ตอนที่ 20
สถานการณ์ในสังเวียนอสูรเริ่มกลับมาสงบอีกครั้ง ไป๋ซิงมองไปรอบๆเห็นแต่เพียงกองเศษซากและซากศพกระจายเกลื่อนไปทั่ว ไป๋ซิงกัดฟันแน่นกระโจนเข้าไปในกองซากที่หักพังค้นหาแขนที่ขาดจนเจอ เขาเก็บแขนขึ้นก่อนจะประกบแขนที่ขาดคืนบนรอยตัด
“เชื่อมต่อ”ไป๋ซิงกำหนดสมาธิเชื่อมต่อแขนที่ขาด ด้วยความสำเร็จในตอนนี้เขาอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการงอกแขนขึ้นใหม่ แต่้าเพียงชั่วครู่ในการเชื่อมต่อส่วนที่เพิ่งขาดออกเท่านั้น
กล้ามเนื้อและกระดูกเส้นประสาทเส้นเืต่างๆเริ่มประสานกันแขนข้างซ้ายเริ่มสามารถขยับได้อีกครั้งแม้ว่าจะยังไม่หายดี 100% แต่พักอีก2-3ชั่วโมงแขนก็สามารถใช้ได้อย่างปกติอีกครั้ง
“ไป๋ซิง”มีเสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นมาเขาหันไปมองก็พบกับชายชราในชุดขนสัตว์สีแดง คนคนนี้คือผู้ปกครองเขตตะวันตกไป๋หยง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นหลานชายยังปลอดภัยดี
“ลูกซิง” เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความมันดังติดตามกันมา
“ท่านแม่” ไป๋ซิงทักทายไป๋หยงเสร็จ ก็วิ่งย้อนกลับไปหามารดาของเขาที่ใบหน้าเนืองนองไปด้วยคราบน้ำตา
“ท่าแม่ข้าไม่เป็อะไร”ไป๋ซิงพยายามปลอบใจมารดา
“แขนของเ้า”
“ข้าไม่เป็ไรแล้ว” ไป๋ซิงยกชูแขนข้างซ้ายขึ้น แขนของเขาคืนสภาพได้แปดในสิบส่วนแล้ว
เมื่อเห็นว่าแขนของบุตรชายไม่ได้เป็อะไรมากเหม่ยเฟิ่งจึงค่อยๆสงบลง
“หมาป่าทะยานฟ้ากลับกล้าบุกรุกเข้ามาถึงตัวเมืองเขตปกครองตะวันตกของตระกูลไป๋ เ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้นับว่าเบื่อในการมีชีวิตอยู่สืบไปแล้ว” สุ้มเสียงอันหาญกล้าดังมาจากไป๋หลี่ “พวกเราต้องสืบดูให้รู้แน่ว่ามัน้าสิ่งใด”
สังเวียนอสูรซึ่งเป็สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ของตระกูลไป๋เขตปกครองตะวันตกกลับพังราบเป็หน้ากลอง โลหิตซากศพกองสุมกัน เหล่ายอดฝีมือตระกูลไป๋ต่างมีสีหน้าเคียดแค้นอัปยศ
“ส่งกองกำลังออกไปตามล่าหมาป่าทะยานฟ้า หมาป่าทะยานฟ้ามันต้องตาย”
**********
ตลอดเส้นทางมีแสงสีดำกับสีฟ้า เป็อีกาดำกับวิหคอัคคีฟ้าที่ไป๋ฉักับสตรีชุดดำโดยสาร
สตรีชุดดำมองหมาป่าทะยานฟ้าที่กำลังหลบหนี “ไป๋ฉีหมาป่าทะยานฟ้าเป็สัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติขั้นสูง ด้วยระดับที่แตกต่างกันเกินไปข้าเกรงว่าวิหคอัคคีฟ้าจะมิอาจไล่ตามทัน”
“เื่นี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
“ท่านเฮยเซ่อ”เฮยเซ่อพยักหน้ามันอ้าปากรวมพลังงานสีดำไว้ตรงปากส่วนไป๋ฉีเอาคันธนูสีเงินขนาดใหญ่และลูกศรออกมา เขาน้าวคันธนูจนสุดล้าแล้วยิงออก
ลูกศรและพลังงานสีดำรวมกันยิงออกไปพร้อมกันด้วยความรวดเร็วราวประกายแสง ด้วยระยะห่างเพียงเท่านี้บวกกับร่างกายที่ใหญ่โตของหมาป่าทะยานฟ้า ไม่มีทางที่หมาป่าทะยานฟ้าจะหลบหลีกได้ หากเปรียบเทียบเฉพาะทักษะเกาทัณฑ์ ไป๋ฉีบางทีเป็รองไป๋หยูอยู่บ้าง แต่ในด้านของพลังทำลายและความรวดเร็วแล้วไป๋ฉีเหนือกว่ามากนัก ผสานกับพลังของเฮยเซ่อเพิ่มพลังทำลายมากขึ้น
