หิมะที่ตกติดต่อกันมาหลายวันในที่สุดวันนี้ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่ง เป็นสีฟ้าดูสดใสและสวยงาม
หลังจากการเดิมพันครั้งนั้นมู่หลิวเยวี่ยก็ไม่เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงในแวดวงสังคมอีกเลยซ่อนตัวอยู่ในห้องส่วนตัวตลอดทั้งวัน ทั้งหดหู่และไม่มีความสุขอารมณ์ของนางก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“เพล้ง”แจกันล้ำค่าอีกใบถูกทุบแตก สาวใช้ก็ล้อมอยู่หน้าประตู ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเข้าไป
ในตอนแรกแม่ทัพมู่และมู่ชิงอู่เคยมาดูจนถึงตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกันสิ่งที่พวกเขากังวลมากกว่าคือชื่อเสียงของสตรีผู้นี้นั้นแย่มากหากภายหลังต้องแต่งงานกับคนดีๆ สักคนคงกลายเป็นปัญหาใหญ่
“ใครก็ได้มานี่เสีย!มาเดี๋ยวนี้!”
มู่หลิวเยวี่ยตะโกนด้วยความโกรธสาวใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เกินไป
“องค์หญิงฉางผิงเคยมาที่นี่หรือไม่? หรือนางมาแล้วข้าไม่รู้?” มู่หลิวเยวี่ยถาม
ความหวังเดียวของนางคือองค์หญิงฉางผิงทว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง องค์หญิงฉางผิงก็ไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้งเมื่อเห็นว่างานเลี้ยงเหมยฮวากำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้แต่นางกลับไม่ได้รับคำเชิญเลย นี่คือถูกทิ้งแล้วหรือไม่?
“ไม่เจ้าค่ะ...”สาวใช้ตอบอย่างระมัดระวังและปลอบนางทันที “คุณหนู บางทีองค์หญิงอาจยุ่งอยู่อีกไม่กี่วันนางก็คงมา”
“ยุ่งอะไร? งานเลี้ยงเหมยฮวาหรือ? นางเชิญใครไป? หานอวิ๋นซีได้รับเชิญหรือไม่?” มู่หลิวเยวี่ยถามอย่างร้อนรน
นางได้ยินมานานแล้วว่างานเลี้ยงเหมยฮวาปีนี้จัดโดยองค์หญิงฉางผิงและขึ้นอยู่กับองค์หญิงฉางผิงที่จะตัดสินใจว่าจะเชิญใคร
สาวใช้จะไปรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรดังนั้นนางจึงรีบพูดแก้ไปว่า “คุณหนูรอสักครู่นะเจ้าคะข้าจะไปสอบถามให้เดี๋ยวนี้!”
ด้วยชื่อเสียงที่ย่ำแย่ของมู่หลิวเยวี่ยแน่นอนว่าองค์หญิงฉางผิงคงไม่มาหาเวลานี้นางกำลังยุ่งอยู่กับงานเลี้ยงเหมยฮวาจริงๆและคำเชิญแรกถูกส่งไปยังจวนฉินอ๋อง และเชิญหานอวิ๋นซีไป
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาหานอวิ๋นซีกไปๆ มาๆ ระหว่างจวนตระกูลหานและจวนฉินอ๋องโดยยุ่งกับผลที่ตามมาจากตระกูลหานและหลังจากคืนนั้นนางก็ไม่ได้พบหลงเฟยเยี่ยอีกเลยนางลงกลอนหน้าต่างตำหนักหยุนเซี่ยนไว้ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าชายผู้นั้นกลับมาตอนกลางคืนหรือไม่และก็ไม่รู้ว่าเขายุ่งอยู่หรือไม่
สำหรับข่าวเกี่ยวกับองค์หญิงแห่งซีโจวนางก็ไม่ได้สนใจที่จะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็แค่ใช้ชีวิตของนางไปแบบนี้บางครั้งก็ไปที่รับใช้อี้ไท่เฟย “ขับพิษเพื่อความสวยงาม” และพูดคุยสักพักแม้ความสัมพันธ์จะไม่แน่นแฟ้นมาก แต่ก็ดีกว่าเดิมมาก
