ตอนที่ 12 ร่วมมือ
เยี่ยหรงเจินเลิกคิ้ว “ทำไมอย่างนนั้นเหรอ”
หร่วนหยวนหยวนยิ้ม “ก็ประธานเยี่ยไม่ได้ทำการกุศลนี่คะ ทำไมถึงได้ช่วยฉันอย่างไม่มีสาเหตุล่ะคะ”
“แน่นอนว่าผมไม่ได้ช่วยคุณอย่างไร้สาเหตุ”เยี่ยหรงเจินจ้องตาหร่วนหยวนหยวน “อันที่จริง ผมวางแผนจะซื้อสูตรของคุณถึงตอนนั้นเยี่ยซื่อกรุ๊ปก็จะผลิตจำนวนมากได้”
“ซื้อสูตรของฉันงั้นเหรอ” หร่วนหยวนหยวนตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมทันที เธอคิดว่าตัวเองเหมือนได้ยินนิทานพันหนึ่งราตรี[1]ของชาวอาหรับนึกไม่ถึงว่ากลุ่มมหาอำนาจอย่างเยี่ยซื่อกรุ๊ปจะซื้อสูตรซอสบ๊วยของเน็ตไอดอลตัวเล็กๆอย่างเธอเนี่ยนะ
ใครบ้างจะไม่ชอบเงินชอบทอง เธอระงับความตื่นเต้นและความฮึกเหิมในใจพยายามสงบสติอารมณ์ถามเยี่ยหรงเจิน “ถึงฉันจะประหลาดใจมากที่มีคนชอบ แต่คุณคิดว่าสูตรของฉันจะควรค่าให้เยี่ยซื่อกรุ๊ปซื้อเหรอ”
“ตอนนี้อาจจะยังไม่คุ้ม” เยี่ยหรงเจินจ้องหร่วนหยวนหยวนด้วยแววตาเรียบนิ่งแล้วพูดขึ้น “แต่หากผ่านการบรรจุภัณฑ์ของเยี่ยซื่อกรุ๊ปแล้วก็คุ้มค่า”
หร่วนหยวนหยวนตะลึงงัน “หมายความว่ายังไง”
“ถ้าผมซื้อสูตรคุณทั้งแบบนี้ ความเสี่ยงจะยังคงสูงมาก และโอกาสสำเร็จก็มีแค่ครึ่งต่อครึ่งทว่าถ้าสร้างความนิยมให้ซอสบ๊วยก่อน ทำให้กลายเป็อาหารเน็ตไอดอลแล้วเยี่ยซื่อกรุ๊ปค่อยซื้อสูตร อย่างนั้นโอกาสประสบความสำเร็จก็เยอะขึ้น”เยี่ยหรงเจินยิ้มบางๆ และอธิบาย
หร่วนหยวนหยวนใจเต้นแรงทันที “ถ้าอย่างนั้นต้องทำยังไงเหรอคะ”
เยี่ยหรงเจินยักคิ้วให้เธอ “คุณรับปากจะร่วมมือกับผมไหม”
หร่วนหยวนหยวนอดกัดริมฝีปากไม่ได้ถึงเธอไม่อยากเชื่อว่าจะมีโชคหล่นใส่หัวเธอ และยังเป็โอกาสที่ไม่ควรพลาด ทว่าเวลาไม่อาจหวนคืนถ้าเธอไม่คว้าโอกาสไว้ต่อไปจะต้องเสียใจแน่ ถึงอย่างไรทั้งเนื้อทั้งตัวเธอก็ไม่มีอะไรจะให้เยี่ยหรงเจินได้ลองทุ่มสุดตัวดูยังจะดีเสียกว่า!
