บทที่ 30
โรคระบาดภายในเมืองตี้หนาน
ลู่หยางสะพายกล่องกระบี่มาถึงหน้าสถานศึกษาเมื่อมาถึงสถานศึกษาหวังจะมารอรับบุตรสาวของตนเองกลับไปที่บ้านใน่ยามเย็นแต่เขาต้องพบเจอภาพที่ตนเองนั้นไม่คาดคิด
หนิงหนิงบุตรสาวของเขากำลังโดนห้อมล้อมด้วยเด็กที่โตกว่าประมาณสามถึงสี่คนบริเวณรอบรอบนั้นยังมีคนอีกจำนวนมากที่กำลังยืนดูอยู่พวกมันล้วนแล้วแต่เป็คนของสถานศึกษาแห่งมีทั้งสิ้น
แต่ว่าบริเวณรอบๆนั้นกลับไม่มีอาจารย์ของสถานศึกษาอยู่เลยแม้แต่คนเดียวลู่หยางเขามองเห็นภาพนั้นได้เพราะว่าเขาได้ะโขึ้นมาบนต้นไม้ใหญ่ภายในสถานศึกษาเมืองตี้หนาน
หลังจากที่ตัวของเขาได้มาที่สถานที่แห่งนี้หลายต่อหลายครั้งมันทำให้เขานั้นชอบขึ้นมานั่งอยู่บริเวณ้าต้นไม้นี้เพื่อที่จะใช้ดวงตาของตนเองมองบุตรสาวของตนตอนอยู่ภายในสถานศึกษา
ใน่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาค่อนข้างจะยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับเื่งานภายในสวนและก็ยังวุ่นวายเกี่ยวกับเื่การคิดค้นยาที่แก้อาการโรคบุปผาสีชาด
เลยทำให้เขานั้นไม่ค่อยได้มีเวลาเดินทางมาเฝ้าบุตรสาวของตัวเองสักเท่าไหร่แต่ในวันนี้ถือโอกาสมารับงานกลับกลับได้พบเห็นภาพที่อยู่ด้านหน้าของตนเองในยามนี้
พวกเด็กที่กำลังล้อมรอบหนิงหนิงคนพวกนั้นมีอายุมากกว่านางประมาณสองถึงสามปีแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจดวงตาของพวกมันจับจ้องนางที่อยู่ตรงกลางราวกับว่าเป็สัตว์ร้ายที่กำลังจับจ้องเหยื่อ
หนิงหนิงน้อยยืนอยู่ตรงกลางหาได้หวาดกลัวหรือหวั่นเกรงนั่งยืดอกแล้วก็มองสตรีเ่าั้กลับไป
หนึ่งในเด็กที่กำลังล้อมรอบนางอยู่มันเป็คุณชายน้อยท่าทางดูดีมองดูแล้วน่าจะเป็คนของตระกูลใดตระกูลหนึ่งที่มีฐานะภายในเมืองมันทำการใช้นิ้วของตัวเองชี้เข้ามาที่ใบหน้าของหนิงหนิงแล้วก็กล่าวด้วยน้ำเสียงฉุดเฉียว“ เ้ากล้าดีอย่างไรที่หักหน้าข้าต่อหน้าท่านอาจารย์ ”
ที่แท้เื่ที่มันเกิดขึ้นมันก็เป็เพราะว่าเกี่ยวกับเื่คาบเรียนที่เพิ่งผ่านพ้นมาการถามตอบได้ชี้แจงเกี่ยวกับความจริงของชีวิตอาจารย์ของวิชานั้นให้เหล่่าศิษย์ภายในห้อง ทำการชี้แจงเกี่ยวกับคำถามที่ท่านอาจารย์ตั้งขึ้นมา
ภายในห้องเรียนนั้นมีเหล่าเด็กที่เข้าเรียนในปีเดียวกันแต่ว่าอายุของบางคนก็แตกต่างกันออกไป
คนพวกนี้มีอายุมากกว่าหนิงหนิงแต่ว่ามันเองก็เข้าเรียนในปีเดียวกัน เป็ลูกของตระกูลพ่อค้าภายในเมืองและพวกมันเองก็ค่อนข้างจะโอ้อวดในความสามารถของตนเองเพราะว่ามีอาจารย์มาสอนที่บ้านั้แ่ยังเล็ก
ในรายวิชานั้นท่านอาจารย์ให้ชี้แจงเกี่ยวกับคำถามเริ่มจากเด็กทีละคนทำการชี้แจง
คุณชายน้อยผู้นี้ก็ได้ทำการชี้แจงออกมามันทำการชี้แจงอย่างมั่นใจคิดว่าตัวของมันนั้นจะเป็ที่ 1 ในชั้นเรียน
แต่แล้วหนิงหนิงก็ได้ทำการขัดคำชี้แจงของมันเพราะเห็นว่าไม่ถูกต้องแต่การที่นางขัดคำชี้แจงของมันเองก็มีเหตุผล นางอธิบายเหตุผลในข้อนั้นไม่เพียงเท่านั้นนางยังชี้แจงการตอบปัญหาในมุมของนาง
