เต็มท้องฟ้า พร้อมกับเสียงครางยาว ปลดปล่อยธาราไปยังกายสาวจนหมดสิ้น
ปากชื้นก็ก้มลงจูบร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มหายใจหอบกระเซ้าอยู่ใต้ร่างอย่างอ่อนโยน สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดกันไปมาด้วยความหลงใหล ก่อนที่ธณายุจะฟุบตัวลงข้างกายสาวแล้วหลับไปทันที โดยที่มือยังโอบกอดร่างบางเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ลุกไปไหน
หลังจากที่ปัณรสตื่นนอนมา เธอก็ไม่พบคนตัวโตนอนอยู่ข้างๆ แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะเธอก็คาดหวังว่าจะ้าตื่นมาแล้วยังเห็นเขานอนอยู่แนบกาย เหมือนกับเป็คู่รักทั่วไปที่เขาทำกัน การที่เขาและเธอไม่ได้รู้สึกอะไรให้กัน การที่เสร็จกิจแล้วก็ต่างคนต่างไปก็ไม่ใช่เื่ที่แปลกอะไร
ปัณรสค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ เก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างๆ เตียงมาสวมใส่ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เตรียมที่จะเดินลงไปด้านล่าง เมื่อเธอมาถึงก็พบว่าแม่บ้านได้จัดเตรียมอาหารเช้าเอาไว้บนโต๊ะเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“คุณคนิ้งตื่นแล้วเหรอคะ จะรับอาหารเช้าเลยไหมคะ” บังอรเอ่ยถามหลังเห็นปัณรสเดินลงมาจากบนห้อง
“อ่ะ เอ่อ....” ปัณรสที่ไม่คุ้นชินกับการมีใครมาทำอะไรให้ ก็พูดตะกุกตะกักไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
“ไม่ต้องเกรงใจป้าหรอกค่ะ ในเมื่อคุณคนิ้งเป็คุณผู้หญิงของบ้าน ป้าก็ต้องดูแลเสมือนเป็เ้านายอีกคนหนึ่งอยู่แล้วค่ะ”
“จริงๆ ไม่ต้องดูแลคนิ้งก็ได้นะคะ อีกอย่างป้าอรไม่ต้องเรียกคุณคนิ้งก็ได้ เรียกแค่คนิ้งก็พอค่ะ”
“จะได้ยังไงคะ ป้าไม่กล้าตีตัวเสมอนายหรอกค่ะ”
“คนิ้งไม่ได้เป็นายอะไรหรอก เรียกคุณแล้วรู้สึกไม่คุ้นชินยังไงก็ไม่รู้”
“แหม่! คุณคนิ้งก็ว่าไป มีแต่ใครๆ ที่อยากจะเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้กันทั้งนั้น มีคุณคนแรกเลยนะคะที่บอกว่าไม่คุ้นชิน”
“คุณวายุมีคุณผู้หญิงเยอะเหรอคะ หรือว่าบ้านใหญ่เขามีลูกไม่ได้เลยต้องหาผู้หญิงมามีลูกให้” ปัณรสที่ได้ยินคำอธิบายของบังอร เธอก็อดที่จะถามเื่ที่ค้างคาอยู่ภายในใจไม่ได้ ถึงแม้เขาจะพาเธอไปจดทะเบียนสมรส เสมือนว่าเขาไม่เคยแต่งงานหรือเคยมีใครมาก่อน แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาถึง้าจะมีลูกมากถึงขนาดนี้ โดยที่ไม่สนใจว่าคนที่จะตั้งท้องให้เขานั้นจะเป็ใคร
“คุณคนิ้งพูดอะไรคะ มีแต่คุณคนิ้งคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะที่เป็บ้านใหญ่ ไอ้ที่ว่ามีแต่คนอยากจะเป็คุณผู้หญิงของบ้านเนี่ยป้าก็แค่เอ่ยถึงผู้หญิงทั่วไปเท่านั้นแหละค่ะ ไม่เกี่ยวกับคุณวายุ” บังอรอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “จะว่าไปั้แ่คุณวายุโตเป็หนุ่มมา ป้าก็ไม่เคยเห็นเขาพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยสักคนนะคะ คุณคนิ้งเป็คนแรกเลยที่ได้มาอยู่ในบ้านศิริกิจวัธรา แถมยังพามาอยู่ที่บ้านส่วนตัวที่คุณวายุหวงแหนอีกด้วย ซึ่งถ้าไม่สำคัญไม่มีทางได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้แน่”
