'ต้องรีบกลับเข้ายานแล้ว'
ตั๊กแตนตำข้าวกับลูกไฟสีฟ้าคิดเหมือนกัน เพราะอย่างไรก็ขจัดเ้าตะขาบั์ที่มาเกาะแกะยานได้แล้ว กลับเข้ามาในยานอันแสนปลอดภัยยังดีกว่าไปเสี่ยงชีวิตข้างนอกนั่น จึงรีบหลบเลี่ยงอันตรายทันทีโดยการกลับเข้าไปในยาน อย่างไรก็คงไม่สามารถทำการปล้นได้หากไร้อุปกรณ์ติดตัว
"จะว่าไปมันรู้ได้ไงว่าเราอยู่ที่นี่ ไม่ควรจะมีใครรู้นี่นา บริเวณนี้ไม่ใช่ทางที่ยานขนาดใหญ่จะขับผ่านด้วย" ตั๊กแตนตำข้าวสงสัย
"..." ลูกไฟสีฟ้าเงียบไป
"เรารู้หมดแล้วว่าพวกแกทำอะไร พวกแกขายเด็กผ่านเปซบุ๊ก ทั้งยังเยาะเย้ยด้วยการลงภาพประกอบและเช็กอินภายใต้แอคเคาท์ลูกไฟสีฟ้าสุดฮอต ยอมแพ้ซะดีๆ" เสียงนี้ดังมาจากยานอาสาสมัคร
ตั๊กแตนตำข้าวหันไปมองหน้าลูกไฟสีฟ้าทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หากอีกฝ่ายทำอย่างที่กองกำลังปริศนาพูดไปจริงๆ นั่นหมายความว่าข้อมูลสินค้าลับชิ้นนี้หลุดเข้าไปในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลแล้ว แทบทุกสิ่งมีชีวิตในจักรวาลมีโอกาสเห็นโพสต์ที่บ่งบอกถึงการทำสิ่งผิดกฎหมายอวกาศนี้ได้หมด และอาจทำให้เกิดเื่ใหญ่ได้ เช่น ยานอาสาสมัครข้างนอกนั่น
"ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ละก็ เราก็ควรคิดนอกกรอบไม่ใช่รึไง...เช่นเอาไปขายให้คนอื่นไงเล่า! ไอ้นักวิทยาศาสตร์รวยๆ นั่นไม่ต้องขายให้มันหรอก! เื่มากนัก! ชอบแต่สินค้าที่ตายแล้ว! ทำไมเราไม่ขายทั้งที่ยังมีชีวิตเล่า! ง่ายกว่ากันเยอะ!"
ตั๊กแตนตำข้าวเอาขาหน้าก่ายหน้าผากเมื่ออีกฝ่ายยอมรับและโมโหไปในเวลาเดียวกัน
"งั้นต้องย้ายถิ่นกันแล้ว...แล้วทางนั้นเป็ไงบ้าง" ตั๊กแตนตำข้าวปล่อยวางแล้วพูดกับต้นบอนไซที่อยู่อีกฟากของยานผ่านอุปกรณ์สื่อสารระยะไกล
"ไม่ดีเลย คืนนี้หลับปุ๋ยไม่ลงแน่" ต้นบอนไซกล่าวสั้นๆ
ตั๊กแตนตำข้าวไม่ค่อยได้ยินคำพูดเช่นนี้จากอีกฝ่ายเลย ต้นบอนไซมักมีวิธีดีๆ สำหรับจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินเสมอ นั่นหมายความว่าตอนนี้ทุกตัวตกอยู่ในความลำบากครั้งยิ่งใหญ่แล้ว...สาเหตุย่อมมาจากสินค้าเพียงชิ้นเดียว
"เอาล่ะ ปล้นกัน" คราวนี้ตั๊กแตนตำข้าวหันมาพูดกับลูกไฟสีฟ้า นั่นคือสัญญาณบ่งบอกให้เตรียมพร้อม
กรงกระจก
ไซบอร์กมองภาพัน้อยโดนตรึงไม่วางตา ขณะนั้นข้างๆ กรงกระจกมีหลุมดำที่พร้อมดูดทั้งกรงเข้าไป เผื่ออีกฝ่ายอยากอาละวาดหรือหลบหนี ซึ่งไม่ใช่เื่ดีเลยที่จะดูดยูฟี่เข้าไปอีกครั้ง นั่นย่อมหมายความว่าตัวเขาไม่สามารถจัดการเื่ตรงหน้าให้เรียบร้อยได้ เหมือนกำลังหนีปัญหา
ผู้ลักพาตัวมามองสินค้าอยู่นอกกรงกระจกโดยการบินวนไป แต่ไม่ได้ทำอย่างเสียเวลาเลยสักนิด เขากำลังตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างในกรงกระจกเพื่อวิเคราะห์ความเป็ไปได้ต่างๆ เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เลวร้ายนี้อยู่ ซึ่งยากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
"พบสารพิษที่ตรงกับองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตขนาดั์นอกยาน ทั้งยังเชื่อมต่อกันคล้ายเครือข่ายสื่อสาร คาดว่าอาจเป็สาเหตุที่ทำให้สิ่งมีชีวิตนี้เข้ามาโจมตีโดยไม่หลับปุ๋ย"
ต้นบอนไซไม่รู้เลยว่าฟองสบู่ของัน้อยปนเปื้อนพิษตะขาบ พอทำฟองสบู่แตกก็ไม่ทำความสะอาดให้เรียบร้อย พิษจึงยังตกค้างอยู่ในกรงกระจก ทว่ากว่าจะกำจัดทิ้งก็สายไปเสียแล้ว เ้าตะขาบั์ตามหายูฟี่จนเจอตามใจหวัง
ตูม!
