ทันทีที่ป้าเหม่ยพูดจบ
ประตูบานเลื่อนด้านหลังโซฟาก็ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ คุณย่าหลิน ปรากฏตัว ผมสั้นสีขาวนวล ใบหน้าอ่อนโยน แต่สายตาคมกริบ เธอถือไม้เท้าแกะสลักเป็ลายั
“นี่หรือ? หลานสะใภ้ของย่า…”
“คุณย่า” เธียร์ส่งเสียง แต่ช้ากว่าโฟมที่รีบลุกขึ้น
“สวัสดีครับคุณย่า ผมชื่อโฟม—มาครับผมช่วย”
ยังไม่ทันแนะนำจบ คุณย่าก็เตะหลังมือโฟมแ่ ๆ นิ้วเธออุ่น นุ่ม อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ
“มือเย็นเชียวนะ… กลัวหรือจ๊ะ?”
โฟมฝืนยิ้ม “นิดหน่อยครับ…”
คุณย่าเห็นทุกอย่างั้แ่สองคนเดินเข้าบ้าน แต่ประโยคต่อไปทำให้โฟมใจสั่น
“ไม่ต้องประหม่าหรอก…ย่าน่ะ จะอยู่ดูพวกเ้า สร้างครอบครัวไปด้วยอีกนาน”
เธียร์กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ขณะที่โฟมหน้าร้อนวาบ หัวใจทั้งคู่เต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล
“คุณแม่ระวังค่ะ”
ป้าเหม่ยรีบเอ่ยกับมารดา แม้สายตาไม่ละจากหลานชายกับวาที่สะใภ้ป้ายแดงอย่างจับผิด
“ว่าแต่..ยังไงดีละ..อาเธียร์กว่าจะโผล่หัวเข้าบ้านได้ หรือต้องรอให้ย่าตายก่อนหรือยังไง”
“โอ๋..คุณย่าครับ..ไม่เอาไม่งอนนะ..นี้ไงครับหลานกลับมาแล้ว”
เธียร์รีบเดินเข้าไปนั่งลงกับพื้นแล้วกอดอย่างออดอ้อน ภาพนั้นมันทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอมยิ้มอย่างมีความสุข ไม่เว้นแม้โฟมที่พึ่งรู้จักกับเขาไม่กี่วัน
“ว่าแต่นั่นนะ..ลูกเต้าเหล่ากอไหนกัน พ่อแม่เขารับรู้หรือเปล่าว่าเราหอบหิ้วเขามานะ”
“ยังเลยครับ..หลานรีบมา..เป็ห่วงอาการคุณย่า ก็กะว่าคุณย่าอาการดีขึ้น ถึงจะไปบ้านของโฟมเขา”
“แล้วพ่อแม่เราเขาจะไม่ถอนหงอกย่าเอาหรือ..หนูโฟม”
“อะ..เอ่อ.คะ..คงไม่หรอกครับ..ที่บ้านเลี้ยงลูกตามสบาย ฮ่าๆ ..โฟมเหลือแค่แม่ คุณพ่อเสียไปหลายปีก่อน”
“พวกท่านแยกทางกันั้แ่โฟมยังเล็ก..โฟมกับพี่ชายอยู่กับพ่อ ส่วนพี่สาวอยู่กับแม่ ตอนนี้แม่แต่งงานใหม่ไปอยู่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาครับ”
“อ่าวเหรอลูก..มาๆ ..มาให้ย่ากอดหน่อย”
“ขอบคุณครับ”
โฟมค่อยๆ คลานเข้าไปรับกอดคุณย่า รู้สึกประหลาดใจ ไออุ่นนั้นมันทำให้น้ำตาของเขาคลอเคลียปริ้มล้นอย่างไม่รู้ตัว
หลังอาหารเย็น ป้าเหม่ยสั่งให้คนรับใช้ยกกระเป๋าไปไว้ ในห้องนอนมีเตียงใหญ่เพียงเตียงเดียว
“ป้า! ผม—” เธียร์อ้าปากค้านแต่ป้าเหม่ยตัดบททันที
“ทำไม? ผัวเมียกันก็ต้องนอนห้องเดียวสิ”
ป้าจูยิ้มหวาน แบบที่คนดูรู้ทัน ส่วนโฟมหันมองเธียร์ทั้งเขิน ทั้งตื่นตระหนก
ป้าเหม่ยมองทั้งคู่สลับไปมา ด้วยสายตาแม่ทัพที่จับโป๊ะมานับไม่ถ้วน คำพูดสุดท้ายของเธอ ราวกับประกาศคำพิพากษา
“คืนนี้หวังว่าหลานทั้งสองจะหลับสบาย”
โฟมแทบหยุดหายใจ เธียร์คิ้วกระตุกแต่ต้องฝืนฉีกยิ้ม ท่าทางทั้งคู่เกร็ง ๆ เหมือนนักโทษที่กำลังเดินขึ้นแดนปะา
มื้อเย็นที่แสนสุขของคนแก่สามคน แต่มันช่างแสนจะทุลักทุเล ของคู่รักปลอมๆ กว่าจะพ้นผ่านไป ทั้งสองหายใจเฮือกใหญ่เป็พันๆ ครั้ง
ในห้องนอนใหญ่สว่าง ด้วยโคมไฟสไตล์จีนร่วมสมัย ม่านสีแดงเืนกพลิ้วไหวเบา ๆ อากาศอุ่น เหมือนมีอะไรเจือปนอยู่
