
"นะ...ไหนว่าชอบคนพูดตรงๆไง?"
"จะพูดตรงก็ได้ แต่ห้ามเอามาพูดกับเมียรู้มั้ย?"
"เอ๊ะ?"
.
และมันก็เริ่มขึ้นแบบนั้น
เธอมาจีบผมเพราะบอกว่าชอบคนพูดตรงๆ
แต่พอเราได้กัน
มันก็กลายเป็ว่าเธอเริ่มทำตัวครอบงำผม
.
"แมวซื้อนี่ให้หน่อย"
"เอ้อ..."
"อะไร? เชอะ!!"
"แมวไปเที่ยวนี่กัน"
"เอ้อ..."
"ชิส์!!"
.
"แมวห้ามทำแบบนั้นนะ! เค้าไม่ชอบ!!"
"อ้า..."
.
มันวนไปวนมาอยู่แบบนี้
เธอเป็คนที่เอาแต่ใจมากๆ
อะไรๆก็จะเอาให้ได้ดังใจตลอด
และหลังจากผมเคยเสียบควยเข้าไปในช่องคลอด
ได้รับรสของแรงหีตอด มันเหมือนสมองผมเบลอไป
อะไรที่ยอมได้ก็ยอมเธอไปหมด
จนความเป็ตัวเองของผมลดลงไปเรื่อยๆ
ในขณะที่ฝ่ายเธอก็เพิ่มเติมความงี่เง่าไม่หยุดหย่อน
.
"เอ้อ... เค้าวางก่อนนะ ดึกแล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยใหม่"
"อะไร? ไม่รักเค้าแล้วเหรอแมว?"
"เอ๋? อ้า..."
.
ผมได้รู้ความจริงที่ว่าความรักมันไม่ง่าย
สำหรับคนที่มีโลกส่วนตัวสูง
และอยู่คนเดียวมาตลอดแบบผมแล้ว
ไอ้การคุยโทรศัพท์กัน 4 ชม. ทุกวันนั่นมันมากเกินไป
และเมื่อคุยกันไปสักสองอาทิตย์แล้วมันก็ไม่รู้จะคุยอะไร
ทว่าเธอก็จะลากให้ผมคุยให้ได้
.
"ชื้อดื๊อ...ดือดือ... เค้าชอบให้มีแมวคุยเป็เพื่อน
อยากได้ยินเสียงแมว แมวพูดอะไรสักอย่างสิ!"
.
เอิ่ม....
จากคนที่มีความสนใจในชีวิตมากมาย
ผมแทบไม่มีเวลาทำอะไรเป็ของตัวเอง
ผมเคยทั้งเขียนการ์ตูน สร้างเกมเอง เขียนนิยาย
และดูหนัง ดูการ์ตูน เล่นเกมจำนวนมากมาย
.
แต่ตอนนี้ความฝัน งานอดิเรก ทุกอย่างเละเทะ
เวลาของผมจมหายไปกับเธอเสียหมด
ซึ่งผมก็พอจะรับได้
จนกระทั่ง...
.
"แมว!! อันนี้แมวกับลูกน้องทำผิดนะ! บุ๋มไม่โอเคนะ
จะมาโยนงานชุ่ยๆแบบนี้ให้ฝ่ายบัญชีไม่ได้!"
.
"เอ๋? นี่ไงพวกผมไม่ได้ทำเอกสารผิด!
บุ๋มดูดีสิ! มันอยู่ตรงนี้ทำไว้ละเอียดเลยด้วย!"
"หาอะไร! นี่แมวว่าบุ๋มเหรอ??!"
.
ในที่สุดฟางที่มันบางอยู่แล้วก็ขาดลง
ผมยอมเธอทุกอย่างมาตลอด
คิดว่าอย่างไรเราก็เป็แฟนกัน
.
แต่ว่าในวันนั้น ไม่สิมันเริ่มบ่อยขึ้นทุกๆวัน
เธอเข้ามาหาเื่ผมในที่ทำงานที่เราทำอยู่ด้วยกัน
หากไม่ใช่เื่งาน ผมคงยอมเธอไปตามนั้น
แต่นั่นมันไม่ถูกต้อง
.
ผมเป็หัวหน้าของออฟฟิศและมีลูกน้อง
มันไม่ใช่แค่เื่กลัวเสียหน้า
แต่มันทำให้ระบบเสียหาย
ลูกน้องต้องลำบากไปด้วย
จากเื่ภายในครอบครัวของผม
.
"ถ้าแมวไม่เห็นแก่บุ๋มล่ะก็
ถ้างั้นก็เลิกกันไปเลยเถอะ...จะคบกันทำไม!"
"อื้อ..."
.
ผมตอบรับคำนั้นอย่างง่ายดาย
และหัวเสียชิบหาย นี่มันเื่เหี้ยอะไร?
ตอนเด็กๆผมเคยคิดว่าความรักนั้นสวยงาม
และผู้หญิงนั้นเป็อะไรที่น่ารักน่าถนอม
แต่ว่านั่นมันก็แค่ภาพจอมปลอม
.
