ตื้ด… ตื้ด… ตื้ด…
เนี่ยนตงเฉินลืมตาขึ้นช้าๆ แต่ทว่านิ้วมือข้างเดิมก็ยังคงนวดคลึงขมับอยู่เหมือนเก่าเขาเหลือบตามองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเห็นเป็นผู้ช่วยหลิวคนดีคนเดิมที่โทรกลับมาแจ้งที่อยู่ของผู้หญิงคนดังกล่าว
ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเนี่ยนตงเฉินเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปากมันเป็นรอยยิ้มที่เขารู้สึกพึงพอใจในผลลัพธ์ “ผู้ช่วยหลิวคนนี้ไม่เคยทำให้ฉันต้องผิดหวังเลยจริง ๆ”
การยกยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อยของเนี่ยนตงเฉินดึงดูดสายตาของเหล่าสาวสวยในร้านอาหารแห่งนี้ได้เป็นอย่างดีหน้าตาหล่อเหลาไร้ที่ติ ผนวกเข้ากับการแต่งตัวที่เรียบหรูดูแพงของเขาทำให้เนี่ยนตงเฉินได้รับฉายาจากคนใกล้ตัวบอกว่าเขาคือคุณชายทรงเสน่ห์แห่งตระกูลเนี่ยน
แต่เสียอย่างเดียวก็ตรงที่ว่าเขาเป็นพวกหลงตัวเอง และมีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไป เพราะแบบนี้ไงล่ะคุณชายเนี่ยนสุดหล่อ ที่ทั้งหล่อ ทั้งรวยถึงยังไม่มีหวานใจเป็นตัวเป็นตนเหมือนคนอื่นเขาสักที
เพื่อนวัยเดียวกันกับเขาในตอนนี้มีลูกมีเต้ากันหมดแล้วมีแต่เขาเนี่ยแหละที่ยังครองตัวเป็นโสดและไม่ยอมลงหลักปักฐานกับใครสักทีเรื่องนี้สร้างความหนักอกหนักใจให้พ่อของเขาเป็นอย่างมาก
ดังนั้นเพื่อกดดันให้เจ้าลูกชายตัวดีรีบลงหลักปักฐานรีบแต่งงานมีครอบครัว รีบมีหลานตัวน้อยให้อุ้ม ตาเฒ่าหัวหมออย่างเนี่ยนมู่กวงจึงยื่นคำขาดบอกว่าหากเขาไม่ยอมแต่งงานก็จะไม่ยอมเซ็นมอบมรดกให้เขา และที่สำคัญคือ!ผู้หญิงที่จะเข้ามาเป็นสะใภ้ของตระกูลเนี่ยนจะต้องเป็นผู้หญิงที่มีชื่อว่าถงเจินอวี่เท่านั้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า!ทำไม!ผู้ชายทรงเสน่ห์อย่างเนี่ยนตงเฉินถึงต้องมาทนนั่งรอผู้หญิงแปลกหน้าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนนานหลายชั่วโมงขนาดนี้
“ได้ที่อยู่มาแล้วครับ…ที่อยู่ของเธอคือ…”เสียงของปลายสายตอบสนองความต้องการของเนี่ยนตงเฉินได้เป็นอย่างดีเนี่ยนตงเฉินหยิบปากกาหัวแหลมออกมาจากอกเสื้อขีดเขียนที่อยู่ของหล่อนลงในผ้าเช็ดหน้าผืนบางที่เขาพกติดตัวไว้ตลอด
เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเรื่องอะไรที่เนี่ยนตงเฉินจะนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกเขารีบขับรถหรูคันวาวมุ่งตรงไปยังถนนเส้นเล็กสายหนึ่งในเขตชาญเมืองที่นั่นแม้ไม่ใช่บ้านเมืองที่เป็นแถบชนบทแต่ก็ถือว่าทุรกันดารสำหรับเขา
รถสีดำคันหรูขับมุ่งไปด้วยความเร็วสูงเสียงล้อบดกรวดหินด้านล่างดังอู้อี้บังคับให้สายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นจำเป็นต้องหันมาให้ความสนใจอย่างช่วยไม่ได้มันไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไรเลยที่จะเห็นยานพาหนะสัญจรผ่านไปมาบริเวณหน้าไร่แบบนี้แต่ส่วนมากก็ล้วนเป็นรถกระบะใช้บรรทุกของ หรือไม่ก็เป็นรถพ่วงข้างขนาดเล็กเท่านั้นไม่ค่อยได้เห็นรถหรู ๆ แบบนี้ขับผ่านมาสักเท่าไหร่
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้คนละแวกนั้นจะให้ความสนใจกับรถคันนี้เป็นพิเศษ
ไม่เท่าไหร่รถหรูคันดังกล่าวก็เหยียบเบรกกะทันหันจนล้อรถดังเสียงเอี้ยด!
