ตอนที่ 13 หลี่กวางหลง
ทันใดนั้นเมื่อผมเห็นชื่อของตัวเองอยู่ในโกศของชาวประมงคู่นี้ มันก็ทำให้ผมกลัวจนเหงื่อไหลไปทั้งตัว
นี่เป็โถที่ใช้บรรจุเถ้ากระดูกของคนตาย แต่กลับนำชื่อและวันเดือนปีเกิดของผมใส่ลงไปในนี้ แล้วแบบนี้มันไม่เท่ากับการสาปแช่งผมอย่างงั้นเหรอ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมผีสองตนนั้นถึงได้จ้องเล่นงานผม ดูเหมือนนอกจากการเก็บศพต้องห้ามแล้ว ยังมีความลึกลับอย่างอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย
ผมอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เผยสีหน้าที่เคร่งเครียด “อาจารย์ ในโกศนี้มีชื่อผมอยู่ด้วย!”
ขณะที่พูด ผมก็หยิบหุ่นคนสีเหลืองออกมา แล้วส่งมันให้กับอาจารย์
อาจารย์เองก็ทำสีหน้าเคร่งขรึม “แม่งเอ้ย เป็เหมือนกับที่ฉันคิดเอาไว้เลย นอกจากชื่อแกแล้ว ยังมีชื่อของ
หลี่เหล่าซาน!”
“ชื่อของลุงซานก็มีอย่างงั้นเหรอครับ”
“ใช่ ดูเหมือนเื่นี้จะไม่ธรรมดาเหมือนที่ฉันคิดเอาไว้ เื้ัเื่นี้ จะต้องมีคนอยากทำร้ายแกอยู่แน่!” อาจารย์พูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง
จากนั้นเขาก็ขยำหุ่นคนสีเหลืองทั้งสองตัวให้เป็ก้อนเดียวกัน ด้วยใบหน้าที่โกรธแค้น
“อาจารย์ คนนั้นเป็ใครกัน แล้วตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดีครับ”
ผมรู้สึกอึ้งและเครียดมาก แต่ผมก็ไม่เคยไปทำให้ใครโกรธเคือง แล้วอยู่ดีๆจะมีใครอยากมาทำร้ายผมกับลุงซานได้ยังไง
และลุงซานก็ตายไปแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ผมคนเดียว
ถ้าผมไม่ตาย คนที่อยู่เื้ัเื่นี้ จะต้องเผยตัวออกมาแน่
อาจารย์มองมาที่ผมแล้วพูดว่า “ต้องบอกให้ยายโม่รู้ก่อน หลังจากทำเสร็จ พวกเราค่อยสืบว่าใครมันสมควรตายที่กล้ามาทำคุณไสยแบบนี้”
ผมพยักหน้ารับ จากนั้นพวกเราทั้งสองคนก็ลงมือทำต่อ
ทำตามที่ยายโม่พูด คือการขุดโกศออกมา จากนั้นก็ทำฟางยัดเข้าไปแทนเถ้ากระดูกของคู่สามีภรรยาชาวประมง
และสิ่งนี้เรียกว่าฟางลงอาคม หรือเรียกอีกชื่อว่าหุ่นฟาง
หลังจากใส่หุ่นฟางลงไป ขั้นสุดท้ายอาจารย์ก็ค่อยๆ วางมันกลับเข้าไปในหลุมศพอีกครั้ง
เพราะตำแหน่งของหลุมศพนี้อัปมงคลมาก ตามที่อาจารย์พูด ก็คือตำแหน่งแห่งแรงอาฆาต
ดังนั้นตอนที่พวกเรานำดินกลบ ทุกๆครึ่งเมตร จะต้องจุดธูปหนึ่งดอก
ทำงานมาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ภารกิจนำเถ้ากระดูกออกมาจากหลุมศพนี้ถึงสำเร็จลงได้