ในช่วงเวลานั้นกู้ชีฉ่าวเองก็ให้คนมาส่งใบชาหนานซานหงคุณภาพสูงหลายกระป๋องแต่นางก็โยนทิ้งทั้งหมด ไม่มีใครรู้ว่าในตอนนั้นที่นางขึ้นไปเก็บชาที่หนานซานนางไม่ได้ต้องการเก็บมาดื่มเองเสียหน่อย
ในขณะเดียวกันทันทีที่นางกลับมา พ่อบ้านเซี่ยก็มาหา “หวังเฟย ไท่เฟยสั่งให้ท่านไปพบพ่ะย่ะค่ะ”
“มีเรื่องอะไร?” หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจ เช้านี้นางเพิ่งจะทำการฝังเข็มให้อี้ไท่เฟยนอกเหนือจากการฝังเข็มแล้ว อี้ไท่เฟยไม่น่าจะตามหานาง
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะไท่เฟยกำลังรออยู่ หวังเฟยควรรีบไปที่นั่นพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเซี่ยตอบ
หรือจะมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับฮูหยินสวี่? หลายครั้งที่พูดและถามเป็นนัยต่อเรื่องนี้แต่อี้ไท่เฟยก็เพิกเฉยและนางเองก็ไม่ได้ยินข่าวคราวจากศาลต้าหลี่ดังนั้นนางจึงเดาเอาเอง หานอวิ๋นซีรีบไปในทันที
โดยไม่คาดคิดทันทีที่เข้าประตูไปก็ได้พบกับบุคคลที่คาดไม่ถึง...มู่หรงหว่านหรู!
นี่มันสถานการณ์อะไรกันคิดไม่ถึงว่าดอกบัวสีขาวนี้จะออกมาจริงๆ!
อี้ไท่เฟยไม่เคยสงสัยมู่หรงหว่านหรูหรือว่า...รู้ความจริงแต่กลับปกปิดนางไว้? อย่างไรก็เป็นแค่บุตรสาวบุญธรรมแล้วอย่างไรล่ะ?
“พี่สะใภ้ในที่สุดท่านก็มาแล้ว ข้างนอกหนาว รีบมาดื่มชาร้อนๆ สักถ้วยสิ”
มู่หรงหว่านหรูที่ดูเหมือนเอาใจใส่และกระตือรือร้นมากราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งยังลากหานอวิ๋นซีมานั่งลงและรินชาให้แต่หานอวิ๋นซีตอบกลับอย่างสุภาพว่าไม่ และถามอย่างจริงจังว่า “หมู่เฟยพ่อบ้านเซี่ยบอกว่าท่านต้องการพบหม่อมฉันหรือเพคะ?”
อี้ไท่เฟยขมวดคิ้วและยื่นบัตรเชิญสีชมพูให้มันแกะสลักสองชั้น มีลายดอกเหมยฮวาที่ละเอียดอ่อนมากอยู่บนนั้น
ทันทีที่หานอวิ๋นซีเห็นก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
นี่คือจดหมายเชิญสำหรับงานเลี้ยงเหมยฮวาหากเป็นคนอื่นได้รับคงมีความสุข แต่นางกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การเชิญไปงานเลี้ยงโดยมีเจตนาร้ายและไม่ใช่งานที่รื่นเริงอย่างแน่นอน
นางไม่ชอบเรื่องแบบนี้เลยแม้แต่น้อยที่เรียกว่างานเลี้ยงเหมยฮวาด้วยเพราะแขกของงานเลี้ยงมีทั้งคนรวยหรือผู้สูงศักดิ์และส่วนใหญ่เป็นสตรีกล่าวกันว่าเป็นการชมดอกเหมยฮวา แต่แท้จริงแล้วคือกลุ่มหญิงสาวที่ประชันความสวยแบ่งพรรคแบ่งพวกและเหยียบกันเอง
ทุกครั้งที่เกิดอะไรขึ้นในงานเลี้ยงเหมยฮวามันจะถูกเผยแพร่ออกไปและกลายเป็นที่พูดถึงในแวดวงสตรีผู้สูงศักดิ์มันน่าเบื่อเหลือเกิน
หานอวิ๋นซีลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นพูดว่า “หมู่เฟย ข้าไม่ค่อยสบาย ไม่รู้ว่างานเลี้ยงนี้จะสามารถ...”
ใครจะรู้ว่านางพูดไม่ทันจบมู่หรงหว่านหรูก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “พี่สะใภ้ ท่านอย่าพลาดเชียวนะ! ฮองเฮาทรงประชวรคราวนี้องค์หญิงฉางผิงเลยเป็นคนจัด หากท่านไม่ไป องค์หญิงฉางผิงจะคิดอย่างไรล่ะ?”
