บทที่ 16 สุนัขดีไม่ขวางทาง
เซียวอวิ๋นทำหน้าบึ้งตึง ไม่พูดอะไรทั้งสิ้นแล้วเดินต่อไปข้างหน้า
จนกระทั่งเดินมาถึงตรงหน้าหยางซวีห่าว เซียวอวิ๋นจึงเอ่ยปากพูดว่า "หลีกทางหน่อย หลีกทางหน่อย สุนัขดีไม่ขวางทาง!"
หยางซวีห่าวได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป เอ่ยเสียงโกรธว่า "เ้าว่าอะไรนะ?"
"เ้าไม่มีหูหรืออย่างไร? ข้าพูดอะไรเ้าไม่ได้ยินหรือ? ยังต้องให้ข้าพูดซ้ำอีกครั้งหรือ?" เซียวอวิ๋นมองหยางซวีห่าวด้วยสีหน้างุนงง
"เ้าอยากตายหรือ?"
ปกติแล้วหยางซวีห่าวอยู่บนยอดเขาไพร์ได้รับการปฏิบัติราวกับดาวล้อมเดือน ที่ไหนจะมีคนกล้าพูดกับเขาเช่นนี้
เขายกมือขึ้นทันทีหมายจะตบหน้าเซียวอวิ๋น
เวินฉิงรีบเอ่ยเสียงเฉียบขาดว่า "ศิษย์พี่หยาง ท่านจะใช้ความได้เปรียบรังแกผู้น้อยหรือ? หากท่านอาจารย์ของข้ารู้เื่นี้เข้า ผลที่ตามมาท่านรับไม่ไหวแน่!"
มือของหยางซวีห่าวค้างอยู่กลางอากาศ
หากเวินฉิงจะต่อสู้กับเขา เขาไม่กลัวหรอก
แต่เวินฉิงอ้างถึงเหยียนชิงหุ่ยอาจารย์ของนาง เขาจะบอกว่าไม่กลัวก็คงเป็ไปไม่ได้
เหยียนชิงหุ่ยเป็คนที่ไม่เกรงใจแม้แต่เ้าสำนัก
ศิษย์สายตรงของเ้าสำนักก็ถูกทำให้ไร้ค่ามาแล้ว
หยางซวีห่าวไม่คิดว่าท่านพ่อของเขาจะมีหน้ามากกว่าเ้าสำนัก
การใช้กำลังคงไม่ได้ผล หยางซวีห่าวจึงเตรียมพูดด้วยเหตุผล
"ศิษย์น้องเวินฉิง เ้าได้ยินสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่หรือไม่? ข้าทำเช่นนี้แทนอาจารย์เหยียนเพื่อสั่งสอนเขาเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำให้ยอดเขาไผ่รำพันเสื่อมเสียในอนาคต"
เวินฉิงกล่าวเสียงเ็า "ศิษย์ของยอดเขาไผ่รำพันจะได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์ของพวกเราเอง ไม่จำเป็ต้องให้ศิษย์จากยอดเขาไพร์มายุ่ง! หรือว่าศิษย์ของยอดเขาไพร์สามารถสั่งสอนศิษย์ของยอดเขาไผ่รำพันของพวกข้าได้แล้ว!"
"ข้าไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นแน่นอน ศิษย์น้องเวินฉิงอย่าได้บิดเบือนความจริง!"
หยางซวีห่าวทำหน้าบึ้งแล้วกล่าวต่อ "บรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็พยานให้ข้าได้ ข้ายืนอยู่ตรงนี้อย่างสงบ เขาพุ่งออกมาด่าทอข้าอย่างกะทันหัน ข้าก็นับว่าเป็ศิษย์พี่ของเขา พฤติกรรมเช่นนี้ของเขา ข้าจะไม่สามารถลงมือสั่งสอนเขาได้เลยหรือ?"
หยางซวีห่าวพูดอย่างมีเหตุผล เวินฉิงจึงไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไรในทันที
ไม่ว่าอย่างไร หยางซวีห่าวก็นับว่าเป็ศิษย์พี่ร่วมสำนัก เซียวอวิ๋นด่าเขาว่าเป็สุนัขนั้นไม่ถูกต้องจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าเวินฉิงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว หยางซวีห่าวก็ยกมือขึ้นจะตี
เซียวอวิ๋นรีบพูดว่า "รอก่อน ข้าไม่ได้ด่าเ้านะ ข้าได้เอ่ยชื่อเ้าหรือ? ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้าชื่ออะไร"
"ข้าพูดแค่ว่าสุนัขดีไม่ขวางทาง ทำไมเ้าต้องเอาตัวเข้าไปแทนด้วยเล่า!"