หลังจากพักอยู่ที่นี่ครู่หนึ่ง จากนั้นพวกเราก็เดินลงมาจากูเา
ระหว่างทาง ผมถามอาจารย์ว่านี่มันเื่อะไรกันแน่
อาจารย์กลับพูดว่า เื่นี้มีคนทำคุณไสย
บอกว่าการตายของชาวประมงสองคนนั้น อาจเป็ไปได้มากว่าพวกเขาถูกฆ่าตาย และไม่ได้เป็เพราะกินัเข้าไป
แต่นี่ยังไม่จบ หลุมฝังศพของสองสามีภรรยาชาวประมง ยังมีคนเล่นลูกไม้อีก
หลุมศพไม่เพียงอยู่ในตำแหน่งต้องห้าม โกศยังอยู่รวมกับซากงูหนูเน่าอีกด้วย มันยิ่งทำให้ผีชาวประมงคู่นี้พลังกล้าแข็งเข้าไปใหญ่
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผีสองตนนี้ถึงใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ก็สามารถดุร้ายได้ถึงขนาดนี้
อาจารย์ยังบอกว่า สิ่งที่พวกเราต้องทำในขั้นต่อไป ก็คือหาคนที่เื้ัเื่นี้ ทำให้รู้ความ้าของอีกฝ่ายให้ชัดเจน
โจมตีในที่แจ้งมันหลบง่ายแต่ถ้าในที่ลับมันหลบยาก ถ้ายังหาเ้านั้นไม่เจอ
ถึงพวกเราจะจัดการผีชาวประมงสองตนนั้นได้ แต่ในอนาคตก็จะถูกเล่นงานต่ออีกอยู่ดี
ตอนที่พวกเรากลับมาถึงร้าน ก็เป็เวลาบ่าย 3 กว่าๆแล้ว
หลังจากนำโกศของชาวประมงสองคนไปตั้งที่แท่นบูชา อาจารย์ก็พาผมไปที่สุสาน
เพราะการมารับเถ้ากระดูก จะมีการลงบันทึกเอาไว้ และถ้าพวกเราไปถึงสุสานแล้วได้สิ่งนี้ พวกเราก็จะสามารถหาเบาะแสคนที่จ้องทำร้ายผมและลุงซานได้
เมื่อมาถึงสุสาน เหล่าฉินก็กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในสวนหย่อมพอดี เขาดูว่างมาก
เมื่อเห็นผมและอาจารย์เดินเข้ามา เขาก็ลุกมาต้อนรับทันที
แต่อาจารย์ไม่มีพิธีรีตองอะไร เขาพูดตรงๆกับเหล่าฉิน “เหล่าฉิน เื่ของเสี่ยวฝานเริ่มตึงมือมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ฉันมาหาของนิดหน่อย”
เมื่อเหล่าฉินได้ยิน เขาก็ใทันที และเผยสีหน้าแปลกใจออกมา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
อาจารย์เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่หลุมศพ ั้แ่ต้นจนจบให้ฟังหนึ่งรอบ
เหล่าฉินพึ่งฟังจบ เขาก็โมโหขึ้นมา นำมือตบลงที่โต๊ะหินทันที
“แม่...ซิ ฉันจะรีบไปเอาสมุดลงทะเบียนมา แล้วอีกเดี๋ยวพวกเราค่อยออกไปคิดบัญชีกับไอ้หมอนั้น!”
หลังพูดจบ เหล่าฉินก็เดินตรงเข้าไปในห้อง
ผ่านไปแค่แป๊บเดียว เหล่าฉินก็รีบนำสมุดลงทะเบียนออกมา
เขาโยนมันมาทางโต๊ะหิน จากนั้นก็ด่าออกมาตรงๆ “ตามที่ลงทะเบียนไว้ คนที่รับเถ้ากระดูกของสองสามีภรรยาหลี่กวางตี้ไป ก็คือน้องชายหลี่กวางหลง!”