เขาก้าวเท้าลงจากรถด้วยสีหน้ายับยู่ยี่รองเท้าหนังที่ขัดมันจนวาววับเหยียบลงบนพื้นหญ้าที่บางจุดก็มีมูลไก่และมูลวัวเปรอะเปื้อนอยู่ที่นี่เป็นสถานที่ที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับเขา
“นี่มันสถานที่บ้าอะไรเนี่ยไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะซุกหัวอยู่ที่นี่”เนี่ยนตงเฉินถอนหายใจออกมานับครั้งไม่ถ้วนอีกทั้งยังสบถบ่นออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ต่างอะไรกับเสียงหายใจที่เขาถอนออกมาจากปอด
ใบหน้าที่หล่อเหลาทรงเสน่ห์บิดงุ้มเหมือนเด็กสามขวบที่ถูกพ่อแม่ขัดใจดวงตาสีเข้มภายใต้แว่นกันแดดสีชากวาดมองสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างชั่งใจ
เขากำลังชั่งใจว่าจะเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อไปพบกับผู้หญิงคนนั้นหรือจะกลับขึ้นรถหรูแล้วบึ่งรถกลับไปอาบน้ำล้างตัวที่คอนโดกันแน่
เห้อ…แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ว่า ตนเองจะพลาดมรดกก้อนโตไปคุณชายทรงเสน่ห์อย่างเนี่ยนตงเฉินก็จำเป็นต้องกลั้นใจเดินต่อไปข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“อู้ยยยพ่อหนุ่มคนนั้นน่ะ หน้าตาดีเชียว อาเจียง… ลูกสาวของเธอยังไม่ได้แต่งงานไม่ใช่เหรอลองเข้าไปคุยกับพ่อหนุ่มคนนั้นดูสิ เผื่อเขาจะเป็นเนื้อคู่ของยายหนูอวี้หลิน”หญิงวัยกลางคนที่เดินเตร่อยู่ริมถนนเอ่ยกับเพื่อนร่วมหมู่บ้านอีกสองคนที่เดินอยู่ใกล้ ๆ กัน
“ไอ้ดีมันก็ดีอยู่หรอกฉันน่ะเป็นครอบครัวคนธรรมดา ไม่กล้าหวังสูงเกินไปจริง ๆอีกอย่างพ่อหนุ่มนั่นคงไม่ลดตัวลงมาเกี่ยวดองกับคนรากหญ้าอย่างพวกเราหรอก”เจียงถูหลันหรืออาเจียงเอ่ยกับเพื่อนร่วมทางด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วน
“ใช่ ๆอาเจียงพูดถูกแล้ว จะคบหากับใครก็ควรดูความเหมาะสมด้วยไม่ใช่สักแต่จะเกาะคนอื่นกิน” เพื่อนอีกคนหนึ่งที่เดินอยู่ใกล้ ๆกันกับอาเจียงเอ่ยแทรกขึ้นมากะทันหันพร้อมทั้งจูงมืออาเจียงให้รีบเดินนำหน้าและทิ้งระยะห่างจากผู้หญิงปากมากคนนั้น
“เห๊อะ!!!ไม่เข้าหาก็ไม่เข้าหาสิ ทำไมพวกเธอต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นด้วย”หญิงปากมากถูกทิ้งให้ยืนงั่งอยู่ริมถนนเพียงลำพังหล่อนทำหน้างอคอหักใส่เพื่อนร่วมหมู่บ้านอีกสองคนที่เดินทิ้งระยะห่างไปไกลแล้ว
มาคิดดูแล้วหล่อนก็รู้สึกเสียดายมากจริงๆ เสียดายที่บังคับให้ลูกสาวแต่งงานกับชายหนุ่มต่างหมู่บ้านไปเมื่อวานนี้ถ้าไม่งั้นหล่อนคงจะเข้าไปคุยกับพ่อหนุ่มคนนั้นและพยายามพูดโอ้อวดลูกสาวเพียงคนเดียวของหล่อนให้เต็มที่แม้ว่าลูกสาวของหล่อนกับผู้ชายคนนั้นจะดูต่างกันราวฟ้ากับเหว ยากที่จะลงเอยกันได้แต่ของแบบนี้ ไม่ลองใครจะรู้ล่ะหากลูกสาวของหล่อนเกิดเข้าตาพ่อหนุ่มคนนั้นขึ้นมาจริง ๆก็จะไม่เท่ากับว่าครอบครัวของหล่อนจะกลายเป็นครอบครัวที่เหมือนหนูตกถังข้าวสารหรอกเหรอ
“มองอะไรกันนักกันหนาวะเหอะ… หน้าของฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง”เนี่ยนตงเฉินหันไปมองหน้ามนุษย์ป้าคนนั้นด้วยความรำคาญใจเขาถอดแว่นตาออกมาถือไว้ในมือจากนั้นก็เพ่งมองเงาหน้าของตัวเองผ่านเลนส์แว่นตาไปพักหนึ่ง ก่อนจะอุทานออกมาว่า
“อ๋อ…หน้าของฉันมีความหล่อติดอยู่นี่เอง” เนี่ยนตงเฉินแสยะยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจก่อนจะสวมแว่นตากลับไปดังเดิม
เขากวาดสายตามองไปโดยรอบอีกครั้งพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถไถคันกลางซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่นักชายคนนั้นแต่งตัวมอซอซกมกดูไม่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่แต่ถึงอย่างนั้นเนี่ยนตงเฉินก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปเจรจากับชายคนนั้น
“นาย! นี่นาย!!เรียกนายนั่นแหละ ที่นี่คือไร่ต้า ๆ เมิ่ง ๆ อะไรนั่นใช่ไหม?”
