เสียงฝีเท้าดังระงมออกมาจากป่าทั้งสองฝั่ง ชายชุดดำกว่าสิบคนทยอยก้าวออกมาจากเงาไม้ แต่ละคนใช้ผ้าดำปิดบังใบหน้า เหลือเพียงดวงตาเย็นเยียบที่กวาดมองผู้คนบนถนน หัวหน้ากลุ่มยกดาบขึ้นพาดบ่า ก่อนหัวเราะ "ทุกคนอย่าขัดขืน ส่งทรัพย์สินทั้งหมดมา แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต" ทันทีที่สิ้นเสียง ชาวบ้านหลายคนก็หน้าซีด รีบกอดห่อสัมภาระไว้แน่น คนขับรถม้าถึงกับทรุดลงคุกเข่า
"ท่านทั้งหลาย... พวกข้าเป็เพียงชาวบ้าน มีเงินติดตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
หัวหน้าชายชุดดำยิ้ม "พวกข้าไม่เลือก มีเท่าใดก็ส่งมา"
เซิ่งหลินกวาดตามองคนชุดดำอย่างรวดเร็ว สามคนอยู่ขั้นจุดประกายิญญาระดับสาม ที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ระดับหนึ่งถึงสอง หากนางลงมือเต็มกำลัง จัดการทั้งหมดได้ไม่ยาก แต่รอบตัวเต็มไปด้วยชาวบ้านธรรมดา หากใช้พลังิญญาต่อหน้าผู้คน ฐานะของทั้งสองจะถูกเปิดเผยทันที นางกัดริมฝีปากเบา ๆ 'ทำไม่ได้...'
เหวินซานมองตามสายตาของนางไปยังชาวบ้าน ก่อนเหลือบมองผืนป่าทึบข้างทางและรถม้าที่ขวางเส้นทางอยู่ เขาประเมินระยะห่างระหว่างกลุ่มโจรกับผู้คนอย่างรวดเร็ว แล้วจึงค่อยขยับเข้าไปใกล้นาง
“พี่หญิงเซิ่ง ล่อพวกมันออกไป”
เซิ่งหลินหันมามองเขา
เหวินซานเหลือบไปยังป่าด้านข้างอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับบอกว่านั่นคือสถานที่ที่เหมาะจะลงมือมากที่สุด
วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มะโขึ้นเสียงดัง "ของมีค่าที่พวกเ้า้า อยู่ที่ข้า!" เหวินซานคว้าห่อผ้าบนพื้น ก่อนหมุนตัววิ่งเข้าป่าทันที
"หยุด!" หัวหน้าชายชุดดำคำราม
"มันหนี!" เหวินซานวิ่งพลางะโไปด้วย
"ตามมาให้ทันสิ! หากช้า ของทั้งหมดจะเป็ของข้า!" ชายชุดดำหลายคนสบตากัน ก่อนหัวหน้าจะโบกมือทันที
"อย่าให้หนีรอด!" ชายชุดดำเจ็ดแปดคนรีบพุ่งตามเหวินซานเข้าไปในป่า เซิ่งหลินแสร้งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนร้องออกมาอย่างร้อนรน "อาซาน!" นางรีบวิ่งตามเข้าไปอีกคน
เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองฝ่ายก็หายลับเข้าไปในผืนป่าทึบ เหลือไว้เพียงชาวบ้านที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่ข้างรถม้าที่พลิกคว่ำ หญิงชราคนหนึ่งกอดหลานชายไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
"เขาบ้าหรือ"
"ไม่... เขากำลังช่วยพวกเรา" คนขับรถม้ากำหมัดแน่น มองเข้าไปในป่าด้วยแววตาสั่นไหว "หวังว่าพวกเขาจะหนีรอด"
เหวินซานเร่งฝีเท้าพุ่งลึกเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต กิ่งไม้สองข้างทางปะทะใบหน้าและลำตัวจนเกิดรอยแดงหลายแห่ง แต่เขาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เสียงฝีเท้าของชายชุดดำยังคงไล่กระชั้นเข้ามา
"มันอยู่ทางนั้น! ล้อมมันไว้!" เหวินซานหรี่ตาลง พลางกวาดสายตามองสภาพแวดล้อม เมื่อแน่ใจว่าอยู่ห่างจากถนนหลวงหลายลี้แล้ว เขาจึงะโข้ามลำธารสายเล็ก ก่อนอาศัยต้นไม้ขนาดใหญ่บดบังตัวเอง
เหวินซานยื่นมือแตะห่อผ้า วูบ! ห่อผ้าบนหลังหายเข้าไปในมิติทันที เหวินซานรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นไม่น้อย
จากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขากุมด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้แน่น ก่อนจะออกแรงตวัดข้อมือเบา ๆ เสียงโลหะเสียดสีกับฝักดังขึ้นเฉียบพลัน แสงคมกริบของใบกระบี่สะท้อนลอดผ่านช่องว่างของพุ่มไม้ พร้อมกับคมกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักจนสุดความยาว
