ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐี ยุค 70

    บทที่ 4 ขอสู้กลับบ้างนะ

    เห็นกลุ่มผู้หญิงเ๮๣่า๲ั้๲กำลังหัวเราะเยาะเธออย่างสนุกสนาน ภายในใจของต้าเหนิงก็รู้สึกโกรธมาก มือเล็กกำหมัดแน่น กำลังจะว่ากลับ ทว่าเธอก็เห็นจื่อหยวนที่อยู่ไม่ไกลวิ่งตรงมาที่นี่เสียก่อน

    “เหนิงเอ๋อร์ ผมบอกคุณว่าอย่างไร แฮ่กๆ รอผมกลับมาผมจะเอาเสื้อผ้ามาซักเองไงครับ”

    จื่อหยวนเอ่ยบอกพลางดันร่างบางขยับขึ้นไปบนฝั่ง เขาได้ยินผู้คนวิ่งไปบอกว่าแม่ไปหาเ๱ื่๵๹ภรรยาถึงที่บ้านอีกแล้ว พอวิ่งกลับไปที่บ้านก็ไม่พบแม้แต่เงา จื่อหยวนจึงวิ่งมาตามหาเธอที่นี่...กลุ่มผู้หญิงที่กำลังซักผ้าอยู่ เห็นจื่อหยวนมาช่วยต้าเหนิงซักผ้าก็เกิดความอิจฉาขึ้น

    ยุคนี้ผู้ชายเป็๞ใหญ่ งานบ้านงานเรือนจะเป็๞หน้าที่ของผู้หญิงทำซะส่วนใหญ่ ผู้ชายมีหน้าที่แค่ออกไปทำนาแลกแต้ม ผู้ชายที่แสนดีอย่างจื่อหยวนหายากนัก พวกเธอเห็นจื่อหยวนหอบกระบุงมาซักผ้าที่นี่เกือบทุกวัน พอวันนี้เห็นต้าเหนิงมาซักผ้าเองจึงคิดที่อยากจะแกล้ง

    “ดีจัง ขอบคุณมากนะคะ ฉันช่วยค่ะ เดี๋ยวคนแถวนี้จะหาว่า ฉัน-ไม่-ช่วย-งาน-สา-มี”

    ต้าเหนิงเน้นชัดถ้อยชัดคำ ชำเลืองตามองกลุ่มผู้หญิงเ๮๧่า๞ั้๞ เมื่อกี้แม่สามีกับพี่สะใภ้ก็มาหาเ๹ื่๪๫ถึงที่เรือนพวกเขาแล้ว ที่ไม่ยอมต่อปากต่อคำกลับเพราะเห็นว่าเป็๞แม่สามีหรอกนะ แต่เกิดมาหาเ๹ื่๪๫เธอถึงที่เรือนอีกเธอจะไม่ยอมอีกแน่

    “ไม่เป็๲ไรครับ ผมทำเอง คุณไปนั่งพักตรงนั้นรอผมก่อน” จื่อหยวนจับมือต้าเหนิงเดินไปนั่งพักใต้ต้นไม้เล็กๆ ที่อยู่ตรงนั้น

    เห็นสายตาของพวกเธอเ๮๧่า๞ั้๞มองมา ต้าเหนิงก็ผุดยิ้มที่มุมปาก ตอนนี้พวกเธอคงอิจฉาอยู่สินะ แต่น่าเสียดาย แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้นะจ๊ะ !

    นั่งรอจื่อหยวนไปได้สักพัก เขาก็ซักผ้าเสร็จเก็บใส่ไว้ในกระบุงเหมือนเดิม ต้าเหนิงรีบเดินไปจะช่วยจื่อหยวนอีกแรง ทว่ามีหญิงคนหนึ่งนั่งซักผ้าอยู่ตรงนั้นคิดที่จะแกล้งใช้แท่งไม้สกัดขาเธอไว้ โชคดีที่ต้าเหนิงระวังตัวไหวตัวทัน ทำทีจะล้มแล้วเตะผู้หญิงคนนั้นตกลงไปในน้ำ

    “กรี๊ดดดดดด ~ ต้าเหนิง! หล่อนตั้งใจถีบฉันตกน้ำ!” ผู้หญิงคนนั้นชี้นิ้วด่าต้าเหนิงด้วยความโกรธแค้น

    “อุ้ย ขอโทษด้วยนะ เธอเองไม่ใช่เหรอที่ใช้แท่งไม้มาสกัดขาฉันไว้น่ะ รับกรรมไปก็แล้วกันนะ”

    “กรี๊ดดดดดด ~ ต้าเหนิง! หล่อน!”

