สามชั่วโมงผ่านไป
นลินจนตรอกอยู่ทางตัน ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะปีนกำแพงสูงหนีเพราะเศร้ากับเื่ของแม่จนกินข้าวไม่ลงมาหลายวัน เธอถอยหลังติดกำแพง ด้านหน้าเป็พวกชายร่างใหญ่ที่กรูกันเข้ามาหา
“แก มานี่มา” เขากวักมือเรียกนลินให้ไปหา “ฉันเหนื่อยแล้วนะ รีบมาหาฉันดี ๆ เร็วเข้า”
หากแต่นลินไม่ขยับเก็บแรงเอาไว้อย่างน้อยถ้าไม่ะโข้ามกำแพงก็หาทางวิ่งทะลุวงล้อมของคนพวกนั้นไป ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรมที่ทำมา
“หูหนวกหรือไง ฉันบอกให้รีบมา” เขาะโลั่น ทำท่าทางข่มขู่
ทันใดนั้น ธาวันก็มายืนอยู่ตรงนั้นด้วย สีหน้าเยาะเย้ยที่เห็นว่านลินไม่อาจหนีไปไหนได้ โพล่งออกมาว่า “ไปทำงานที่ร้านเหล้าเถอะน่า ไม่มีวิธีไหนใช้หนี้หมดเร็วได้เท่านี้อีกแล้ว แถมแกยังจะมีเงินเหลือไว้เรียนต่อด้วยนี่”
นลินไม่สนใจคำพูดมีเลศนัยใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว ลูกน้องเ้าของร้านเหล้าก็ไม่รอให้เสียเวลาตรงรี่เข้ามาจับตัวนลินเอาไว้
“ปล่อยนะ” เธอร้องลั่น หวังว่าจะมีใครสักคนที่ได้ยินและยื่นมือมาช่วย
ครั้งนี้โชคชะตาก็ทำให้เธอผิดหวังอีกครั้งจนสุดท้ายแล้วถูกจับตัวไปให้เสี่ยนิธิศที่ร้านเหล้าในที่สุด
ชายร่างใหญ่ หนวดเคราเฟิ้มมองใบหน้าของนลินแล้วยิ้มกว้าง
“ตาสีเขียวอมเทาจริงอย่างที่แกว่า” เขาหันไปมองธาวันที่พูดเื่ของลูกสาวโน้มน้าวใจให้อีกฝ่ายคล้อยตามเพื่อจะได้ปิดหนี้ที่คั่งค้างแล้วยืมเงินก้อนใหม่ไปตั้งต้นชีวิตอีกครั้ง
โดยแลกกับความบริสุทธิ์ของลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา
นลินรีบชิงเอ่ยปากต่อรอง “เื่หนี้ที่พ่อค้างไว้ ฉันจะทำงานในครัว ทำความสะอาด พวกแกอยากได้เงินก็ยึดเงินนั่นไปได้เลย”
“ทำแค่นั้นกี่ชาติจะใช้หมดเล่า พ่อแกติดหนี้ฉันเท่าไหร่ไม่รู้เหรอ” เสี่ยนิธิศมองหน้านลินพลางลูบคาง
“เท่าไหร่ก็ช่าง ฉันจะทำงานหามาคืน ใช้หนี้หมดแล้วจะได้ปล่อยฉันไป”
“ฉันบอกแล้วไงว่าหนี้ของพ่อแกไม่ใช่น้อย ๆ เงินสิบล้านจะมีปัญญาใช้หมดหรือไง” เขาพูดความจริงให้นลินฟังด้วยความตื่นเต้น
“สิบล้านเหรอ” เธออึ้งจนไม่รู้จะพูดอย่างไร หันไปมองหน้าธาวัน “ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขามาทำงานใช้หนี้ด้วยสิ ทำสองคนยังไงก็ดีกว่าหนึ่งคนนี่นา”
นิธิศยิ้มเ้าเล่ห์ “แบบนั้นก็ดีนะ ถ้าอย่างนั้นเริ่มงานคืนนี้เลยไหมล่ะ”
