บทที่ 24 ควรพิจารณารับภรรยารองได้แล้ว?
“นายท่านเถียน ข้าก็เพียงแค่ล้อเล่นกับเฝิงเจิ้งชูเท่านั้น สมุนไพรจำนวนน้อยนิด จะมีมูลค่าสองพันตำลึงได้ที่ไหนกันเล่า” จ้าวผิงยิ้มแล้วพูด “ข้าเอารางวัลหนึ่งร้อยตำลึงก็พอ”
“ท่านเก็บเงินหนึ่งพันตำลึงของตระกูลเฝิงไปเถอะ ถือว่าเป็ค่าชดเชยที่ข้าต่อรองแทนแม่นางมาได้”
“ท่าน...”
เถียนฟู่ไห่ก็คิดไม่ถึงว่าจ้าวผิงจะพูดแบบนี้ พลางมองเขาอย่างลึกซึ้ง ไม่เหมือนว่าเขากำลังล้อเล่นอยู่เลย แล้วตนถึงค่อยหัวเราะออกมา
“หมอจ้าว ท่านช่างเป็คนที่ฉลาดเสียจริง”
“สองพันตำลึงนี่ สำหรับข้าตระกูลเถียนแล้วก็ถือว่าเป็จำนวนไม่ใช่น้อย ข้าขอรับน้ำใจของท่านไว้ หากท่านมีเื่ร้องขออะไรบอกมาได้เลย ขอแค่ข้าเถียนฟู่ไห่ทำได้ รับรองไม่มีข้อกังขา”
จ้าวผิงตอบ “นายท่านเถียน ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะขอรับ ข้าอยากได้รถม้าหนึ่งคัน จะดีมากถ้าให้ม้าข้าอีกสองตัว ไม่ทราบว่านายท่านเถียนสามารถมอบให้ข้าได้หรือไม่?”
“แค่นี้เองหรือ?” เถียนฟู่ไห่อึ้งไปอีกครั้ง
เมื่อกี้ตอนที่จ้าวผิงรักษาเถียนโหรว โจวอันได้รายงานเื่ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านซีผิงให้เขาได้ทราบแล้ว
เถียนฟู่ไห่ก็มั่นใจว่าจ้าวผิงเป็ผู้มีความสามารถที่ซ่อนตัวอยู่ เดิมทีเขาคิดว่าจ้าวผิงจะเอาเงินสองพันตำลึงนี้วางแผนเข้าเมืองหลวง เหมือนที่พูดก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าเขา้าเพียงรถม้าและม้าอีกสองตัว
“นี่ก็ไม่น้อยแล้วขอรับ” จ้าวผิงพูดอย่างทอดถอนใจ
ม้าในราชวงศ์ต้าเว่ยนั้นแพงมาก ก่อนหน้านี้จ้าวผิงเคยได้ยินมาจากหลี่โฉ่ว เพียงแค่ม้าผอมธรรมดาตัวหนึ่ง ก็ราคาอยู่ที่ยี่สิบถึงสามสิบตำลึงแล้ว ถ้าเป็ม้าที่แข็งแรงอย่างของจวนเถียน ราคาต่ำสุดคงจะห้าสิบตำลึงเป็อย่างน้อย
ม้าสองตัวบวกกับรถม้าหนึ่งคัน ก็ร้อยกว่าตำลึงแล้ว ไหนจะยังมีเงินรางวัลอีก ร้อยตำลึง
นี่เพิ่งออกแรงเพียงสองสามวันแรก ตนก็หาเงินได้สองร้อยกว่าตำลึงแล้วสามารถกลายเป็ครอบครัวที่ร่ำรวยในอำเภออวิ๋นอันได้เลย นำเงินไปซื้อบ้านหรูหราในตัวอำเภอได้ไม่มีปัญหา ส่วนเงินหนึ่งพันตำลึงของตระกูลเฝิงนั้น จ้าวผิงไม่กล้ารับไว้
หากให้จวนเถียนรับไป เฝิงเจิ้งชูจะทำได้เพียงร้อนรนเท่านั้น แต่ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าตนรับไป กลัวว่าเฝิงเจิ้งชูจะรวบรวมกำลังทั้งหมดที่รวบรวมได้มาต่อกรกับตนเพื่อ้าชิงเงินก้อนนี้คืน
ตอนนี้เขายังไม่ปีกกล้าขาแข็ง จ้าวผิงไม่อยากให้ตระกูลเฝิงหาเื่เอาชีวิตตน
“ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว” ในขณะเดียวกัน เถียนเจิ้นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ร้องะโ “หมอจ้าวรักษาน้องสาวข้าหายแล้วหรือ?”
“ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว” เถียนฟู่ไห่พูด “เพียงทายาอีกไม่กี่วัน ก็หายขาดแล้ว”
“เยี่ยมไปเลย”
เถียนเจิ้นตรงมายังหน้าจ้าวผิง จับมือเขาแล้วพูดด้วยความซาบซึ้ง “หมอจ้าว ข้าขอบคุณท่านมาก”
“โปรดบอกมาเถอะ หากท่านอยากได้อะไร? ไม่ต้องเกรงใจ ขอเพียงข้าสามารถทำได้ รับรองว่าต้องทำให้ท่านแน่นอน”
“แม้แต่หญิงงามที่สุดของอำเภอ ข้าก็สามารถทำให้นางนอนกับท่านได้”
“มีข้าอยู่ จำเป็ต้องให้เ้าออกหน้าแทนหรือ?” เถียนฟู่ไห่เตะเขาออกไป “ไปดูน้องสาวเ้าไป ผื่นบนใบหน้ายังไม่จาง นางยังคงอารมณ์อ่อนไหวอยู่ เ้าไปปลอบน้องเ้าเถอะ”
“หมอจ้าวบอกแล้วนี่ว่าแค่ทายาติดต่อกันสามวัน ก็จะกลับมาเป็ปกติ”
หลังเถียนเจิ้นออกไปแล้ว เถียนฟู่ไห่ค่อยพูดกับจ้าวผิง “หมอจ้าว รับเงินกลับไปเถอะ เงินพวกนี้ให้ท่านเป็ค่ารักษา อีกอย่างยังมีม้าสามตัว รถม้าหนึ่งคัน...”
จ้าวผิงมองเงินก้อนสามร้อยตำลึง
เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ถ้าอยากจะสร้างเนื้อสร้างตัวก็หนีไม่พ้นเื่เงิน
เงินที่ได้มาจากตระกูลเฝิง เทียบไม่ได้กับเงินที่อาศัยความสามารถหามาได้เลย ดังนั้นจ้าวผิงจึงยินดีที่จะรับไว้
รอออกมาจากจวนเถียน เขาก็กลายเป็เศรษฐีในอำเภอแล้ว
เมื่อมีเงินแล้ว จ้าวผิงก็ไม่คิดตระหนี่แต่อย่างใด
เขาเดินเล่นในตัวอำเภอสองรอบ กว้านซื้อของจนเต็มรถม้าถึงค่อยกลับหมู่บ้านซีผิง
กิจการค้าขายสมุนไพรถูกระงับ นอกจากอวิ๋นหม่านที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์แล้ว คนที่เหลือต่างรออยู่ที่บ้าน
เมื่อเห็นจ้าวผิงกลับมา หลิ่วเมิ่งหรูก็เข้าไปต้อนรับ แต่สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก พลางบ่น “สามี พวกเรามีเื่กับหัวหน้าหมู่บ้านเช่นนี้ ตอนนี้แม้แต่งานรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังทำไม่ได้เลย”
“หมอหลินก็ไม่เก็บสมุนไพรอีกแล้ว ค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็สูง เมื่อไรถึงจะใช้หนี้หวังชื่อเหรินหมดนะ?”
“ไป เข้าไปคุยกับข้าข้างใน”
จ้าวผิงแบกห่อผ้าอยู่บนหลัง แล้วจูงหลิ่วเมิ่งหรูไปที่ห้องฝั่งตะวันออก ก่อนเปิดห่อผ้าออกมา เผยให้เห็นก้อนเงินสีขาวลายตาที่อยู่ข้างในส่องประกายเข้าดวงตาทั้งคู่ของหลิ่วเมิ่งหรู
หลิ่วเมิ่งหรูปิดปาก พูดอะไรไม่ออกอยู่นานสองนาน
“เมิ่งหรู เงินพวกนี้ให้เ้าเก็บไว้ เอาไปซ่อน เก็บไว้สร้างบ้านใหม่ในวันข้างหน้า”เสียงจ้าวผิงดึงหลิ่วเมิ่งหรูกลับมาสู่โลกความจริง
เธอไม่ได้เก็บเงินไป แต่ดึงแขนจ้าวผิง พูดด้วยความตื่นเต้น “สามี ท่านคงไม่ได้ทำเื่ผิดกฎหมายมาใช่หรือไม่ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงได้แบกเงินมากมายกลับมาภายในครั้งเดียว รีบเอาไปคืนเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาไปแจ้งทางการ หากตรวจสอบได้ พวกเราจะโดนบั่นคอกันหมดนะ”
“เมิ่งหรู ยังจำเื่ที่ข้าพูดกับเ้าเมื่อวานได้หรือไม่?” จ้าวผิงยิ้มพลางอธิบาย “แม่นางที่จวนเถียนป่วย ข้ารักษานางจนหาย เงินพวกนี้คือค่ารักษา”
“เดิมทีจะให้ข้าสองพันตำลึง แต่ข้าแบกไม่ไหว เลยขอเขาลดลงมา”
“รักษาโรคได้เงินมากมายขนาดนี้เชียว?” หลิ่วเมิ่งหรูยังไม่อยากจะเชื่อ “ทำไมหมอหลินกับหมอแซ่เฉานั่นในตัวอำเภอถึงไม่เห็นร่ำรวยเช่นนี้เลย?”
“เพราะไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายในตัวอำเภอ ซ้ำยังต้องแบ่งคนรับรักษาโรค”จ้าวผิงพูดด้วยความอดทน “คนส่วนใหญ่ที่เขารักษาล้วนเป็ครอบครัวในอำเภอ แล้วยังมีบางส่วนเป็เกษตรกร”
“เดิมทีพวกเขาก็ไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยอะไร จะไปเอาอะไรจากพวกเขาได้มากมาย แต่ตระกูลเถียนเป็คนมีฐานะ คนยิ่งมีเงิน ก็ยิ่งหวงชีวิต แม้เพียงป่วยไข้เล็กน้อย หมอพูดอะไรก็ว่าตามนั้น ถึงจะใช้ฟางข้าวธรรมดารักษา เก็บเงินถึงสิบตำลึง เขาก็ยอมจ่ายโดยมิสงสัยอะไร”
จ้าวผิงใช้เวลาอธิบายอยู่นานกว่าจะทำให้หลิ่วเมิ่งหรูยอมรับความจริงเื่เงินที่ได้มานี้
จากนั้นถึงพูดขึ้นมา “สามี ในเมื่อตอนนี้พวกเรามีเงินแล้ว ก็เอาเงินห้าสิบตำลึงนั่นคืนหวังชื่อเหรินไปเถอะ ข้าพอจะเก็บเงินไว้กับตัวอยู่บ้าง พอเอาไปใช้หนี้ได้”
แม้จะพยายามคิดตามภรรยา แต่ในใจจ้าวผิงกลับดูถูก
คืนเงินหวังชื่อเหรินงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ
จ้าวผิงรู้ดี หวังชื่อเหรินก็เป็แค่สุนัขรับใช้ของเฝิงจวิ้นเหรินคุณชายตระกูลเฝิง เฝิงจวิ้นเหรินถูกใจภรรยาของตน เลยวางแผนร่วมมือกันทำสัญญาลวงหนี้ขึ้นมา ให้จ้าวผิงขายลูกเมียมาใช้หนี้คืน
ถ้าตนไม่ทะลุมิติมา เกรงว่าครอบครัวนี้คงดื่มยาฆ่าหนูลาโลกไปนานแล้ว
ในเมื่ออาศัยร่างเขาอยู่ ก็ต้องทำให้ครอบครัวยืนหยัดอย่างสง่าให้ได้ ไม่ต้องคอยกังวลเื่การดำรงชีพชั่วคราว แถมต่อไปจ้าวผิงยังวางแผนจะจัดการหวังชื่อเหรินอีกต่างหาก แล้วจะคืนเงินให้เขาได้อย่างไร
“เมื่อใช้หนี้หมด ท่านก็หาเงินได้ร้อยตำลึงแล้ว ควรจะพิจารณารับเหวินฮุ่ยเป็ภรรยารองได้แล้วนะ”
หลิ่วเมิ่งหรูพูดขึ้นมาโดยไม่คาดฝัน เกือบทำจ้าวผิงใจนล้มลงไปที่พื้น
ผู้หญิงยุคโบราณนี้เป็โรคอะไรกันหมด ทำไมถึงอยากให้สามีมีภรรยารองนะ รักเดียวใจเดียวไม่ดีหรือ?