เธอพยักหน้า “ฉันตกลง”
“ถ้าอย่างนั้น” เยี่ยหรงเจินอมยิ้ม “ยินดีที่ได้ร่วมงาน”
หร่วนหยวนหยวนเองก็คลี่ยิ้ม “ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะ”
เธอชะงักไป อดใจรอถามเยี่ยหรงเจินไม่ไหว “ฉันควรทำยังไงดีคะ”
เยี่ยหรงเจินเลิกคิ้ว “คุณเคยคิดจะเปิดร้านค้าในเถาเป่าสักร้านไหม”
“เปิดร้านในเถาเป่าเหรอคะ”
หร่วนหยวนหยวนงงงันไปชั่วขณะ เน็ตไอดอลจำนวนมากพอมีชื่อเสียงล้วนเปิดร้านในเถาเป่าเพราะทำกำไรได้ถึงเธอจะเคยคิดมาก่อน แต่ร้านในเถาเป่าไม่ใช่พูดว่าจะเปิดก็เปิดได้ง่ายขนาดนั้น
“ผมคิดดูแล้ว คุณเปิดร้านในเถาเป่าก่อนได้นะ”
เยี่ยหรงเจินพูดนิ่งๆ
หร่วนหยวนหยวนพยักหน้า “ได้ค่ะ ฉันจะลองคิดทบทวนดู”
หลังจากกลับถึงบ้าน หร่วนหยวนหยวนก็คิดจะสตรีมตามปกติ แต่จู่ๆ ก็มีข้อความข้อความหนึ่งส่งเข้ามาในโทรศัพท์
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็อึ้งไปในทันที เหมือนจะมีคนโอนเงินก้อนโตเข้ามาในบัตรธนาคารของเธอ
ใครโอนเงินก้อนโตนี้มาให้เธอกัน
ในใจเธอเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ตัวเลือกที่เป็ไปได้เพียงคนเดียวก็ผุดขึ้นในสมองทันที
เป็เยี่ยหรงเจินแน่ๆ
หร่วนหยวนหยวนสองจิตสองใจอยู่พักหนึ่ง เยี่ยหรงเจินเคยทิ้งเบอร์โทรศัพท์ให้แต่ไม่รู้ว่าเขายุ่งขนาดนั้นจะมีเวลารับโทรศัพท์หรือเปล่า หลังจากลังเลใจอยู่นานเธอก็ส่งข้อความหาเยี่ยหรงเจิน “ทำไมถึงโอนเงินให้ฉันมากขนาดนั้นล่ะคะ”
ก่อนหน้านี้ เธอตกลงกับเยี่ยหรงเจินเรียบร้อยแล้วนี่ว่า เมื่อเขามีเวลาว่างจะให้เธอไปทำอาหารให้ที่บ้านบางทีอาจเป็หนึ่งหรือสองสามครั้งต่อสัปดาห์ ให้เขาจ่ายเงินเดือนเธอเดือนละครั้งครั้งที่สองที่เธอทำอาหารให้เขา เพิ่งจะห่างจากครั้งแรกเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
ผ่านไปไม่นาน เยี่ยหรงเจินก็ตอบข้อความเธอ“รสชาติอาหารที่คุณทำวันนี้ไม่เลว ถูกปากผมมาก คิดซะว่าเป็ทิปก็แล้วกัน”
เยี่ยหรงเจินรู้สึกว่ารสชาติอาหารที่เธอทำไม่เลวงั้นเหรอ
หรือว่าประสาทรับรสของเยี่ยหรงเจินจะฟื้นตัวแล้ว
หร่วนหยวนหยวนตอบกลับทันที “ต่อให้นับว่าเป็ทิป ก็ยังมากไปอยู่ดีคุณให้เงินเดือนฉันแล้ว ยังจะให้ทิปเยอะขนาดนี้อีก ไม่เหมาะหรือเปล่าคะ”
ครั้งนี้เยี่ยหรงเจินตอบกลับไวมาก “ผมคิดมาเสมอว่าไม่มีใครรังเกียจเงินเยอะตอนนี้เพิ่งรู้ว่ามีคนแบบคุณอยู่ด้วย”
หร่วนหยวนหยวนตอบด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอนฉันแค่คิดว่าลงแรงไปเท่าไรก็ได้กลับมาเท่านั้น ทั้งสองอย่างก็น่าจะสัมพันธ์กันคุณให้เยอะเกินกว่าที่ฉันลงแรงไป ไม่สมควรเลย”
ผ่านไปชั่วขณะ เยี่ยหรงเจินตอบกลับมา “ผมคิดว่าคุณสมควรได้ คุณก็สมควร”
หร่วนหยวนหยวนงุนงงทันที แต่เยี่ยหรงเจินล้วนพูดมาถึงขั้นนี้ เธอก็บอกปัดไม่ได้ง่ายๆพลันยอมรับเงินเดือนพิเศษก้อนนี้ด้วยความยินดี