“...” นลินนั่งนิ่ง ครุ่นคิดหาทางหนี
“งานเสิร์ฟน่ะ ไม่ยากเกินไปหรอกใช่ไหม แค่เอาเหล้าเข้าปากพวกมีเงินแล้วหลอกให้มันจ่ายทิปเยอะ ๆ วันหนึ่งน่าจะได้สักห้าหกพัน หรือถ้าพร้อมบริการอย่างอื่นอีก สิบล้านก็น่าจะหาได้ไม่ยาก ระหว่างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ลองเก็บไปคิดดูแล้วกัน” เสี่ยนิธิศเสนอความเห็นเผื่อว่านลินจะเปลี่ยนใจง่าย ๆ
เด็กสาวส่ายหน้าแล้วยอมรับข้อตกลง หากเป็งานเสิร์ฟที่ว่าแล้วน่าจะมีหนทางให้หนีในสักวัน อย่างน้อยเวลานี้คงต้องทำให้คนพวกนี้เชื่อใจไปก่อนว่าตัวเองจะไม่หนี
เธอจึงเริ่มทำงานในวันนั้นเป็วันแรก หัวใจเต้นตึกตักเพราะไม่เคยต้องใส่ชุดวาบหวิวขนาดนี้มาก่อน
ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีแดงและดวงตาสีเขียวอมเทาดึงดูดสายตาของคนที่เข้ามาในร้านเหล้าแห่งนี้
“ทำงานดี ๆ ล่ะ” ลูกน้องของเสี่ยเอ่ยปากเตือน
เด็กสาวหยิบขวดเหล้าที่บาร์ไปเสิร์ฟในห้องลูกค้าตามที่สั่ง ส่วนมากแล้วเป็พวกมาดื่มสังสรรค์และรู้ว่าเธออายุเพียงสิบหกปีจึงไม่คิดอยากยุ่งด้วย ถือเป็เกราะชั้นดีให้นลินได้อยู่รอดปลอดภัยชั่วขณะหนึ่ง
ผู้จัดการร้านเรียกตัวนลินมาถาม “เป็ไงบ้าง งานวันแรก”
เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คำตอบอะไรจากเด็กสาวตรงหน้าเพราะไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ชอบก็ไม่อาจปฏิเสธได้
สิ่งที่เขาสนใจคือทิปที่ลูกค้าให้มาต่างหาก นลินจำต้องยอมเพราะเขาคอยประเมินนิสัยลูกค้าให้นลินคร่าว ๆ จะได้ไม่ต้องเจอพวกตัณหากลับเข้ามาวอแว นั่นคือสิ่งที่เธอแลกเปลี่ยนกับเขาใน่เวลาสั้น ๆ ที่ได้พบหน้ากัน
หากแต่ว่าบางครั้ง คนบางคนก็ไม่สนกฎหมายใด ๆ เพราะถือว่าสาว ๆ ที่มาทำงานในที่แห่งนี้ยอมทุกอย่างเพื่อหาเงินใช้หนี้
การทำงานเสิร์ฟแบบวีวีไอพีในคืนแรกจึงทำพิษให้นลินทันทีเพราะเสี่ยภพ เ้าหนี้เงินกู้อีกรายของธาวันโผล่หน้ามาเพราะได้ยินว่าสามารถมาเก็บต้นและดอกจากลูกสาวของเขาได้ที่นี่จึงเรียกนลินเข้าห้องลับสุดทางเดินของร้านเหล้าด้วยจุดประสงค์ร้าย
ชายวัยกลางคนนั่งรอนลินด้วยสีหน้าหื่นกระหายเมื่อได้เห็นเด็กสาววัยสิบหกหยก ๆ เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง รูปร่างสูงเพรียวดึงดูดสายตาเขาเป็อย่างมากจนทำให้น้ำลายสอ