“ครับ ใช่ครับที่นี่คือไร่ต้าเมิ่งครับ ว่าแต่… เอ่อ… คุณผู้ชายมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
ชายร่างสูงคนดังกล่าวผละตัวลงมาจากรถไถเพื่อคุยกับแขกปริศนาโดยเฉพาะแม้เขาจะแต่งตัวดูไม่สะอาดสะอ้านแต่ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับใครมิหนำซ้ำเขายังส่งยิ้มที่ค่อนข้างเป็นมิตรเพื่อทักทายแขกแปลกหน้าอีกต่างหาก
แต่ทว่ากลับตรงกันข้ามกับท่าทางเย่อหยิ่งถือเนื้อถือตัวของเนี่ยนตงเฉินพ่อหนุ่มสุดหล่อทรงเสน่ห์ปรายตามองชายขับรถไถผ่านเลนส์แว่นตาอย่างเย็นชาพลางครุ่นคิดในใจว่า
‘ไอ้หน้าละอ่อนนี่ไม่มีสมองหรือไงนะ ถามมาได้ว่าฉันมีธุระอะไรถ้าไม่มีธุระฉันจะถ่อมาถึงนี่หาสวรรค์วิมานอะไร’
ถึงแม้ในใจจะคิดแบบนั้นแต่เนี่ยนตงเฉินก็ยังไม่ถึงขั้นแพ้เสียงในหัวของตัวเองเขาเลือกตอบชายตรงหน้าออกไปว่า “ผมมาหาผู้หญิงที่มีชื่อว่า ถง-เจิน-อวี่!ผมมีธุระจะต้องคุยกับหล่อน วันนี้! ตอนนี้! และเดี๋ยวนี้!กรุณาไปเรียกผู้หญิงคนนั้นออกมาพบผมด้วย”
เนี่ยนตงเฉินจงใจพูดเน้นเสียงเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักได้ถึงความต้องการที่ค่อนข้างเร่งด่วนของเขาซึ่งการพูดอะไรทำนองนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นการกดดันอีกฝ่ายทางอ้อมและแน่นอนว่ามันใช้ได้ผลได้เป็นอย่างดีกับผู้ช่วยหลิว
“อ้อ…เป็นแขกของคุณถงเองหรอกเหรอครับ แต่น่าแปลกแฮะ ที่นัดแขกไว้แต่คุณถงกลับไม่ได้บอกอะไรกับพวกผมเลย ถ้าหากมีการบอกไว้ล่วงหน้าพวกผมคงจะเตรียมต้อนรับคุณผู้ชายอย่างดีครับ” ชายตัวสูงคนดังกล่าวยกมือเกาหัวแกรกๆ พลางคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ทำราวกับว่าคำพูดเมื่อครู่นี้ของเนี่ยนตงเฉินไม่ได้มีผลอะไรกับเขาเลยสักนิด
“มัวพูดพล่ามอะไรอยู่ผมไม่ได้อยากฟังเรื่องไร้สาระพวกนั้นสักหน่อย เอาเป็นว่าผมจะพบถงเจินอวี่เดี๋ยวนี้และอย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง”เนี่ยนตงเฉินไม่รู้สึกดีใจกับรอยยิ้มที่ค่อนข้างเป็นกันเองของเจ้าหมอนั่นเลยสักนิดหนำซ้ำเขายังพูดโต้ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญเล็กน้อย
“หากคุณผู้ชายยืนยันจะพบคุณถงวันนี้ก็สามารถพบได้ครับ แต่จะพบตอนนี้ เดี๋ยวนี้! เกรงว่าคงจะไม่ได้เพราะคุณถงยังทำงานอยู่ในไร่ตรงโน้นแหนะ คงต้องรบกวนให้คุณผู้ชายรอก่อนนะครับ”ชายร่างสูงผิวเข้มชี้ไม้ชี้มือไปที่ปากทางเข้าของไร่ดอกทานตะวันที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาทำเอาคนที่มองตามจำต้องขมวดคิ้วมุ่นให้กับความยุ่งยากที่รออยู่ตรงหน้า