    “ไปกันเถอะค่ะคุณ” เธอหันไปควงแขนแกร่งเดินออกมาจากที่ตรงนั้น

    เพื่อนของผู้หญิงคนนั้นก็รีบลงไปช่วยขึ้นมา ต้าเหนิงหันกลับไปก่อนจะแลบลิ้นใส่ ที่เธอยอมไม่ได้แปลว่าจะไม่สู้คนนะ ครั้งเดียวเธอพอจะปล่อยผ่านได้ แต่นี่หาวิธีแกล้งเธอสารพัดจะต้องเอาคืนหน่อยแล้ว

    ระหว่างทางเดินกลับไปที่เรือน พวกเขาสองคนเดินผ่านทางป่าหนาพอดี ต้าเหนิงบอกกับจื่อหยวนว่าอยากจะไปหาเก็บผักมากิน ไม่อยากจะขัดใจภรรยา จื่อหยวนจึงพาเธอเดินลัดเลาะตามป่าเชิงเขามา ทันใดนั้น ดวงตากลมโตถึงกับลุกวาวด้วยความตื่นเต้น มีหมูป่าตัวหนึ่ง เขี้ยวยาวออกมาดูสวยงามมาก

    ต้าเหนิงฉุกคิดได้ว่า เขี้ยวหมูป่าสามารถนำไปขายเป็๞เงินได้ ส่วนเนื้อยังนำมากินได้อีก ยุคนี้หาเนื้อกินได้ยากมาก รัฐควบคุมแจกจ่ายจำกัด ถ้าเธอจับหมูป่าตัวนั้นได้ จะได้ทั้งเงินมีทั้งเนื้อไว้กิน

    “คุณค่ะ เห็นนั่นไหม หมูป่า” มือเล็กกระตุกเสื้อของจื่อ หยวนเบาๆ แล้วชี้นิ้วให้เขาดูหมูป่าที่กำลังกินอะไรสักอย่างที่อยู่ไม่ไกล

    “ครับ ทำไมเหรอครับ ? ” จื่อหยวนถามภรรยาด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเธอคิดที่จะทำอะไร ไม่คิดที่จะล่าหมูป่าหรอกนะ

    “คุณล่าหมูป่าเป็๲ไหมคะ ? เราจะจับหมูป่ากันค่ะ” ต้าเหนิงเอ่ยบอกด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเดินไปหาไม้ใหญ่มาไว้ทำเหมือนหอกล่าหมูป่า จื่อหยวนเห็นแบบนั้นรีบรั้งแขนของภรรยาไว้ทันที

    “เหนิงเอ๋อร์ มันอันตรายมากนะครับ หากเราได้หมูป่าตัวนี้กลับไป เกิดคนในหมู่บ้านรู้เข้า ...”

    “ไม่รู้หรอกค่ะ คุณก็อย่าไปบอกใครสิคะ” ใบหน้าเรียวสวยหันมองช้ายแลขวาดูว่ามีใครผ่านมาแถวนี้ไหม

    “ถ้าเราได้หมูป่าตัวนั้นมาเราจะขายได้เงินเยอะเลยนะคะ มีเนื้อไว้กินด้วย”

    “จริงเหรอครับ หมู่ป่าขายได้เงินเยอะจริงๆ เหรอครับ” จื่อ หยวนเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าหมูป่าจะขายได้เงินมากขนาดนั้น

    “ก็...ได้เยอะกว่าเงินที่คุณทำนามาทั้งปีแล้วกัน มา มาช่วยกันค่ะ”

    ต้าเหนิงช่วยถือกระบุงไปวางไว้ที่ลับตาคน แล้วหาหินเท่ากำมือให้จื่อหยวนไว้ใช้ปาใส่หัวหมู ส่วนเธอก็เดินไปหาไม้ยาวแหลมๆ ไว้ล่าหมู...กิริยาของต้าเหนิงทำให้จื่อหยวนอดขำไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นภรรยาน่ารักแบบนี้มาก่อน

    จื่อหยวนเคยออกล่าสัตว์กับพี่ชายมาก่อน แค่ล่าหมูป่าจึงไม่ยากเกินความสามารถของเขาเท่าไร ต้าเหนิงเดินอ้อมไปอีกฝั่งต้อนหมูป่าให้วิ่งไปทิศที่จื่อหยวนยืนอยู่ เห็นหมูป่าวิ่งมาก็รีบปาหินใส่ไม่ยั้งมือ ต้าเหนิงถึงกับอ้าปากค้าง สามีของเธอแข็งแรงจริงๆ เลย

    เธอรีบไปหักเอาใบไม้แถวนั้นมาห่อหมูป่าไปใส่ไว้ในกระบุง เห็นแววตาของเธอเป็๲ประกายมีความสุข จื่อหยวนก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ทั้งสองเดินกลับไปที่เรือนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเปี่ยมสุข

    “คุณ รอฉันแล่เนื้อเสร็จแล้วเอาไปขายกันนะคะ”

    “เราต้องนำหมูไปขายในอำเภอ ถ้าขายในหมู่บ้านหรือตำบลเกรงว่า ...”

    “ต้องนั่งเกวียนไปใช่ไหมคะ ต้องรอเกวียนนานไหมคะ ? ” เสียงใสเอ่ยถาม เพราะวันนี้ทั้งวันเธอมองหาเกวียนก็ไม่เห็นเลย

    “เดี๋ยวผมไปบอกลุงขับเกวียนให้ครับ ผมนำผ้าไปตากก่อนนะครับ”

    เธอพยักหน้าเบาๆ จากนั้นนำหมูป่าไปล้างน้ำนำกลับเข้ามาแล่ข้างใน เขี้ยวหมูป่าตัวนี้สวยจริงๆ พรุ่งนี้เธอจะขึ้นเขาหาสมุนไพรแล้วกัน เผื่อจะเจอเห็ดหรือสมุนไพรหายากที่พอจะนำมาขายต่อลมหายใจพวกเขาได้บ้าง