"เ้ายังจะแก้ตัวอีกหรือ? ผิดซ้ำสอง!" หยางซวีห่าวพูดพลางตวัดฝ่ามือใส่แก้มของเซียวอวิ๋น
เวินฉิงตกตะลึงชั่วขณะ พอคิดจะห้ามก็สายเสียแล้ว
เซียวอวิ๋นไม่ยอมยืนนิ่งให้ถูกตีแน่
เมื่อเห็นฝ่ามือนั้นกำลังจะฟาดลงบนใบหน้า ทันใดนั้นท่วงท่าของวิชาหมัดวารีทลายหินก็แวบเข้ามาในหัวของเซียวอวิ๋น
ร่างกายของเขาใช้ท่านั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว
พลังอ่อนนุ่มดุจสายน้ำแผ่ออกจากร่างของเซียวอวิ๋น เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นก็รับฝ่ามือของหยางซวีห่าวไว้ได้อย่างมั่นคง
ทันใดนั้น เซียวอวิ๋นก็ฉวยโอกาสคว้าข้อมือของเขาไว้ แล้วออกแรงดึงอย่างแรง ร่างของหยางซวีห่าวก็เสียหลักในทันที ถูกเซียวอวิ๋นสลัดกระเด็นออกไป
หยางซวีห่าวพลิกตัวกลางอากาศแล้วลงสู่พื้นอย่างสง่างาม
แม้ท่าทางของเขาจะดูสง่างามเพียงใด แต่การถูกเซียวอวิ๋นเหวี่ยงออกไปก็นับว่าพ่ายแพ้แล้ว!
เขาเป็ศิษย์สายตรงแห่งยอดเขาไพร์ แต่กลับต่อสู้กับศิษย์ใหม่ที่เป็รากฐานิญญาผสม จนถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป!
แม้ว่าเขาจะทำการหมุนตัวกลางอากาศสามร้อยหกสิบองศา พร้อมกับตีลังกากลับหลังสามรอบครึ่ง ซึ่งเป็ท่าที่มีระดับความยากถึงหนึ่งร้อยคะแนน ก็ไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่าเขาถูกศิษย์ใหม่เหวี่ยงกระเด็นออกไปได้!
เซียวอวิ๋นมองดูมือทั้งสองข้างของตนเองด้วยความประหลาดใจ วิชาหมัดวารีทลายหินนี้นี่มันสุดยอดจริง ๆ!
คล้ายกับมวยไทเก็กบนโลกมนุษย์ ทั้งคู่เป็ศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ความนุ่มนวลเอาชนะความแข็งแกร่ง
เพียงแต่วิชาหมัดวารีทลายหินมีท่าทางที่รุนแรงและแข็งแกร่งมากกว่ามวยไทเก็ก!
เซียวอวิ๋นใช้ท่าแรกได้สำเร็จ จึงกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "ศิษย์พี่ โลกนี้ช่างงดงามนัก แต่เหตุใดท่านจึงหงุดหงิดเช่นนี้ มันไม่ดีเลย ไม่ดีเลย..."
บรรดาศิษย์ของสำนักกระบี่ิญญาที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบ ๆ ได้ยินคำพูดของเซียวอวิ๋น ต่างก็พยายามกลั้นหัวเราะไว้ไม่ให้หลุดออกมา แต่ละคนกลั้นหัวเราะจนใบหน้าแดงก่ำ
ส่วนเวินฉิงนั้นอดไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
ความแค้นที่นางถูกหยางซวีห่าวแกล้งเมื่อวานนั้น ได้ระบายออกไปเกือบหมดแล้ว
เวินฉิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนบังหน้าเซียวอวิ๋นแล้วกล่าวว่า "ศิษย์พี่หยาง ศิษย์น้องของข้าเพิ่งเข้าร่วมยอดเขาไผ่รำพันได้ไม่นาน นิสัยซุกซนไม่รู้กฎระเบียบ ข้าจะกลับไปให้อาจารย์สั่งสอนเขาเอง เื่ของเขาไม่ต้องให้ท่านลำบากใจแล้ว"
"เมื่อครู่ศิษย์พี่ก็ได้ลงมือแล้ว ได้ระบายอารมณ์แล้ว หากยังรู้สึกไม่พอใจ อยากหาคนมาประลองฝีมือ ก็ขอให้เวินฉิงได้รับคำสั่งสอนจากศิษย์พี่หยางเถิด"
หยางซวีห่าวแอบแค้นใจตัวเองที่ประมาทเกินไป
เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็เพียงรากฐานิญญาผสมจึงไม่ได้ใส่ใจ
เมื่อครู่ที่ลงมือไปนั้นเพียงแค่้าสั่งสอนเท่านั้น ไม่คิดว่าจะถูกรากฐานิญญาผสมเหวี่ยงกระเด็นออกไปเสียได้
ล่าห่านมาทั้งชีวิต วันนี้กลับถูกห่านจิกตาเสียได้
ช่างเป็การเสียหน้าที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย!