หานอวิ๋นซีตกใจเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้
ด้วยวิธีนี้งานเลี้ยงครั้งนี้คงไม่ใช่งานเลี้ยงที่ดีอย่างแน่นอนหานอวิ๋นซียังจำฉากที่ประตูจวนแม่ทัพเมื่อครั้งที่แล้วได้และเรื่องของมู่ชิงอู่ที่วิ่งไปตามถนน เดาว่าองค์หญิงฉางผิงคงมีความแค้นเคืองนางอยู่พระเจ้ารู้ว่าคราวนี้ต้องเตรียมกับดักอะไรที่ทำให้นางตกหลุมพรางแน่ๆ!
“หมู่เฟย...ข้าเป็นคนหยาบกระด้างไม่มีพรสวรรค์และการเรียนรู้ ร่างกายเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงเกรงว่าหากไปที่นั่นจะทำให้ท่านขายหน้าเสียเปล่า” หานอวิ๋นซีปฏิเสธอีกครั้ง
การปฏิเสธองค์หญิงฉางผิงเป็นเรื่องง่ายแค่ไม่ต้องไปให้นางเห็นหน้าแต่เรื่องนี้มีผลกระทบไม่น้อยและนางต้องผ่านอุปสรรคของอี้ไท่เฟยก่อน
อี้ไท่เฟยยังคงเงียบมู่หรงหว่านหรูพูดขึ้นอีกครั้ง “พี่สะใภ้ถ่อมตัวเกินไปแล้วแค่ไปชื่นชมดอกเหมยฮวาก็เท่านั้น จำเป็นต้องใช้ความสามารถเสียที่ไหนกันถ้าพี่สะใภ้ไม่ไป หว่านหรูจะไม่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวหรอกหรือ? นอกจากนี้ พี่สะใภ้กำลังเป็นตัวแทนของฉินอ๋องของเรา หากท่านไม่ไปเช่นนั้นหว่านหรูเองก็คงไม่ไปเช่นกัน”
ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็เข้าใจว่าทำไมมู่หรงหว่านหรูถึงถูกปล่อยตัวออกมาอย่างกะทันหันที่แท้นางก็ได้รับเชิญด้วย
นางเปิดคำเชิญและเห็นว่างานจะจัดขึ้นในอีกสามวันถัดไป
หานอวิ๋นซีขมวดคิ้วและเงียบเป็นเวลานานในขณะเดียวกัน อี้ไท่เฟยผู้เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นมาว่า “อวิ๋นซี หากเจ้าไม่ไปข้าจะยิ่งขายหน้า เมื่อหลายวันก่อนพวกนางเริ่มคุยกันว่าฉางผิงจะเชิญเจ้าไปหรือไม่เจ้ากล้าไปหรือไม่?”
อวิ๋นซี? พระเจ้า!
เสียง“เพล้ง” ที่ดังขึ้น เป็นเสียงของถ้วยชาในมือของมู่หรงหว่านหรูที่ตกลงไปที่พื้นนางตกใจมาก!
คิดไม่ถึงว่าหมู่เฟยจะเรียกชื่อหานอวิ๋นซีอย่างอ่อนโยนเช่นนี้แถมยังพูดคุยกับนางอย่างไพเราะด้วย?
ใบหน้าของมู่หรงหว่านหรูซีดเซียวโดยไม่ทันตั้งตัว นางคิดว่าหมู่เฟยจะตำหนิหานอวิ๋นซีด้วยความโกรธแต่ใครจะรู้ว่าหมู่เฟยกลับมีท่าทางเช่นนี้
ในช่วงเวลาที่นางถูกกักบริเวณเกิดอะไรขึ้นระหว่างหมู่เฟยและหานอวิ๋นซี? นางเพิ่งจะออกมาเลยยังไม่มีเวลาทำความเข้าใจสถานการณ์
เมื่อเห็นเช่นนี้อี้ไท่เฟยยิ่งดูไม่พอใจ “เจ้าเป็นอะไรไป?”