“ตอนนี้ยังไม่ได้” จ้าวผิงปฏิเสธ
“ทำไมจะไม่ได้เล่า?” หลิ่วเมิ่งหรูไม่พอใจ “ตอนแรกท่านเป็คนพูดเอง ถ้าใช้หนี้ได้หมด แล้วสามารถหาเงินมาได้อีกร้อยตำลึง ก็จะรับเหวินฮุ่ยเป็ภรรยารอง ท่านพูดแล้วคืนคำไม่ได้นะ”
“ข้า...” จ้าวผิงสะอึกไป
หลิ่วเมิ่งหรูพูดอีก “อีกอย่างเหวินฮุ่ยนางก็เป็สาวที่ยังไม่ออกเรือน แต่มาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับพวกเราตลอดมา ไม่มีชื่อไม่มีสถานะ ข่าวแพร่ออกไปจะดูไม่ดี อีกอย่าง ท่านเกิดปีฉลู ทุกวันมีชีวิตที่ยากลำบากทำข้าทรมานใจเหลือเกิน ข้าแค่อยากหาคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ ได้พักผ่อนหลายวันหน่อย”
“แล้วแต่ท่านเห็นสมควรเถอะ ข้าไปทำงานอย่างอื่นก่อน”
อย่างไรจ้าวผิงก็เป็คนยุคปัจจุบัน จู่ ๆ จะให้มีภรรยาอีกคน เขาเองก็รู้สึกขัดเขินอยู่ไม่น้อย ได้แต่หาข้ออ้างเพื่อให้หลุดรอดเื่นี้ไป
“สามีเขินนี่เอง” หลิ่วเมิ่งหรูสังเกตเห็นจ้าวผิงหน้าแดง อดพึมพำเสียงเบาไม่ได้ “เหมือนเปลี่ยนเป็คนละคนเลย ข้าหวังว่าสามีจะรักษาท่าทีเช่นนี้ต่อไป เช่นนั้นข้าก็จะได้กลายเป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก”
จ้าวเผิงเจอเฉียนลิ่วที่โรงเก็บฟาง เลยยื่นห้าสิบตำลึงให้
“พี่ผิง ท่านให้เงินข้าทำไม?”
ที่หลังและก้นของเฉียนลิ่วยังมีาแอยู่ จึงทำได้เพียงนอนลงบนฟางหญ้าเท่านั้น เขามองเงินที่จ้าวผิงยื่นให้ ถามอย่างงงงวย
“ครอบครัวเถียนจ่ายค่าเช่าบ้านให้เ้าน่ะ”
“แต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดนี้ไม่ใช่หรือ”
“ส่วนที่เหลือคือเงินชดเชย พวกเขาผิดที่ทำร้ายเ้า เงินพวกนี้คงสยบความโกรธในใจเ้าได้”
“ครอบครัวเถียนคิดว่านั่นเป็บ้านผีสิงไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยอมง่ายดายเช่นนี้?”
“ข้าได้เงินมาจากการรักษาเถียนโหรวจนหาย ไม่เกี่ยวอะไรกับบ้านของเ้า”
“พี่รักษานางหายจริงหรือ?”
“โชคช่วยด้วยน่ะ”
“ฮ่า ๆ ๆ พี่ผิง… ท่านมีความสามารถเสียจริง เงินพวกนี้เก็บไว้ให้พี่ใช้เป็เงินทุน แล้วพวกเรามาสร้างรายได้ด้วยกันเถิด”
“เ้าไม่เล่นพนันแล้วหรือ?”
“ไม่เล่นแล้ว เป็เพราะพนันทำให้ข้าแพ้จนเสียทรัพย์สมบัติไปหมด พี่เองก็ติดหนี้พนันจนต้องขายลูกเมีย อ้อ… ใช่แล้ว พี่ยังติดหนี้พนันหวังชื่อเหรินอยู่ห้าสิบตำลึงนะ เงินนี่เอาไปใช้หนี้เขาเถอะ ต่อจากนี้พวกเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันแล้ว มีแต่จะใช้ชีวิตต่อไปให้ดีขึ้น”
คำพูดพวกนี้ทำให้จ้าวผิงประทับใจเฉียนลิ่ว คนที่ติดพนันเป็ชีวิตจิตใจยังสามารถเลิกได้ จิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก
อีกทั้งก่อนหน้านี้เขายังช่วยใช้หนี้พนันให้เขาด้วย กระทั่งยอมขายบ้านบรรพบุรุษตัวเอง สมกับเป็พี่น้องเขาจริง ๆ
อีกหน่อยจ้าวผิงต้องดูแลเขาให้ดี เพราะเขาเองถือว่าเป็ผู้ช่วยที่ไม่เลวเลย เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น จ้าวผิงก็ไม่เกรงใจ ขอเก็บเงินส่วนนี้ไว้แล้วไปทำธุระต่อ
การค้าสมุนไพรโดนระงับ เขาต้องคิดหาหนทางอื่นให้ได้