บทที่ 12 โจวจื้อหย่วนเป็คนเถื่อน?
เมื่อรู้สึกถึงอาการจั๊กจี้ที่มาจากฝ่ามือของเขา โจวจื้อหย่วนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเขามองไปที่อีกฝ่ายอย่างสอบถาม กู้หนิงก็ดึงมือออกโดยเร็วที่สุด เธอยิ้มอย่างไร้เดียงสาและน่ารัก "คุณอาคะ หนิงหนิงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" เธอ้าเกาะติดชายหนุ่มคนนี้ให้แน่นมากที่สุด ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด
โจวจื้อหย่วนงอนิ้วของเขาเล็กน้อย ความแปลกประหลาดก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะผ่านไปในพริบตา เขากลายเป็คนจริงจังอย่างรวดเร็ว และกลับสู่ท่าทางเดิมตามปกติของเขา "หนิงหนิงใช่ไหม? พาฉันไปหาคุณย่าของเธอหน่อยสิ" คราวนี้ เขามาที่นี่เพื่อทำการตามล้างตามเช็ดปัญหาที่โจวเหวินเยี่ยนหลานชายได้สร้างเอาไว้
ทันทีที่โจวจื้อหย่วนกลับมาจากกองทัพ พ่อของเขาก็เรียกเข้าไปหา พี่ชายของเขาเสียชีวิตั้แ่โจวเหวินเยี่ยนยังเด็ก และไม่มีใครสนใจสองพ่อลูกที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ เหยาฮุ่ยหรูและหลานชายโจวเหวินเยี่ยนปฏิเสธที่จะฟังคำทัดทานและพวกเขาก็เดินทางไปที่ตระกูลกู้เพื่อทำการถอนหมั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต จากมุมมองของผู้เฒ่าโจว ไม่ว่าจะเป็มิตรภาพระหว่างเขากับผู้เฒ่ากู้บนสนามรบในอดีต หรือบุญคุณที่กู้หนิงเคยช่วยชีวิตหลานชายของเขาเอาไว้ สำหรับโจวจื้อหย่วนกับบิดาแล้ว พวกเขามีความเห็นว่าตราบใดที่กู้หนิงไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรง พวกเขาย่อมไม่เห็นด้วยกับการถอนหมั้นในครั้งนี้
แต่โจวจื้อหย่วนมาช้าไป จากการสนทนาก่อนหน้านี้ หมายความว่าพวกเขาได้ทำการถอนหมั้นกันไปเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่เหลืออยู่คือคำขอโทษ เมื่อนึกถึงเื่นี้ โจวจื้อหย่วนก็ยิ่งไม่พอใจโจวเหวินเยี่ยนหลานชายของเขามากขึ้นกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่าหลานชายของเขาเป็คนหูเบาและมองคนไม่ออกเอาเสียเลย
หนิงหนิงเหลือบมองถุงในมือของโจวจื้อหย่วน และได้แต่เดาอยู่ในใจว่าของในถุงนั้นคืออะไรขณะพูดว่า "งั้นคุณอาก็ตามฉันเข้ามาเลยค่ะ"
การสนทนาระหว่างทั้งสองราวกับว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ ทำให้กู้เหยาแทบคลั่งไปด้วยความโกรธ มือของเธอยังคงยกขึ้นในอากาศ เธออายเกินไป และเริ่มที่จะร้องเรียก "คุณอาคะ ฉันจะพาคุณอาไปหาคุณย่าเองค่ะ”
โจวจื้อหย่วนเพิกเฉยต่อเธอ แต่เขาเดินไปหาโจวเหวินเยี่ยนและเตือนว่า "ตระกูลโจวของเรายึดมั่นในความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาเสมอ แกสมควรตาสว่างได้แล้ว" คำพูดเหล่านี้ โจวจื้อหย่วนไม่ได้กล่าวถึงโจวเหวินเยี่ยนโดยตรง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มตั้งใจจะกล่าวถึงกู้เหยามากกว่า
ใบหน้าของกู้เหยาซีดลงทันที ให้ตายเถอะ คนที่เธอแอบชื่นชมมาเป็เวลานานกลับแสดงความคิดเห็นกับเธอเช่นนี้จริงๆ งั้นเหรอ!