บัดนี้มีคนมุงดูอยู่มากมาย หยางซวีห่าวลงมือครั้งเดียวก็ไม่สามารถเอาชนะเซียวอวิ๋นได้ จะเอาหน้าที่ไหนลงมือเป็ครั้งที่สองอีกเล่า
หากต้องเปิดศึกกับเวินฉิง ถ้าชนะก็ยังดี แต่หากแพ้ วันนี้เขาคงต้องขายหน้าอย่างสิ้นเชิง!
ถึงแม้จะชนะ แต่หากเวินฉิงได้รับาเ็สาหัส
ด้วยนิสัยของอาจารย์เหยียนชิงหุ่ย เมื่อกลับมาคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่
เมื่อคิดได้ดังนี้ หยางซวีห่าวจึงกลืนความโกรธลงคอ ในใจก็มีแผนการแล้ว
หยางซวีห่าวหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า "ข้าเพียงแค่้าขู่ศิษย์น้องผู้นี้เท่านั้น ไม่คิดว่าเขาจะลงมือกับข้าเสียเอง!"
"ดีๆๆ! สมแล้วที่เป็ศิษย์ของยอดเขาไผ่รำพัน เื่นี้จะจบแค่นี้ไม่ได้ เมื่อข้ากลับไป จะต้องรายงานเื่นี้ต่อท่านเ้าสำนัก ข้าอยากรู้นักว่าท่านอาจารย์เหยียนจะปกป้องพวกเ้าได้อย่างไร!"
สีหน้าของเวินฉิงเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าหยางซวีห่าวจะกลับดำเป็ขาวเช่นนี้
หยางซวีห่าวมีระดับพลังขอบเขตจินตาน แม้จะแค่ลงมือเล็กน้อยก็มีพลังพันชั่ง
ถ้าเซียวอวิ๋นไม่ใช่คนที่พึ่งเข้าสำนัก ถ้าโดนเข้าไปเต็ม ๆ เซียวอวิ๋นต้องนอนบนเตียงอย่างน้อยสิบวันหรือครึ่งเดือนเป็แน่!
แต่ผลคือเขาลงมือไม่สำเร็จ ทั้งยังถูกเซียวอวิ๋นใช้วิชาป้องกันไว้ได้ แล้วยังหน้าด้านพูดแบบนี้อีก!
ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!
ภาพลักษณ์ของหยางซวีห่าวในใจของเวินฉิงตกต่ำลงเรื่อย ๆ!
แน่นอนว่าเวินฉิงไม่ยอมให้หยางซวีห่าวใส่ร้าย และไม่อยากสร้างปัญหาให้กับอาจารย์ของตนเองด้วย
นางจึงโต้แย้งทันทีว่า "คำพูดของศิษย์พี่หยางช่างไม่เหมาะสมกับสถานะเสียเลย"
"ความจริงเป็อย่างไร ในใจของท่านย่อมรู้ดีที่สุด การกลับดำเป็ขาวเช่นนี้ ท่านไม่กลัวว่าเหล่าศิษย์น้องจะหัวเราะเยาะหรือ?"
หยางซวีห่าวหัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า "ข้ากลับดำเป็ขาวรึ? ศิษย์น้องเวินฉิง ทุกคนต่างเห็นกับตาชัดเจน ข้าไม่ได้ทำร้ายศิษย์น้องผู้นี้แม้แต่น้อย กลับเป็ข้าที่ถูกเขาเหวี่ยงกระเด็นออกไป นี่ไม่ใช่ความจริงหรือ?"
"เ้าคงไม่คิดว่าข้าที่อยู่ในขอบเขตจินตานจะถูกศิษย์ใหม่เหวี่ยงจนกระเด็นออกไปกระมัง?"
"ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ใหม่ผู้นี้ยังเป็เพียงรากฐานิญญาผสมอีกด้วย!"
"หากไม่ใช่เพราะข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขา และไม่ได้ระวังตัว จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะหลงกลของเขา?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหยางซวีห่าว ทุกคนต่างพากันพยักหน้า
เขาคิดในใจว่าไม่เลว
ศิษย์พี่หยางเป็หนึ่งในสี่ศิษย์อัจฉริยะแห่งสำนักกระบี่ิญญา หากไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเขาจริง ๆ แล้ว เพียงแค่รากฐานิญญาผสม จะสามารถเหวี่ยงศิษย์พี่หยางกระเด็นออกไปได้อย่างไรกัน!