เหวินซานกำด้ามกระบี่แน่น ลมหายใจที่เคยร้อนรนค่อย ๆ สงบนิ่งลง เขาเหลือบมองไปด้านหลัง เสียงฝีเท้าของชายชุดดำใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ "แยกกันหา"
"มันหนีมาได้ไม่ไกล!" เหวินซานก้าวถอยไปยืนหลังต้นไม้ใหญ่ พลังิญญาไหลเวียนเข้าสู่แขนขวาอย่างช้า ๆ แม้ศัตรูจะมีจำนวนมากกว่า แต่ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้เช่นนี้ พวกมันก็ไม่อาจรุมโจมตีพร้อมกันได้
เขาไม่คิดจะเอาชนะพวกมันทั้งหมด สิ่งที่ต้องทำคือถ่วงเวลา รอให้เซิ่งหลินตามมาจัดการเท่านั้น เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ ใบไม้ด้านหน้าสั่นไหวเบา ๆ เงาร่างชายชุดดำคนแรกค่อย ๆ ก้าวผ่านพุ่มไม้เข้ามา
เหวินซานซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ลมหายใจแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน มือขวากำด้ามกระบี่แน่น ดวงตาจับจ้องไปยังพุ่มไม้เบื้องหน้า
แกรก... เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นเบา ๆ เงาร่างชายชุดดำผู้หนึ่งก้าวออกมาช้า ๆ มือขวากุมดาบคมกริบ สายตากวาดมองไปรอบด้านด้วยความระแวดระวัง "มันหนีมาแถวนี้แน่..." เขาพึมพำกับตนเอง ขณะที่กำลังก้าวผ่านต้นไม้ใหญ่
ฟึ่บ!
กระบี่พุ่งออกจากฝักราวสายฟ้า แสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้าใส่ลำคอของอีกฝ่ายทันที ชายชุดดำใ รีบยกดาบขึ้นรับ เคร้ง! ประกายไฟกระเด็นออกมาทันที แรงปะทะทำให้ทั้งสองถอยหลังคนละก้าว
ชายชุดดำมองเหวินซานด้วยความประหลาดใจ "เ้าเป็ผู้ฝึกตน?" เหวินซานไม่ตอบ เขากลับพุ่งเข้าประชิดอีกครั้ง กระบี่ไร้ลักษณ์ถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทุกการฟันล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามการเคลื่อนไหวของศัตรู
ฉัวะ! คมกระบี่เฉือนผ่านแขนของชายชุดดำจนเืสาด
"อึก!" อีกฝ่ายกัดฟัน พลางโต้กลับด้วยดาบอย่างดุดัน เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เสียงโลหะปะทะกันดังต่อเนื่อง ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ ชายชุดดำแสยะยิ้ม "เป็แค่เด็กน้อย กล้าต่อกรกับข้าหรือ!" เขาคำราม พลางฟันดาบลงมาอย่างรุนแรง เหวินซานไม่รับตรง ๆ เขาเบี่ยงตัวเพียงครึ่งก้าว ดวงตาจับจ้องจังหวะการลงน้ำหนักของอีกฝ่าย
ในวินาทีนั้นเอง ฉัวะ! กระบี่วาดผ่านเป็เส้นโค้งงดงาม คมกระบี่แทรกผ่านช่องว่างที่ดาบของอีกฝ่ายเปิดไว้ พรวด! เืสดพุ่งกระฉูด ชายชุดดำเบิกตากว้าง มือที่กำดาบค่อย ๆ อ่อนแรง "เ้า..." พูดยังไม่ทันจบ ร่างทั้งร่างก็ทรุดลงกับพื้น แน่นิ่งไร้ลมหายใจ
เหวินซานยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาหลับตาสูดลมหายใจลึก ก่อนสะกดความรู้สึกทั้งหมดไว้ในใจ "หากข้าไม่ฆ่า... ผู้ที่ตายคงเป็ข้า"
เหวินซานรีบย่อตัวลง หยิบกระบี่ของชายชุดดำขึ้นมาตรวจดู แม้คุณภาพจะด้อยกว่าของสำนักเล็กน้อย แตก็นำไปขายแลกหินิญญาได้ จากนั้นเขาค้นตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พบเพียงถุงผ้าใบเล็ก ภายในมีหินิญญาสิบสองก้อน ยารักษาาแสองเม็ด และป้ายไม้สีดำที่ไม่มีอักษรใดสลักอยู่ เหวินซานเก็บทั้งหมดเข้าสู่มิติิญญา ก่อนจะรีบลุกขึ้น
แต่ในขณะนั้นเอง... "ทางนี้!" เสียงะโดังมาจากไม่ไกล ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งร้อนหลายสาย แกรก! แกรก! พุ่มไม้ด้านหน้าถูกแหวกออกอย่างแรง ชายชุดดำอีกสามคนพุ่งออกมาพร้อมกัน เมื่อเห็นศพสหายที่นอนจมกองเื ทั้งสามก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าจึงเปลี่ยนเป็ดุดัน