กู้หนิงมองดูอย่างมีความสุข หญิงสาวเดินนำทางโจวจื้อหย่วนไปที่ห้องหลักของตระกูลกู้ และถามขณะเดินนำทางไปว่า "คุณอาโกรธฉันหรือเปล่าคะ?" เสียงของเธอไม่ต่างไปจากน้ำผึ้งหวานและน่ารื่นรมย์
โจวจื้อหย่วนหยุดชะงักและพูดอย่างหนักแน่นว่า "ไม่เลย" ในความคิดของเขา หนิงหนิงเป็เด็กดีจริงๆ และเป็หลานชายของเขาเองที่ทรยศเธอ
กู้หนิงมีความสุขมาก กลยุทธ์แรกของเธอสำเร็จลงด้วยดี
เสียงของทั้งสองคนไม่ดังไม่เบา แต่ก็เพียงพอที่จะไปถึงหูของกู้เหยาและโจวเหวินเยี่ยนที่อยู่ข้างหลัง
กู้เหยาตั้งสติขึ้นมาอีกเล็กน้อย เธอ้าจะตามให้ทัน แต่โจวเหวินเยี่ยนจับตัวเธอไว้ เขารู้สึกะเืใจมาก "เหยาเหยา ฉันรู้ว่าเธอพยายามจะทำตัวให้คุณอาของฉันพอใจ แต่ก็ไม่มีความจำเป็ต้องทำแบบนั้นหรอก คุณอาของฉันเป็คนที่ยึดมั่นในหลักการมากที่สุด เขาเป็คนที่จริงจัง พูดตามตรง ในสายตาของคุณอาแล้วกู้หนิงเป็เหยื่อ และเราสองคนก็เป็ฝ่ายที่ทำผิดศีลธรรม" เขาค่อนข้างตระหนักในความผิดของตนเอง
กู้เหยา "..."
ให้ตายสิ โจวเหวินเยี่ยนกำลังจะเป็คนที่ทำลายชีวิตของเธอลงโดยสมบูรณ์แล้ว
...
หนิงหนิงนำชายแปลกหน้ากลับมาที่บ้านของตระกูลกู้
ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในประตู หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงการถูกจับจ้องโดยหลิวชุนฮวา หญิงวัยกลางคนจ้องมองไปที่กู้หนิงและะโเสียงดังว่า "นี่ไงล่ะ! ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมเธอถึงรีบร้อนถอนหมั้น จริงๆ แล้วปรากฏว่าเธอมีคนอื่นอยู่แล้วนี่เอง หนิงหนิง เธอจะไปคบกับคนเถื่อนแบบนี้ป้าก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่ทำไมต้องมาทำลายชีวิตของเหยาเหยาด้วย?”
