“พี่ชายทั้งหลาย”
ซูอินค่อยๆ ก้มศีรษะใบหน้าเล็กขาวเนียนและลำคอขาวที่ดูอ่อนแอและสวยงามง่ายต่อการเกิดแรงกระตุ้นความปรารถนาที่จะปกป้องของผู้ชาย
อันธพาลทั้งห้าคนที่ล้อมเธอมีสีหน้าผ่อนคลายลงแม้ว่าพวกเขาจะเข้าร่วมแก๊งมังกรดำที่โด่งดัง แต่ว่ากันถึงแก่นแท้ พวกเขาเป็นเพียงเด็กผู้ชายอายุสิบหกสิบเจ็ดปีทั่วไปเมื่อเห็นสาวสวยย่อมรู้สึกดี
โดยเฉพาะเวลาที่สาวน้อยคนนี้เรียกพวกเขาว่าพี่ชาย เมื่อเสียงใสๆผ่านเข้าหู ในใจคันยุบยิบจนไม่สามารถพูดได้ว่ารู้สึกสบายแค่ไหน
“ที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยโกรธเคืองกัน วันนี้จะไม่มีการล้างแค้นเดี๋ยวจะมีการสอบเข้ามัธยมปลาย การสอบครั้งนี้สำคัญต่อฉันมาก ฉันมีเงินนิดหน่อยพวกนายเอาไปซื้อบุหรี่เถอะ วันนี้ปล่อยฉันไปก่อนได้ไหม”
ซูอินหยิบเงินราวๆ หนึ่งพันหยวนออกมาในยุคนี้ห้องพักหนึ่งห้องราคาเพียงไม่กี่หมื่นหยวน เงินมีอำนาจซื้อทุกอย่างจำนวนเท่านี้นับว่าไม่น้อยสำหรับเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบกว่าปี
สาวน้อยคนสวยหยิบเงินออกมาเช่นนี้ยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะปฏิเสธ
ตอนที่พวกเขาไม่ทันสังเกต ซูอินใช้เล็บจิกบนธนบัตรทุกใบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าตำรวจจะสามารถตามเงินนี้คืนเจ้าของ
เมื่อเห็นแววตาของเด็กหนุ่มหัวหน้าอันธพาลมีท่าทีอ่อนลงเธอจึงเติมเชื้อไฟ ดวงตาโตที่เอ่อล้นด้วยน้ำตามองพวกเขาพยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยนที่น่าขนลุก “พี่ชาย ฉันรู้ว่าทุกคนเป็นคนดีจะไม่ทำให้ฉันลำบากใจใช่ไหม”
น้ำเสียงอ่อนโยนของสาวน้อยทำให้พวกอันธพาลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวีรบุรุษบนโลกนี้จึงพยักหน้า
“ไม่ผิด”
ท่าทียอมแพ้ของ “สหายร่วมรบ” ทำให้สีหน้าของซุนเจี้ยนไม่สู้ดี “ต้าหู่ นี่เป็นคำสั่งของเหล่าหลงนะ นอกจากนี้เธอยังเป็นเด็กผู้หญิงแขนขาบอบบาง หากพวกนายอยากได้เงิน หาเองก็ได้”
สีหน้าของอันธพาลที่ชื่อ “ต้าหู่” ค่อนข้างลังเลแต่เมื่อนึกถึง “พี่ใหญ่หลง” พี่ใหญ่ของพวกเขาต้าหู่ก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเขาไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว สามารถแย่งเงินแล้วจับตัวคนไว้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจยังมีเงินให้ใช้อีก ทำไมเขาจะไม่ทำ
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่น เขาเดินตรงเข้าไปหาซูอิน “น้องสาวในเมื่อน้องสาวชื่นชมพี่ชายขนาดนี้ พวกเราก็มามีความสุขกันดีกว่า”
ซูอินรู้สึกได้ว่าวันนี้ซวยแล้ว
ขณะที่ต้าหู่พุ่งตัวเข้ามาเธอถอยไปทางซุนเจี้ยนที่อยู่ข้างหลังอย่างคล่องแคล่วเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบเตะไปที่หน้าแข้งอย่างแรงซุนเจี้ยนซึ่งเป็นแค่ไก่อ่อนรีบพุ่งตัวไปข้างหน้าโดยไม่ตั้งตัว ทำให้ล้มไปทับต้าหู่
“ตุ้บ” เสียงหล่นบนพื้นทั้งคู่ล้มลงไปทับกันแสดงกายกรรมซ้อนคนเป็นรูปพีระมิด ปากแตะกันพอดี
“นี่มันจูบแรกของฉันนะเว้ย”
เมื่อเห็นหน้าฉลาดแกมโกงอยู่บนตัวพร้อมกลิ่นปากเหม็นโชยออกมาจากอีกฝ่าย ต้าหู่ก็ร้องเสียงดัง
ซูอินดีใจ แต่เธอไม่โง่ที่จะหยุดอยู่ตรงนี้เฉยๆจึงรีบวิ่งกลับไปยังทางเดิม พยายามไปยังที่ที่มีคนพลุกพล่านเธอวิ่งพร้อมตะโกนให้คนช่วย
“ช่วยด้วยค่ะ!”