มันทราบดีว่าไป๋ฉีเล็งเป้าหมายมาที่ปีกของมันเพื่อตัดหนทางหลบหนี มันรีบใช้ร่างกายมหึมาต้านรับลูกธนูกับพลังงานสีดำไว้พลางขู่คำรามด้วยความคับแค้น
“พวกเ้าฆ่าข้าบุตรชายของข้า แต่ห้ามมีให้ผู้อื่นฆ่าบุตรชายของตนเองอย่างนั้นหรือ”
“บุตรชายของเ้านั้นฆ่าล้างชนเผ่ามากมายสมควรแล้วที่มันจะตาย ถ้าเ้ายอมจำนนแต่โดยดีข้าจะให้เ้าตายอย่างสบายมิฉะนั้นข้าจะให้เ้าสำนึกเสียใจที่มีชีวิตอยู่”
ไป๋ฉีและเฮยเซ่อโจมตีอย่างต่อเนื่องหมาป่าทะยานฟ้าพยายามหลบหลีกและปัดป้องสุดชีวิต
“ไป๋ฉีสมแล้วที่เป็อันดับ1ในเขตตะวันตกนี้ คิดไม่ถึงจริงๆว่าฝีมือจะร้ายกาจกว่าคำร่ำลือเสียอีก”
ความกล้าหาญของมันถูกพลังกระบี่สีฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวฟาดทำลายไปั้แ่แรก มันทราบดีว่าหากถูกโจมตีด้วยพลังกระบี่ระดับนั้นในระยะประชิดมันไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นอน
หมาป่าทะยานฟ้าไม่กล้าเสียเวลาแม้แต่น้อยมันใช้ทุกวิถีทางดิ้นรนหลบหนีไปยังข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
ในูเาสลับซับซ้อนเบื้องหน้าูเาสีน้ำตาลกว้างใหญ่ไพศาลปรากฏแก่สายตาของพวกไป๋ฉี
ูเาแห่งนี้กินเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลทั้งยังเป็ลังหลักของหมาป่าทะยานฟ้าอีกด้วย
“พวกเราเข้ามาในอาณาเขตูเาหมาป่าทะยานฟ้าแล้ว”ไป๋ฉีและสตรีชุดดำส่งเสียงร้องอุทานออกมาแทบพร้อมกัน พวกเขาไล่ล่าหมาป่าทะยานฟ้ามาตลอดทั้งทางเมื่อมาถึงเบื้องหน้าพวกเขาถึงรู้ว่าได้มาถึงูเาหมาป่าทะยานฟ้าเสียแล้ว
ฉับพลันนั้นเองหมาป่าทะยานฟ้าทะยานข้ามขุนเขาพุ่งเข้าไปส่วนลึกของหุบเขาในชั่วพริบตา
สตรีชุดดำและไป๋ฉีหยุดอยู่เบื้องหน้าูเาอันกว้างใหญ่ไพศาลและหันมากล่าวอย่างจนปัญญา
“พวกเราจะแบ่งออกกันเป็ 2 ทางท่านค้นหาบริเวณรอบนอกส่วนข้าจะค้นหาบริเวณส่วนในของหุบเขา”
“ตกลง”ร่างของสตรีชุดดำกลับกลายเป็ประกายแสง พุ่งหายลับไปอย่างรวดเร็ว
ในส่วนลึกของหุบเขาที่มืดมิดหมาป่าทะยานฟ้ามอบกายลงอยู่บนพื้นมันเร่งรักษาาแขนาดใหญ่หลายแห่งที่อยู่บนร่างกายของมัน
“คิดไม่ถึงเลยว่าไป๋ฉีมันจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ มันเคยประมือกับยอดฝีมือตระกูลไป๋หลายคนแต่ไม่มีใครแข็งแกร่งกว่ามันมากมายเช่นนี้มาก่อน”
ก่อนหน้านี้มันเคยเชื่อมั่นว่าในการต่อสู้ตัวต่อตัวนั้นกับไป๋ฉี ไม่มียอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติใดที่จะสังหารมันลงได้ แต่กระบี่นั้นของไป๋ฉีดับความหยิ่งผยองของมันไปจนหมดสิ้น
ทั่วทั้งูเาหมาป่าทะยานฟ้าสั่นะเือย่างรุนแรง อสูรน้อยใหญ่พากันตื่นตระหนก
“ไป๋ฉีมันกล้าบุกเข้ามาถึงที่นี่เลยหรือ”
**********
“ท่านเฮยเซ่อเข้าไปค้นหาหมาป่าทะยานฟ้าในส่วนลึกของหุบเขาให้กับข้า”