หานอวิ๋นซีหัวเราะเยาะอยู่ในใจหรงหว่านหรูจะออกมาแล้วก็ไม่เป็นไร อย่างไรในวันข้างหน้าก็จะทำให้นางร้องไห้ให้ได้
“หมู่เฟยข้าได้ยินมาว่าหากสตรีที่โสดได้รับรางวัลในงานเลี้ยงเหมยฮวานี้ ก็จะมีชื่อเสียงหลังงานเลี้ยงก็จะได้แต่งงาน ไม่รู้ว่ามันเป็นการพูดเกินจริงหรือไม่?” หานอวิ๋นซีถามอย่างจริงจัง
อี้ไท่เฟยหัวเราะ“ถึงมันจะเป็นการพูดเกินจริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องโกหก”
หากเป็นที๋โดดเด่นในงานเลี้ยงเหมยฮวาก็จะดึงดูดความรักจากคุณชายนับไม่ถ้วนและถูกขอแต่งงานดังนั้นงานเลี้ยงเหมยฮวาจึงเป็นงานศักดิ์สิทธิ์ในฝันที่สุดสำหรับสตรีในเมืองหลวง
“ถ้าอย่างนั้นข้าไปเป็นเพื่อนหว่านหรูดีกว่า สาวน้อยผู้นี้ถึงวัยที่จะแต่งงานแล้ว”หานอวิ๋นซีพูดด้วยรอยยิ้ม
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหัวใจของมู่หรงหว่านหรูก็เต้นรัว! หานอวิ๋นซีผู้หญิงเลวคนนี้ต้องการให้นางแต่งงานจริงๆหรือ?เรื่องการแต่งงานของนาง ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาดูแลสักหน่อย!
“หว่านหรูเจ้าต้องทำตัวให้ดี หมู่เฟย ท่านสามารถสั่งให้พ่อบ้านเซี่ยเช็ดหัวบันไดไว้ได้เลยคงมีคุณชายแวะเวียนมาไม่น้อย ฮ่าฮ่า” หานอวิ๋นซีพูดอย่างติดตลก
ดวงตาของอี้ไท่เฟยฉายแววซับซ้อนแต่ก็ไม่พูดอะไร
หานอวิ๋นซีพูดอีกครั้งว่า“หมู่เฟย ไม่ใช่ว่าในใจของท่านมีคนที่ถูกใจให้หว่านหรูอยู่แล้วหรอกหรือ?”
อี้ไท่เฟยรีบส่ายหัวทันที“ไม่มีเสียหน่อย เจ้าอย่ามาพูดไร้สาระนะ”
“หมู่เฟยอายุหว่านหรูเองก็ไม่น้อยแล้ว นางไม่รีบหรือเป็นไปได้หรือไม่ว่าท่านเองก็ไม่รีบเช่นกัน” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
มู่หรงหว่านหรูที่อยู่ข้างๆแทบจะระเบิดออกมา หมู่เฟยกับนางไม่รีบร้อน แล้วผู้หญิงสารเลวคนนี้รีบไปเพื่ออะไร? ไม่ใช่เรื่องของนางเสียหน่อย?
โดยไม่คาดคิดอี้ไท่เฟยตอบอย่างเฉยเมยว่า “แน่นอนว่ารีบ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อนเรื่องของชีวิตต้องค่อยๆ คิดอย่างช้าๆ ไม่ใช่หรือ?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหัวใจของมู่หรงหว่านหรูก็แทบจะหยุดเต้น หมู่เฟยพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร?
นางเป็นบุตรสาวบุญธรรมไม่ใช่น้องสาวของฉินอ๋อง ก่อนหน้านี้หมู่เฟยยังจับคู่นางกับฉินอ๋องไม่ใช่หรือไร? หมู่เฟยเคยพูดว่า แค่เพียงฉินอ๋องพยักหน้าก็จะทำให้นางเป็นสนมของฉินอ๋องทันทีเช่นนี้ก็จะสามารถอยู่เคียงข้างนางไปได้ตลอดชีวิต
เป็นไปได้หรือไม่ว่าหมู่เฟยเปลี่ยนใจแล้ว?
นางพยายามอย่างหนักมาหลายปีเพื่อที่จะอยู่ข้างกายฉินอ๋องแม้ว่านางจะเป็นชายาเอกไม่ได้เพราะฐานะเดิม นางก็ไม่รังเกียจหมู่เฟยที่เข้าใจหัวใจของนางดีที่สุด ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
“เป็นความจริงที่เราควรค่อยๆคิด ถ้าหมู่เฟยมีตัวเลือกแล้ว ก็อย่าปิดเป็นความลับเลย ข้าจะได้ช่วยพิจารณาได้”หานอวิ๋นซีจริงจัง
อี้ไท่เฟยพยักหน้าและไม่พูดอะไรมากแค่การพยักหน้านี้ก็ทำให้หัวใจของมู่หรงหว่านหรูแตกสลาย
นางคว้ามือของอี้ไท่เฟยอย่างร้อนรนและกระวนกระวาย“หมู่เฟย ลูกไม่แต่ง! ไม่แต่งเด็ดขาด!ลูกต้องการอยู่ที่จวนและรับใช้ท่านไปตลอดชีวิต!”