ป้าจูเดินเข้ามาในห้องวางถาดน้ำชา แล้วจุดธูปกำยาน บนชั้นของข้างหน้าต่าง
“กลิ่นนี้จะช่วยผ่อนคลายนะคะคุณเธียร์ คืนนี้…จะเป็คืนที่ดีๆ”
ก่อนเธียร์จะค้าน ป้าจูเดินออกไป ทิ้งเพียงควันหอมอ่อน ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง กลิ่นนั้น หวานสดชื่นแต่กลับรู้สึกเร่าร้อน กระตุ้นสัญชาตญาณอัลฟ่าของเขาอย่างห้ามไม่ได้
ส่วนโฟมที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ ยังไม่ทันจะเปลี่ยนชุดนอนก็รับรู้ได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่กลิ่นปกติ เขาเองก็เพิ่งฉีดยากระตุ้นระบบสืบพันธุ์มา ฮอร์โมนกำลังพุ่งสูงฟีโรโมน เริ่มระบายออกทางผิวอย่างควบคุมไม่ได้เพราะเจอกลิ่นบางอย่างเร่งเร้ากระตุ้นหนัก
“คุณเธียร์… ยะ.อย่าเข้าใกล้ผมนะ..มันมีอะไรผิดปกติ”
เสียงโฟมสั่นวูบ เขาถอยชิดผนัง แต่เธียร์กลับรับกลิ่นหวานอุ่นๆที่คุ้นเคยแรงกว่าบนเสื้อในร้านกาแฟหลายเท่า หัวใจเขาเต้นหนักหายใจถี่ๆม่านตาขยาย
“โฟม… กลิ่นของคุณ…”
โฟมส่ายหัว ตาไหวระริก ลำคอแห้งผาด เนื้อการเริ่มร้อนผ่าววูบไหว ราวกำลังมีอารมณ์ใคร่รุมเร้า รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่หายใจ
“ขะ…ห้ามเข้าใกล้ มันไม่ดีต่อเราทั้งคู่”
เธียร์ไม่รับฟัง ควันกำยานถูกพัดผ่าน ปลุกสัญชาตญาณ ที่ถูกปิดกั้นมานาน เหมือนถูกปลดล็อกครั้งแรกในชีวิต เขาย่างเท้าเข้ามาใกล้ทุกๆ การก้าว มันคือการทำลายสติความยับยั้งของกันและกัน
โฟมหายใจถี่ ฮอร์โมนที่ถูกกดไว้พรั่งพรูออกมา จนทั้งห้องเต็มไปด้วยความ้า มือทั้งสองสั่นเทา พวกเขา พยายามผลักความรู้สึกนั้นออก
แต่กลับยิ่งดึงดูดกันและกันเข้า มือของโฟมยกขึ้นดันอกแกร่งที่กำลังโถมเขาหาแต่สุดท้ายกลายเป็จับรั้งเสื้อเธียร์ไว้
เธียร์ก้มลง เห็นดวงตาเปียกชื้นคู่นั้นที่พยายามอดทน เขามองลึกเข้าไปข้างใน กลับค้นพบแรงปรารถนาที่กำลังเชื้อเชิญ ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเสียงเธียร์แ่เบาแหบแห้ง
“ขอโทษ…แต่ตอนนี้ผม..ผมคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”
“คะ..คุณ..อื้อ~~~~”
โฟมส่งเสียงครางแ่เมื่อริมฝีปากอุ่น ของอีกฝ่ายจูบอย่างเร่าร้อนและรีบเร่ง ประหนึ่งอยากจะพากันไปถึงฝันเสียในนาทีนี้
แสงไฟสลัวสะท้อนสองร่างที่ใกล้ชิดกันขึ้นทุกวินาที ััแรก อบอุ่นและหลอมละลาย ริมฝีปากแตะกันอย่างลังเล ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็แรงเร่าร้อน มือทั้งสองไม่รู้ว่าเริ่มกอดกัน ั้แ่เมื่อไหร่
ความใกล้ชิดที่ควรเป็เพียงเื่หลอกๆ กลับลุกลามกลายเป็ความจริงอันเร่าร้อนยิ่งกว่าสัญญาใดจะควบคุม
“อื้อ..อื้อ” เสียงหายใจหอบ ดังคลอเสียงเนื้อกระแทกเนื้อ เป็ทำนองเดียวกัน
หนึ่งคนไม่อยากมีความสัมพันธ์กับใคร กับอีกหนึ่งเฝ้ารอคนรักกลับมาสร้างครอบครัว แต่กลับจบลง ด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งยิ่งกว่าการจัดฉาก
.......................................................................................................