“เมื่อท่านพบหมาป่าทะยานฟ้าแล้วให้พยายามรั้งมันไว้ก่อนที่ข้าจะไปถึงข้าจะสังหารมันเอง”
“ข้าเข้าใจแล้ว”ท่านเฮยเซ่อกระพือปีกลอยขึ้นฟ้าเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขา
ไป๋ฉีมีสีหน้าจริงจังกระบี่ยาวสีฟ้ากระชับมั่นอยู่ในมือ เดินเหินในหุบเขาราวกับอยู่บนพื้นราบ สายตาเ็าจับจ้องเบื้องหน้าราวกับสามารถมองทะลุเข้าไปในหุบเขา
**********
ความมืดของราตรีแผ่เข้าปกคลุมเมืองเขตปกครองตะวันตก ความวุ่นวายสับสนจากการโจมตีของหมาป่าทะยานฟ้าถูกเก็บกวาดจนเรียบร้อย
“ท่านพ่อ” ไป๋อูยกจอกที่จัดสร้างจากกระโหลกสัตว์ร้ายกรอกสุราเข้าปาก “ูเาหมาป่าทะยานฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล อาศัยไป๋ฉีกับผู้าุโชุดดำเพียงออกค้นหา ต่อให้พวกเขาร้ายกาจกว่านี้ก็คงไม่อาจล่าสังหารหมาป่าทะยานฟ้าได้สำเร็จ”
ไป๋หลี่ผงกศีรษะเห็นพ้องสีหน้ายังคงเคร่งเครียดหาได้แตะต้องสุราอาหารบนโต๊ะไม่
“พลังกระบี่สายนั้นของไป๋ฉีตัดข้ามระยะทางกว่าสองกิโลเมตรแล้วยังคงสร้างาแสาหัสให้แก่หมาป่าทะยานฟ้าได้ นั่นเป็พลังที่ก้าวข้ามระดับเหนือธรรมชาติไปแล้ว”
“ท่านพ่อหมายความว่า” ไป๋อูใสุดขีด “ไป๋ฉีไปถึงสาวกตำหนักม่วงแล้วรึ”
ไป๋หลี่สั่นศีรษะ “นี่ยากจะบอกได้ หากไป๋ฉีบรรลุระดับตำหนักม่วงจริงต้องไม่ยอมนิ่งเฉยดูบุตรชายถูกไล่ล่าสังหาร มันสมควรใช้สมบัติวิเศษเหินบินเข้าขัดขวางหมาป่าทะยานฟ้าแต่แรกแล้ว ทว่าหากบอกว่ามันยังไม่บรรลุระดับตำหนักม่วงพลังกระบี่สายนั้นก็มิอาจอธิบายได้”
“ข้าเห็นกับตาว่าแขนของไป๋ซิงถูกฟันขาดสะบั้นแต่ชั่วพริบตาที่พวกเรารีบรุดไปยังสังเวียนอสูร แขนข้างนั้นกลับเชื่อมต่อเป็ปกติ คาดว่าเดียรัจฉานน้อยนี้คงลอบฝึกปรือกายาเทพอสูรจนมีความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว” ไป๋หลี่ทอดถอนใจยาวนาน
“แต่ที่ข้าขบคิดไม่เข้าใจที่สุดก็คือมันใช้วิธีใดรอดพ้นจากการไล่ล่าฆ่าฟันของหมาป่าทะยานฟ้าไปได้”
ปริศนาเดียวกันนี้เป็ประเด็นที่เหล่ายอดฝีมือตระกูลไป๋ต่างพากันถกเถียงอย่างกว้างขวาง บ้างสันนิษฐานว่าไป๋ซิงเพียงมีโชคเข้าข้าง บ้างว่าเขาได้รับสมบัติวิเศษปกป้องชีวิตหรืออาศัยพลังของกายาเทพอสูรช่วยรักษาชีวิตเอาไว้
แต่ไม่ว่าผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าเด็กชายวัยสิบปีจะสามารถใช้วิชาท่าร่างได้ถึงระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวม
ภายในพื้นที่ฝึกฝนวิชาไป๋ซิงนั่งสมาธิโคจรพลังกายาเทพอสูรว่างเปล่า
“ลูกซิง”
สิ้นเสียงเรียก ไป๋ซิงก็หยุดฝึกซ้อมแล้วลืมตาขึ้นมาเดินเข้ามาทักทายผู้เป็มารดา
เหม่ยเฟิ่งมองดูบุตรชายด้วยความภาคภูมิใจนางเดินทางฝึกฝนไปทั่วจักรวรรดิดารา์ แต่ไม่เคยพบพานอัจฉริยะที่สามารถบรรลุขั้นฟ้ามนุษย์หลอมรวมในวิชาท่าร่างได้ด้วยอายุแค่สิบปี