ขณะนั้นยูฟี่ยังนิ่งโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จู่ๆ เขี้ยวสีขาวก็แทงทะลุเข้ามาในยานได้อย่างง่ายดาย มันเป็เขี้ยวของตะขาบผู้ไม่ยอมแพ้แม้โดนตั๊กแตนตำข้าวเตะกระเด็นไปไกล โดยเป้าหมายคือส่วนท้ายของยานหรือสถานที่กักเก็บสินค้านั่นเอง ต้นบอนไซคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่ามันต้องมาทางนี้
"หลับปุ๋ยต่อไป หลับปุ๋ยต่อไป หลับปุ๋ยต่อไป หลับปุ๋ยต่อไป"
ต้นบอนไซพูดซ้ำๆ เพราะกำลังสั่งการระบบในยานหลายๆ อย่างพร้อมกันจนรวน มันกำลังเปิดระบบคุ้มกันยานและอาวุธนานาชนิด ทั้งยังต้องย้ายกรงกระจกไปที่อื่นด้วย เพราะพอเดาได้ว่าเป้าหมายของเ้าตะขาบคือยูฟี่อย่างแน่นอน
"ผมมาแก้แค้นที่คุณทำเขี้ยวผมหัก! ออกมาซะดีๆ อย่าให้ผมต้องโมโหมากกว่านี้เลย"
เ้าตะขาบั์ค่อยๆ เคลื่อนหัวเข้ามาในยานแล้วมองหาศัตรู มันมีเขี้ยวงอกมาใหม่ซึ่งใหญ่และยาวกว่าเดิม พร้อมจะแทงฟองสบู่หรือกระทั่งทั้งยานให้แตกได้เลย...ตอนนี้กรงกระจกว่างเปล่า ไร้ซึ่งัน้อยที่อีกฝ่ายกำลังตามหา
ต้นบอนไซบนกระถางติดปีกนั้นกำลังหิ้วตัวัน้อยไว้ข้างใต้ หากบินไปไหนก็อยู่กับตัวเสมอ อาจจะไม่เร็วเท่าลูกไฟสีฟ้าหรือตั๊กแตนตำข้าวก็จริง แต่อย่างไรก็ไม่ช้าไปกว่าตะขาบตรงหน้าแน่นอน จึงไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะหายไป สิ่งที่ควรกังวลคือการกำจัดอีกฝ่ายมากกว่า
เพล้ง!