แน่นอนว่านางสามารถทำมันได้อย่างดีการที่นางตอบคำถามออกไปมันทำให้ท่านอาจารย์ประจำวิชานั้นพึงพอใจเป็อย่างมากเกี่ยวกับคำตอบของนาง
เพราะนั้นท่านอาจารย์ผู้นั้นก็เลยให้นางได้คะแนนมากที่สุดภายในชั้นเรียน
มันเลยทำให้คุณชายผู้นี้ไม่พึงพอใจที่นางทำการหักหน้ามันต่อหน้าท่านอาจารย์แถมยังกลายเป็ที่รักของอาจารย์หลายๆคนอีกด้วย
หนิงหนิงเป็เด็กฉลาดไม่ได้มีเพียงแค่คุณชายผู้นี้เท่านั้นที่หมั่นไส้นาง
ก่อนหน้านี้ทุกๆวิชานางมักจะมีไหวพริบมากกว่าเด็กคนอื่นเลยทำให้ได้คะแนนมากกว่าเด็กคนอื่นอาจารย์แต่ละวิชาก็สนใจนางมากขึ้นเรื่อยๆเพราะว่านางมีสติปัญญาที่ฉลาดเฉลียวถือได้ว่าเป็อัจฉริยะที่ควรเหมาะกับการขัดเกลาและบ่มเพาะ
เหล่าอาจารย์บางคนยังบอกว่าในกาลข้างหน้าน่าจะต้องกลายเป็คนที่มีความสามารถมากอย่างแน่นอนไม่แน่อาจจะกลายเป็สตรีผู้มีปัญญาแล้วถูกยกย่องภายในดินแดนไม่ต่างจากวีรสตรีที่ผู้คนภายในดินแดนต่างยกย่องให้เป็ยอดสตรีอย่าง ไป๋เฟิ่ง
เพราะคำชมเชยที่มากมายเ่าั้เลยทำให้เราเด็กภายในชั้นเรียนเลยไม่พึงพอใจนานสักเท่าไหร่
พวกนั้นรู้ดีอยู่แล้วว่านางมาจากครอบครัวธรรมดาธรรมดาที่เพิ่งย้ายเข้ามาภายในเมืองการที่นางโดดเด่นเกินหน้าเกินตามันเลยทำให้พวกมันไม่พอจ่ายเอง
ในครั้งนี้คุณชายผู้นี้เป็ผู้โดนหักหน้ามันมีอารมณ์ร้อนกว่าผู้อื่นและเพราะแบบนั้นเลยทำการเข้ามาหาเื่นางในยามที่กำลังจะเลิกเรียน
ผู้คนมากมายอยู่ภายในบริเวณนี้ต่างพากันเห็นแต่ว่าคนเ่าั้ก็อิจฉาริษยานามอยู่หลายส่วนเลยไม่มีผู้ใดเข้ามาห้าม
พวกอาจารย์เองก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยไม่อยู่ภายในบริเวณนี้เลยสักคน
หนิงหนิงหลังจากที่ได้ยินคนพูดนั้นกล่าวออกมานานก็เลยตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่จริงจัง“ ใดกันเล่าข้าเพียงแค่ทำตามที่ท่านอาจารย์บอกเท่านั้นท่านอาจารย์บอกแล้วว่าถ้าอันใดไม่เหมาะสมก็ให้ชี้แจงวิชานั้นเป็วิชาการถกเถียงแลกความรู้ ”
“ ตัวของเ้ามีมุมมองที่แตกต่างกับข้าข้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะแย้งขึ้นมาไม่ใช่หรือ?” ท่าทางอันห้าวหาญของนางแสดงออกมาแต่ว่านางเองก็ยังคงคำพูดที่สุภาพของตนเองเอาไว้ไม่ได้ขึ้นเสียงหรือไม่ได้เร่งเสียงเหมือนกับผู้ที่อยู่ด้านหน้า
มันโดนสวนกลับมาเช่นนั้นด้วยนิสัยของเด็กใบหน้าของมันแดงก่ำขึ้นมา การทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นหวังจะใช้ฝ่ามือของตนเองตบเข้าไปที่ใบหน้าของหนิงหนิง
หนิงหนิงนางอายุน้อยกว่าแถมยังเป็สตรีแม้ว่าจะแสดงท่าทางห้าวหาญตอบกลับไปแต่ว่านางเองก็ไม่มีทางจะสู้อีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน
นางเลยทำการยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาตั้งท่าป้องกันดวงตาทั้งสองข้างพระปิดลงแสดงใบหน้าหวาดกลัว
แต่ทันใดนั้นเองเสียงหนึ่งดังขึ้นมาผัวะ!!!