หลังจากครั้งนั้นก็ผ่านไปนานมากที่เยี่ยหรงเจินไม่ได้ตามหร่วนหยวนหยวนไปทำอาหารให้เขาแต่เธอรู้จากในข่าวว่า่นี้เยี่ยซื่อกรุ๊ปซื้อบริษัทธุรกิจอาหารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเดาว่าเขาต้องยุ่งมากแน่ๆ ดังนั้นเธอเลยไม่ได้ติดต่อเขาก่อน
หร่วนหยวนหยวนรับฟังข้อเสนอแนะของเยี่ยหรงเจิน หนึ่งเดือนให้หลัง เธอเปิดกิจการร้านเถาเป่าของตัวเองอย่างเป็ทางการและตั้งชื่อร้านว่า ‘ร้านเถาเป่าของหยวนหยวน’
ตลอดทั้งเดือนที่เธอโปรโมตข่าสารใน่สตรีมแทบทุกวันก็เพื่อวันนี้ในเวยป๋อเองก็มีโฆษณาประกาศ หลังจากเปิดร้านอย่างเป็ทางการ เธอยังทำกิจกรรมจับรางวัลในเวยป๋อด้วย
ร้านเถาเป่าที่ชื่อว่า ‘ร้านเถาเป่าของหยวนหยวน’ นี้โดยหลักคือจะขายขนมแต่ละอย่างที่หร่วนหยวนหยวนทำเองกับมือเหตุเพราะเงินทุนแรกเริ่มมีจำกัด ผนวกกับแรงใจล้นเหลือแต่กำลังมีไม่พอ ของที่เธอขายชั่วคราวล้วนเป็คุ้กกี้แฮนด์เมดโทสต์ผลไม้ และเค้กแต่ละประเภทที่เก็บรักษาและขนส่งได้ง่ายรวมถึงซอสบ๊วยที่เธอปรับปรุงสูตรเอง
ด้วยเพราะกำลังมีจำกัด ขนมโฮมเมดทั้งหมดที่หร่วนหยวนหยวนขายล้วนมีปริมาณจำกัดด้วยรวมถึงซอสบ๊วยเช่นกัน นอกจากนี้เธอยังจำกัดการซื้อ ด้วยเพราะอย่างแรกเธอไม่รู้ว่าจะขายได้แค่ไหนอย่างที่สองเธอกลัวว่าคนที่จ้างมาจะทำสูตรหลุดออกไป และอย่างที่สามเธอคิดจะลองทำตามกลยุทธ์การตลาดยั่วน้ำลายกระตุ้นความอยากลูกค้าดูหน่อย
หร่วนหยวนหยวนหานักศึกษามหา’ลัยพาร์ทไทม์หลายคนช่วยบรรจุและส่งพัสดุ แต่ถึงแม้จะทำแบบนี้ วันแรกที่เธอเปิดกิจการร้านในเถาเป่าก็ยังยุ่งหัวหมุนจนไม่สามารถปลีกตัวได้
ในเมื่อเธอเป็เน็ตไอดอลที่อาศัยสถานะสตรีมเมอร์อาหาร มีชื่อเสียง ก็พลอยมีแฟนคลับติดตัวคุณสมบัติของแฟนคลับโดยพื้นฐานล้วนเป็นักกิน พอเห็นสตรีมเมอร์อาหารที่ตัวเองชื่นชอบเปิดร้านขายขนมในเถาเป่าย่อมมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยมาเป็กองเชียร์คอยสนับสนุน คุกกี้โฮมเมดและเค้กที่หร่วนหยวนหยวนทำก็ขายได้ค่อนข้างดีมากผนวกกับจำนวนมีไม่เยอะ ดังนั้นวันแรกที่ร้านเถาเป่าของเธอเปิดกิจการ ขนมทุกชิ้นจึงถูกขายจนหมดเกลี้ยง
กลับเป็ซอสบ๊วยที่หร่วนหยวนหยวนใช้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยต่างหากที่ขายไม่ค่อยได้และยังเหลือเยอะมากซอสบ๊วยไม่เหมือนคุกกี้และเค้ก ไม่มีรูปลักษณ์ให้เห็น อาศัยแค่การมองก็ดูไม่ออกว่าจะอร่อยหรือไม่และตอนสตรีมเธอก็ไม่เคยพูดมาก่อนว่าตนเองเชี่ยวชาญการทำซอสบ๊วย จู่ๆ เอามาวางขายแบบนี้คนจำนวนมากย่อมต้องมีท่าทีสงสัย ยิ่งราคาที่เธอกำหนดก็แพงกว่าซอสบ๊วยทั่วไปตามท้องตลาดด้วย
ลงของไปวันนี้ นึกไม่ถึงว่าซอสบ๊วยที่เดิมทีหร่วนหยวนหยวนตั้งความหวังไว้สูงจะขายได้แค่ไม่กี่กระปุก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/Z212c5-ท่านประธานเทาเที่ยที่รัก-?r=search_article
[1] นิทานพันหนึ่งราตรีของอาหรับอุปมาถึงเื่ที่เป็ไปไม่ได้