‘ให้ตายเถอะ!ไกลขนาดนั้นใครจะบ้าเดินลงไปหาหล่อน ไม่มีทาง!ไม่มีทางเด็ดขาดที่คนอย่างฉันจะเดินลงไปหาหล่อน’ เนี่ยนตงเฉินบ่นออกมาในหัวเพียงลำพังแต่ทว่าชั่วแวบหนึ่งความคิดอีกสายหนึ่งก็พุ่งปรูดขึ้นมาในหัวของเขา
‘แต่ถ้าหากไม่เดินลงไปหาหล่อนก็ไม่รู้ว่าหล่อนจะเสนอหน้ามาให้เห็นอีกทีตอนไหนวันนี้ฉันหมดเวลาไปกับการนั่งรอหล่อนหลายชั่วโมงแล้ว ดังนั้นฉันไม่ควรรอหล่อนอีก!หากยังคงนั่งรอหล่อนต่อไป หล่อนคงได้ใจแย่น่ะสิ’
เสียงในหัวของเนี่ยนตงเฉินตีกันวุ่นวายไปหมดร้อนก็ร้อน พื้นหญ้าก็น่าขยะแขยง แสงก็แยงตาไม่เลิก แต่ไหน ๆ ก็ถ่อมาถึงที่นี่แล้วงั้นก็รีบเจอหล่อน รีบคุยข้อตกลงให้เสร็จจะได้รีบกลับเข้าเมืองไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่นัดไว้
‘ใช่แล้วล่ะ!ต้องยอมเหนื่อยนิดหน่อย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ก้อนโต’ เพียงแค่คิดได้เท่านี้มุมปากของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มจาง ๆอย่างผ่อนปรน
เนี่ยนตงเฉินไม่รอให้เวลาล่วงเลยเสียเปล่าอีกเขารีบก้าวขาฉับ ๆ เดินมุ่งตรงไปยังทางเดินเล็ก ๆที่ทอดยาวลงไปในไร่ดอกทานตะวันสีเหลืองอร่าม
“อะ… อ้าว…คุณผู้ชายครับ รอก่อนครับ ที่นี่มีจักรยานครับ”เสียงของชายขับรถไถไม่มีผลต่อเนี่ยนตงเฉินเพราะเสียงในหัวของเขาดังกังวานอยู่ตลอดจนกระทั่งกลบเสียงรบกวนรอบข้างไปหมด
ชายร่างสูงผิวเกรียมที่ยืนตะโกนไล่หลังจนแสบคอไปหมดได้แต่ส่ายหัวหลัด ๆ ให้กับความคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา สารภาพตามตรงเลยว่าตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเจอใครที่แปลกแสนแปลกอย่างเขาคนนี้มาก่อน
“พ่อนะพ่อช่างสรรหาความลำบากให้ลูกชายของตัวเองจริง ๆ เลย คนที่พ่อหามาให้ควรจะเป็นลูกสาวของนักธุรกิจชื่อดัง หรือไม่ก็…ควรจะเป็นลูกสาวของนักการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง แบบนั้นถึงจะถูกไม่ใช่สรรหาลูกเต้าเล่าใครก็ไม่รู้มาให้เป็นเมียของผม”
เนี่ยนตงเฉินเดินฉับ ๆพร้อมกับยกมือปาดเหงื่อที่ไหลซ่กเต็มขมับและใบหน้า ขณะเดียวกันปากจัด ๆของเขาก็พร่ำบ่นให้กับตาเฒ่าเนี่ยนมู่กวงไม่หยุด
นี่ถ้าไม่เห็นแก่สมบัติก้อนโตและไม่ใช่ว่าพยายามจะเอาชนะไอ้ลูกเลี้ยงนอกคอกนั่นคนอย่างเนี่ยนตงเฉินคงจะไม่ยอมลดตัวลงมาทำอะไรพวกนี้แน่
“หยุดก่อนค่ะ!คุณเป็นใครคะ เข้ามาในนี้ได้ยังไง?”
ในขณะที่เนี่ยนตงเฉินตั้งหน้าตั้งตาเดินไปข้างหน้าอย่างหัวเสียจู่ ๆ เสียงปริศนาสายหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังของเขาเสียงของเจ้าตัวทำให้เนี่ยนตงเฉินหันขวับกลับไปมองด้วยสัญชาตญาณ