“เป็ไปได้เหรอคะ”
“ป้าพูดจริงๆ นะคะ คุณวายุไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เลยสักคนเดียว”
ปัณรสนั่งฟังบังอรด้วยความประหลาดใจ เพราะหากเขาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาก่อน แล้วทำไมเขาถึง้าจะมีลูก ปัณรสทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจ ไม่ได้ถามอะไรบังอรออกมาอีก
หลังจากที่ปัณรสนั่งทานอาหารเช้าที่บังอรเตรียมมาให้เสร็จ ก็เดินสำรวจรอบๆ บริเวณบ้านแก้เบื่อ เพราะนอกจากนั่งดูมือถือและอ่านหนังสือที่มีอยู่ในบ้านแล้ว เธอก็แทบจะไม่มีอะไรทำเลย จะไปช่วยบังอรและแม่บ้านคนอื่นๆ ทำงานบ้าน พวกเขาก็ไม่ยอมให้เธอได้ทำอะไรสักอย่าง กว่าจะผ่านไปแต่ละวัน ก็ทำให้เธอแทบจะเหงาตาย จะโทรไปคุยกับรัตติยาแก้เบื่อ ก็เกรงว่าจะกวนเวลาทำงานของเพื่อน เธอจึงได้แต่เดินเตร่ๆ อยู่รอบบริเวณบ้านเท่านั้น
ระหว่างที่เดินเล่นได้สักพัก สายตาก็เหลือบไปเห็นศาลาเล็กๆ ที่บรรยากาศร่มรื่นอยู่บริเวณริมสระว่ายน้ำ เธอจึงตัดสินใจเดินไปนั่งที่นั่น พร้อมกับหยิบหนังสือที่ถือติดมือมานั่งอ่านเพื่อผ่อนคลาย จังหวะที่กำลังเปิดหนังสือหน้าที่อ่านค้างเอาไว้ สายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนเดินตรงมาหาเธอที่ศาลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งเธอจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็คนเดียวกับที่มาคุยกับแม่ของธณายุเมื่อวาน
“เป็ยังไงอยู่บ้านทั้งวันเบื่อบ้างไหม”
ปัณรสยกมือไหว้ผู้มาใหม่อย่างนอบน้อม หลังเห็นว่าศิริกาณเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมเอ่ยทักอย่างเป็มิตร
“คือ.....” จากคำถามที่ศิริกาณได้เอ่ยทักทายนั้น เธอไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไรดี อีกอย่างเธอก็ไม่รู้ว่าคนบ้านนี้แต่ละคนเป็คนแบบไหนกันแน่ ตอนนี้เธอจึงต้องเว้นระยะห่างจากคนพวกนี้จะดีที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่สร้างปัญหาไปมากกว่านี้ อีกอย่างทั้งธณายุและบังอรก็พยายามย้ำให้เธอได้ฟังั้แ่วันแรกที่เข้ามา ว่าไม่ควรไว้ใจใคร ซึ่งในตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่พออยู่ไปหลายๆ วันก็ทำให้เธอเข้าใจคนที่นี่มากขึ้น การพูดให้น้อยน่าจะเป็การดีกับเธอมากกว่า
“คงไม่แปลกหรอกที่จะเบื่อ เพราะหากใครได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ก็เป็เหมือนกับนกน้อยในกรงทองกันทุกคน จะกินจะนอน จะไปไหนมาไหนก็ต้องอยู่ในการควบคุม” ศิริกาณบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เราน่ะหัวอกเดียวกันเลยนะ ตอนที่ฉันมาอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ ก็เป็ผู้หญิงธรรมดาที่คุณณรงค์เดชพาเข้ามาเป็บ้านรอง ซึ่งในตอนแรกฉันก็ไม่เต็มใจที่จะมาอยู่ในสถานะนี้หรอกนะ แต่เพราะคุณณรงค์เดชรักและดูแลฉันเป็อย่างดี และฉันก็ท้องลูกชายของเขา ฉันจึงจำยอมมาอยู่กับเขา แม้ว่าสถานะจะเป็รองก็ตาม”