กรงกระจกพุ่งเข้าไปชนส่วนหน้าของตะขาบเต็มๆ จนแตกกระจาย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่มันควรโดน อาวุธหลายชนิดเดินทางมาถึงส่วนท้ายของยานแล้ว ความรุนแรงของอาวุธเ่าั้แตกต่างจากการโดนกระจกพุ่งชนลิบลับ
ตาข่ายสายฟ้า หอกเคลือบยาสลบ ปืนกลสำหรับเจาะเกราะโดยเฉพาะ ปืนเลเซอร์ เครื่องสร้างแสงอาทิตย์จำลอง และกองทัพหุ่นยนต์กำลังทำงานอย่างแข็งขัน อาวุธเหล่านี้รายล้ะขาบั์ไปทั่ว ต้นบอนไซคิดกำจัดมันตรงนี้มากกว่าถ่วงเวลาเอาไว้
"กระจอกน่า! มันเทียบไม่ได้เลยกับที่คุณทำกับผมไว้!" เ้าตะขาบั์ะโออกมาพร้อมสะบัดตาข่ายสายฟ้าและเหล่าหุ่นยนต์ออกไปให้พ้นทาง มันคิดว่านี่คือการรับมือของัน้อยทั้งที่ต้นบอนไซเป็ตัวการ
บัดนี้มันยังไม่เห็นด้วยซ้ำว่ายูฟี่อยู่ไหน สิ่งที่เ้าตะขาบั์จำได้มีแค่ฟองสบู่แสนแข็งแกร่ง แต่บริเวณนี้ไม่มีวี่แววความแข็งแรงที่เคยััได้เลย ที่นี่ช่างเปราะบางเหลือเกิน นั่นเป็การดูถูกไซบอร์กที่คุมยานลำนี้เป็อย่างมาก
"ที่นี่จะเป็หลุมให้แกหลับปุ๋ยตลอดไปเอง...ะเิหลับปุ๋ยพร้อมแล้ว"
ต้นบอนไซเทเลพอร์ตไปจากส่วนท้ายของยานทันที...มันเกิดขึ้นพร้อมกับการทำงานของะเิ
ส่วนหัวของยาน
"เหมือนเดิมนะ ส่งฉันไปห้องเครื่องยนต์ ส่วนนายไปห้องกัปตัน"
ตั๊กแตนตำข้าวเตรียมโดนเทเลพอร์ตเข้าไปในยานขนาดั์ที่คาดว่าเป็ศัตรูกันแล้ว ทั้งคู่มักทำเช่นนี้มาโดยตลอดหากต้องปล้น เพราะไม่จำเป็จ้องฝ่าระบบรักษาความปลอดภัยอันแสนแ่าเข้าไปเลย...การเทเลพอร์ตคือทักษะที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ต่างดาวทั่วไป
"โอ๊ะๆ พูดภาษาสากลที่ใช้กันแพร่หลายด้วยแฮะ ไม่คูลเลยอะ ไม่มีภาษาสำหรับกองโจรเลยเหรอ" น้ำเสียงของเด็กหนุ่มบ่งบอกถึงความผิดหวัง
ผู้ก่อการร้ายทั้งสองหันไปหาต้นเสียงทันที ปรากฏให้เห็นมนุษย์เพศชายยืนอยู่ใกล้ๆ โดยไม่รู้ตัวเลย ทำให้ทั้งใและสงสัยว่าเขาเข้ามาในยานได้อย่างไร ทั้งยังยืนยิ้มหน้าระรื่นราวกำลังดีใจที่จะได้พบคนสำคัญของตน
ศักรินทร์ผู้เป็วิศวกรย่อมสามารถรู้ว่าจุดใดของยานฝ่ายตรงข้ามคือประตู จึงสามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเข้ามาทันทีเลยด้วยซ้ำโดยไม่มีแผนใดๆ นั่นทำให้ตั๊กแตนตำข้าวกับลูกไฟสีฟ้าคิดไม่ถึงและเตรียมพร้อมเลย
"ยินดีต้อนรับนะครับฮีโร่...หยามเกินไปแล้วเฟ้ย! อย่าคิดว่าได้พูดประโยคเท่ๆ แล้วจะรอดกลับไปเลย!" ลูกไฟสีฟ้าเป็ตัวแรกที่โวยวายและคิดกำจัดผู้บุกรุกเสีย
ลูกไฟสีฟ้าพยายามใช้พลังจิตควบคุมสมองของเด็กหนุ่มโดยคิดง่ายๆ ว่าคงจบในไม่นาน ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อพบความในใจของศักรินทร์ มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรมีเลย...อันที่จริงไม่ควรมีตัวตนอยู่ในจักรวาลแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ
"สัปดน...ลามก...ขยะแขยง...น่ากลัว...เกินไปแล้ว...มีแต่คำว่า*** *** *** *** *** ***แล้วก็***ในหัว พระเ้าปล่อยคนพรรค์นี้เกิดมาได้ยังไงกัน! พระเ้าาาา! ส่งกูกลับเข้าท้องแม่ที! ไม่อยากเกิดมาแล้ว แงงงงงงงง!" ผู้ที่คิดทำร้ายเด็กหนุ่มนั้นกลับโดนเล่นงานเสียเอง