"มันฆ่าเหล่าซื่อ!" ชายผู้เป็หัวหน้าคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ "ฆ่ามัน! อย่าให้มันหนีไปได้!" ทั้งสามะเิพลังิญญาพร้อมกัน แรงกดดันจากผู้ฝึกตนแผ่ปกคลุมทั่วผืนป่า เหวินซานกำกระบี่แน่น สีหน้าสงบนิ่ง แต่ในใจกลับรู้ดี การต่อสู้ครั้งนี้ ยากกว่าครั้งเมื่อครู่หลายเท่า
ชายชุดดำทั้งสามแทบไม่เปิดโอกาสให้เหวินซานได้พักหายใจ ทันทีที่สิ้นเสียงคำราม ทั้งสามก็พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
ฟิ้ว! ดาบเล่มหนึ่งฟันลงจาก้า อีกคนแทงตรงเข้าที่หน้าอก ส่วนคนที่สามอ้อมไปด้านหลัง ปิดทางหนีทั้งหมด เหวินซานกัดฟันแน่น กระบี่ในมือถูกยกขึ้นรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เสียงเหล็กปะทะเหล็กดังสะท้อนทั่วผืนป่า แม้จะเสียเปรียบด้านจำนวน แต่กระบี่ไร้ลักษณ์ของเหวินซานกลับลื่นไหลขึ้นเรื่อย ๆ
ชายชุดดำคนหนึ่งขมวดคิ้ว "เ้าเด็กนี่... กระบี่ของมันแปลกยิ่งนัก!" หัวหน้ากลุ่มแค่นเสียง "อย่าให้มันมีโอกาส! รุมมัน!"
ทั้งสามเร่งการโจมตีขึ้นอีกหลายส่วน แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่เหวินซาน
ฉัวะ! คมดาบเฉือนผ่านหัวไหล่ของเขา เืสดสาดกระเซ็น แต่เหวินซานกลับไม่แม้แต่จะร้อง สายตาของเขามีเพียงปลายอาวุธของศัตรูและจังหวะการเคลื่อนไหวของพวกมัน
ทันใดนั้นชายชุดดำอีกคนฉวยจังหวะฟันเต็มแรง เคร้งง!! แรงปะทะมหาศาลส่งกระบี่ของเหวินซานหลุดจากมือ กระบี่หมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนปักลงกับพื้นห่างออกไปหลายจั้ง ชายชุดดำทั้งสามหัวเราะลั่น
"ฮ่า ๆ ๆ! คราวนี้ยังจะสู้อะไรกับพวกข้า!" หนึ่งในนั้นหัวเราะเยาะ "หรือจะใช้หมัดมาต่อยพวกข้า!" เหวินซานยืนนิ่ง เขามองกระบี่ที่ตกอยู่ไกลออกไป
เด็กหนุ่มก้มลงหยิบกิ่งไม้แห้งที่ตกอยู่ข้างเท้าขึ้นมา กิ่งไม้เส้นนั้นคดงอ ปลายแตกเป็เสี้ยน เพียงออกแรงอีกเล็กน้อยก็คงหักเป็สองท่อน
ชายชุดดำทั้งสามเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะลั่น "ฮ่า ๆ ๆ! เ้าจะใช้กิ่งไม้สู้กับดาบของพวกข้าหรือ? สมองเ้ากระแทกพื้นจนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง!" เหวินซานไม่ได้ตอบ เขาก้มมองกิ่งไม้ในมือเงียบ ๆ
เหวินซานลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสงบนิ่งดุจผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น เขานึกถึงประโยคหนึ่ง "กระบี่อยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็เหล็ก กิ่งไม้ หรือแม้แต่นิ้วมือ ก็ล้วนไม่แตกต่างกัน" เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนยกกิ่งไม้ขึ้นอย่างมั่นคง
สายลมในป่าพลันพัดผ่านแ่เบา เหวินซานยืนถือกิ่งไม้ธรรมดา แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างกลับคมกริบ
ชายชุดดำทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะลั่นออกมาพร้อมกัน "ฮ่า ๆ ๆ! ดูเหมือนมันจะเอาจริงเสียแล้ว!"
"คิดจะใช้กิ่งไม้สู้กับพวกข้าจริง ๆ หรือ ช่างโง่เขลานัก!"
"สงสัยสมองคงกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้วกระมัง!"
เสียงหัวเราะเยาะหยันยังไม่ทันจางหาย เหวินซานก็ขยับตัว
ฟึ่บ!
ร่างของเขาพุ่งออกไปข้างหน้าราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง กิ่งไม้ในมือตวัดแหวกอากาศส่งเสียงหวีดแหลม พุ่งแทงตรงไปยังจุดตายของชายชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างฉับพลัน
ดวงตาของชายชุดดำหดวูบลงเหลือเพียงเท่ารูเข็ม รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าพลันแข็งค้างในเสี้ยววินาที เขารีบสัญชาตญาณตื่นตัวถึงขีดสุด ยกดาบขึ้นตั้งรับตามสัญชาตญาณเอาไว้อย่างเฉียดฉิว