“.........” ปัณรสได้แต่ส่งยิ้มให้กับศิริกาณอย่างนอบน้อม ไม่ได้ออกความเห็นหรือตั้งคำถามแต่อย่างใด เพราะเธอไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้้าจะสื่ออะไร
“ว่าแต่คุณวายุพาหนู....เอ๊ะ! หนูชื่ออะไรนะฉันจำไม่ได้”
“คนิ้งค่ะ”
“เออ! คนิ้ง วันนั้นได้ยินคุณวายุแนะนำตัวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ว่าแหละอายุเริ่มจะเยอะแล้ว ความจำก็ไม่ค่อยจะดี” ศิริกาณรอยหน้ารอยตาบอกอย่างไม่ค่อยใส่ใจมากนัก “คุณวายุพาคนิ้งมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไรอย่างงั้นเหรอ เป็นางบำเรอหรือว่าตั้งใจว่าจะเป็เมียใหญ่ของบ้านศิริกิจวัชรา”
“ขอโทษนะคะ ผู้หญิงที่คุณวายุพาเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ ก็ต้องมาอยู่ในฐานะเมียใหญ่ ที่เข้ามาอย่างถูกซิคะ ส่วนนางบำเรอหรือว่าผู้หญิงชั่วคราวที่จ้องจะจับผู้ชายรวย คุณวายุไม่พาเข้าบ้านให้เสียเวลาหรอกค่ะ” บังอรที่เดินมาได้ยินการสนทนาของศิริกาณ และเ้านายใหม่อย่างปัณรส เธอก็อดที่จะเข้ามาแทรกไม่ได้ เพราะเธอคิดว่าเ้านายคนใหม่ของเธอ อาจจะยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดี และอีกอย่างเธอไม่อยากจะให้ปัณรสเข้าไปยุ่งวุ่นวายของผู้หญิงคนนี้ ขืนเข้าไปยุ่งอาจจะมีปัญหากับคุณนายใหญ่ได้
“นี่เ้านายเขาจะคุยกัน บ่าวอย่างเธอไม่ควรจะเข้ามาสาระแนนะ”
“ไม่สาระแนคงมิได้ค่ะ เพราะคุณวายุสั่งเอาไว้ ว่าถ้าใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับคุณคนิ้ง สามารถที่จะจัดการได้เลยตามสมควร ดังนั้นการที่คุณกาณเข้ามายุ่งวุ่นวายในเขตบ้านของคุณวายุ ฉันก็ต้องทำหน้าที่บ่าวให้มันดี มิฉะนั้นเ้านายจะหาว่าฉันบกพร่องในหน้าที่”
“พูดจาเหิมเกริม แกเป็แค่บ่าวรับใช้ ส่วนฉันเป็นายรองของบ้านหลังนี้ ฐานะแกกับฉันก็ต่างกันอย่างลิบลับ ยังจะกล้ามาวางท่ากำแหงใส่ฉันอีก”
“ฉันมิกล้ากำแหงกับคุณกาณหรอกค่ะ แต่ฉันฟังแค่คำสั่งคุณนายใหญ่กับคุณวายุเท่านั้น ซึ่งนายคนไหนที่ไม่ใช่สองคนนี้ฉันไม่สนใจหรอกนะคะ หากว่าร้ายมาฉันก็ไม่ไว้หน้าเช่นกัน ดังนั้นฉันว่าคุณกาณกลับไปเถอะค่ะ แล้วก็อย่ามารบกวนคุณคนิ้งที่นี่อีกน่าจะดีกว่า เพราะถ้าคุณวายุรู้ว่าคุณเข้ามาระรานคุณคนิ้ง คุณวายุก็คงจะไม่อยู่เฉยแน่”
“มันจะมากไปแล้วนะนังอร เป็แค่คนรับใช้ริอาจจะมาปากดีใส่เ้านายอย่างฉัน”
“ดิฉันมิกล้าปากดีหรอกค่ะ ฉันแค่ทำหน้าที่ปกป้องเ้านายสาวของฉันเท่านั้น”
“แหม่! ปกป้องกันดีจังเลยนะ ยังไม่ทันได้ตกแต่งกัน ไม่รู้ว่าจะได้มาเป็นายหญิงของบ้านนี้จริงหรือเปล่า หรือว่าจะได้เป็แค่นางบำเรอเท่านั้น”
“เื่นี้เป็เื่ของคุณวายุค่ะ ฉันเป็เพียงแค่บ่าวเ้านายสั่งอะไรก็แค่ทำตาม ส่วนจะมาเป็นายใหญ่ของบ้านหรือไม่นั้น ดูที่ทะเบียนสมรสก็น่าจะอธิบายได้อย่างชัดเจนนะคะ ถึงไม่ได้แต่ง แต่การพาไปจดทะเบียนก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่ก็ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้วค่ะ” บังอรบอกกับศิริกาณอย่างเป็ต่อ ยิ่งเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่พอใจ เธอก็ยิ่งสะใจอย่างบอกไม่ถูก