ตั๊กแตนตำข้าวเห็นเพื่อนบินว่อนไปทั่วคล้ายกำลังสติแตกก็ใ เพราะลูกไฟสีฟ้าคือหนึ่งในผู้มีพลังจิตอันแข็งแกร่งที่สุด แต่กลับกำลังบ้าโดยความคิดของเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวงั้นหรือ? นั่นทำให้ต้องประเมินกองกำลังปริศนาใหม่อีกครั้ง
'ถึงพลังจิตของเขาจะแข็งแกร่ง แต่ภายนอกก็ดูอ่อนแอ ยังไงก็ตามความเร็วของฉันไม่ทันหรอก!' ตั๊กแตนตำข้าวคิดอย่างมั่นใจ
ฉัวะ
ทันทีที่คิดได้ ตั๊กแตนตัวจ้อยก็พุ่งเข้าไปแทงอวัยวะสำคัญหรือหัวใจด้วยขาหน้าทันที มันเป็การโจมตีที่รวดเร็วและเด็ดขาด ไร้ความปรานีเหมือนอย่างเคย ทว่าแทนที่ผลลัพธ์ควรจะเป็เหมือนอย่างเคยด้วยกลับ...ไร้ผล เด็กหนุ่มยืนนิ่งราวกับว่าการโจมตีนั้นไม่สามารถทำอะไรได้
"หน่านิ!?" มันใเหมือนลูกไฟสีฟ้าไม่ผิดเพี้ยน
ขาหน้าของตั๊กแตนตำข้าวนั้นติดแน่นกับเสื้อผ้าของศักรินทร์ หากจะแทงให้ลึกลงไปอีกคาดว่าจะเจอสิ่งที่ไม่คาดฝัน จึงดึงกลับมาและถอยไปตั้งหลักห่างๆ ก่อน ซึ่งหากสังเกตให้ดี เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มนั้นคลับคล้ายกับเส้นใยอันมาจากศัตรูตัวร้ายในอดีตเลย
เสื้อผ้าของเขาทำมาจากเส้นใยแมงมุมอันเหนียวแน่นที่สุด
"ถึงผมจะไม่ค่อยชอบที่คุณพายานวาร์ปมาที่นี่ก็เถอะ แต่ตรงนี้ปล่อยให้ผมจัดการเอง ส่วนคุณก็ไปช่วยเด็กๆ เ่าั้เลย"
แมงมุมั์หรือกัปตันของยานอาสาสมัครโผล่ออกมาจากเงามืดหลังพูดจบ มันเข้ามาในนี้พร้อมศักรินทร์ั้แ่แรก เพราะการช่วยเหลือจากเส้นใยที่นำมาใช้สร้างเสื้อผ้านี้เอง ทำให้เด็กหนุ่มสามารถหายใจในอวกาศและลอบเข้ายานมาได้
อย่างไรศักรินทร์ก็ไม่อยากสู้กับใครอยู่แล้ว เขามาที่นี่เพื่อช่วยเหลือยูฟี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
"สุดที่รัก เอ๊ย! เด็กๆ ที่น่าสงสารเอ๋ย! อยู่ที่ไหนกัน! ผมหาช่วยแล้วนะครับ! เราจะรอดไปด้วยกัน! ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ตาม! ผมก็จะไปหาให้ได้! รอก่อนน้าาาา!!"
เด็กหนุ่มวิ่งออกไปจากห้องนั้นทันทีพร้ะโกนโหวกเหวก ทั้งที่ควรจะมีเหตุการณ์เลวร้ายเพียงแค่นี้ สัญชาตญาณของผู้ก่อการร้ายมานับไม่ถ้วนกลับรู้สึกประหลาด...และมันก็เกิดขึ้นเหมือนนัดกันมา
ตูม!
ทั้งยานสั่นะเืเพราะแรงะเิปริศนา ทำให้ตั๊กแตนตำข้าวคิดหนัก เพราะตอนนี้ลูกไฟสีฟ้าเสียสติ ต้นบอนไซยุ่งอยู่กับสินค้า มียานขนาดั์เข้าประชิด ทั้งยังเจอแมงมุมหรือศัตรูตามธรรมชาติอีก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบกับภัยรอบด้านก็จริง แต่ใช่ว่าจะผ่านอุปสรรคเ่าั้มาได้ง่ายๆ
"เฮ้อ ฉันคือตั๊กแตนตำข้าวตัวเดียวที่ฆ่าตัวเมียหลังผสมพันธุ์ได้นะเฟ้ย ฉันแกร่งที่สุดแล้ว แค่แมงมุมอย่างแกน่ะ...อย่ามาขวางทางเลย ฉันรีบ"
(สาระ : ตั๊กแตนตำข้าวตัวเมียจะกินตัวผู้เข้าไปหลังผสมพันธุ์ เพราะต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการผลิตไข่)
กระนั้นแมงมุมั์ก็ไม่หนีไปไหน เพราะได้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายคือผู้ก่อการร้ายที่ตำรวจอวกาศ้าตัว อีกทั้งพวกนี้ยังเป็สาเหตุที่ทำให้หลายเผ่าพันธุ์ต้องสูญพันธุ์หรือไม่มีที่อยู่ นับว่าเป็ตัวอันตรายที่ควรกำจัดอย่างยิ่ง
"ใครที่ไม่เคารพเมีย ไม่มีทางเจริญหรอกครับ" แมงมุมั์สั่งสอนก่อนจะเริ่มการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่
(จบตอน)
ศักรินทร์นี่พระเอกจังเลยน้า