ผมรู้จักผู้หญิงแค่จากในหนังหรือการ์ตูน
ที่ฉายแต่ด้านน่ารักและสมบูรณ์พร้อม
เป็แค่่ของโปรโมชั่น
การได้แอบรักใครสักคนและจีบกัน
มันเป็่แห่งความสุขเหมือนกับในความฝัน
.
แต่พอได้มาลองคบดูจริงๆแล้ว
ผมได้เจอในสิ่งที่คนอ่อนแออย่างผม
ไม่สามารถปรับตัวเข้ากันได้
.
"อ๊าซ์ๆ! แมวแรงอีก! เย็ดหีบุ๋มแรงอีก! อ๊าซ์ๆ!"
.
ใช่แล้ว...
เราไม่ได้เลิกกันจริงๆในครั้งนั้น
พอเห็นว่าผมไม่ตามง้อ
เธอก็กลับมาขอคืนดีกัน
แต่นั่นแหละพอมีครั้งแรกมันก็มีครั้งที่สอง
.
ไม่นานเธอก็ขอเลิกกับผมอีก
และคราวนี้ผมเป็คนง้อ
มันเป็อย่างนั้นอยู่หลายครั้งจนผมท้อ
ผมไม่ชอบเลยที่เธอเอะอะก็มาขอเลิกกัน
.
สำหรับผมแล้วคนรักกันเขาไม่ทำกันแบบนั้น
มาขอเลิกเพื่อลองใจกัน? ควยเหอะ!
หัวใจของผมไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น
มันเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องคอยรองรับอารมณ์
และความงี่เง่าของเธอแบบนั้น
และครั้งสุดท้ายที่เธอขอเลิกกัน
.
"คุณได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้..."
.
นั่นคือคำพูดที่ปรากฏขึ้นในหัวของผม
ถึงแม้ผมจะไม่ได้พูดมัน
แต่ผมก็ไม่ติดต่อกับเธออีกเลย
ยอมรับการเลิกกันไปเฉยๆ
ผมได้ชีวิตอย่างที่เคยๆ
และรู้สึกว่ามันมีความสุขชิบหาย!
.
"คิมูจิ๊! คิมูจิ๊! อิคึ! อิคึ!!"
.
ถึงจะต้องกลับมานั่งสาวควยดูเอวีเหมือนเดิมไป
แต่นั่นมันก็เพียงพอต่อกระดอ
หากเทียบกับการต้องมานั่งรองรับอารมณ์อันวุ่นวาย
มันอาจจะเป็เพราะผมไม่ได้เป็ฝ่ายเลือกก็ได้
ผมรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลย
ที่ผมต้องเป็ฝ่ายยอมทุกอย่าง
ทั้งที่เธอเป็ฝ่ายเข้ามาจีบผม
.
"แมว...แมว..."
"อื้อ...มีอะไรบุ๋ม?"
.
เธอพยามเข้ามาทำดีกับผมอยู่หลายครั้ง
แต่ผมก็ไม่เคยตอบรับอะไรมากกว่าความเป็เพื่อนกัน
และสุดท้ายเธอก็รับมันไม่ไหว
ก่อนลาออกไปจากที่ๆผมทำงานอยู่
.
ทว่าผมก็ยังคงไม่อาจหลีกหนีมัน
ไอ้เื่ที่ว่าผมใจง่ายนั้นจริงมาก
ไม่นานนักน้องสาวของบุ๋มที่ทำงานอยู่ในแผนกของผม
พอทำงานด้วยกันไปนานๆ
.
"พี่แมว... เ้านายจะลดเงินเดือนหนู"
"ไม่เป็ไรเดี๋ยวพี่คุยให้"
.
ผมก็แพ้ความใกล้ชิดอีก...
แต่คราวนี้ผมเป็ฝ่ายวิ่งตามและเป็ฝ่ายจีบ
ที่แย่กว่านั้นคือวิ่งตามน้องแฟนเก่าเนี่ยนะ?
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมกำลังทำอะไร
เหมือนว่าแค่อยากจะแก้ไข
อยากจะเป็ฝ่ายเลือกอีกครั้ง
.
"อะ! คิกคิก! บ้าาา!!"
(เสียงเธอคุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนอื่น ในห้องชงกาแฟ)
.
แต่เ้ากรรม... ผมก็จีบเธอไม่ติด
เธอสวยกว่าคนพี่และเป็สาวประเภทคุยหลายคน
หรือความจริงแล้วผมจะหยิ่งทะนงในตัวเองเกินไป?
ผมเคยจีบใครแล้วติดซะที่ไหน
และที่ทำงานผมก็กำลังระส่ำระสาย
สุดท้ายเธอก็ย้ายงานออกไปอีกคน
.
ผมก็ยังคงไล่จีบคนในที่ทำงานอีกคน
คราวนี้คนนี้เธอมาหว่านเสน่ห์ผม
เหมือนเดิมผมใจง่ายและหลงกล
ช่างโง่งมและอ่อนต่อโลกอย่างไร้ยาจะเยียวยิ่งนัก
.