“ภูมิใจไปก่อนเถอะ ที่ได้เป็นายใหญ่ที่บ้านหลังนี้ เดี๋ยวพออยู่ไปอยู่มาเดี๋ยวก็รู้ว่าที่นี่ไม่ได้สุขสบายอย่างที่เธอคิด เพราะความสะดวกสบายมักแลกมาซึ่งความเ็ปเสมอ” ศิริกาณหันมาบอกกับปัณรสด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะเดินสะบัดออกจากบ้านไปด้วยความเกรี้ยวกราด
บังอรที่เห็นศิริกาณเดินสะบัดสะบิ้งออกไป เธอก็หันมาหาเ้านายสาวที่ยืนมองผู้มาใหม่เดินออกไปอย่างงงๆ
“ป้าขอเตือนอะไรเอาไว้อย่างนึงนะคะ หากว่าคุณคนิ้งอยู่ที่นี่จะต้องระวังตัวให้มาก โดยเฉพาะกับผู้หญิงคนนี้ หากหลีกเลี่ยงได้ก็อย่าไปสุงสิงหรือพูดคุยด้วยจะดีกว่า เพราะหากคุณนายใหญ่รู้เธออาจจะไม่พอใจมากก็ได้ และอีกอย่างนะคะ ที่บ้านนี้มีเ้านายเยอะ คนรับใช้ก็มีการแบ่งพักแบ่งพวก ดังนั้นนอกจากคุณคนิ้งจะต้องระวังพวกคุณๆ แล้ว คนรับใช้ก็ไว้ใจไม่ได้เช่นเดียวกัน”
“นอกจากคุณท่านแล้ว ยังมีเ้านายอีกหลายคนเหรอคะ” ปัณรสฟังคำเตือนจากบังอรแล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบ้านนี้ถึงมีเ้านายเยอะนัก
“บรรดาเมียๆ ของคุณณรงค์เดชนะคะ”
“ณรงค์เดช”
“อ้อ! คุณณรงค์เดชเป็พ่อของคุณวายุและก็นายใหญ่ของบ้านศิริกิจวัชรานะคะ แต่ตอนนี้ท่านได้เสียไปแล้ว” บังอรเห็นปัณรสถามย้ำอย่างงงๆ เธอก็รีบอธิบายให้เ้านายสาวได้ฟัง “ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านมีเมียหลายคน นอกจากคุณมนที่เป็บ้านใหญ่แล้วนั้น ก็มีคุณกาณที่เป็บ้านรองที่คุณท่านพาออกหน้าออกตาด้วย แล้วก็มีอีกสองสามคนที่เคยอยู่ที่บ้านหลังนี้ แต่พอคุณท่านเสียพวกเธอก็ออกจากที่นี่ไป และนอกจากบรรดาเมียๆ ของคุณท่านแล้วก็ยังมีลูกและหลานของคุณกาณด้วย บอกเลยว่าสองคนนี้ร้ายไม่ต่างกันเลยทั้งพ่อทั้งลูก”
“แล้วคุณวายุมีพี่น้องไหมคะ”
“มีค่ะ คุณวัตเป็พี่ชายพ่อแม่เดียวกับคุณวายุ แต่ตอนนี้เขาป่วยอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล”
“เป็อะไรเหรอคะ”
“เห็นทางแพทย์เขาบอกว่าถูกวางยานะคะ”
“วางยา”
“ใช่ค่ะ” บังอรตอบปัณรสไปตามจริง โดยไม่คิดจะปิดบัง “หลังจากคุณท่านเสียคุณวัตก็เข้ารับตำแหน่งประธานใหญ่ศิริกิจวัชรากรุ๊ป และได้มอบหมายให้ดูแลกิจการโรงแรมทั้งหมดในเครือต่อจากผู้เป็พ่อ และมีคุณวายุเป็รองประธาน ซึ่งการเข้ารับตำแหน่งนี้มีหลายคนที่ไม่ค่อยพอใจมากนัก แต่พอคุณวัตเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานก็ล้มป่วย หลายคนต่างก็พูดกันว่าเป็ฝีมือของคุณวายุ เพราะทุกคนรู้ดีว่าเื้ัคนที่ดูแลธุรกิจโรงแรม และธุรกิจของคุณท่านทั้งหมดเป็คุณวายุั้แ่แรกแล้ว ทำให้หลายคนชี้เป้ามาที่คุณวายุว่าเป็คนวางยา”
“แล้วคุณวายุทำจริงไหมคะ”
“ถ้าถามป้า ป้ามั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือคุณวายุแน่นอน ถึงแม้ว่าคุณวายุจะเป็คนนิ่งๆ พูดจาห้วนๆ แต่เขาไม่มีทางทำร้ายพี่ชายของตัวเองแน่ หากว่าเป็คนอื่นนะไม่แน่”