สำหรับหลิวชุนฮวาแล้ว วันนี้เธอรู้สึกเหมือนตนเองนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ
เดิมทีเธออิจฉาการแต่งงานที่ดีของหนิงหนิง แต่ในที่สุดลูกสาวบุญธรรมดาวนำโชคของเธอก็สามารถแย่งชิงโจวเหวินเยี่ยนมาเป็ของตนเองได้สำเร็จ แต่หลังจากเกิดปัญหาการถอนหมั้นกับหนิงหนิง โจวเหวินเยี่ยนก็หลุดมือไปจากเหยาเหยา ตระกูลกู้และตระกูลโจวตัดขาดจากการโดยสิ้นเชิง หัวหน้าตระกูลอย่างจ้าวกุ้ยฮวาถึงกับประกาศกร้าวออกมาว่า ถ้าเธอยังไม่ตาย หลานสาวของเธอก็จะไม่มีวันได้แต่งงานกับโจวเหวินเยี่ยนอย่างเด็ดขาด
เมื่อหลิวชุนฮวาเห็นหนิงหนิงในเวลานี้ เธอก็มองหลานสาวด้วยสายตาโกรธแค้น เพราะคิดว่าหนิงหนิงเป็คนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องแตกร้าว
“คุณแม่คะ มาดูสิ! ดูหนิงหนิงที่คุณแม่ปกป้องนักหนาสิ เดี๋ยวนี้ถึงกับพาคนเถื่อนเข้าบ้านแล้วนะ!” หลิวชุนฮวาะโในห้องหลักทันที
ครอบครัวสามซึ่งกำลังพูดคุยกันเื่ที่เกิดขึ้นอยู่ในห้องฝั่งตะวันตกก็รีบออกมาเช่นกัน
จ้าวกุ้ยฮวามองไปยังทิศทางที่ลูกสะใภ้คนโตชี้ เธอตกตะลึงทันที ชายสวมเครื่องแบบทหารสีเขียว ร่างสูงตัวตรง มีคิ้วคมเหมือนดาบและดวงตาที่จ้องมองมามีเข้มงวดราวกับจะฆ่าใครสักคน และข้าง ๆ เขามีเด็กสาวคนหนึ่ง รูปร่างของหญิงสาวนั้นผอมเพรียว และเธอก็สดใสจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ ทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน แสดงลักษณะของชายหญิงที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
จ้าวกุ้ยฮวาใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตของเธอ และไม่เคยเห็นการจับคู่แบบนี้ระหว่างคนสองคนมาก่อน แต่เมื่อเธอคิดว่านั่นคือหลานสาวของเธอ ใบหน้าของเธอก็น่าเกลียดทันที และเธอก็สาปแช่งอย่างลับๆ ว่าหนิงหนิงกำลังคิดอะไรอยู่
ทำไมถึงต้องรีบพาผู้ชายคนใหม่เข้าบ้านเร็วขนาดนี้? ถ้าเหยาฮุ่ยหรูรู้เื่นี้เข้าจะคิดอย่างไร?
จ้าวกุ้ยฮวาคาดว่าเหยาฮุ่ยหรูต้องไม่ยอมอยู่เฉยอย่างแน่นอน และเธอจะต้องกล่าวหาว่าหนิงหนิงเป็ฝ่ายเริ่มคบชู้ก่อน
ใครจะไปรู้ เหยาฮุ่ยหรูเดินกลับเข้ามาพบเห็นการปรากฏตัวของชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้ ก่อนจะอุทานออกมาว่า "อ้าว อาเล็ก คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ หลิวชุนฮวาก็กลอกตาเหมือนแม่ไก่ที่มีข้าวเปลือกติดคอ "อาเล็ก?" นี่สมควรเป็เพียงคนป่าเถื่อนผู้หนึ่งไม่ใช่เหรอ?
จ้าวกุ้ยฮวาตกตะลึงเช่นกัน เธอมองไปที่คิ้วและดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง ไม่ต้องพูดถึงว่าเขามีหน้าตาค่อนข้างคล้ายกับโจวเหวินเยี่ยน แต่ดูมีความเป็ผู้ใหญ่กว่าโจวเหวินเยี่ยนและทุกการเคลื่อนไหวของเขานั้นก็สง่างามยิ่ง
โจวจื้อหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่หลิวชุนฮวา ซึ่งเอาแต่ส่งเสียงะโโวยวายอยู่ตลอดเวลา เขาไม่คาดคิดเลยว่าหญิงสาวจะต้องอาศัยอยู่ในครอบครัวแบบนี้และในฐานะผู้าุโ หลิวชุนฮวาก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็ผู้าุโของใครเลยแม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น หลิวชุนฮวายังใส่ร้ายป้ายสีและทำให้ชื่อเสียงของคนอื่นเสื่อมเสียอีกด้วย เขาไม่เร่งรีบที่จะตอบคำถามของเหยาฮุ่ยหรู แต่มองไปที่จ้าวกุ้ยฮวาแล้วกล่าวว่า "คุณป้า ผมโจวจื้อหย่วนครับ คุณพ่อของผมสั่งให้ผมมาพบคุณลุงและชดเชยให้ทุกคนสำหรับเื่ราวที่เกิดขึ้นครับ"
ประโยคเดียวอธิบายทุกอย่างได้ชัดเจน
จ้าวกุ้ยฮวารู้สึกตัวในทันที และหันไปมองหน้าหนิงหนิง คนสำคัญมาบ้านเช่นนี้ ทำไมเด็กคนนี้ไม่บอกอะไรล่วงหน้าเลยนะ!
หนิงหนิงกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา "หนูนึกว่าทุกคนรู้อยู่แล้ว!" แน่นอนว่ายิ่งทุกคนไม่ทันตั้งตัว ทุกอย่างก็ยิ่งสนุกมากขึ้น ไม่อย่างนั้น เธอจะทำให้หลิวชุนฮวารู้สึกหวาดกลัวจนแทบตายได้อย่างไร!
ผู้คนในตระกูลกู้จะรู้ได้อย่างไร! พวกเขารู้เพียงว่าตระกูลโจวมีลูกหลานเป็นายทหารที่โดดเด่นในกองทัพ แต่พวกเขาไม่เคยพบเจอตัวจริงมาก่อน นับประสาอะไรกับคิดว่าอีกฝ่ายจะมาหาตนเองถึงที่บ้าน
เมื่อหลิวชุนฮวารู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย เธอก็กลอกตาและหมดสติไปทันที ก่อนที่เธอจะสลบไป เธอมีความคิดเพียงอย่างเดียวว่า เธอได้ยินมาว่าอาเล็กของตระกูลโจวอยู่ในสนามรบและฆ่าคนตายอย่างบ้าเื ก่อนหน้านี้เธอเรียกเขาว่าคนเถื่อน แล้วเขาจะไว้ชีวิตเธอได้อย่างไร!
ชีวิตนี้จบแล้ว! เธอต้องตายแน่ๆ!
จ้าวกุ้ยฮวาเป็คนแรกที่ตั้งสติได้ จึง้าจะพาแขกคนสำคัญเดินเข้าไปในห้องใต้ดินโดยทันที หญิงชราไม่รู้ว่าสมควรเรียกชายหนุ่มว่าอะไร สุดท้ายก็กลั้นใจเรียกออกไปว่า "สหายโจว เชิญตามฉันมา"
โจวจื้อหย่วนพยักหน้า แต่เมื่อเห็นว่าเหยาฮุ่ยหรูกำลังจะตามมา เขาก็หันไปหยุดเอาไว้ "พี่สะใภ้ พี่กลับไปอธิบายให้คุณพ่อฟังก่อนเถอะ" จากนั้น เขาก็หันมาเรียกหญิงสาว "มาด้วยกันสิ หนิงหนิง”
หนิงหนิงผู้ถูกเรียกชื่อได้รับความสนใจจากทุกคนทันที เธอยิ้มและติดตามไปอย่างเชื่อฟัง
ผู้เฒ่ากู้เป็ทหารผ่านศึกที่ได้รับาเ็จากสนามรบและต้องล้มหมอนนอนเสื่อตลอดทั้งปี เนื่องจากเขากลัวว่าอากาศร้อนจะทำให้เป็แผลกดทับตามร่างกาย ชายชราจึงลงไปอาศัยอยู่ในห้องใต้ดินเพื่อทำการหลบร้อน
ชั้นใต้ดินมืดมาก เพื่อประหยัดเงิน กลางวันไม่เปิดไฟ บันไดจึงเดินไม่สะดวกเท่าไหร่นัก
หนิงหนิงมองไปที่พื้นที่อันมืดมิด และคิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว
ในความมืด เธอจับมือของโจวจื้อหย่วนอย่างแม่นยำและพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวลว่า "คุณอา ระวังนะคะ ตรงนี้มีขั้นบันได!"
ขั้นตอนที่สองในการรุกคุณอา จงแสดงความห่วงใยออกไปให้ชัดเจน!