“ โอ๊ย!!! ” เด็กที่อยู่ด้านหน้าส่งเสียงร้องออกมาอย่างเ็ปเมื่อได้ยินเสียงร้องของคนผู้นั้นดวงตาทั้งสองข้างของหนิงหนิงค่อยๆลืมเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ
นางทำการเปิดดวงตาทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมาใช้ดวงตามองตรงไปด้านหน้าพบเห็นร่างของเด็กชายผู้นั้นที่ลงไปนั่งติดอยู่กับพื้น
มันลงไปนั่งทรุดต่ำอยู่กับพื้นในขณะเดียวกันก็ใช้มือข้างซ้ายยกขึ้นมาจับมือข้างขวาที่าเ็จากการโดนวัตถุบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทก
วัตถุบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกอย่างรุนแรงจนทำให้มันรู้สึกเ็ปลองใช้ดวงตาของตนเองมองดูมันก็จะพบเห็นได้เลยว่าิัของมันเกิดรอยเขียวช้ำ
ลู่หยาปรากฏกายออกมาท่ามกลางความวุ่นวายหนิงหนิงบิดาของตนเองเดินเอามือไขว้หลังมาพร้อมกับสะพายกล่องไม้อยู่ด้านหลังมองเห็นผู้เป็บิดาเหมือนกับมองเห็นแสงสว่างดวงตาเปล่งประกายวิ่งตรงเข้าไปหาท่านพ่อของตนเองอย่างรวดเร็ว
ลู่หยางก่อนหน้านี้เขาทำการดีดหินก้อนหนึ่งออกไปด้วยกำลังเพียงแค่สามส่วนกระแทกเข้ามือของเด็กผู้นั้น
พลังของผู้ฝึกฝนวรยุทธทำให้เขาใช้กำลังเพียงแค่สามส่วนก็เจ็บราวกับว่าโดนลูกเหล็กปา
หนิงหนิงเข้ามารอบด้านหลังของลู่หยางลู่หยางนำฝ่ามือของตนเองขึ้นมาจับเข้าที่บริเวณศีรษะของนางอย่างเอ็นดูหันไปมองเด็กผู้นั้นที่กำลังแสดงความเ็ป
“ กล้าดีจริงๆ ที่เ้าคิดทำการตบลูกสาวข้า ”
“ ถ้าเ้าโตกว่านี้อีกสักสิบหรือยี่สิบปี ข้าสาบานป่านนี้เ้าคงจะไม่ได้าเ็เพียงแค่ฝ่ามือนั้นเท่านั้นข้าคงจะตัดคอเ้าทิ้งไปแล้ว ” ลู่หยางกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายเยือกเย็น
แค่เขาใช้ดวงตาของตนเองมองไปที่เด็กผู้นั้นเด็กชายผู้นั้นที่เป็คุณชายของตระกูลพ่อค้าใบหน้าของมันแปรเปลี่ยนสีไปอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของมันซีดเผือดตอนนี้ััได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวตนของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นผู้คนมากมายที่เริ่มแตกตื่นทำให้เหล่าอาจารย์ที่กำลังประชุมกันอยู่ด้านในออกมาด้านนอกอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อพวกมันออกมาพวกมันก็มองเห็นภาพที่คุณชายของตระกูลพ่อค้าผู้นั้นลงไปนั่งกับพื้นและบริเวณฝ่ามือยังปรากฏรอยเขียวช้ำออกมาผลจากการโดนทำร้าย
อาจารย์เจี่ยเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยกยิ้มขึ้นอย่างเ้าเล่ห์ะโออกมาพร้อมกับชี้หน้ามาอย่างรวดเร็ว“ เ้าทำอันใดกล้าทำร้ายนักเรียนของสถานศึกษาแห่งนี้งั้นรึ!!! ”
ลู่หยางดวงตาของตนเองมองกลับไปที่คนผู้นั้นมันเป็อาจารย์สถานศึกษาเพียงผู้เดียวที่ไม่เอ็นดูหนิงหนิงทึ่แสนฉลาด
ลู่หยางเอียงคอมองไปที่มันเขายังคงแสดงใบหน้าเรียบเฉยเ็าเขาไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับคำปรักปรำของมันเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่อาจารย์ผู้นั้นพูดขึ้นมาก็มีอาจารย์อีกผู้นึงเลยส่วนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ใจเย็นก่อนท่านอาจารย์เจี่ยสถานการณ์เช่นนี้พวกเราอย่างรีบด่วนตัดสินอย่างไรเสียพวกเราก็เป็บัณฑิตควรจะสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเื่นี้ก่อน”
เมื่ออาจารย์หนุ่มผู้นั้นพูดขึ้นอาจารย์อีกหลายสิบคนที่อยู่ด้านหลังก็พยักหน้าเห็นด้วยแน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าเื้ัอาจจะไม่เป็เช่นเดียวกันก็ได้มันเป็บัณฑิตควรจะใช้วิธีดีเป็ธรรมดาในการตัดสิน
อาจารย์เจี่ยกำลังจะใช้ประโยชน์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการใส่ร้ายใบหน้าของมันเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เื่วุ่นวายบังเกิดขึ้นมันก็กลายเป็เื่ราวใหญ่โตข่าวเกี่ยวกับที่มีคนเข้าไปทำร้ายต้นภายในสถานศึกษาแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง
วันเกิดการสอบสวนขึ้นอย่างจริงจังการสอบสวนเริ่มขึ้นที่บริเวณห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ภายในสถานศึกษาเมืองตี้หนาน
จบบท