กับคนนี้ผมไม่รู้ว่าไอ้นั่นเราเรียกว่าคบกันหรือเปล่า
ผมโดนเธอสวมเขาหลอกเอาเงินอยู่กว่า 6 เดือน
เราคบกันแบบเป็เพื่อนก่อน
เธอบอกว่าเธอกำลังจะเลิกกับแฟนเก่า
แต่แล้วผมก็รู้ภายหลังว่าเธอไม่ได้เลิกกับเขา
และมีลูกแล้ว!!
.
"เอ๋? หนูมีลูกมันก็เื่ส่วนตัวของหนูเปล่า?
หนูต้องบอกพี่ด้วยเหรอ?"
"เอ้อ?"
.
ตอนนั้นผมแม่งโคตรเบลอ
เธอทำตัวน่าสงสารมาขอพักพิงในทีแรก
รู้ตัวอีกเราก็ตกลงจะร่วมทุนทำธุรกิจ
ผมซื้อของเปย์ให้เธอไปเรื่อยอย่างกับโดนของ
ส่งเงินไปช่วยแม่เธอ ไถ่ทอง จ่ายเงินค่าทำสวย
ซื้อไอโฟน ไอแพ่ดให้ หมดไปร่วมๆ 2 แสน
แต่ว่าแม้แต่แขนผมก็ไม่เคยได้จับ..?
เพราะผมคิดว่าความรักมันควรจะสวยงาม
และการคบกันแล้วเย็ดกันเลย
แบบกับบุ๋มผมรู้สึกว่ามันไม่เวิร์ค
ทว่าพอผมเป็ฝ่ายวิ่งตามมันกลับยิ่งแย่กว่าเดิม
.
"แมว! ไปกินข้าวกัน!"
.
"อ้า...วันนี้ผมไม่ไปดีกว่าครับ
พอดีมีหนังที่ดูค้างไว้อยู่น่ะครับ"
.
"เอ้า! ไม่กินข้าวระวังเป็โรคกระเพาะนะจ๊ะ! อิอิ!"
.
และนั่นเป็สิ่งที่เพิ่มเติมมาในตัวผมตอนนี้
ที่โรงพยาบาลนี่มันเป็ที่ใหม่สังคมใหม่
หลังจากผมเป็ควายให้ผู้หญิงคนสุดท้ายหลอก
ผมก็มองเห็นแต่คำว่า
.
ตอแหล! หลอกลวง!
เอาแต่ใจ! งี่เง่า! เยอะ! ทุเรศ!
.
แปะอยู่บนหน้าผากของผู้หญิงทุกคน
ผมรู้แหละว่าผู้หญิงทุกคนมันไม่ได้เป็แบบนั้นกันหมด
แต่ว่ามันสลักลงไปในหัวใจของผม
ผมกลัวที่จะปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆไปเลย
พยายามหลีกห่างจากผู้หญิง
.
เพราะรู้ดีว่าตัวเองใจง่ายสักแค่ไหน
นอกจากจะโดนหลอกง่ายแล้วยังรักง่าย
หากจีบไม่ติดก็ต้องเจ็บใจ หากโดนหลอกก็ต้องเจ็บใจ
ไม่ว่าทางไหนผมก็เจ็บทั้งขึ้นทั้งล่อง!
.
http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/385573/1461324372-member.jpg
.
จิ้วๆๆๆ!! ครึ่กๆๆๆ! ก๊าาาาซ์!!
.
ที่อยู่บนหน้าจอคอมทำงานของผม
คือหนังจากการ์ตูนไซไฟ
ที่กลุ่มตัวเอกชุดดำต่อสู้กับสัตว์ประหลาด
พวกเขาตายไปแล้วครั้งหนึ่ง
และพยามหาทางหลุดออกจากวังวน
.
หลายๆครั้งที่ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
ชีวิตที่อยู่ไปวันๆของผมมันช่างไร้ค่าและไม่รู้ว่าอยู่ไปทำไมกัน
ผมเคยมีความฝันแต่ก็ไม่เคยไขว่คว้าได้ถึงมัน
ในสังคมผมก็เป็สิ่งแปลกแยก เข้าไม่ได้แม้แต่กับที่บ้าน
สิ่งที่มีเหลือก็แค่ปากดีอัพสเตตัสในเฟซบุ๊คไปวันๆ
และระหว่างที่ผมกำลังฟุ้งซ่านอยู่นั้น
.
"ว้ายยย!! นั่นมันตัวอะไรน่ะ?"
.
"อ้า... สัตว์ประหลาดมันขยายเป็ร่างใหญ่
โดยใช้ร่างกายผู้หญิงเปลือยรวมๆกันน่ะครับ"
.
"อี๊! น่าเกลียด! แมวโตแล้วยังดูการ์ตูนอยู่อีกเหรอ?"
.
อื้ม... ถ้าเป็คนอื่นผมคงจะสวนไปว่า
ผมดูการ์ตูนแล้วมันหนักหัวพี่เหรอครับ
แต่กับผู้หญิงคนนี้...