เขาเอ่ยปาก “พ่อแกบอกกับฉันว่าหนี้สามล้านที่ติดไว้ แลกกับค่าตัวแกได้เลย”
“ค่าตัวเหรอ” นลินขมวดคิ้วถามย้ำอีกครั้ง นึกไม่ถึงว่าพ่อจะมีหนี้อะไรอีก แล้วคำว่าค่าตัวหมายความว่าอะไร
“อืม ค่าตัว” เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วเอามือโอบไหล่ของนลิน “ที่ตรงนั้นยังไม่เคยใช้งานเลยใช่ไหมล่ะ” พลางเลื่อนมือไล้ลงมาตรงเอว สะโพก แต่นลินรีบจับมือข้างนั้นเอาไว้ก่อน
หัวใจเต้นรัวคิดหาวิธีที่จะหนีจากคนหื่นกามตรงหน้าไปให้ได้ พลันเหลือบเห็นของบางอย่างที่น่าจะใช้งานได้จึงบอกเสี่ยภพว่า “หนูขอทำงานเสิร์ฟอย่างเดียวได้ไหมคะ ยังไงก็อายุยังไม่ถึงสิบแปด เสี่ยไม่กลัวโดนข้อหาพรากผู้เยาว์เหรอ”
“จะไปโดนอะไรล่ะ ก็ในเมื่อพ่อแท้ ๆ รับปากว่ายกให้แล้วนี่” เขาคัดค้านอย่างอารมณ์ดี “อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า ถ้าแกทำตัวน่าเอ็นดู ฉันว่าจะเลี้ยงแกให้สุขสบายเลยล่ะ”
“อย่างนั้นเหรอคะ” นลินยิ้มมุมปาก “แต่ว่า มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเหรอคะ”
“ถ้าแกเป็เด็กฉันเมื่อไหร่ ร้านเหล้านี้ก็ไม่ต้องทำแล้ว แค่ดูแลฉันให้ดี ๆ ก็พอ” เขายังคงพยายามโน้มน้าวใจนลิน
ในเมื่อไม่มีหนทางอื่นใดแล้ว นลินจึงจำต้องยอมตามน้ำเล่นกับเสี่ยภพไป พลางเอ่ยปากว่า “คือว่าเสี่ยคะ นี่มันครั้งแรกของหนู คือว่า...”
“ทำไมเหรอ” เขาทำตาโตตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าน้ำเสียงและสีหน้าของนลินเปลี่ยนไป
“เสี่ยอย่าทำรุนแรงได้ไหมคะ” เธอกระซิบอย่างเขินอาย “แล้วก็ข้างนอกมีคนของเสี่ยเยอะแยะไปหมด คือว่าหนูกลัวว่าเสียงร้องจะดังออกไป อยากให้ตรงนี้มีแค่เราสองคนได้ไหมคะ”
“...” เขารู้มาว่าลูกสาวของธาวันดื้อด้านอยู่พอสมควร แต่พอเห็นท่าทางแบบนี้แล้วจึงคิดไปว่าคำพูดโน้มน้าวของเขาคงจะได้ผลอยู่บ้าง “อายเหรอ ไม่ต้องอายไปหรอก แกจะร้องดังแค่ไหนก็ได้ ไม่ต้องสนใจเลย”
เขาเร่งรีบเอื้อมมือมาจับต้นขาของนลิน ลูบไล้เพราะอยากลิ้มรสเต็มที
“เสี่ยขา หนูอายจริง ๆ นะคะ เสี่ยทำให้หนูหน่อยไม่ได้เหรอคะ คืนนี้หนูจะตั้งใจดูแลเสี่ยให้เต็มที่เลย ได้ไหมคะ” นลินออดอ้อนเกาะแขนเสี่ยภพ แล้วทำทีกระซิบข้างหู “ตรงนั้นของเสี่ย หนูจะใช้ปากทำจนกว่าเสี่ยจะเสร็จเลยค่ะ”
ครั้นได้ยินแบบนี้แล้วมีหรือที่ผู้ชายอย่างเขาจะทนได้ จึงสั่งให้คนของตัวเองไปอยู่ที่อื่นและห้ามใครเข้ามาใกล้บริเวณนี้เด็ดขาด