“เร็ว รีบจับตัวเธอไว้”
ต้าหู่ลืมเรื่องน่าขยะแขยง ก่อนจะชี้นิ้วสั่งอันธพาลคนอื่นๆ ที่เหลือ
ไม่ไกลจากที่นั่นมีร้านขายซุปแกะ
วันนั้นหลังจากที่เจอกับสาวน้อยที่โรงพยาบาลเขาก็ไปที่โรงแรมอีกครั้ง
เขาทำงานด้านธรณีวิทยา มักจะต้องพักนอกสถานที่มีพื้นที่หลายแห่งที่สัญญาณมือถือเข้าไม่ถึง ทำได้เพียงใช้ GPS แจ้งพิกัดแม้ว่าเขาจะให้ช่องทางติดต่อกับสาวน้อยคนนั้นไปแล้วแต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้รับข่าวทันท่วงทีหรือไม่
เขาจึงไหว้วานหลินเฉวียนให้ทำหน้าที่ดูแลสาวน้อยคนนั้น
หลังจากไหว้วานแล้ว ในคืนนั้นเขารีบเดินทางไปที่สถานีสำรวจทางธรณีวิทยาคาดไม่ถึงว่าไม่กี่วันต่อมาฝนจะตกหนัก พวกเขาอพยพออกมาไม่ทันทำให้มีคนในทีมบาดเจ็บ และถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลด่วนเนื่องจากในพื้นที่นั้นขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์จึงถูกย้ายเข้ามาที่เมืองผิงภายในข้ามคืน
เมื่อจัดการเรื่องของทีมสำรวจเสร็จเขาจึงขับรถมาที่นี่เพื่อเยี่ยมเพื่อน
เขาออกเดินทางแต่เช้าและเพิ่งมาถึง ขับรถหลายชั่วโมงทำให้รู้สึกหิวเขานึกได้ว่าคราวก่อนที่มาได้กินซุปแกะอร่อยๆ จึงขับรถมายังบริเวณใกล้ๆก่อนจะจอดรถและเตรียมเข้าไปในร้าน
จากนั้นเขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
ทำไมเสียงคุ้นหูแบบนี้
ตอนที่อยู่ในกรม ไม่ค่อยได้เจอผู้หญิงโดยเฉพาะเด็กสาวแม้จะเคยคุยกันไม่กี่ประโยค แต่ฉินหล่างกลับจำเสียงที่น่าประทับใจของเธอได้
เขาหยุดฝีเท้าที่จะเดินไปทางร้านซุปแกะก่อนจะตรงไปยังที่มาของเสียง
เดินไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เห็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจ
เด็กสาวรูปร่างบางวิ่งนำหน้า มีอันธพาลหลายคนถือไม้วิ่งตามหลังเด็กสาววิ่งอย่างคล่องแคล่ว แต่เชือกผูกรองเท้าของเธอหลุดการสะดุดอย่างกะทันหันทำให้เธอเซและถลาไปข้างหน้า
เมื่อเห็นไม้หนากำลังจะตีลงมาฉินหล่างรู้สึกเหมือนหัวใจถูกแทงและแสนเจ็บปวด
เป็นไปโดยอัตโนมัติ เขาก้าวไปสองก้าว ยืดตัวไปรับร่างที่กำลังจะล้มขายาวเตะไม้ที่อันธพาลถือมาจนลอยละลิ่วในอากาศ
ซูอินรู้ว่าคนที่ไล่ตามมาถือไม้หนาตอนที่ล้มหางตาก็เห็นบางอย่างแกว่งไปมา เธอฝืนยิ้ม ก่อนจะหลับตา
จากนั้นความเจ็บปวดที่จินตนาการไว้ทั้งก่อนและหลังจากนี้กลับไม่เกิดขึ้นร่างกายสัมผัสบางสิ่งที่แข็ง แต่ไม่กระด้าง ตรงกันข้ามมันให้ความรู้สึกมั่นคงพื้นผิวลื่นน่าสัมผัสมาก
เธอรีบคว้ามันไว้ก่อนจะถูกแรงบางอย่างยกขึ้น
เธอเงยหน้าโดยไม่รู้ตัวก็เห็นใบหน้าที่ถูกสรรค์สร้างมาอย่างระมัดระวัง
เมื่อมองตำแหน่งที่ตนเองคว้าก็พบว่าเสื้อยืดสีขาวถูกดึงขึ้นมามากเกินไป จนเห็นกล้ามท้องสวยงามแปดก้อน
กล้ามท้อง เอว รวมถึงผิวสีข้าวสาลีสุขภาพดี ช่างสะดุดตา
ซูอินไม่สามารถดึงมือของเธอกลับ
“ยืนไหวไหม”
แม้แต่น้ำเสียงก็น่าฟัง
เดี๋ยวก่อน…
เมื่อรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ซูอินก็ได้สติรีบปล่อยมือเหมือนถูกไฟช็อต เธอยืนขึ้น ใบหน้าร้อนผ่าว
แต่หลังจากนั้นไม่นานหน้าก็หายร้อนเมื่อพบว่าถูกอันธพาลกลุ่มนั้นล้อมไว้อีกครั้ง
“ชายหญิงไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกัน แต่ซูอินโผเข้ากอดผู้ชาย หน้าไม่อาย!”
ใบหน้าของซุนเจี้ยนเต็มไปด้วยท่าทีเยาะเย้ยจากนั้นมองฉินหล่างด้วยแววตาเย่อหยิ่ง “ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรือพวกเรามาจัดการธุระของพี่น้องแก๊งมังกรดำ รู้อย่างนี้แล้วก็รีบไปซะ”
ซูอินไม่สนใจคำพูดของซุนเจี้ยนเธอกำลังจะอธิบายสถานการณ์ต่อฉินหล่าง แต่ทันใดนั้นก็คิดว่าไม่จำเป็น
“คงเป็นตระกูลหลิงส่งมาสินะ ขัดขวางไม่ให้ฉันไปทันเข้าสอบ”
เธอเสริม
สถานการณ์ชัดเจนเช่นนี้ ฉินหล่างเป็นคนฉลาด ไม่นานก็เข้าใจ
“พวกนายจะยอมไปเอง หรือจะให้ฉันลงมือ”