คำพูดเหล่านี้บอกอี้ไท่เฟยอย่างชัดเจนว่าการอภิเษกกับฉินอ๋องเองก็หมายถึงการอยู่ในจวนฉินอ๋องและสามารถรับใช้นางไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตามก่อนที่อี้ไท่เฟยจะทันได้พูดอะไร หานอวิ๋นซีก็พูดว่า “ช่างเป็นเด็กโง่จริงๆหมู่เฟยจะอยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิตได้ที่ไหนกัน นี่เจ้ากำลังทำร้ายตัวเองแล้วก็ทำร้ายหมู่เฟยอยู่นะ! เจ้าไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว หากเจ้าไม่แต่งงานคนภายนอกจะพูดถึงเจ้าอย่างไร จะพูดถึงหมู่เฟยอย่างไร?”
มู่หรงหว่านหรูมองดูหานอวิ๋นซีด้วยสายตาขุ่นเคืองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาทันที “พี่สะใภ้ ท่านรังเกียจหว่านหรูหรือ? ต้องการขับไล่หว่านหรูออกไปใช่หรือไม่?”
“บ้านหลังนี้เป็นของหมู่เฟยเจ้าพูดอะไรกัน? พี่สะใภ้หวังดีต่อเจ้าอยู่นะ”หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างจริงจังนางจะไม่รู้สึกถึงความรักของมู่หรงหว่านหรูที่มีต่อฉินอ๋องได้อย่างไร?
“หมู่เฟยข้า...”
มู่หรงหว่านหรูที่ยังต้องการที่จะพูดมากกว่านี้แต่อี้ไท่เฟยโบกมือและขัดจังหวะ “เอาล่ะๆ เรามาพูดถึงงานเลี้ยงเหมยฮวากันก่อน”
นางมองไปที่หานอวิ๋นซีและพูดอย่างจริงจังว่า“อวิ๋นซี เจ้าเตรียมเสื้อผ้าสามชุดที่สามารถสวมออกงานได้หนึ่งชุดสำหรับวันจริงและสองชุดสำหรับสำรอง สามวันนี้ เจ้าและหว่านหรูต้องปฏิบัติตัวให้ดีที่งานเลี้ยงเหมยฮวาจำไว้ว่าเจ้าคือฉินหวังเฟย เป็นผู้อาวุโสของฉางผิง อย่าทำให้ข้าอาย”
หานอวิ๋นซีมองไปที่อี้ไท่เฟยอย่างจริงจังนางรู้ว่านางไม่สามารถหลีกเลี่ยงหายนะนี้ได้หากได้ยากที่อี้ไท่เฟยจะไม่เตือนนางอย่างจริงจัง และจะเตือนนางแบบนี้แทน
เอาเถอะคราวนี้เพราะท่าทีของอี้ไทเฟย นางไปก็ได้ อย่าพูดถึงงานเลี้ยงเหมยฮวาเลยแม้ว่าจะเป็นงานเลี้ยงหงเหมิน นางก็ไม่กลัว!
“เพคะข้าเข้าใจแล้ว” หานอวิ๋นซีตอบอย่างจริงจัง
มู่หรงหว่านหรูเต็มไปด้วยความกลัวไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เห็นและได้ยินทั้งหมดได้ดังนั้นในคืนนั้นนางจึงถามกุ้ยมามาและสาวใช้สองสามคนเกี่ยวกับสถานการณ์
ดีจริงๆหานอวิ๋นซี เพียงไม่กี่วันคิดไม่ถึงว่าสามารถปัดเป่าความเป็นศัตรูของหมู่เฟยที่มีต่อท่านได้หากท่านอยู่ต่อไป ข้ามู่หรงหว่านหรูจะตั้งหลักในจวนฉินอ๋องได้อย่างไร?
วันรุ่งขึ้นมู่หรงหว่านหรูก็รีบแอบไปพบกับองค์หญิงฉางผิงทันที!