ที่จริงแล้วแม้จิติญญาของไป๋ซิงจะทรงพลังเนื่องจากการฝึกฝนเคล็ดวิชาเพ่งจิตว่างเปล่ามาั้แ่เกิด แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จยังคงเป็การฝึกฝนอย่างหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนบรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญั้แ่เมื่อสองปีก่อน เมื่อถูกกดดันด้วยสถานการณ์คับขันเป็ตาย เขาค่อยทะลวงผ่านขีดจำกัดของตนเองเข้าสู่ระดับขั้นฟ้ามนุษย์หลอมรวมได้สำเร็จ
“เมื่อสามารถเข้าถึงฟ้ามนุษย์หลอมรวมในวิชาท่าร่างได้แล้ว ลำดับถัดไปคือการเข้าถึงฟ้ามนุษย์หลอมรวมในเพลงกระบี่ เ้าต้องฝึกฝนให้ดีอย่าได้เกียจคร้าน”
“ข้าทราบแล้ว ท่านแม่” ไป๋ซิงรีบตอบ
ควรทราบว่าการเข้าสู่ระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมในวิชาท่าร่างนั้น คือการที่ร่างกายของมนุษย์ผสานเข้าเป็หนึ่งเดียวกับฟ้าดิน แต่ระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมในเพลงกระบี่ ทั้งร่างกายมนุษย์และกระบี่จะต้องผสานเข้าเป็หนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ระดับความยากลำบากจึงมากกว่ากันหลายเท่านัก
“ไม่ทราบว่าเมื่อใดท่านพ่อจึงจะกลับมา”
“เมื่อบิดาเ้าสังหารหมาป่าทะยานฟ้าได้แล้วเขาถึงจะกลับมา”
เขาและมารดาเดินกลับเข้าบ้านรับประทานอาหารเมื่อทานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับเข้าไปในห้องของเขา
“ข้าทะนงตนเกินไปถ้าท่าร่างเงาอัสนีไม่ยกระดับข้าคงจะตายไปแล้ว ข้าต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ข้าต้องระมัดระวังและต้องรอบคอบกว่านี้ ถึงเวลาที่ข้าต้องอัพเกรดกายาเทพอสูรแล้ว”
ไป๋ซิงคิดในใจหน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นมาเขากดเครื่องหมายบวกข้างหลังกายาเทพอสูร
ติ้ง
เลื่อนระดับกายาเทพอสูรว่างเปล่าใช้ 10,000 แต้ม ต่อ1ระดับ
[ตกลง-ยกเลิก]
ตอนนี้เขามีแต้มอยู่ที่แสนห้ากว่าๆเขาตัดสินใจเลื่อนระดับ 4 ครั้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง
กายาเทพอสูรว่างเปล่าเลื่อนระดับ
กายาเทพอสูรว่างเปล่าเลื่อนระดับ
กายาเทพอสูรว่างเปล่าเลื่อนระดับ
กายาเทพอสูรว่างเปล่าเลื่อนระดับ
แต้มถูกหักไป 40,000 ระดับกายาเทพอสูรของเขาตอนนี้อยู่ที่ระดับ 5
หลังจากนั้นเขาเลื่อนระดับวิชาเพ่งจิตว่างเปล่า 7 ครั้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าเลื่อนระดับ
แต้มถูกหัก 70,000 แต้ม แต้มคงเหลือ363,096แต้ม
วิชาเพ่งจิตว่างเปล่าขั้นที่ 3 ในสมองของไป๋ซิงก่อเกิดขึ้นพลังจิตจำนวนมากรวบรวมเข้าหากันและค่อยๆรวมเป็ตำหนักสีขาวหลังหนึ่งเหตุการณ์นี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างรวดเร็วนี้ทำให้เขารู้สึกสับสนเป็อย่างมากความรู้สึกรอบๆตัวของเขานั้นช้าลงจิตััของเขานั้นขยายออกไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร หลังจากนั้นเขายังทดสอบความสามารถอื่นๆอีกเล็กน้อย ไม่นานเขาก็เผลอหลับไป
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel
https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