เมื่อได้ยินหลี่กวางหลงสามพยางค์ ผมก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เพราะชายคนนี้เป็ผีพนันที่มีชื่อเสียงในตำบลของพวกเรา อะไรที่บ้านสามารถขายได้ ชายคนนี้ก็นำไปขายทั้งหมด
“หลี่กวางหลง” อาจารย์แสดงสีหน้าสงสัยออกมา
“ใช่ เป็เขานี้แหละที่เอาเถ้ากระดูกไป แต่เ้านี้มันเป็แค่ผีพนัน เื่ไสยศาสตร์พวกนั้น เ้านี้มันทำไม่เป็หรอก”
ผมจึงเปิดสมุดลงทะเบียนดูสักหน่อย จากนั้นก็พูดเสริมด้วยน้ำเสียงที่หดหู่ “ผมไม่เคยพูดกับคนๆนี้เลยครับ แล้วเขาจะมาทำร้ายผมได้ยังไง”
“ฮึ! ไม่ว่าจะพูดยังไง เื่นี้มันก็ต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่! ไป พวกเราไปหาเ้านี้ เดี๋ยวถามก็จะรู้เองนั้นแหละ!” อาจารย์พูดออกมาตรงๆ
เหล่าฉินและผมจึงพยักหน้า รู้สึกอยากสืบให้แน่ชัดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ยังไงก็ต้องตามหาผีพนันหลี่กวางหลงคนนี้ให้เจอก่อนให้ได้
หลี่กวางหลงมีชื่อเื่ผีพนัน ทางที่ดีที่สุดที่จะหาเขาเจอก็คงต้องเป็ที่โรงน้ำชา เพราะมันเป็สถานที่เล่นพนัน
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าเดิมก็เกิดขึ้น ตอนที่พวกเราไปถึงโรงน้ำชา กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของหลี่กวางหลง
หลังจากที่สอบถามดู ก็พบว่าชายคนนี้ไม่ได้มา 4-5 วันแล้ว
ตอนนั้นพวกเราก็ไม่คิดอะไรมาก เมื่อหาที่เล่นพนันไม่เจอ พวกเราจึงตรงไปที่บ้านของเขา
บ้านของเขาอยู่ในตำบล และมันยังอยู่ไม่ไกล
เดินมาประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเราก็มาถึงประตูหน้าบ้านของหลี่กวางหลง ประตูใหญ่ปิดเงียบสนิท รอบๆยังไม่มีบ้านของคนอื่นตั้งอยู่
อาจารย์ะโอยู่หน้าประตูสองครั้ง เคาะประตูอีกสักพัก แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนในบ้าน
ผมเริ่มรู้สึกสงสัย ตอนนี้ชายคนนี้คงไม่อยู่บ้าน แต่ทันใดนั้นผมก็ได้ััเข้ากับกลิ่นเน่าเหม็น
กลิ่นมันรุนแรงมาก แต่ผมมั่นใจว่า กลิ่นเน่าเหม็นนี้กำลังลอยออกมาจากในบ้าน
ผมกระตุกจมูกสองสามครั้ง และพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว “ทำไมบ้านนี้มันถึงได้เหม็นขนาดนี้เนี่ย!”
แต่เสียงพึงขาดหายลงเท่านั้น อาจารย์และเหล่าฉินก็เข้าไปใกล้อีกนิด กระตุกจมูกดมในบ้านสองถึงสามครั้ง
หลังจากที่ทั้งสองคนดมอย่างละเอียด “พรึบ” สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เหล่าฉินพูดด้วยเสียงกดต่ำ “กลิ่นของศพ!”
ขณะที่พูด เท้าข้างหนึ่งของเขาก็ถีบไปที่ประตูใหญ่
ได้ยินเสียงดัง “ปัง” ประตูใหญ่ที่ถูกล็อคไว้อย่างแ่าถูกถีบจนเปิดออก
สำหรับคนแก่ที่ทำงานในสุสานมาหลายสิบปี พวกเขาจะไวเป็พิเศษต่อกลิ่นของคนตาย ดังนั้นเหล่าฉินจึงตัดสินใจได้อย่างแน่นอน
วินาทีที่ประตูใหญ่ถูกถีบออก ทันใดนั้นพวกเราก็พบว่า
พัดลมเพดานที่ติดตั้งไว้ในห้องโถงแห่งนี้ กำลังมีซากศพแขวนอยู่หนึ่งร่าง
ร่างเขาคนนั้นลำตัวแข็งทื่อ บนร่างมีบริเวณหลายแห่งบวมออกมาและบางแห่งมีการเน่าเปื่อย รอบๆคอมีเชือกผูกรัดเอาไว้ และตอนนี้มันทะลุเข้าไปในเนื้อหนังแล้ว
ภาพแบบนั้นมันน่าสยดสยองมาก และชวนให้คนที่เห็นต้องรู้สึกคลื่นไส้
แต่หลังจากที่พวกเราเห็นใบหน้าที่ชัดเจนของคนผู้นี้ พวกเราก็ยิ่งใเข้าไปอีก เพราะผู้ตายไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือเ้าของบ้านหลังนี้ ผีพนันหลี่กวางหลงผู้ที่เมื่อสามวันก่อนได้นำเถ้ากระดูกของสองสามีภรรยาชาวประมงมานั้นเอง
แต่สิ่งที่แปลกคือ ทำไมชายคนนี้ถึงได้แขวนคอตายในบ้านของตัวเองกันนะ